ห้วงเวลายามเช้าตรู่ของวัน อากาศเย็นสบายเหมาะแก่การนอนอยู่บนเตียงมากกว่าลุกมาทำอย่างอื่น แต่สำหรับคนที่มีภารกิจในยามเช้าถือว่าเป็ข้อยกเว้น หนึ่งในนั้นก็คือนักเรียนแทบจะทุกคนในอวาลอนที่ต้องแหกตาั้แ่หัววัน บ้างเพราะความตื่นเต้น บ้างเพราะความเคยชิน แต่จะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่แตกต่างไม่เหมือนใคร
นับแค่ที่มาก็ไม่มีใครเหมือนแล้ว
“ไม่เข้าใจจริงๆว่าพวกนายจะรีบกันไปไหน โรงอาหาร...ชื่อนี้สินะ มันไม่หนีไปไหนหรอกน่า” เ้าของเสียงพูดขึ้นด้วยสีหน้าโอดครวญ แต่ลักษณะการแต่งกายกลับดูพร้อมสรรพอย่างน่าประหลาด
เครื่องแบบที่เป็ได้ทั้งกึ่งทางการและใส่เดินเล่น เสื้อคลุมตัวนอกยาวเกือบถึงเข่า ปักลายนกตัวสีแดงกับมีขอบแดงเพื่อให้รู้ว่าหอที่สังกัดนั้นคืออะไร ถ้าสังเกตให้ลึกลงไปอีกขั้นจะพบว่าเสื้อคลุมนั้นสามารถดัดแปลงเป็ฮู้ดได้อีกต่อหนึ่ง เสื้อด้านในเป็เสื้อแขนยาวธรรมดาไม่มีอะไรเป็พิเศษ ส่วนท่อนล่างนั้นจะมีทั้งกางเกงขายาวที่เป็ของผู้ชาย และกระโปรงที่เป็ของผู้หญิง
ตลอดทางที่กลุ่มของเขาเดินมานั้น พบเห็นเครื่องแบบเหล่านี้ได้มากมายจนแทบไม่หวาดไม่ไหว มีทั้งที่ดูแล้วรู้เลยว่าอยู่ปีอะไรจากเข็มกลัดตรงหน้าอก หรือบางคนก็ลืมเอามาเนื่องด้วยสาเหตุอันหลากหลาย แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามแต่ ในตอนนี้พวกเขาก็ได้ยืนอยู่ ณ โรงเรียนที่ขึ้นชื่อได้ว่าโหดหินที่สุดเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“ให้มันน้อยๆหน่อยครับ ตอนนี้มันปาไปจะเกือบเจ็ดโมงเช้า พวกคุณเซเรน่าที่บอกจะรอทานพร้อมกันก็ไปก่อนแล้ว ทั้งหมดนี่มันเพราะคุณโนอาห์แท้ๆเลยไม่ใช่เหรอไงกัน!!” นิกซ์แหวใส่อย่างเหลืออด ชายร่างเล็กที่มีสีผมโดดเด่นทำหน้าถมึงทึงชวนให้ดูน่ากลัว เสียแต่ว่าองค์ประกอบโดยรอบของเ้าตัวมันไม่ได้น่ากลัวเลยซักนิด
“แหมๆ จริงจังเหลือเกินนะ...ช่วยพูดแทนหน่อยสิอารัน” เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มสนุกขึ้นเรื่อยๆ เขาจึงไม่วายลากใครซักลงมาตกกระไดพลอยโจนอย่างช่วยไม่ได้ เสียแต่ว่าเขาดันเล็งเป้าหมายผิดคน
“พวกเซเรน่าอยู่ตรงนั้น” ชายหัวเขียวชี้นิ้วไปด้านหน้าด้วยรอยยิ้ม ดูเหมือนว่าโนอาห์กับนิกซ์จะคุยเพลินจนไม่รู้ตัวว่าตอนนี้ถึงโรงอาหารเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ชายผมดำถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะรีบเร่งสาวเท้าไปเลือกอาหารเช้ามายัดเข้าปากทันที
เอาตามตรงสถานที่แห่งนี้โนอาห์นั้นไม่เคยััพบเจอมาก่อน เขาแค่อาศัยหลักการคิดง่ายๆว่าถ้ามันมีชื่อว่าอาหารต่อท้าย ก็ต้องเป็สถานที่ที่เต็มไปด้วยอาหาร และเมื่อฟังจากที่ใครต่อใครพากันพูดหรือแม้กระทั่งหลอกถามนิกซ์มาก็ตาม ทำให้ตอนนี้โนอาห์พอจะกลมกลืนกับคนอื่นๆได้โดยไม่กระโตกกระตาก เขาคิดว่าถ้าหากอยู่บนโลกใบนี้นานไปอีกนิดนึงแล้วล่ะก็ บางทีเขาอาจจะลืมก็ได้ว่าที่ที่เจาจากมาคือที่ไหน
“สวัสดี ไม่เจอกันนานเลยนะ” โนอาห์ยิ้มร่าให้กับพวกซายากะทันทีที่เดินมาหา บริเวณนี้ไม่มีนั่งอยู่เลยนอกจากพวกหล่อน บางทีอาจจะเพราะมีต้นตอมาจากใครที่คอยทำหน้าที่เป็กำแพงสูงที่ดีก็เป็ได้
แน่นอนว่ามันไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนที่รู้จักกันมาก่อนแล้วอย่างโนอาห์
“ไม่เจอนานอะไรคะ ครั้งล่าสุดก็แค่เมื่อวานเองนะ อันที่จริงถ้าคุณตื่นเช้ากว่านี้ ก็คงได้เจอพวกฉันั้แ่เช้าแท้ๆ” ซายากะหัวเราะเบาๆ หลังจากเงยหน้ามามองว่าใครกันที่กล้าเดินดุ่มๆเข้ามาไม่มีอายฟ้าอายดิน
“เห็นไหมครับ ใครๆก็ว่าแบบนั้นกันทั้งนั้น” นิกซ์ที่พึ่งเดินมาสบทบแขวะเล็กน้อย ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งด้วยความรวดเร็ว
“เป็ไงบ้างกับชีวิตใหม่ในรั้วโรงเรียน” เสียงๆหนึ่งดังขึ้นมาข้างๆหูคนพูดมาก โนอาห์แทบไม่เชื่อว่าคนที่พูดจะเป็คนๆเดียวกับที่เขาคิด โนอาห์หันหน้าไปหาเ้าของเสียงก่อนจะฉีกยิ้มกว้างยกช้อนขึ้นมาเคาะที่หัวหนึ่งที
“ระดับท่านโนอาห์ผู้นี้แล้ว ไม่มีที่ไหนที่ฉันอยู่ไม่ได้” เขาพูด ก่อนจะแทบตกจากเก้าอี้เมื่ออารันเอ่ยแทรกขึ้นมา
“แต่เมื่อวานนายทำหน้าเหมือนคนใกล้ตาย แน่ใจนะว่าอยู่ได้จริงๆ” ชายหัวเราะยิ้มร่า ก่อนจะเมยเฉยท่าทีของเพื่อนสนิท ทำเป็เฉยเมยยกอาหารซัดเข้าปากเสียอย่างนั้น
ปล่อยให้คนเกือบทั้งโต๊ะหัวเราะลั่นโรงอาหาร
โนอาห์สาบานั้แ่นั้นว่าจะจดจำความแค้นครั้งนี้เอาไว้ขึ้นใจ
“จะว่าไปทำไมนายเมื่อวานเธอถึงมาสายล่ะ คงไม่ใช่หลงทางเข้าหรอกนะ” โนอาห์พูดกลั้วหัวเราะ หันไปมองเซเรน่าด้วยความสงสัย พร้อมกับยัดเยียดสิ่งที่ตนน่าจะกระทำให้อีกฝ่ายหน้าตาเฉย
“ใครมันจะไปเหมือนนายล่ะยะ เอาเป็ว่าฉันมีธุระของฉันก็แล้วกัน” เซเรน่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงจิกกัดอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าของชายหนุ่มได้แต่กระตุกยิ้มไปมา พลางหันไปขอความช่วยเหลือกับหญิงสาวผมสีน้ำตาลซึ่งเมื่อคืนได้นอนห้องเดียว หวังเป็อย่างยิ่งว่าจะช่วยเขาได้
แต่ดูเหมือนว่าเขาจะหวังมากเกินไป
“เมื่อวานพวกฉันก็ถามแล้วล่ะค่ะ คำตอบก็ออกมาคล้ายๆเหมือนของคุณอยู่หรอก แค่ฟังสบายหูกว่าเยอะ กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนองก็แล้วกันนะคะ” หญิงสาวยิ้ม สื่อเป็ความนัยได้ว่าหากตั้งใจจะประชดใครก่อนแล้ว ตัวเองก็ต้องทำใจยอมรับผลที่ตามมาด้วย
โนอาห์ยิ้มเจื่อนๆพร้อมกับตัดสินว่าลงมือจัดการอาหารที่ตนยกมาเห็นจะเป็เื่ดีเสียกว่า พลางคิดทบทวนในใจถึงบทเรียนที่ต้องเรียนในวันนี้ แต่ละวิชาเป็อะไรที่ตัวเขาไม่คุ้นเคยมาก่อน ไม่นับเวทมนตร์เบื้องต้นที่โนอาห์พอมีพื้นฐานอยู่บ้างแล้ว แต่กับวิชาอื่นๆค่อนข้างจะรู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้างว่าเขาจะได้เรียนรู้อะไรบ้างมาจากมัน
แต่ถึงจะขึ้นชื่อว่าเป็โรงเรียนเวทมนตร์ วิชาเบื้องต้นทั้งหลายแหล่ก็ยังมีอยู่บ้างประปราย เพราะถึงอย่างไรไอช่าก็ยังต้องอาศัยหลายๆปัจจัยในการดำรงชีพ ไม่ใช่แค่พึ่งพาสิ่งเหนือธรรมชาติเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตามถ้าเทียบกับสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับเวทมนตร์แล้ว วิชาธรรมสามัญพวกนั้นกลับดูน้อยลงจนน่าใจหาย
และที่สำคัญถ้าหากเรียนรู้ไปเรื่อยๆตัวเขาก็สามารถใช้ชีวิตอยู่บนโลกแห่งนี้ได้อย่างหายห่วง แม้ว่าโนอาห์จะเชื่อมั่นยอดวิชาที่มีติดตัวในระดับหนึ่ง แต่อะไรๆก็ย่อมไม่แน่นอน กว่าเขาจะมาถึงจุดนี้ได้หลักการขวนขวายน้ำมาเติมให้เต็มแก้วเป็เื่สำคัญ อีกทั้งระยะเวลาที่ค่อนข้างมีจำกัดก็ถือเป็ความท้าทายในระดับหนึ่ง
ซึ่งนั้นก็หมายถึงจุดหมายต่อไปในโรงเรียนแห่งนี้
ขึ้นชื่อว่าโรงเรียนก็ต้องมีแหล่งรวมความรู้ หรือในอีกชื่อก็คือห้องสมุด และถ้าเขาฟังอารันพูดมาไม่ผิด ห้องสมุดในโรงเรียนอวาลอนถือว่ามีขนาดใหญ่และมีองค์ความรู้หลากหลายแขนงบรรจุรวมกันไว้ในที่เดียวเป็อันดับต้นๆของไอช่า จะเป็รองก็แค่หอสมุดอเล็กซานเดรียที่อยู่ทางตะวันออกของทวีปเท่านั้นที่พอจะเทียบเคียงได้
เอาไว้เวลาว่างๆค่อยดำเนินการจัดการทีหลัง
ที่สำคัญก็คือการสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆในโรงเรียน โดยเฉพาะเพื่อนร่วมชั้นปี ซึ่งนั้นหมายถึงการทำให้เขามีที่ยืนในสังคมและมีพรรคพวกไว้สำหรับเวลาฉุกเฉิน และด้วยระบบของโรงเรียนที่เน้นคนหมู่มากไม่ได้เน้นพวกฉายเดี่ยว นั้นเลยยิ่งทำให้การตีสนิทของเขาไม่เป็ที่น่าสงสัยแต่อย่างใด
“จะว่าไปวิชาที่ต้องเรียนเป็วิชาแรกนี่...ใช่วิชาการคำนวณหรือเปล่าครับ” นิกซ์พูดโพล่งขึ้นมาหลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ประโยคที่ถึงกับทำให้โนอาห์สะดุ้งเล็กน้อย เขาลืมไปเสียสนิทเลยว่าคาบประเดิมของวันคือวิชาการคำนวณ
วิชาที่เขาเกลียดเป็อันดับต้นๆในแผ่นดิน
และตลอดคาบเรียนชั่วโมงแรกโนอาห์ก็ได้ค้นพบบางสิ่งบางอย่างเข้าโดยบังเอิญ
บางทีสิ่งที่เขาควรคิดถึงเป็อันดับแรก อาจจะเป็การเข้าใจเนื้อหาใหม่ๆที่ไม่เคยรู้จักมากกว่าจะไปทำอย่างอื่นให้เปลืองเวลาเล่นๆ และเหมือนเคราะห์ร้ายกรรมซัด หลังจากออกจากห้องเรียนที่แรกด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเนื่องจาก้าทำให้ดูเป็ปกติมากที่สุด แต่สำหรับคนอย่างเขาเหมือนเป็การส่งสัญญาณว่าตนนั้นไม่ไหวแล้วมากกว่า
“ต่อไปก็วิชาภาษาโบราณ...สู้ๆล่ะเพื่อน” อารันยกมือแตะบ่าโนอาห์อย่างนึกรู้ทัน ก่อนจะเร่งรีบเดินจากไปไม่รอสีหน้าเพื่อนสนิทเลยซักนิดว่าตอนนี้อยู่ในสภาพไหน
สภาพที่แทบจะล้มทั้งยืน