“กรอดด !!”
เสียงขบเคี้ยวฟันด้วยความขุ่นเคืองดังขึ้นเป็ระยะ ราวกับมอดที่กำลังกัดกินท่อนไม้อยู่ก็ไม่ปาน ถึงแม้ผู้คนมากมายจะก้มหัวลงให้กับหัวหน้าคนใหม่ของพวกมัน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกมันจะยอมรับคำสั่งหัวหน้าใหม่ของมันได้ง่าย ๆ เช่นกัน แววตาที่ดุดันราวกับฟันคนให้ขาดเป็แปดส่วนถูกส่งมาหาตี้เฉินจนเขาสามารถััได้ถึงจิตสังหารหมู่ที่แรงกล้าเกินนับคณา
ในครานั้นเองผู้เฒ่าก็ได้สลบฟุบลงไปในอ้อมแขนของตี้เฉินเนื่องจากฝืนเค้นลมปราณตัวเองมากเกินไป ตี้เฉินจึงต้องคิดหาทางแก้ไขปัญหาเบื้องหน้าก่อนที่จะสนใจกับผู้คนที่อยู่ด้านหลังเขา พลางใช้สองมือติดต่างหูมิติเซียนที่ได้รับมอบมาจากผู้เฒ่าตู้ฟง อย่างรวดเร็ว
“ เคลื่อนย้าย ! ” ตี้เฉินสบถคำพูดออกมา ก่อนที่ตัวมันและร่างของผู้เฒ่าจะถูกโคจรเข้าไปในมิติเซียน อย่างช่ำชอง
ผู้คนมองดูการเคลื่อนย้ายข้ามมิติด้วยความประหลาดใจ เพราะการเคลื่อนย้ายเข้าไปในมิติเซียนนั้นหากไม่ได้รับการฝึกฝนและถ่ายทอดวิชามาจนแกร่งกล้าจะไม่สามารถกลับออกมาได้อีกเลย แต่สำหรับชายหนุ่มผู้นี้ ผู้ที่อ้างตนว่าเป็เ้าของต่างหูมิติเซียนนี้ กลับใช้งานมันได้ง่าย ๆ ราวกับทำอยู่เป็ประจำ
ต่างหูมิติเซียน เมื่อถูกใช้งานโดยการพูดคำว่า 'เคลื่อนย้าย' พร้อมกับส่งกระแสลมปราณบางส่วนไปที่ต่างหู ร่างกายของผู้ใช้จะถูกเคลื่อนย้ายสะสารไปยังอีกมิติหนึ่ง เป็มิติกว้างใหญ่ไพศาลราวกับมหาจักรวาลที่กำลังเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา ที่นั่นสามารถเก็บของได้ไม่จำกัดจำนวน และไร้ซึ่งแรงดึงดูด รวมทั้งเวลาในมิติเซียนแห่งนี้ยังเดินช้ากว่าเวลาข้างนอกนั้นถึงสองเท่า นี่จึงเป็การตัดสินใจที่ฉับไว เพราะเขาจะมีเวลาที่จะพอรักษาอาการอ่อนแรงของผู้เฒ่าและพูดคุยเื่ราวทั้งหมดกับผู้เฒ่าได้
“ เอาล่ะมาดูกันว่าในพันปีนี้ มีอะไรหายไปบ้าง ” ตี้เฉินพูดพลางวางร่างผู้เฒ่าลง แต่ตัวของผู้เฒ่านั้นยังคงล่องลอยอยู่ในห้วงมิติไร้แรงดึงดูด
“ รู้สึกว่าทุกอย่างยังอยู่ครบดี แต่คัมภีร์นั่นหายไปไหนกัน ” ตี้เฉินพุ่งทะยานเข้าไปที่กองคัมภีร์ ที่เต็มไปด้วยคัมภีร์โอสถที่ถูกบันทึกขึ้นระหว่างที่เขายังมีชีวิตอยู่ในร่างก่อน เขานั่งลงเพื่อรื้อกองคัมภีร์นั้น ก่อนที่จะหยิบคัมภีร์สีแดงเืหมูออกมาจากกอง และเปิดอ่าน พลางพูดขึ้น
“ ถ้าหากผู้เฒ่ามีระดับลมปราณอยู่ที่ ระดับบำเพ็ญจิต ระดับต่ำ ก็คงจะเหมาะกับยาขนานนี้เป็แน่ ”
เขาทบทวนอยู่สักพักพร้อมกับบินทะยานไปทั่วมิติ เพื่อค้นหาสิ่งของสำหรับการปรุงโอสถชนิดนั้น
“ พิษตะขาบเงิน ”
“ หญ้าเง็กเซียน ”
เมื่อได้สิ่งของครบแล้ว ตี้เฉินเริ่มโคจรลมปราณทั้งหมดของมันออกมาทันที ปลายนิ้วซ้ายให้ออกมาเป็ไฟร้อนราวกับเพลิงลาวาเพื่อเผาผลาญหญ้าเง็กเซียนให้กลายเป็ก้อนทรงกลม ประกอบกับมือขวาปลดปล่อยปราณเยือกแข็งที่จะต้องรักษาอุณหภูมิให้ต่ำที่สุด เพื่อที่พิษของตะขาบเงินจะไม่ละลายหายไปในทันทีที่พิษไหลออกจากขวด นี่เป็ขั้นตอนที่ยากที่สุดในการหลอมรวมยาทั้งสองชนิดเข้าด้วยกันถ้าหากผิดพลาดแม้แต่หยดเดียว พิษของตะขาบเงินจะฆ่าผู้ใช้ทันที ถ้าหากทุกอย่างลงตัว โอสถขนานนี้จะออกมาในรูปแบบยาปลุกพลังที่มีสรรพคุณรุนแรงกว่ายาปลุกพลังธรรมดาถึงสิบเท่า โอสถนั้นมีชื่อเรียกกันว่า
ยาปลุกเส้นเอ็น
ตี้เฉินนำพิษของตะขาบเงินออกมาทีละน้อยและเริ่มการหลอมรวมเข้ากับหญ้าเง็กเซียนทันที ขั้นตอนนั้นคล้ายคลึงกับการทำยาปลุกพลังระดับ 9 แต่ทั้งกลิ่นและสีที่เริ่มส่องประกายเป็สีเงิน ดูสวยงามเสียจนไม่น่าเชื่อว่านี่คือ โอสถ ที่จะสามารถกลืนลงคอเข้าไปได้ด้วยซ้ำ ประกายเงินของมันดูมีมูลค่า เสียจนไม่สามารถนับค่าของมันได้เลย
ตะขาบเงินเป็แมลงโบราณ ที่ปัจจุบันแทบจะไม่สามารถค้นพบได้ในธรรมชาติ มันมักจะอาศัยอยู่ในเหมืองแร่เงินที่ลึกลงไปในชั้นใต้ดินลึกลงไปจนเกือบถึงใจกลางโลกพวกมันชอบอาศัยอยู่ในที่หนาวแต่ปัญหาของมันอยู่ที่ขนาดตัวของมันใหญ่ พอๆ กับม้า พิษของมันสามารถสังหารคนให้ตายได้เพียงปลายัั ไร้ความทรมาน ราวกับถูกมนตร์ดำทำให้หลับไปตลอดกาล แท้จริงมันเป็สัตว์รักสงบ จึงถูกล่าเพื่อนำพิษของมันมาทำยา บ้างก็นำชิ้นส่วนของมันไปขาย จนในปัจจุบันพวกมันแทบจะสูญพันธ์ไปจากแผ่นดิน
.
.
.
" เอาล่ะขั้นตอนสุดท้าย " ตี้เฉินพูดพลาง กระจายลมปราณออกไปทั่วฝ่ามือทั้งสองข้าง พลางปลดปล่อยปราณเยือกแข็งขั้นสูงสุด ออกมาใส่โอสถเ่าั้จนเกิดผลึกน้ำแข็งในชั่วพริบตาเดียว เขากำลังใช้ปราณเยือกแข็งเพื่อสกัดพิษส่วนที่ยังคงเหลืออยู่ออกให้หมดจด คล้ายคลึงกับตอนที่เขาใช้เคล็ดวิชานี้เพื่อแย่งชิงต่างหูมิติเซียน (ตอนที่ 6)
จากโอสถที่ส่องประกายสีเงินในระดับธรรมดา ๆ ตอนนี้มันกำลังเรืองแสงขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับพระอาทิตย์ได้หยาดแย้มสาดส่องลงมาที่โอสถเม็ดนี้อย่างโชติ่ชัชวาล บ่งบอกได้ถึงขุมพลังอันมหาศาล และวิชาที่สุดจะแกร่งกล้าในการปรุงโอสถ
“ สำเร็จ ! ยาปลุกเส้นเอ็น ระดับ 9 !! ” ตี้เฉินสบถขึ้นด้วยความดีใจ พลันรีบพุ่งไปหาผู้เฒ่า เพื่อป้อนโอสถเข้าปากผู้เฒ่าทันที
.
.
.
“ โฮวววววววว ” ดวงตาเบิกโพลงและน้ำเสียงที่ราวกับเส้นเอ็นของมันกำลังเฉลิมฉลองให้กับการมีชีวิตใหม่ของผู้เฒ่า เสียงการจัดระเบียบเส้นเอ็นที่ดัง กร้อบ แกร้บ ไปทั่วทั้งตัวราวกับ มันได้เกิดใหม่เป็หนุ่มสาวอีกครั้ง ทั้งแววตา สีผมหนวดเครา ทั้งหลายจากสีขาวกลายเป็สีดำขลับราวกับปีกของแมลงภู่ หลังที่ไม่สามารถยืดให้ตรงบัดนี้มันยึดตัวได้ตรงขึ้นราวกับกระบี่ก็ไม่ปาน กล้ามเนื้อที่กำลังปรับสภาพจนเห็นร่องรอยมัดกล้ามที่เด่นชัดขึ้นอย่างสวยงาม
“ นี่มันโอสถอะไรกันทำไมข้าถึงรู้สึกมีชีวิตชีวาเช่นนี้ !! ” ผู้เฒ่าโพล่งขึ้นมาด้วยอาการประหลาดใจสีหน้าและแววตาที่ดูสนใจกับโอสถตัวนี้ไม่น้อย ด้วยอายุของเขาไม่มีทางที่จะเกิดความรู้สึกหนุ่มสาวขนาดนี้ได้ถึงแม้เขาจะเคยใช้โอสถขนานอื่นมา ก็ไม่สามารถสู้โอสถขนานนี้ได้
“ อย่างที่ข้าเคยบอกท่านผู้เฒ่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ล้วนอยู่ในนี้ นั้นคือของของข้าทั้งหมด โอสถนั่นคือยาปลุกเส้นเอ็นโบราณ มันมีฤทธิ์และสรรพคุณเป็ ‘ถาวร’ ” ตี้เฉินกล่าวด้วยวาจานุ่มนวลพลางยิ้มตอบด้วยความอบอุ่น
ถ้าหากเป็โอสถในปัจจุบันบางขนานยังคงมีสรรพคุณเพียง ‘ชั่วคราว’ แต่ถ้าหากโอสถที่ผ่านการปรุงโดยพิถีพิถัน และความรู้ขั้นโบราณโอสถบางตัวอาจจะสามารถทำให้สรรพคุณนั้นเป็แบบ 'ถาวร' ได้เลย
“ ปะ..ปะ..เป็ไปได้ยังไง " ผู้เฒ่าอ้าปากค้างพลางส่งเสียงสั่นเทาเพราะมันกำลังเป็หนุ่มไปตลอดกาลจนกว่าตัวมันจะสิ้นอายุขัย นี่คือผลของยาปลุกเส้นเอ็นโบราณระดับ 9 !
" ตะ…แต่ว่า เื่นั้น.. ผู้สืบทอดของพวกข้าได้บอกต่อ ๆ กันมารุ่นสู่รุ่น ว่าเ้าของสิ่งเหล่านี้ได้ถูกสังหารตายโดยองค์จักรพรรดิรุ่นที่ 1 ไปนับพันปีแล้ว.แถมยังให้ปกป้องรักษามันไว้เพื่อวันนึงจะได้คืนมันดังคำทำนายเช่นนั้นมาอีก ” ผู้เฒ่ากล่าวด้วยความสงสัยเพราะคงไม่อาจเป็ไปได้ที่จะมีคนอายุยืนนับพันปี
“ แท้จริงแล้วข้านั้น….” ตี้เฉินหยุดฉุกคิดบางอย่างก่อนที่จะบอกความจริงออกมา เพราะถ้าหากเขาบอกความจริงทุก ๆ อย่างไปนั่นก็คงไม่ดีต่อตัวเขาและตัวผู้เฒ่าด้วย นี่อาจจะเป็แผนที่เหล่าทวยเทพได้วางไว้ให้เขาได้มานำสิ่งของเหล่านี้คืนให้มันเท่านั้น และการให้ชีวิตใหม่กับมันคงมีความหมายมากกว่านี้แน่นอน
" ได้ทราบข่าวมาว่าสิ่งของเหล่านี้เป็มรดกตกทอดมาจากตระกูลของพวกข้าเหล่าสมาคมกระต่ายขาว เป็มรดกของรุ่นปู่ของปู่ของปู่ของปู่ของปู่ข้าอีกที นั่นจึงไม่แปลกที่ข้าจะสามารถเรียกสิ่งของนี้ได้ว่าเป็มรดกสืบทอดของตระกูลข้า“ ตี้เฉินจึงกุเื่ขึ้นมาเพื่อให้ผู้เฒ่าวางใจ
"เป็เช่นนั้นเองหรือ แสดงว่าในอดีตบรรพบุรุษของเราก็คงจะใกล้ชิดกับตระกูลของเ้ามากแน่ ๆ จึงไม่แปลกใจที่โชคชะตาได้นำพาเ้ากลับมาหาสิ่งของเหล่านี้้อีกครั้งหนึ่ง ” เฒ่าแก่พยักหน้าทำความเข้าใจทุกอย่าง และเขาได้ยอมรับแล้วว่าตี้เฉินเองก็เปรียบเสมือนญาติห่าง ๆ ของพวกเขา
“ แล้ว…นี่คือเหตุผลเพียงอย่างเดียวที่เ้ามาที่แห่งนี้อย่างนั้นหรือเ้าหนุ่มน้อย ” เฒ่าแก่โพล่งถามขึ้น เพราะคงไม่คิดว่าตี้เฉินคงไม่ได้มาเอามรดกของมันคืนเพียงอย่างเดียวแน่นอน
“ จริง ๆ แล้วข้ามาเพื่อนำสิ่งของเหล่านี้กลับไปผลิตโอสถจำนวนมาก " ตี้เฉินกล่าวพร้อมเริ่มชักสีหน้าตึงเครียด
“ หืม ” ผู้เฒ่าเงยหน้ามองมาที่ตี้เฉินเพราะสีหน้าและน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
"เกิดเหตุประหลาดทำให้สินค้าในสมาคม…ถูกไฟไหม้เสียหมด แต่กลับดูคล้ายจงใจให้เกิดการฆาตรกรรม แถมข้าจะต้องส่งสินค้าเ่าั้ภายในสองวันข้างหน้าแล้วด้วย ” ตี้เฉินกล่าวความจริงกับผู้เฒ่าไป พลางทำสีหน้าไม่ดีเพราะนี่ก็ใกล้เวลาพลบค่ำของวันที่สอง แล้วด้วย
“ หากเป็เช่นนั้น ก็ให้พวกเราได้ช่วยเหลือพวกเ้าเถอะ ญาติห่าง ๆ ของข้า ฮะ ฮ่า ฮ่า !!! ” ผู้เฒ่ากล่าวด้วยน้ำเสียงยินดีปรีดา ราวกับมันเจอคนที่คุยถูกคอกับมันเข้าให้แล้ว
ถ้าหากอ่านแล้วถูกใจอย่าลืมกดติดตามและคอมเมนต์เพื่อให้กำลังใจหรือติชมกันได้นะครับ
นิยายตอนต่อไปมาวันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม นะครับ