โอริฮารูกอน เป็แร่โลหะของพระเ้า มันเป็โลหะที่แข็งแกร่งที่สุด ไม่มีทางหาพบได้บนโลกมนุษย์ แต่ก็มีบางครั้ง ที่พระเ้าก็ชอบเล่นตลกส่งมันลงมา ถึงแม้มันจะอยู่ในมือของมนุษย์แล้ว แต่มันก็ยังไม่มีใครคนใดสามารถหล่อหลอมให้มันเป็อาวุธสุดยอดได้
"ข้าว่าท่านรีบเก็บไปก่อนดีกว่านะ ตรงนี้มันไม่เหมาะ" หลินหลิงะโแบบบีบเสียง ให้ชางอวิ๋นนั่นรีบเก็บของมีค่า แต่ทว่าถึงแม้มันจะมีค่ามากเพียงใด มันก็ไม่เคยถูกหลอมให้เป็อุปกรณ์ได้เลย มีเพียงในตำนานเท่านั้นที่เล่าขานสู่กันฟัง
'อาวุธที่เกิดจาก โอริฮารูกอน มีแต่พระเ้าเท่านั้น ที่สามารถเปลี่ยนจากก้อนโลหะกลายเป็อุปกรณ์จาก์ได้'
ชางอวิ๋นมองไปรอบๆภายในร้านอาหาร เพื่อที่จะมองหาอุปกรณ์ให้เขาได้ทดสอบพลังจากโถสลักิญญาอีกสักครั้ง ให้แน่ใจว่าเมื่อเขาโยนเ้าก้อน 'โอริฮารูกอน' ลงไปแล้ว วัตถุดิบจะแปรเปลี่ยนให้สมหวังตามที่เขาปรารถนา
เขาพยายมมองหาสิ่งของที่จะนำมาพัฒนาโยนลงในโถ สายตามองไปรอบๆเจอสิ่งของมากมาย โคมไฟแสงสว่าง ตู้เย็น พัดลม ของเหล่านี้ชางอวิ๋นประเมินแล้วจะต้องหาวัตถุดิบเพิ่มอีกพอสมควร จึงหันซ้ายหันขวา สายตาของชายหนุ่มมองออกไปด้านนอกของภัตตาคาร
เขาเหลือบไปมองเห็นสิ่งของบางอย่าง ชางอวิ๋นคิดว่า ถ้าเขาทำมันสำเร็จ อาจจะเปลี่ยนวงการ ของชีวิตและการเดินทางของคนที่นี่เลยก็ว่าได้
มันคืออะไรงั้นหรอ ??
. . . .
มันคือ ‘เจ็ทชูส์’ สิ่งที่เขาคิด มันคือรองเท้าที่สามารถเคลื่อนที่ได้ถึง 30 กม./ชม. แต่ในยุคของเขานั้น ใช้สำหรับส่งของภายในร้านค้า เอาไว้เวลาช๊อปปิ้งในห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ เอาไว้ให้เด็กเดินทางในระยะไม่ไกลมากนัก คนในยุคที่ชางอวิ๋นจากมาเขานิยมใช้กันเพื่อการนี้
‘หึ หึ หึ ข้าอาจจะต้องดัดแปลงระบบมันนิดหน่อยให้เข้ากันกับสมัยนี้ แต่ว่าต้องเริ่มต้นจากวัตถุดิบก่อนสินะ’ ถึงจะเทียบเท่ากับมอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์ไม่ได้ แต่เขาก็ตั้งใจที่จะทำให้รองเท้ามหัศจรรย์คู่นี้สามารถเร่งความเร็วได้ถึง 60 กม./ชม.
เมื่อพวกเขาทั้งสองคนกินอาหารกันเสร็จเรียบร้อย หลินหลิงก็ขอตัวแยกย้ายกลับเมือง ทั้งๆที่ในใจของเธอนั้นยังอยากจะอยู่ต่อก็ตาม
ทั้งคู่ร่ำลากันเรียบร้อยชางอวิ๋นก็ไปหาวัตถุดิบเพิ่มเติม เพื่อให้ได้วัตถุดิบใกล้เคียงมากที่สุด
เขาออกมานอกเมืองตัดต้นไม้ใหญ่มา 1 ต้น และพืชบางชนิด
หินขนาดใหญ่ 1 ก้อน
และหินแร่ธาตุชนิดต่างๆในป่าข้างเมือง
เมื่อเขารวบรวมวัตถุดิบทั้งหมดเสร็จแล้วก็หาสถานที่ ที่จะกลั่นของทั้งหมดในโถสลักิญญา
'เราคงต้องหาที่พักก่อนสินะ วันนี้จะทดลองกลั่นของทั้งหมดที่้าให้เสร็จ แล้วพรุ่งนี้คงต้องลองไปสมัครทดสอบพลังซักหน่อย' ชางอวิ๋นอยากจะเข้าไปทดสอบหาแนวทางการแข่งขันเพื่อเตรียมตัวไปงานมหกรรมมิติห้วง์ที่หลินเฟยจะพาไป
ภายในห้องพักราคาสุดถูก แต่ไม่เล็กจนเกินไป ชางอวิ๋นนำวัตถุดิบทั้งหมดออกมาแล้วใส่ลงไปในโถสลักิญญา
'อืม . . ต้นไม้ แล้วก็. . .หิน. . พืช โยนมันเข้าไป เท่าไรก็ไม่เต็ม . . โยนมันเข้าไป แล้วก็ . . ที่ขาดไม่ได้ รองเท้าก็ต้องใช้หนัง เอาหนังมิโนทอร์หละกัน โยนมันเข้าไป . .. '
แล้วชางอวิ๋นก็ทำการกลั่นโดยจิตนาการความคิดให้ออกมาเป็เจ็ทชูส์ที่เขา้า
ถ้าไม่มีโถสลักิญญา ต่อให้มีวัตถุดิบมากกว่านี้ถึงพันเท่าก็ไม่สามารถกลั่นอะไรออกมาได้ง่ายๆ ที่ชางอวิ๋นกำลังทำ มันเป็เพราะอำนาจของโถนี้เท่านั้น
"ซูมมมมมม" เสียงของการอัดพลังและหลอมรวมวัตถุดิบก็ดังขึ้น
"บูมม" !! ชางอวิ๋นใอย่างมาก มีรองเท้ามากกว่า 100 คู่กระเด็นออกมาจากโถ ทำให้ตอนนี้ห้องของเขาเต็มไปด้วยรองเท้าที่เขาเป็คนคิดค้นขึ้นมา
"หึ หึ เป็ไปตามที่เราคิดไว้เลย โถสลักิญญาอันนี้ เพิ่มประสิทธิภาพให้วัตถุดิบ แล้วเปลี่ยนแปลงรูปร่างให้เป็ไปตามความรู้สึก ที่เราส่งไปยังพลังปราณเพื่อที่จะกลั่น
ชางอวิ๋นคิดว่ารองเท้าต้องขับเคลื่อนด้วยลมปราณจึงทำช่องอัดลมปราณเอาไว้เพื่อให้คนที่ไม่มีลมปราณ ใช้ได้อย่างสะดวก
"สำเร็จจจจจ !!" เขาทดสอบภายในห้องแล้วพบว่า มันเป็ไปตามที่เขาปรารถนาไว้เลย ไม่มีผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย แถมพออัดพลังปราณเขาไปเต็มๆแล้ว มันสามารถใช้ได้ถึง 10000 ลี้ (5000 กิโลเมตร) กันเลยทีเดียว
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า เอาหละ ของจริงมันต่อจากนี้ !!"
แววตาส่องแสงเป็ประกายเจิดจ้าออกมาด้วยความกระตือรือร้น เขารีบโยนรองเท้าทั้ง 100 คู่เข้าไปในกระเป๋ามิติ แล้วเริ่มหยิบวัตถุดิบหลักที่สำคัญออกมา
เหล็กกล้า . . . แร่สำคัญกว่าสิบชนิด . . . หนังเบเฮมอธ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ โอริฮารูกอน สีทองอร่าม มันมีออร่าบางๆแผ่ออกมาอยู่ตลอดเวลา สว่างไสวให้ความรู้สึกเป็สิ่งศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก
เขาไม่สนใจอะไรแล้วทั้งนั้น โยนมันเข้าไปในโถทั้งหมดแล้วเริ่มการกลั่น ที่ผ่านมาชางอวิ๋นใช้เวลาในการกลั่นของแต่ละชิ้นไม่เกิน 5 ลมหายใจ ก็จะได้ของตามที่ปรารถนา
10 ลมหายใจผ่านไป
'หือออ มันแปลกมากเลยนะเหมือนกับว่า โถมันดูดพลังของข้าออกไปเองโดยที่ยังไม่ได้อัดพลังปราณลงไปเลย
20 ลมหายใจผ่านไป
'โอ้ววว มันยังไม่พออีกรึ งั้นข้าก็จะให้เ้าได้ลิ้มรสพลังของแหวนเข้าไปอีก' เขาถ่ายพลังอัดเสริมเข้าไปอีก ตอนนี้แสงสว่างที่โถสว่างกว่าเดิม พลังทะลักล้นออกมาด้านนอกอย่างเห็นได้ชัด
100 ลมหายใจผ่านไป
'เฮย ๆ ๆ ! ชักจะไม่ดีซะแล้วสิ ถ้ามันดูดจนพลังในแหวนของข้าจนหมด จะทำยังไงดีล่ะทีนี้' ชางอวิ๋นเริ่มเป็กังวล เพราะไม่ว่ายังไงวิชาหมัดจ้าวพิภพก็สำคัญกับเขามาก ถึงแม้ไม่มีดาบคู่ที่รู้ใจ เขาก็ยังคิดว่าหมัดจ้าวพิภพสามารถพัฒนาถ้ามีพลังของแหวน ไปได้กว่านี้อีกหลายเท่านัก
กลับกันถ้าได้ดาบมาแล้วพลังของแหวนเขาต้องหายไปทั้งหมด เขาจะต้องสูญเสียมากกว่าได้เป็แน่แท้
500 ลมหายใจผ่านไป
'อ๊ากกกก มันจะดูดไม่จบไม่สิ้นเลยรึ ย-ย-ยังไงเนี๊ย' ชางอวิ๋นเห็นท่าไม่ดี รีบสะบัดมือของเขาออก แต่ทว่าโถสลักิญญาใช้อำนาจของอักขระของมัน ดูดติดกับมือจนไม่สามารถเอาออกมาก่อนการกลั่นจะจบลงได้
"ตูมมมมมมมมมม" ทันใดนั้น !! เสียงะเิดังสนั่นอย่างรุนแรง ห้องทั้งห้องเกิดรอยร้าว ร่างของชางอวิ๋นกระเด็นไปกระแทกประตู แต่ด้วยเพราะพลังของหมัดจ้าวพิภพที่ห่อร่าง ทำให้ชางอวิ๋นไม่ได้รับาเ็เลยแม้แต่น้อย
พลังปราณอันยิ่งใหญ่อัดแน่นลอยอยู่กลางห้อง ชางอวิ๋นมองตามร่องรอยของเส้นปราณ ไปพบกับ . . .
"นี้หละที่ข้า้า ถึงข้าจะโคจรพลังวิชาดาบยังไม่ได้ อย่างน้อยๆพลังโจมตีของมันก็น่าจะเป็ที่สุดของโลกนี้หละนะ" ความคุ้นเคยส่งออกมาต้อนรับกับร่างกายของชางอวิ๋น
นี่คือดาบเล่มแรกของทวีปแดนเหนือที่เกิดมาจากแร่ระดับพระเ้าอย่าง 'โอริฮารูกอน' มันคือดาบคู่ 'อัลติมาร์ เซเบอร์' !! ดาบในตำนานของชางอวิ๋นที่เขาใช้เป็ดาบประจำตัว มีเพียงเล่มเดียวในโลกออนไลน์ของเขา
เขาคิดถึงรูปร่างและลักษณะให้เหมือนกันกับที่เขาเคยใช้เป็ประจำ มันแผ่ออร่ากระจายไปทั่วทั้งห้อง ชางอวิ๋นเอื้อมมือไปหยิบเพื่อที่จะทดลองเหวียงซักทีสองที
"ห๊ะ !!" ทันที ที่มือเขาัักับดาบ มันเหมือนกับว่าเขาควบคุมมันไม่อยู่ มันมีน้ำหนักที่มหาศาลมากและเหมือนกับมันมีชีวิตที่กำลังจะดิ้นหนีออกจากมือของเขา
แต่ชายหนุ่มนั้นไม่ยอมให้ดาบของเขาที่พยายามกลั่นด้วยความตั้งใจ มาควบคุมสถานการณ์ เขาจึงเร่งพลังหมัดจ้าวพิภพขึ้นไปอีก "หย๊ากกกกกกกกก"
10 เท่า . . . . 20 เท่า . . . . 30 เท่า . . . . 40 เท่า . . . . 50 เท่า . . . . 60 เท่า . . . . 70 เท่า . . . . 80 เท่า . . . . 90 เท่า
100 เท่า !!!!
!!! "เอ๊ะ !! พลังปราณอะไร ม-ม-มันมาจากหมู่เกราะ์ ใครกัน ! มีใครทะลวงลมปราณไปถึงขั้นนั้นได้ยังไง สงสัยข้าต้องส่งหน่วยข่าวกรอง ไปยังเกาะอันแสนต่ำต๋อยรึนี่" ผู้ที่มีห้วงมิติราชันย์ (ระดับ7 ออร่าสีดำ) ในทวีปแดนเหนือแปลกใจอย่างมาก ที่พลังออร่าถูกปลดปล่อยมาจากในที่ห่างไกลจนปราณเขาััได้
!!! . . . . .
ยังไม่มีท่าทีที่เขาจะควบคุมสถานการณ์นี้ได้ แต่ก็พอที่จะขยับดาบได้บ้างแล้ว ชางอวิ๋นจึงรีบบังคับดาบคู่ของเขาไปด้วยท่าทางอันแสนที่จะลำบาก และโยนเข้าไปเก็บในกระเป๋ามิติทันที
"แฮก ๆ ๆ ทำไมมันถึงมีอำนาจที่ทรงพลังมากมายขนาดนี้ ข้าคงต้องหาวิธีที่จะควบคุมมันให้ได้สินะ ไม่งั้นแล้วข้าจะใช้มันได้ยังไงหละ" ชางอวิ๋นแอบเสียดายที่เขายังไม่สามารถใช้ดาบได้ เป็เพราะเขาใช้ระดับหมัดจ้าวพิภพที่สูงเกินกว่าร่างกายจะรับไหว
ชางอวิ๋นมองออกไปที่ผนังห้องที่พัก มันแทบจะไม่เหลือความเป็ห้องอีกต่อไป มันเป็เหมือนซากปรักหักพัง ข้าวของกระจัดกระจายพังแหลกไม่เหลือชิ้นดี
เขาวางเงินเอาไว้มากกว่าราคาค่าห้องถึง 5 เท่า แล้ววางโอสถระดับสูงให้อีก 1 ชิ้น ซึ่งมันเพียงพอต่อการซื้ออาคารใหม่ได้เลยทีเดียว และชางอวิ๋นก็รีบทะยานออกเดินทางไปที่อื่นทันที
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าต้องขอโทษด้วยนะ เถ้าแก่ คงช่วยได้เท่านี้จริงๆ" สงสัยข้าต้องหาเงินซื้อบ้านที่แข็งแรงทนมือทนเท้าของข้าซักหลังแล้วสินะ
'วันนี้จะมีการประมูลสุดแสนยิ่งใหญ่ที่สุด ก่อนวันทดสอบพรุ่งนี้ ใครกำลังหาโอสถหรืออุปกรณ์ระดับสูง โปรดอย่าลังเลที่จะมาเข้าร่วมงานนี้ วันนี้ วันเดียวเท่านั้น' เสียงะโดังกังวาลดังขึ้น มันเป็เสียงที่มีพลังอย่างมาก บริเวณ 5 ลี้ ทุกคนจะได้ยินทั้งหมด เพราะเขาคือ เ้าของโรงประมูล 'เซี่ยวลี' นั่นเอง
เมื่อชางอวิ๋นได้ยินจึงทะยานไปหาต้นเสียงทันที
มีผู้คนมากมาย คับคั่ง ทั้งอยากที่จะมาประมูลและอยากจะมาดูมูลค่าของอุปกรณ์ต่างๆ
"ข้าอยากจะเอาของไปร่วมประมูล จะต้องทำอย่างไรบ้าง เถ้าแก่ !!"