ตอนที่1
แอบชอบ
แป้งฝุ่นเด็กสาววัย14 ปี และกำลังเรียนอยู่มัธยมศึกษาปีที่2 ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง เธอมีเพื่อนในกลุ่มอยู่ 2 คนคือขวัญกับแก้ว ทั้ง 3 คนเป็เด็กเรียนดีและไม่ค่อยสุงสิงกับเพื่อนคนอื่น มักจะอยู่ด้วยกัน 3 คนเป็ประจำแป้งฝุ่นหลงรักรุ่นพี่ ม.4 คนหนึ่งพวกเขาเป็กลุ่มหนุ่มหล่อที่เพิ่งเข้ามาเรียนที่โรงเรียนนี้ มีทั้งหมด 4 คน มีไม้ ทิม แว่น และนาคร ทั้ง 4 คนมีความหล่อและเท่ในแบบของตัวเองกันหมดทำให้สาวๆ ทุกคนในโรงเรียนต่างพากันกรี๊ดและคลั่งพวกเขากันมากจนตั้งชื่อกลุ่มให้พวกเขาว่า แก๊งเทพบุตร
แป้งชอบพี่ไม้ส่วนขวัญกับแก้ว ชอบพี่แว่นเหมือนกันแก๊งเทพบุตรจะพากันมาเล่นฟุตบอลกันในตอนเย็นทุกวันซึ่งลานกีฬาจะอยู่หน้าตึกของมัธยมต้น ดังนั้นทุกเย็นที่ระเบียงหน้าห้องจะมีเด็กผู้หญิงออกมานั่งเพื่อดูพวกเขาเล่นฟุตบอลแป้งฝุ่นกับเพื่อนจึงต้องหนีไปแอบดูพี่ๆ เขาที่อื่นโดยไปนั่งที่โรงอาหารและแอบมองอยู่ไกลๆ และใช้เวลานั้นทำการบ้านไปด้วยเพื่อไม่ให้เสียเวลาเปล่าดังนั้นโรงอาหารจึงกลายเป็ที่ประจำที่พวกเธอมักจะอยู่กันทุกเย็น
หลังเล่นฟุตบอลเสร็จพวกแก๊งเทพบุตรก็จะเข้ามาที่โรงอาหารเป็ประจำเพื่อซื้อน้ำดื่มและขนมกินแก้เหนื่อย เป็จังหวะที่ดีที่จะได้เห็นพวกพี่เขาใกล้ๆแป้งกับเพื่อนมักจะเก็บอาการอยู่เสมอไม่หันไปมอง แต่พอพี่ไม้เดินมาใกล้ๆแป้งก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมอง แต่ก็เหมือนโดนรู้เพราะพี่เขาหันกลับมามองพวกเธอทั้งกลุ่มทั้งแป้ง ขวัญ และแก้ว รีบหันกลับและก้มหน้าทำการบ้านต่อทันทีพวกเขาพากันยิ้มและหัวเราะกับความเขินของเด็กๆและก็โดนแกล้งโดยการถือน้ำและขนมมานั่งที่โต๊ะข้างๆ พวกเธอ
“ซวยแล้ว ทำไงดี”
แป้งพูดกับเพื่อนๆเพราะเธอเห็นพวกพี่เขาเดินถือแก้วน้ำกับขนมตรงมาที่โต๊ะข้างๆ พวกเธอ
ขวัญ : อย่าออกอาการมากซิแก เดี๋ยวก็โดนรู้หรอก
แก้ว : ฉันเก็บอาการสุดๆ แล้วนะ แกนั่นแหละเลิ่กลั่กขวัญ
แล้วทิมก็มานั่งข้างๆ แป้งและยิ้มให้ แป้งนั่งตัวแข็งและทำอะไรไม่ถูกแต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังแอบเหลือบมองพี่ไม้อยู่ตลอด แก้วกับขวัญก็นั่งนิ่งไม่ขยับพวกพี่ๆ ทั้ง 4 คนเห็นแบบนั้นก็พากันจ้องมองพวกแป้งอย่างไม่ละสายตา จนพวกเธออายและทนไม่ไหวจึงต้องเก็บของและลุกหนีไป
แก้ว : แกๆ พี่แว่นมองฉันด้วย
ขวัญ : บ้าๆ มองฉันต่างหาก
ทั้งสองคนที่ชอบพี่แว่นต่างพากันคิดว่าพี่เขามองตัวเองเพราะพวกพี่เขาตั้งใจมองมาที่พวกเธอมาก เหมือน้าแกล้งยิ่งพี่ทิมที่มานั่งข้างแป้งเขาจ้องมองมาอย่างจงใจมาก
แก้ว : พี่ทิมมองแป้งตลอดเลยอ่ะ สงสัยจะปิ๊งแป้งแน่เลย
แป้ง : ฉันว่าพี่เขาตั้งใจจะไล่เราให้ลุกป่าวโต๊ะมีเยอะแยะไม่นั่งมานั่งข้างโต๊ะพวกเรา
ขวัญ : หรือว่าเขาจะรู้ว่าเราแอบชอบ อายว่ะ
มันก็ดูคล้ายจะเป็แบบนั้นเหมือนกัน เพราะทุกครั้งที่เดินผ่านพวกพี่เขาต้องหันมามองและยิ้มให้ตลอดแต่นั่นมันก็ไม่ได้ทำให้พวกเธอรู้สึกพิเศษอะไรมากนักเพราะพวกเขาก็ทำแบบนี้กับคนอื่นๆ เช่นกัน ทั้งแป้ง ขวัญและแก้วต่างก็สังเกตพฤติกรรมนั้นได้ และรู้ว่าพวกพี่เขา กำลังทำสิ่งที่เรียกว่าโปรยเสน่ห์ให้กับสาวๆ ที่มาคลั่งไคล้ การแอบรักและแอบมองจึงเป็อยู่อย่างนั้นตลอดทั้งปีโดยไม่ได้มีความคืบหน้าอะไร
จนแป้งฝุ่นขึ้น ม.3 เริ่มเป็สาวขึ้น และก็รู้ตัวว่าปีนี้เป็ปีสุดท้ายที่เธอจะได้เรียนที่นี่แล้วและก็คงเป็ปีสุดท้ายที่จะได้เจอพี่ไม้ โอกาสคงจะมีแค่ปีนี้เท่านั้นเธอคิดว่ายังไงก็จะทำอะไรสักอย่าง อย่างน้อยได้พูดคุยกันสักครั้งก็ยังดีคราวนี้เธอจึงพยายามกว่าครั้งก่อนๆ เป้าหมายคือ คุยกับพี่ไม้ให้ได้
“เริ่มจากหัดแต่งหน้าอ่อนๆ ใช้อุทัยทิพย์ทาปากให้ดูแดงเป็ธรรมชาติและก็ส่งยิ้มคืนให้พี่เขาเวลาเจอกันเท่านั้น”
แป้งพูดกับเพื่อนๆ เช่นนั้น วิธีมัดใจหนุ่มที่เธออ่านมาจากในเว็บต่างๆเื่ง่ายๆ ก็แค่ยิ้ม ทั้งขวัญและแก้วก็เห็นด้วย
“ไม่ยาก”
นั่นคือความคิดของเด็กน้อย และในวันรุ่งขึ้นทุกคนก็ทาแป้งรองพื้นกันมาจนหน้าขาว และทาปากแดงอ่อนๆ พอให้ดูเป็ธรรมชาติและก็เตรียมปฏิบัติการอ่อยเทพบุตร พอหมดคาบเรียนวิชาคณิตศาตร์ก็รีบเก็บของเตรียมตัวย้ายไปห้องศิลปะ เพราะเธอรู้ว่าพวกพี่ๆ เทพบุตรนั้น เรียนศิลปะก่อนหน้าห้องของเธอถ้ารีบไปมีโอกาสสูงมากที่จะได้เจอ
และก็เหมือนฟ้าเป็ใจพวกเขายังอยู่ แต่มีแค่พี่ไม้กับพี่ทิมเท่านั้นที่ยังอยู่ คนอื่นๆออกจากห้องไปแล้ว ขวัญกับแก้วยืนเซ็งนิดหน่อย แต่แป้งกลับยืนนิ่งขาตายใจเต้นตุ๊บตับ เพราะไม่กล้าเข้าไปในห้อง พอไม้กับทิมหันมามองทั้ง 3 คนที่มาถึงอย่างไว ก็ส่งยิ้มพิฆาตใส่ทันทีขวัญเห็นแบบนั้นก็สะกิดแป้งเพื่อส่งสัญญาณ
“ยิ้มสิแก ยิ้มสิ”
ขวัญบอกให้แป้งส่งยิ้มคืนให้พี่ไม้ไม้กับทิมเห็นขวัญสะกิดแป้งจึงได้เดินเข้ามาหา
“มีอะไรรึเปล่าครับ”
ไม้มองหน้าแป้งและถามขึ้นขวัญกับแก้วก็เอาแต่สะกิดให้แป้งรีบยิ้มหรือตอบพี่ไม้ แต่มันไม่ใช่เื่ง่ายเพราะตอนนั้นิญญาของแป้ง ได้หลุดออกจากร่างไปแล้ว เธอยืนทื่อไม่หือไม่อืออะไรทิมจึงหัวเราะออกมา
ทิม : อ่าว...โอลีฟตัวแข็งไปแล้ว
ขวัญ : เขาชื่อแป้งค่ะ ไม่ได้ชื่อโอลีฟ
ทิม : รู้แล้ว (ยิ้ม) ได้ยินเรียกกันหลายทีแล้วแต่พี่ว่าเราผอมเหมือนโอลีฟในการ์ตูนป๊อปอายเลย ก็เลยแซวเฉยๆ น่ะ
การสนทนาเกิดขึ้นระหว่างทิมและขวัญ รอยยิ้มของทิมทำให้ขวัญรู้สึกว่าเขาหล่อขึ้นมาทันที แต่ว่าทิมกลับมีท่าทีเหมือนจะสนใจแป้งเพราะเขาก็เอาแต่จ้องเธอตลอดเวลาแต่แป้งในตอนนั้นไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะรับรู้อะไรอีกแล้วเธอตื่นเต้นมากจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่อายและก้มหน้าตลอดเวลาจนเพื่อนคนอื่นเริ่มทยอยกันมา ไม้และทิมจึงได้เดินออกไปเขาหันกลับมามองแป้งอีกครั้งก่อนจะเดินออกจากห้องไป
ขวัญ : หรือว่าพี่ทิมจะชอบแป้ง?
แก้ว : นั่นสิ มองแต่แป้งนะ
จนมาถึง่วิชาพละเป็การเล่นวอลเลย์บอล อาจารย์ให้ทุกคนฝึกเสิร์ฟลูกให้ผ่านเพราะจะมีการสอบทั้งการเสิร์ฟลูก การรับลูก และก็ะโตบลูกแน่นอนว่าผู้ชายทำได้สบาย แต่พวกผู้หญิงแค่ซ้อมเดาะลูก แขนก็ห้อเืไปหมดแล้วแน่นอนว่าทั้งแป้ง และเพื่อนผู้หญิงอีกหลายคนทำไม่ได้ดังนั้นอาจารย์จึงให้คนที่ยังทำไม่ได้มาซ้อมอีกครั้งในตอนเย็นทำให้สนามกีฬาถูกห้อง ม.3/1 ยึดพวกที่เล่นบอลจึงต้องไปซ้อมสนามด้านหลัง ทำให้ต้องแย่งกันหลายทีมพวกแก๊งเทพบุตรจึงมารอต่อคิวหลังห้อง 3/1 ซ้อมเสร็จ
“กินข้าวกันบ้างมั้ยเนี้ยพวกเธอ หรือเอาแต่แต่งหน้าทำสวยกันอย่างเดียวเรี่ยวแรงไปไหนหมด เสิร์ฟมาไม่รู้กี่รอบแล้วไม่ผ่านสักที อยากจะสอบตกรึไงต้องเดาะบอลได้ 10 ครั้ง เสิร์ฟผ่าน 3 ลูกและก็ะโตบ 3 ลูกนะ นิยังไม่ได้สักอย่างเลย”
อาจารย์กำลังตะคอกใส่เด็กสาวที่ไม่สามารถเสิร์ฟลูกให้ข้ามเน็ตได้ทั้งแป้ง ขวัญและแก้วที่แขนแดงไปหมด ก็ได้แต่ยืนนิ่งก้มหน้าก้มตาตอนถูกด่าพวกเธอไม่รู้เลยว่าพวกพี่ๆ มานั่งอยู่ข้างสนามและมองอยู่
อาจารย์เดินหนีไปและบอกให้พวกเธอซ้อมจนกว่าวันนี้จะทำได้ทุกคนก็ได้แต่พยายาม เพราะรู้ว่ายังไงวันนี้ก็คงไม่มีทางทำได้อยู่แล้วเพราะมันเจ็บมือเจ็บแขนไปหมด ตอนที่แป้งฝึกเสิร์ฟอยู่นั้นเธอก็ตีลูกกระเด็นไปทางพวกเทพบุตร จึงรีบวิ่งไปเก็บ แต่ทิมก็เดินไปเก็บลูกวอลเล่ย์และเอามายื่นให้ด้วยสีหน้าเป็ห่วงเขามองลงมาที่แขนที่ห้อเืจนแดงไปหมดของแป้ง
ทิม : กลับบ้านเอาน้ำแข็งประคบนะเอาผ้าห่อไว้ด้วยนะน้ำแข็งจะได้ไม่กัดเนื้อ
ทิมจับมือแป้งขึ้นมา และพูดว่า
“ใช้ฝ่ามือล่างตีนะ มันจะไปได้แรงกว่า เก่งแล้วค่อยตีเต็มมือ”
แล้วเพื่อนๆ ของทิมก็พากันะโแซว
“เฮ้ยยยย หลอกจับมือน้องเขาเหรอวะ”
ทุกสายตาของคนที่อยู่แถวนั้น มองมาที่ทิมที่กำลังยืนจับมือแป้งอยู่แป้งรีบชักมือกลับก่อนจะเหลือบไปมองพี่ไม้ที่นั่งแซวอยู่ทิมเลยหันกลับไปดูบ้างว่าแป้งมองใคร ในตอนนั้นเขาก็รู้ว่าคนที่แป้งชอบนั้น คือไม้แป้งไม่ได้ตอบอะไรหยิบลูกและวิ่งกลับไปซ้อมเหมือนเดิม ในตอนนั้นทุกคนที่กำลังซ้อมอยู่ไม่มีใครใส่ใจเื่นี้เท่าไหร่เพราะพวกเธอกลัวว่า ถ้าทำไม่ผ่าน อาจารย์ต้องกลับมาด่าพวกเธออีกแน่
พออาจารย์กลับมาเห็นนักเรียนหน้าแดงและเหงื่อท่วมตัวก็เริ่มสงสาร จึงบอกให้กลับบ้านได้ เพราะมีพวกนักบอลที่รอต่อคิวซ้อมอยู่ทั้งสามคนไปหยิบกระเป๋าที่วางไว้ข้างสนามและเตรียมกลับบ้านพวกนักบอลลงไปซ้อมกันแล้ว แป้งหันไปมองไม้อีกครั้ง ด้วยความรู้สึกที่อยากเข้าไปพูดคุยแต่ก็ดูเหมือนจะไม่ใช่เวลาที่เหมาะโดยที่ตอนนั้นเธอก็ไม่รู้ว่าทิมยืนมองเธออยู่เหมือนกัน