ถึงจะยังไม่เข้าใจเหตุผลจริงๆ ของอีกฝ่ายแต่หานคุนก็สามารถเชื่อได้หมดใจว่าเด็กคนนี้จะไม่มีทางทำร้ายเขาอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็ทางตรงหรือทางอ้อม กลับกันอาหลิงกำลังหยิบยื่นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อพวกเขาในอนาคต เขาเชื่อว่าเด็กหนุ่มได้คิดคำนวณถึงผลที่จะตามมาในอนาคตเอาไว้หมดแล้ว ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่มีทางพูดถึงสิ่งที่เขาสร้างขึ้นว่ามันทำอะไรได้บ้างอย่างแน่นอน
“เอาเถอะ ขอให้มันเป็อย่างที่เ้าว่ามาก็แล้วกัน”หานหลินไม่ขอออกความคิดเห็นอะไรไปมากกว่านี้ เขาเลือกที่จะใช้โอกาสที่ได้รับมาให้เป็ประโยชน์มากที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้ ในเมื่ออาหลิงบอกแล้วว่าจะสอนให้พวกเขาอ่านแบบร่างชิ้นงานพวกนี้ มันย่อมเป็ประโยชน์ในอนาคตเป็อย่างมากแน่
ไม่ว่าอย่างไรก็ตามแบบร่างที่อาหลิงเขียนขึ้นนั้นแม้กระทั่งช่างหลวงยังไม่สามารถทำความเข้าใจกับมันได้ หรือแม้แต่การพยายามที่จะสร้างตามแบบร่างนั้นก็ไม่สามารถประสบผลสำเร็จได้แม้แต่น้อย และนั่นจึงเป็เหตุผลสำคัญที่พวกเราไม่สามารถใช้แบบร่างต่างๆ ของอาหลิงสร้างประโยชน์อะไรได้เลย และในเมื่อพวกเราไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ ผู้อื่นก็ย่อมไม่สามารถใช้ประโยชน์จากแบบร่างนี้ได้เช่นกัน
อาหลิงไม่เคยยอมบอกว่าเขาเรียนรู้วิธีการเขียนแบบร่างพวกนี้มาจากที่ไหน หรือไม่หากเขาสร้างมันขึ้นมาเอง มันก็ดูจะเป็ระเบียบแบบแผนมากเกินกว่าเด็กคนหนึ่งจะสามารถทำขึ้นมาได้ แต่นั่นก็เป็สิ่งเดียวที่เขาคิดออก ถึงแม้มันจะดูน่าเหลือเชื่อไปบ้าง แต่หากเทียบกับสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ที่เด็กหนุ่มสร้างขึ้นมาแล้วนั้น มันก็ดูจะไม่ใช่เื่ที่เป็ไปไม่ได้เสียทีเดียว
…่เวลาสงบสุขยังคงผ่านพ้นไปอย่างช้าๆ เวลาในแต่ละวันส่วนมากจะถูกใช้ไปกับการศึกษาและทำความคุ้นชินกับเกราะเหล็กสองตัวนี้ ซึ่งประสิทธิภาพของมันช่างน่าทึ่งเป็อย่างมาก เกราะเหล็กมีพละกำลังมหาศาล อีกทั้งยังติดตั้งอาวุธระยะไกลไม่ว่าจะเป็ะเิดินปืนหรือศรเหล็กที่มีประสิทธิภาพสูง อาวุธเกราะพวกนี้เด็กหนุ่มพัฒนาขึ้นมาเป็พิเศษ ดังนั้นมันย่อมมีประสิทธิภาพแตกต่างจากอาวุธปกติที่ใช้ในกองทัพอย่างแน่นอน
ไม่เพียงแค่นั้น เกราะเหล็กนี้ยังสามารถบินอยู่กลางอากาศได้ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ ไม่ว่าจะเป็ประสิทธิภาพหรือความสามารถของมันล้วนถูกพัฒนาขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อว่ามันจะสามารถเป็ไปได้ ความสามารถระดับนี้หากมีซักร้อย หรือสองร้อยตัว การจะทำลายเมืองเมืองหนึ่งหรือแคว้นแคว้นหนึ่งนั้นอาจไม่ใช่เื่ยาก ถึงมันจะเป็‘อาวุธ’ที่น่ากลัวมาก แต่มันก็เป็สิ่งที่สร้างประโยชน์ได้มหาศาลเช่นกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้มันไปในทิศทางไหน
จนกระทั่งถึงทุกวันนี้พวกเขายังรู้สึกว่าตนโชคดีจริงๆ ที่ได้เจอกับเด็กคนนี้ หากคนของแคว้นศัตรูได้พบกับเด็กคนนี้ก่อนพวกเราแล้วละก็ แคว้นหยางคงได้ตกอยู่ในอันตรายอย่างที่สุดเป็แน่แท้
อีกทั้งอาหลิงก็มีชาติกำเนิดที่สูงส่ง ในอนาคตเมื่อเขาได้กลับสู่สถานะเดิมที่ควรเป็ สิ่งที่เขาสร้างขึ้นเหล่านี้จะเป็ประโยชน์ต่อแคว้น และเป็เกราะปกป้องเขาได้เป็อย่างดี องค์ชายที่มีทั้งความสามารถและพร์เช่นนี้ ถึงแม้จะมีผู้ที่ไม่ชอบใจแต่ก็ย่อมไม่สามารถสร้างปัญหาอย่างโจ่งแจ้งได้ หรือถึงแม้จะมีผู้ที่อยากลอบกัดก็ย่อมไม่อาจหลุดรอดจากสายสืบค่ายกิเลนเหล็ก ที่มีแม่ทัพเฟิ่งนั่งบัญชาการได้อยู่ดี
“ท่านผู้เฒ่าเอาแต่เล่นกับหุ่นสองตัวนั้นอยู่ทุกวันไม่เบื่อบ้างหรือ เหตุใดพวกท่านจึงชอบเอา ‘ของเล่น’ นั่นออกมาเล่นได้ทั้งวัน พวกท่านพักบ้างเถิดประเดี๋ยวจะปวดกระดูกกระเดี้ยวเอา”หลิงซีเดินเข้าไปพยุงแขกทั้งสองคนในบ้านให้มานั่งพักที่โต๊ะไม้ไผ่ใต้ต้นสาลี่ป่าพร้อมกับรินชาให้พวกเขาคนละถ้วย
หานคุน “หุ่นนั่นน่าสนใจไม่น้อย ว่าแต่มันยังสามารถทำอย่างอื่นได้อีกหรือไม่ วันนี้พวกข้าใช้มันบินจนคล่องแล้ว ว่าอย่างไรรีบบอกมาเสียที”
หลิงซียิ้มบางก่อนพูดเลี่ยงคำตอบ “แล้วท่านอยากให้มันทำอันใดได้อีกเล่า ท่านผู้เฒ่าคิดว่า‘ของเล่น’ชิ้นหนึ่งจะสามารถทำทุกอย่างได้เลยหรือ หากเป็เช่นนั้นข้าย่อมไม่ต้องทำอะไรเองแล้วกระมัง”
“..แสดงว่านี่คือความสามารถทั้งหมดของมันแล้วสินะ”หานหลินหมุนถ้วยชาในมือเล่นอย่างไม่ใส่ใจพลางเอ่ยถามหลิงซีขึ้นด้วยท่าทีสบายๆ
“....”หลิงซีทำเพียงเงียบไม่ยอมพูดอะไรไปมากกว่านี้ และนั่นสามารถทำให้คนทั้งสองเดาได้ไม่ยากว่าแท้จริงแล้วหุ่นสองตัวนี้ยังสามารถทำสิ่งอื่นได้อีก อยู่ที่ว่าเด็กหนุ่มจะยอมบอกหรือไม่เท่านั้น
“ว่าอย่างไรอาหลิง เ้าบอกพ่อบุญธรรมสักหน่อยไม่ได้หรือ ข้าเองก็อยากรู้นักว่ามันสามารถทำอะไรได้อีกบ้าง”หานคุนผู้แต่งตั้งตัวเองเป็พ่อบุญธรรมของอีกฝ่ายถามขึ้นอย่างใคร่รู้ ด้วยเขาเองก็นึกสงสัยว่ามันอาจมุดดินหรือดำน้ำได้ด้วยหรือไม่ หรือยังมีอันใดที่เกินกว่าจินตนาการของพวกเขาจะไปถึงอีก
“..ของเล่นชิ้นหนึ่งก็คงทำได้เพียงเท่านี้แหละ แค่ทำให้มันสามารถขยับได้ บินได้เท่านี้ยังไม่พออีกหรือ”หลิงซีตอบไปตามตรง ถึงแม้มันจะไม่ใช่ความสามารถทั้งหมดที่มันทำได้ แต่ความสามารถส่วนที่เหลือเขายังไม่ได้ทำการปรับปรุงมันให้มีความเสถียรมากพอ ซึ่งมันก็ถือว่ายังไม่ปลอดภัยพอที่จะให้สองคนนี้ใช้งาน
หานคุนถามย้ำ “จะไม่ยอมบอกจริงๆ หรือ?”
“ส่วนที่เหลือข้ายังไม่ได้ปรับปรุงให้มันปลอดภัยมากพอที่พวกท่านจะใช้ได้ พวกท่านก็คิดเสียว่ามันทำได้เท่านี้ก็แล้วกัน อีกอย่างท่านผู้เฒ่าทั้งสองก็ควรพักให้มากหน่อย หากเอาแต่เล่นทั้งวันประเดี๋ยวจะป่วยไข้เอาได้”
“รู้แล้วน่า พวกข้าหาใช่เด็กที่ต้องให้เ้าคอยดูแลทุกเช้าค่ำเสียเมื่อไหร่ เ้าก็อย่าได้กังวลนักเลย พ่อบุญธรรมของเ้ามีร่างกายที่แข็งแรงย่อมไม่ป่วยไข้ง่ายๆ อยู่แล้ว”
ถึงอย่างไรเขาก็เป็ทหารย่อมมีร่างกายที่แข็งแรงทนทานกว่าคนปกติอยู่แล้ว การที่พวกเขาขยับร่างกายเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวันก็เป็เพียงแค่การยืดเส้นยืดสายธรรมดาๆ เท่านั้น
แต่ว่าการมีใครสักคนคอยเป็ห่วงอยู่เช่นนี้มันก็ทำให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจได้อย่างประหลาด ชั่วชีวิตที่ผ่านมาของแม่ทัพเฟิ่งนั้นเรียกได้ว่าไม่เคยได้รับความใส่ใจอย่างอ่อนโยน ด้วยเกิดมาในตระกูลแม่ทัพย่อมต้องได้รับการเคี่ยวกรำและฝึกฝนตัวเองอย่างหนักในแต่ละวัน ั้แ่ยังเด็กเขาถูกฝึกให้ต้องเผชิญหน้ากับความกลัวหลากหลายรูปแบบ และเขาไม่มีสิทธิ์พูดว่าตนเองทำไม่ได้ไม่ว่าจะเป็เื่อะไรก็ตาม
‘หากเ้าทำไม่ได้ก็จงตายไปเสีย’นั่นคือประโยคที่บิดาของเขาพูดอยู่เสมอ ที่ผ่านมาแม่ทัพเฟิ่งไม่เคยได้รับความรักความใส่ใจจากครอบครัว จึงไม่เคยได้รับรู้ว่าของแบบนั้นมันสำคัญอย่างไร เขามีบิดาที่เป็แม่ทัพใหญ่ เขามีมารดาที่เป็ขุนพลเลื่องชื่อ ย่อมไม่มีทางที่จะรู้จักคำว่าดูแลเอาใจใส่หรือการปฏิบัติอย่างอ่อนโยนอยู่แล้ว
จนกระทั่งบิดามารดาของเขาพลีชีพเพื่อบ้านเมืองกลางสนามรบ เขาที่เป็บุตรชายเพียงคนเดียวแม้กระทั่งความรู้สึกเสียใจยังไม่มีเลยสักนิด อย่างมากก็แค่รู้สึกว่างเปล่าที่ได้สูญเสียบุคคลที่เขาเรียกว่าบิดามารดาไป..มันก็เท่านั้น
แต่ในเวลานี้ แม่ทัพเฟิ่งมีลูกบุญธรรมเป็ของตัวเอง อีกทั้งลูกบุญธรรมของเขายังดูแลเอาใจใส่เขาเป็อย่างดี ไม่ว่าจะเป็เื่เล็กหรือเื่ใหญ่ มันทำให้เขาลอบรู้สึกว่าการมีคนคอยเอาใจใส่เช่นนี้มันก็ดีไม่น้อยเลยทีเดียว
และนั่นจึงเป็อีกเหตุผลหนึ่งที่แม่ทัพเฟิ่งมักจะหยิบยกเอาฐานะพ่อบุญธรรมขึ้นมากล่าวอ้างอยู่เสมอ ถึงแม้เด็กหนุ่มจะไม่เคยเรียกเขาเช่นนั้น แต่การกระทำที่แสดงออกมานั้นก็มากพอแล้วที่จะทำให้เขาสามารถคิดเองเออเองได้
“เช่นนั้นพวกท่านก็ไปอาบน้ำให้สบายตัวสักหน่อยเถอะ ข้าวเย็นใกล้เสร็จแล้วประเดี๋ยวจะได้มากินข้าวกัน”
หานคุน “อืม ก็ดี เช่นนั้นอาหลิงเ้าอย่าลืมเตรียมเหล้าให้พ่อบุญธรรมของเ้าซักกาด้วยนะ”
“..หากท่านผู้เฒ่าอยากดื่มเหล้ามงคล เช่นนั้นมาแต่งเข้าบ้านข้าก่อนดีหรือไม่ ข้ามีเหล้ามงคลที่เตรียมไว้สำหรับงานแต่งของพวกเรามากมายนัก ขอเพียงท่านผู้เฒ่ายอมใจอ่อนข้าสามารถนำมันออกมาให้ท่านชิมได้…”
หานคุนทอดถอนหายใจยืดยาว “พ่อบุญธรรมไม่มีความคิดที่จะแต่งกับเ้าหรอกนะ เ้าลูกชาย..”
ก็ยังมีแต่เื่นี้เท่านั้นแหละที่ทำให้อาหลิงดูน่าตีเสมอต้นเสมอปลาย ถึงแม้จะได้ยินจนชินแล้วก็เถอะ แต่ยังไงซะคำพูดพวกนี้มันก็ไม่ควรจะพูดกับพ่อบุญธรรมของตนเองไม่ใช่รึไง ถึงจะไม่ใช่คำพูดที่จริงจังอะไรนัก แต่หากใครมาได้ยินคำพูดเช่นนี้เข้ามันก็ย่อมไม่ใช่เื่ดี
“...”หลิงซี
“...”หานหลิน ผู้ไม่เคยพาตัวเองเข้าไปยุ่งกับาประกาศเจตนารมณ์ของคนทั้งคู่ั้แ่แรก ทำเพียงมองคนทั้งคู่ที่ทำาเย็น ประกาศจุดยืนกันอยู่บ่อยครั้งอย่างเอือมระอา และสุดท้ายผู้ที่ยกธงขาวยอมแพ้ก็มักจะเป็อาหลิงอยู่ร่ำไป…