บทที่ 24 มุ่งสู่ทิศตะวันตก! หนึ่งแสนลี้!
ครู่ต่อมา เจียงเหลียนไห่ก็ตื่นจากภวังค์ พลางเผยรอยยิ้มขื่นออกมา
“ท่านบุตรจักรพรรดิ เื่นี้ไม่เหมาะอย่างยิ่ง คลื่นอสูรห้วงมิตินั้นอยู่ในห้วงอวกาศอันไร้ที่สิ้นสุด และหากพวกเราออกจากแผ่นดินทวีป ััเทพของพวกเราจะถูกกดข่มไว้ ทำให้ยากที่จะค้นหาตำแหน่งของคลื่นอสูรได้ นอกจากนี้ ในแต่ละคลื่นอสูรยังมีรังที่สามารถใช้เป็ประตูเคลื่อนย้ายได้ หากพวกมันถูกโจมตี มีความเป็ไปได้สูงที่จะอัญเชิญอสูรห้วงมิติระดับ 3 ออกมา อสูรห้วงมิติระดับ 3 นั้น เทียบเท่ากับการดำรงอยู่ของผู้ที่อยู่ในขอบเขตแปลงเทพเลยนะขอรับ หากพวกเราถูกอสูรห้วงมิติระดับสูงกว่าล้อมเอาไว้ การจะมีชีวิตรอดกลับมานั้นยากยิ่งนัก”
เจียงเหลียนไห่ร่ายยาวโน้มน้าวอย่างไม่หยุดหย่อน เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เห็นด้วยกับความคิดที่จะเปิดฉากบุกโจมตีก่อน
ครืนนนนน~
โฮกกกกก~
ในขณะนั้นเอง เสียงคำรามและเสียงกู่ร้องอันอื้ออึงก็ดังมาจากส่วนลึกของโลกแห่งความว่างเปล่า
“คลื่นอสูรห้วงมิติเริ่มขึ้นแล้ว!”
ในห้วงมิติว่างเปล่า บัดนี้สามารถมองเห็นเงาดำทะมึนกำลังถาโถมเข้ามาจากสุดขอบสายตา!
เจียงเหลียนไห่รีบหันไปะโบอกสัญญาณทันที เหล่าศิษย์สกุลเจียงจำนวนมากพลันปรากฏกายออกมาจากด้านหลัง พร้อมกับชักอาวุธเตรียมพร้อมรบ
“หนึ่งหมื่นสามพันแปดร้อยหกสิบเอ็ดตัว!”
เหนือท้องฟ้าของเมืองซวีหยวน พลันปรากฏตัวอักษรสีทองขึ้นแถวหนึ่ง ค่ายกลตรวจจับภายในเมือง ได้คำนวณขนาดของคลื่นอสูรในครั้งนี้ออกมาอย่างแม่นยำแล้ว!
ในขณะเดียวกัน แนวรบที่ทอดยาวกว่าพันลี้ ตระกูลใหญ่ต่าง ๆ ก็ได้แบ่งกำลังพลออกเป็แนวรบ หันหน้าเข้าสู่ห้วงมิติด้วยความตื่นเต้น ต้องรู้ก่อนว่า แม้เผ่าอสูรห้วงมิติจะอันตราย แต่มันก็เป็ขุมสมบัติเดินได้ดี ๆ นี่เอง!
หนังอสูรห้วงมิติสามารถนำไปหลอมอาวุธได้! ส่วนแก่นอสูรห้วงมิตินั้นยิ่งเป็ทรัพยากรบำเพ็ญตนอันล้ำค่า
ด้วยเหตุนี้ อสูรนับหมื่นกว่าตัวนี้ จึงเป็สิ่งที่ทุกตระกูลใหญ่ต่างต้องแย่งชิง!
“เมื่อวานข้าฆ่าไปสามตัว วันนี้ข้าจะต้องชิงมาให้ได้ห้าหัว!” ศิษย์จากตระกูลหนึ่งเผยสีหน้าอำมหิต พร้อมกับพูดกับสหายข้างกาย
“เ้าก็พูดไปเถอะน่า อสูรห้วงมิตินั้นมีร่างกายที่แข็งแกร่งกว่าผู้บำเพ็ญทั่วไปอย่างพวกเรามากนัก ระวังจะม่องเท่งเสียเองล่ะ”
ท่ามกลางเสียงพูดคุยอย่างออกรสของฝูงชน เผ่าอสูรห้วงมิติก็รุกคืบเข้ามาใกล้เมืองซวีหยวนขึ้นเรื่อย ๆ
ในตอนนี้ ทุกคนเริ่มมองเห็นรูปร่างของพวกมันได้อย่างชัดเจนแล้ว พวกมันมีขนสีดำทมิฬ เขี้ยวแหลมคมน่ากลัว ขนาดตัวเล็กที่สุดยังใหญ่ถึงสามสิบกว่าจั้ง!
ในขณะที่ทุกคนกำลังเตรียมพร้อมออกรบ ร่างของคนผู้หนึ่งก็พลันพุ่งทะยานออกไป
เขาได้ออกจากขอบเขตค่ายกลป้องกันของเมืองซวีหยวน และไปปรากฏตัวอยู่กลางห้วงมิติอันว่างเปล่า!
ร่างนั้น ยืนตระหง่านอยู่กลางอากาศ สวมใส่เสื้อคลุมจิ้งจอก์เก้าหาง หันหลังให้กับทุกคน เผชิญหน้ากับคลื่นอสูรที่ไร้ที่สิ้นสุด
“ใครกัน? เขา... คิดจะทำอะไร?”
ทุกคนต่างมองด้วยความไม่เข้าใจ
“ิญญาอาวุธ การขัดเกลากระดูกสันหลังั จะต้องเริ่มอย่างไร?”
ร่างนั้นไม่ใช่ใครอื่น แน่นอนว่าเป็เจียงหลิงเทียนนั่นเอง!
เป้าหมายที่เจียงหลิงเทียนมายังสมรภูมินอกเขตแดน ก็เพื่อขัดเกลาจนเกิดเป็กระดูกสันหลังั
ในยามนี้ เมื่อเห็นอสูรห้วงมิติมากมายขนาดนี้ เกรงว่าคงไม่มีใครจะตื่นเต้นไปมากกว่าเขาอีกแล้ว
“ง่ายมาก ข้าจำได้ว่าลูกพี่ชื่นชอบในวิถีกระบี่ ถ้าเช่นนั้นท่านก็แค่ใช้อำนาจแห่งอักขระวิถีผลัดเปลี่ยนกระดูกเพื่อกระตุ้นวิถีกระบี่ แล้วฟาดฟันกระบี่ออกไปในท่วงท่าที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างต่อเนื่องก็พอ
หลังจากนั้น อักขระผลัดเปลี่ยนกระดูกภายในกายของท่าน ก็จะค่อย ๆ หลอมรวมเข้าสู่วิถีกระบี่ และสุดท้ายก็จะกลายเป็กระดูกสันหลังัวิถีกระบี่ได้สำเร็จ!”
“ฟาดฟันกระบี่ออกไปในท่วงท่าที่แข็งแกร่งที่สุด...”
เจียงหลิงเทียนพึมพำกับตนเอง จากนั้นจึงเริ่มโคจรอักขระวิถีทั้ง 9,999 สาย ปราณกระบี่อันเจิดจรัสที่ควบแน่นจนราวกับมีตัวตนจริงพลันปรากฏขึ้นในมือของเขา
“เขาจะสู้คนเดียว!”
“บ้าเอ๊ย แถมยังวิ่งออกไปนอกเขตเมืองซวีหยวนอีก หากปราศจากการคุ้มครองของค่ายกลในเมืองแล้วก็ไม่ต่างจากพาตัวเองไปตาย เ้าหนุ่มคนนี้คงจะมั่นใจในตัวเองเกินไปแล้ว!”
“เป็อัจฉริยะรุ่นเยาว์คนใหม่จากตระกูลไหนกันอีกนะ?”
นอกเมืองซวีหยวน ผู้คนจำนวนมากที่ประจำการในสนามรบมานานหลายปี เพียงได้ยินชื่อของเจียงหลิงเทียนมาบ้าง แต่กลับไม่เคยเห็นด้วยตาตัวเอง จึงจำไม่ได้ว่าเขาเป็ใคร
และในขณะที่พวกเขากำลังรู้สึกเหลือเชื่อกับภาพที่เห็นอยู่นั้นเอง
เจียงหลิงเทียนก็เหวี่ยงกระบี่ออกไปอย่างรุนแรง
หนึ่งกระบี่ฟันออกไป!
ประกายแสงอันเยียบเย็นสายหนึ่ง พาดผ่านทั่วทั้งห้วงมิติอันว่างเปล่า!
ลำแสงกระบี่อันเจิดจ้าพลันะเิออกอย่างรุนแรง ราวกับตกลงมาจากฟากฟ้า ปกคลุมไปทั่วทั้งคลื่นอสูรห้วงมิติ!
เหล่าศิษย์จากตระกูลต่าง ๆ ต่างไม่อาจเข้าใจได้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น
พวกเขาได้แต่ยืนมองอย่างเหม่อลอย ขณะที่คลื่นอสูรทั้งกองทัพถูกปราณกระบี่เข้าปกคลุม ราวกับธารดาราที่ไหลย้อนกลับจากนภา!
อสูรห้วงมิติทุกตัวที่ััโดนปราณกระบี่ พลันร่างะเิสิ้นใจในพริบตา โลหิตสาดกระจายทั่วฟากฟ้า!
สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้นก็คือ หลังจากที่ปราณกระบี่ได้สังหารอสูรไปจนหมดสิ้นแล้ว พลังที่เหลืออยู่ยังไม่จางหาย ยังคงพุ่งต่อไปทำลายหินอุกกาบาตั์ที่ลอยอยู่ในห้วงมิติเื้ัจนแหลกเป็ผุยผง
นี่มัน...
ลมหายใจของทุกคนถึงกับหยุดชะงักไปชั่วขณะ ต่างก็เบิกตากว้างอ้าปากค้าง
จนกระทั่งลำแสงกระบี่ได้สลายไป ในห้วงมิติอันว่างเปล่าจึงเหลือเพียงเศษซากศพที่ล่องลอยอยู่กับเสียงสะท้อนของคมกระบี่ที่ยังคงก้องกังวาน
“อสูรระดับ 1 หมื่นกว่าตัว...หายไปหมดแล้ว ข้าไม่ได้ฝันไปใช่หรือไม่?”
“นี่คือ... ปราณกระบี่? มันเป็อานุภาพหรือเคล็ดวิชาอะไรกันแน่!?”
“นั่นคือกระบี่ของบุตรจักรพรรดิหลิงเทียน!”
ในที่สุดก็มีคนะโบอกถึงตัวตนของเจียงหลิงเทียนออกมา
บุตรจักรพรรดิหลิงเทียน หรือว่าจะเป็คนในตำนานผู้นั้นที่ก้าวสู่เส้นทางแห่งการบรรลุเป็จักรพรรดิ?!
ทุกคนพลันเข้าใจในทันที จากนั้นก็พากันทำหน้าประหลาด ๆ
ก็แหม อสูรนับหมื่นกว่าตัวหายไปเกลี้ยงแล้วน่ะสิ
พวกเขารอมาทั้งวัน กะว่าจะมาแย่งชิงส่วนแบ่งกันบ้าง แต่คราวนี้กลับไม่เหลือแม้แต่เศษซากให้เก็บ
ทว่าบุตรจักรพรรดิหลิงเทียนช่างทรงอำนาจและเด็ดเดี่ยว
“ข้า...ข้าชอบยิ่งนัก” มีเด็กสาวคนหนึ่งประสานมือไว้ที่อกด้วยดวงตาที่เคลิบเคลิ้ม~
“นี่สินะกระดูกสันหลังัวิถีกระบี่?”
เจียงหลิงเทียนเพ่งพิจารณาภายในกายตนเอง เขาพบว่าบนกระดูกสันหลังได้ปรากฏอักขระสีแดงฉานขึ้นสายหนึ่ง
แม้สีสันจะยังจาง แต่พลังอำนาจกลับเหนือกว่าอักขระวิถีเส้นอื่น ๆ อย่างเทียบไม่ติด!
ก่อนหน้านี้เวลาเขาใช้ปราณกระบี่ เขาจะยืมพลังเพียงแค่ผิวเผินจากอักขระวิถีทั้ง 9,999 สาย
แต่กระบี่เมื่อครู่นี้ เขาใช้อักขระวิถีกระบี่เป็แกนกลาง เพื่อปลดปล่อยพลังแห่งวิถีกระบี่ที่บริสุทธิ์ออกมา อานุภาพจึงแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
และนี่ก็เป็เพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น หากอักขระวิถีกระบี่จารึกไปจนเต็มกระดูกสันหลังแล้ว มันจะแข็งแกร่งถึงขั้นไหนกัน?
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เจียงหลิงเทียนก็รู้สึกฮึกเหิมเปี่ยมด้วยจิตสังหาร
“เจียงเหลียนไห่ รวบรวมศิษย์สกุลเจียงทั้งหมดทันที ตามข้าเข้าสู่โลกแห่งความว่างเปล่า”
เจียงหลิงเทียนร่อนลงมาพลางออกคำสั่งในทันที จากนั้น เขาก็ก้มลงมองป้ายหยกในถุงมิติของตนเอง
นี่คือป้ายหยกผลงานที่สามารถบันทึกผลงานได้
ในนี้มีแต้มผลงานการรบสะสมอยู่ถึง 13,861 แต้ม!
แต้มผลงานการรบนั้นเป็ของดี มันสามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็ของล้ำค่าจากฟ้าดินที่มีเพียงในโลกแห่งความว่างเปล่าเท่านั้น
ซึ่งของวิเศษเหล่านี้ไม่อาจหาได้โดยตรงจากดินแดนทั้งสามสิบหกแห่งของอวิ๋นฮวงแต่สามารถแลกเปลี่ยนได้ที่เมืองซวีหยวนแห่งนี้!
แต่จะให้มารอคลื่นอสูรมาโจมตีน่ะหรือ? แน่นอนว่าเจียงหลิงเทียนไม่อยากจะรอ
ล้อกันเล่นหรือไง วันละคลื่น แถมยังต้องมาแย่งชิงอสูรหนึ่งหมื่นตัวที่น่าสงสารนี่กับตระกูลใหญ่อื่น ๆ เขาไม่มีเวลามาสิ้นเปลืองกับเื่แบบนี้หรอก
แม้ในโลกแห่งความว่างเปล่าจะมีแรงกดดันต่อััเทพ แต่ััเทพของเจียงหลิงเทียนยังคงสามารถรับรู้ไปได้ไกลถึงแสนลี้อย่างสบาย ๆ
ในสายตาของเขา ขณะนี้มีอสูรห้วงมิตินับไม่ถ้วนกำลังยืดคอรอให้เขาไปฟันอยู่!
“แล้วก็ช่วยเก็บซากของอสูรห้วงมิติเหล่านี้มาให้หมดด้วย นี่คือทรัพยากรบำเพ็ญตน ห้ามสิ้นเปลืองเป็อันขาด”
เมื่อได้ยินคำสั่งของเจียงหลิงเทียน เจียงเหลียนไห่ที่เพิ่งจะรู้ตัว ก็ได้สติกลับคืนมา วินาทีถัดมา เขาก็รีบรุดไปสั่งการให้เหล่าศิษย์สกุลเจียงเริ่มเก็บกวาดซากอสูรทันที
ไม่ยอมรับก็คงไม่ได้แล้ว อสูรนับหมื่นกว่าตัวนี้ หากให้ศิษย์สกุลเจียงสู้เอง อาจจะต้องใช้เวลาสิบวันครึ่งเดือนถึงจะจัดการหมด!
แต่ทว่าบุตรจักรพรรดิหลิงเทียนกลับใช้เพียงกระบวนท่าเดียวก็กวาดล้างจนสิ้น!
ที่สำคัญที่สุดก็คือ กระบี่ของเจียงหลิงเทียนเมื่อครู่นี้ เรียกได้ว่าเป็การปัดเป่าความกังวลทั้งหมดของเจียงเหลียนไห่จนหมดสิ้น
มีบุตรจักรพรรดิหลิงเทียนอยู่ด้วย เราสามารถเปิดฉากบุกได้!
ไม่นานนัก เรือรบขนาดมหึมาก็บรรทุกสมาชิกสกุลเจียงเหินขึ้นสู่ท้องฟ้า ข้ามผ่านห้วงมิติ ออกจากขอบเขตของเมืองซวีหยวนไป
เมื่อเห็นเช่นนั้นเหล่าศิษย์จากตระกูลใหญ่ที่เหลือ ต่างก็ได้แต่อ้าปากค้าง ยืนนิ่งตกตะลึง
o0o...
สกุลเจียงบุกเข้าไปในโลกแห่งความว่างเปล่า!
“ท่านบุตรจักรพรรดิ พวกเราควรจะมุ่งหน้าไปทางไหนหรือขอรับ?”
“มุ่งหน้าสู่ทิศตะวันตกตลอดเส้นทาง หนึ่งแสนลี้”