ตลอดทางที่โยธิกานั่งอยู่บนรถแม้ใจจะอยากถามกับบรรณรสว่ามันเกิดสิ่งใดขึ้น สภาพถึงดูไม่จืดอย่างที่เห็นแต่เมื่อนึกถึงเรื่องของตัวเองเมื่อครู่ ครั้นพอสบสายตาดุดันของผู้เป็นพ่อเธอจึงเสมองไปนอกหน้าต่างจวบจนรถยนต์ยุโรปสีตะกั่วที่นั่งมาจอดถึงหน้าบ้าน
สองศรีพี่น้องแม้จะต่างสายเลือดแม้จะต่างเพศโดยกำเนิด แต่เมื่อเข้าเขตตัวบ้านทั้งคู่ก็รีบแจ้นกลับไปยังห้องนอนชั้นบนโดยไม่รีรอให้ผู้เป็นพ่อเอ่ยซักไซ้ไล่เลียง เปิดฉากถึงเรื่องราวเมื่อคืนเพิ่มเติม
คำว่าเกิดอะไรขึ้น...จึงเป็นฝ่ายที่บรรณรสกับโยธิกาคงต้องชี้แจงกันเอง
“เป็นยังไงล่ะยายโบเสื้อผ้าถึงได้ขาดวิ่นไม่มีชิ้นดี แถมหน้าตาก็ดูไม่ได้เลยไปทะเลาะกับหมาบ้าที่ไหนมายะ...หรือว่า”
คนพูดเข้าไปสำรวจเนื้อตัวบรรณรสโดยการพลิกร่างหมุนไปมา “มีตรงไหนสึกหรอหรือเปล่ายะ”
โยธิกาพูดแทงใจดำ...ใช่แล้ว...เมื่อคืนเธอพลาดท่าโดนผู้ชายที่ไม่รู้จักหน้าตารังแกช่วงชิงเอาพรหมจารีที่หวงแหนไปจนหมดสิ้น
สิ่งที่บรรณรสกำลังเล่าสู่คนตรงหน้าฟังทำเอาโยธิกาเองก็นึกใจหายไปไม่น้อย เรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของเธอเองถ้าไม่มัวแต่หลงระเริงไปกับผู้ชายรูปหล่อป่านนี้ก็คงไม่เกิดเหตุการณ์เลวร้ายกับบรรณรส
สาวแว่นเล่าไปเพียงครึ่งๆกลาง...น้ำเสียงละล่ำละลักเมื่อต้องเอ่ยในสิ่งที่นายบำเพ็ญตัดสินใจ“พ่อจะให้โบย้ายกลับไปอยู่ที่ภูเก็ต”
“แล้วงานที่โรงเรียนล่ะยายโบ”
“พ่อบอกว่าหาคนมารับช่วงกิจการเรียบร้อยแล้ว”น้ำเสียงคนเล่าเศร้าสร้อยลงถนัดตา
โยธิการั้งตัวคนอ่อนกว่าเข้ามากอดแล้วปลอบ “โยรู้นะว่าโบคงเสียใจเพราะอาชีพครูเป็นงานที่โบอยากทำมากขนาดไหนกว่าจะขอร้องอ้อนวอนให้พ่ออนุญาตมาเป็นครูอยู่กรุงเทพฯ ก็ยากเย็นจะตายไม่รู้พ่อเขาคิดยังไงกัน”
แม้กำลังกลัดกลุ้มและสับสนเรื่องของตัวเองไม่น้อยแต่เมื่อเห็นสภาพบรรณรสขณะนี้ ที่เพิ่งจะอกหักจากคนรักเมื่อวานหนำซ้ำต้องถูกกระทำย่ำยีจากผู้ชายแปลกหน้าแล้วผู้เป็นบิดายังบงการให้เลิกทำงานในอาชีพที่รัก บังคับให้กลับไปอยู่ที่ภูเก็ต
โยธิกาถอนร่างบางของคนมีศักดิ์เป็นน้องออกห่างกายพบเห็นว่าบรรณรสนั้นมีสภาพซีดเซียวดูอิดโรย รอยบวมแดงช้ำใต้ตาแจ่มชัดแม้น้ำตาที่ไหลเหลือเพียงคราบ
“แล้วโบจะทำตามที่พ่อสั่งหรือเปล่า”
คนถูกถามก้มหน้ามองตรงหน้าตักตนเอง...สับสนระคนเสียใจไม่รู้ว่าเรื่องเลวร้ายที่ถาโถมมาสู่เธอเพียงแค่คืนเดียวมันจะทำให้เธอเหมือนอกจะระเบิดเช่นนี้
นั่นสิ...เธอจะตัดสินใจอย่างไรดี
แต่คนอย่างเธอมีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจด้วยตัวเองได้เช่นนั้นหรือก็ในเมื่อหลายสิ่งหลายอย่าง คุณบำเพ็ญที่รักและเอ็นดูเธอเหมือนลูกในไส้คอยชี้นำและวางแนวทางมาให้ตลอดตั้งแต่เด็กจนโตแม้ว่าเธออยากจะฉีกกรอบออกนอกกฎแบบที่โยธิกาเคยทำ...แต่มันก็ไม่กล้า
ทั้งสองสาวรู้ดีว่าคำสั่งของนายบำเพ็ญถือเป็นเด็ดขาดแม้จะเอ่ยปากถามถึงการตัดสินใจของคนเป็นน้องแต่คำตอบที่ได้รับก็คงไม่ต่างจากที่คิด นั่นก็คือ...
“โบจะไม่กลับไปเด็ดขาดคราวนี้จะลองทำตามใจตัวเอง โบอยากเป็นครู โยก็รู้นี่นา โบจะไม่ให้พ่อมาบังคับที่สำคัญ...โบไม่อยากแต่งงาน”
“แต่งงาน!!”
โยธิกาอุทานเต็มเสียงน่าจะดังกว่าเมื่อครั้งที่รู้ว่านายบำเพ็ญออกปากจะให้เธอแต่งงานกับลายเสือเสียอีกนอกจากคำตอบจากปากบรรณรสจะผิดคาดแล้วเรื่องการแต่งงานของเจ้าหล่อนกลับยิ่งทำให้คนรับฟังหัวหมุนจนมึนงงไปหมด
“นี่มันยังไงกันล่ะโบ...พ่อจะให้โบแต่งงานกับใคร”
หญิงสาวเม้มปากแน่นก่อนตอบ “จะมีใครก็ไอ้ผู้ชายคนนั้น ที่มันทำ...”
กว่าที่จะหลุดออกจากปากบรรณรสนั้นช่างยากเย็นเพราะเรื่องเมื่อคืนเป็นเรื่องที่น่าละอายหากจะต้องเอ่ยซ้ำๆ เพราะยิ่งพูดก็เหมือนเอามือตนเองถือมีดกรีดลงไปบนรอยแผลเดิมให้มันเจ็บแสบยิ่งขึ้น
“ไม่ต้องพูดหรอก...โยเข้าใจ”
พ่อเธอนึกยังไงถึงได้บังคับทั้งเธอทั้งบรรณรสมันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่นอนยิ่งเรื่องการแต่งงานของเธอกับลายเสือยิ่งแล้วใหญ่ บิดาเธอคิดมาได้ยังไงในเมื่อความจริง เธอเองไม่ใช่ผู้หญิงแท้...เมื่อคิดถึงตรงนี้โยธิกาจึงบีบมือคนร่วมทุกข์ตรงหน้า พร้อมปลอบใจอีกครั้ง
“เดี๋ยวโยจะหาทางคุยกับพ่อดูอีกทีนะแต่โบอย่าเพิ่งทำอะไรผลีผลามเลย เดี๋ยวมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่านี้”
“แต่โบ...”
“เชื่อโย”
คำพูดสั้นๆที่ออกจากปากโยธิกาแม้ยังไม่รู้ว่าจะงัดอะไรมาเป็นข้อต่อรองผู้เป็นบิดาแต่มันก็เป็นคำหนึ่งที่สร้างความมั่นใจให้กับบรรณรส
ต่างคนต่างเห็นใจซึ่งกันและกันโยธิกาถอนหายใจเหยียดยาว ไม่รู้ว่าทำไมเรื่องราวมันถึงบานปลายและลงเอยแบบนี้
................................................