ย้อนอดีตกลับมาเป็นคนรวย

    ตอนที่7 ชอบจัง

    เมื่อเรามีชื่อเสียงที่มากขึ้น เรทราคาของงานที่รับก็จะมากขึ้นไปด้วย และด้วยเหตุนี้เองราคาจากหนึ่งพันจึงขยับเป็นสามพันต่อชั่วโมง ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นนักร้องที่ใช้เพียงเครื่องดนตรีชนิดเดียว เช่นกีตาร์ ก็แล้วยังไงล่ะ? ในเมื่อเสียงเพราะ เล่นกีต้าร์ก็เจ๋ง ไม่จำเป็นเลยที่ต้องมีเครื่องดนตรีชนิดอื่น แค่สองสิ่งนี้ก็สะกดทุกสายตาให้มองมาแล้ว!
    ในหนึ่งเดือนดิวทำงาน 24 วัน ถึงแม้ว่าเขาจะมีคู่มือเสริมแต่เส้นเสียงที่ใช้ในแต่ล่ะวันมันต้องมีการพักผ่อนบ้าง ไม่งั้นแล้วอาจเหมือนนักร้องหลายคนที่เสียงพัง ถึงขนาดที่ว่าจบเส้นทางในชีวิตด้านดนตรีไปเลยก็มี เพราะงั้นดิวถึงต้องเซฟตัวเองไว้
    ในเดือนก่อนหน้านี้่ดิวทำงาน 30 วันในห้าร้าน รู้สึกราวกับร่างพัง แต่เงินที่ได้ก็น้อยกว่าเดือนนี้อย่างเห็นได้ชัด ราวๆแสนกว่าเห็นจะได้ ซึ่งเขาแบ่งแยกเงินในแต่ละเดือนอย่างชัดเจน
    ตอนนี้เรทราคาต่อชั่วโมงคือสามพันบาท ทำห้าร้านใหหนึ่งคืน โดยรวมแล้วจะได้ สามแสนหกหมื่นบาท แต่เป็นเพราะอีฟคือพี่ของมอส ด้วยอะไรหลายๆอย่าง และร้านของเธอยังเป็นแค่ร้านเล็กๆ ดิวจึงลดราคาให้อีฟเป็นสองพันห้าร้อยบาทต่อชั่วโมง นั่นหมายความว่าในหนึ่งเดือนดิวจะได้เงินสามแสนสี่หมื่นแปดพันบาท!
    “เงินตั้งขนาดนี้....” ดิวมองเงินที่อยู่ในบัญชีด้วยสายตาพร่ามั่ว เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าในหนึ่งเดือนจะสามารถทำเงินได้ถึงสามแสนกว่าบาท!
    มันเป็นจำนวนเงินที่มาก สำหรับดิวที่จบ ปวส.ไฟฟ้ากำลังแล้ว ถือว่าเกินคาดหมายมากเลย เขาไม่เคยแม้แต่คิดมาก่อนว่า นักร้องกลางคืนจะได้เงินเยอะขนาดนี้ มันทำให้เขายิ่งมีกำลังใจในการหาเงินมาซื้อคู่มือเสริมระดับสูง สำหรับเทคโนโลยีที่ต้องพัฒนาสร้างบริษัท
    ต่อให้เรียนจบวิศวกรรมไฟฟ้าระดับปริญญาตรี ก็ยังไม่ได้เงินเดือนถึงหนึ่งแสน เรื่องนี้ดิวรู้มาจากหัวหน้าที่ไม่ถูกกัน เห็นว่าได้เงินแค่เดือนละสองสามหมื่นเท่านั้น
    “มิน่าล่ะ นักร้องถึงเป็นอาชีพที่รวยเร็ว มีรถหรูๆขับ มีนาฬิกาเรือนละหลายแสนใส่ ใส่เสื้อผ้าแบรนด์ดัง มันเป็นเพราะอย่างนี้นี่เอง” ดิวนั่งอยู่ในห้องเช่าของคุณคณิณเหมือนเดิม เขายังนั่งวาดฝันเกี่ยวกับอนาคตที่วางไว้ ตอนนี้สิ่งสำคัญเลยคือเงิน เงินคือตัวแปรที่จะเปลี่ยนให้เราอยู่จุดสูง สำหรับอาชีพเช่นนักร้องมันไม่ยั่งยืนหรอก แม้แต่ดาวที่ว่าเจ๋ง ก็มีวันดับแสงเหมือนกัน
    แต่อย่างใดก็ดี ตอนนี้ดิวต้องการก้าวไปในเส้นทางนักร้องอาชีพก่อน!
    “วันนี้จะซื้อคู่มือเสริมอะไรดี...” ดิวมองคู่มือในระบบ หลังจากที่เสียเงินไปสองหมื่นก็ยังไม่ได้ซื้อคู่มืออื่นๆเลย
    ถึงแม้ว่านั่นจะคู่มือเสริมการร้องเพลงระดับต่ำ แต่ไม่ใช่ว่าซื้อมาแล้วจะหยุดพัฒนา ยิ่งร้องก็ยิ่งขัดเกลาประสบการณ์ แต่หากว่ากันบางระดับแล้วมันค่อนข้างช้า ดิวไม่สามารถรอนานขนาดนั้น เสียงของเขาที่ร้องออกมาจะต้องเพราะ มีเทคนิคเหมือนนักร้องอาชีพ เพราะงั้นจึงต้องซื้อคู่เสริมยังไงเล่า!
    ดิวยังอยู่ที่หมวดการแสดง วันนี้เขาตัดสินใจว่าจะซื้อคู่มือเสริมสำหรับการร้องเพลง และการใช้เครื่องดนตรี
    (คู่มือเสริมการร้องเพลงระดับสูง ราคาสามหมื่นบาท) ถูกซื้อแล้ว(คู่มือเสริมพื้นฐานดนตรีระดับสูง ราคาสามหมื่นบาท) ถูกซื้อแล้ว
    จากนั้นดิวก็ยังไม่หยุด เขาได้ซื้อคู่มือเสริมการเล่นกีตาร์ไฟฟ้าระดับสูง ราคาห้าหมื่นบาทยังไม่จบ ดิวยังซื้อคู่มือเสริมการเล่นกีตาร์โปร่ง ราคาห้าหมื่นบาท!
    จะเห็นได้ว่ามันเป็นเครื่องดนตรีที่เหมือนกัน แถมยังมาจากพื้นฐานเดียวกัน ใช่นั่นสำหรับคนนอกที่ไม่เข้าใจ แต่สำหรับดิวที่เข้าใจเกี่ยวกับระบบคู่มือเสริม ทำให้เขารู้ว่าทุกอย่างที่อยู่ในระบบต้องเกื้อหนุนกัน
    ยกตัวอย่าง พื้นฐานดนตรีในระบบ มันจะทำให้ดิวเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องดนตรีทุกชนิดในโลก แต่หากต้องการเชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่งต้องซื้อหมวดยิบย่อยไปอีก และหากดิวซื้อเพียงการเล่นกีตาร์ระดับสูง เขาก็จะเข้าใจเพียงกีตาร์ ไม่ได้เข้าใจพื้นฐานที่ลึกซึ้งของมัน
    โดยสรุป ไม่ใช่ว่าว่าซื้อคู่มือเดียวแล้วจะเก่ง ทุกอย่างเป็นเหมือนกับใยแมงมุมที่เชื่อมถึงกัน ร้อยเรียงกันเหมือนกับด้ายสีแดง
    “เหลือแค่แสนแปด....” ดิวมองเงินในระบบที่หายไปในเสี้ยววินาที เงินที่ทำงานมาทั้งเดือนของเขาหายไปกับคู่มือเสริมทางด้านดนตรี
    “แต่มันก็คุ้ม ด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป เพราะมากขึ้น มีเทคนิคที่มากขึ้น แล้วยังการเล่นกีตาร์ระดับเทพ เรทราคาที่ได้รับก็จะยิ่งสูงขึ้น!”
    การลงทุนย่อมต้องมีผลตอบแทน และดิวก็มองเห็นผลที่ว่าแล้ว ด้วยการเสียเงินให้กับระบบคู่มือเสริมเหล่านั้น เทคนิคของดิวก็จะเปลี่ยนไป การเล่นกีตาร์ที่ไหลลื่นขึ้น มีมิติมากขึ้น ทุกอย่างเขาได้รับมาเพราะเงินที่ลงทุน!
    “พรุงนี้หวังว่ามันจะเป็นวันที่ดี ส่วนตอนนี้ก็...” ดิวไม่ติดตั้งคู่มือเสริมในครั้งเดียวเหมือนกับตอนแรกอีกแล้ว ความรู้สึกในตอนนั้นมันแย่มาก เขาจำเป็นต้องใจเย็น ค่อยๆ ติดตั้งไปทีละคู่มือ
    ร้านอาหารที่อยู่ใจกลางเมือง เป็นร้านใหญ่ที่ชื่อว่ากุ้งเผานรกแตก วันนี้ดิวมาร้องเพลงที่นี่ เขาแต่งตัวธรรมดา เสื้อเชิ้ตสีดำ กางเกงยีนต์ขาดๆ สวมสร้อยเจาะหู ดูโคตรจะแบดบอย เพิ่มความเท่ห์ไปอีกระดับ
    ข้างหน้าเวที ยูทูปเบอร์คนหนึ่ง เธอมารีวิวอาหารที่ร้านนี้กับตากล้องของเธอ โดยไม่รู้เลยว่าวันนั้นดิวจะมาเล่นเพลง
    เธอมีชื่อว่า คิม ยูอิน เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ชื่นชอบอาหารไทย ส่วนผู้ชายที่เป็นตากล้องคือเพื่อนของเธอ ชื่อว่าใหม่ ใส่แว่นสายตา ตัวเล็ก ซึ่งต่างจากเธอคนละขั้ว คิม ยูอิน มีรูปร่างที่เหมือนกับช้างน้ำ น้ำหนักตัวของเธอโดยประมาณ 200 กิโลกรัมเห็นจะได้
    ช่องของคิม ยูอิน มีผู้ติดตามราวสองหมื่น สำหรับยูทูปเบอร์แล้วมันถือว่าค่อนข้างน้อย มีคนเข้ามาดูไม่เท่าไหร่หรอก โดยส่วนมากจะเข้ามาด่าว่าเธอเหมือนหมู
    ซึ่งก็ไม่แปลก คอมเมนต์แย่ๆ แบบนี้มีให้เห็นกันบ่อยๆ เธอจึงเลือกที่จะเมินมันไปซะมากกว่า อ่านไปก็เสียสุขภาพจิตเปล่าๆ
    “ว้าว ดูนี่สิคะ มันกุ้งเยิ้มเลยล่ะค่ะ แถมเนื้อมันยังเด้งในปากของฉันหนับหนับเลยล่ะ ว้าวว” เธอกำลังรีวิวเกี่ยวกับกุ้งแม่น้ำที่สั่งให้เขาย่างมาสองตัว กินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดที่ขึ้นชื่อว่าสูตรเด็ดของทางร้าน
    เมื่ออยู่ต่อหน้ากล้องคิม ยูอิน ดูเป็นมืออาชีพ เเต่ว่านั่นมันก่อนที่อาหารจะเข้าปากเท่านั้น หลังจากที่อาหารเข้าไปในปากของเธอ วิธีพูดของยูอินก็เปลี่ยนไป แถมยังดูมูมมามตะกละตะกลามจนทำให้โต๊ะข้างๆ อดที่จะหันมามองไม่ได้
    “เห็นมั้ยค่ะ กุ้งที่อยู่ในปากฉันมันสดมากเลยล่ะ อย่างกับว่าฉันกำลังกินกุ้งเป็นๆ เลยล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า” เธอยังรีวิวอย่างสนุกสนาน ในขณะที่ดิวเดินขึ้นไปบนเวที เช่นเดิมกับวันวาน มีเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่วันนี้เขากับมาพร้อมกีตาร์ไฟฟ้า ซึ่งต่างจากกีต้าร์โปร่งอย่างทุกที
    การมาของดิวทำให้สาวๆ ในร้านส่งเสียงหวีดร้อง พวกเธอหยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายคลิป บ้างก็ไลฟ์สดลงเฟส
    “ว้าย พี่ดิวมาแล้ว!”“วันนี้ก็ยังหล่อเหมือนเดิม!”“เขาเป็นสามีของฉัน!”“เฮ้ดูนั่นสิ ทำไมวันนี้พี่ดิวเปลี่ยนเป็นกีตาร์ล่ะ?”“เอ๋...จริงของเธอ หรือว่าวันนี้พี่จะเซอร์ไพรส์พวกเรานะ”
    พวกเธอรู้จักดิวดี โดยส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงเที่ยวกลางคืน เพราะงั้นจึงประหลาดใจที่อยู่ๆ เห็นดิวเปลี่ยนไปใช้กีตาร์ไฟฟ้าแทนกีตาร์โปร่ง แล้วแบบนี้จะร้องเพลงสไตล์ไหน?
    “น้ำซุปก็เจ๋งมากเลยนะคะ รู้สึกได้ถึงสัมผัสที่เอ่อ...” ยูอินไม่สามารถรีวิวต่อไปได้ เสียงรบกวนรอบข้างมีมากเกินไป เสียงพวกผู้หญิงที่ส่งเสียงร้องเหมือนกับหาผัวแบบนั้นทำให้เธอโกรธ
    “ไอ้พวกบ้า! หนวกหูจะตายอยู่แล้ว ทำไมไม่...” ยูอินอารมณ์เสียสุดๆ จึงตะโกนออกไปอย่างเดือดดาล แต่แล้วเธอต้องหุบปาก เพราะชายที่อยู่บนเวทีส่องประกายจริงๆ
    เพียงแค่เขาโซโล่ท่อนแรก ราวกับว่าวิญญาณของเธอถูกฉีกกระชากออกมา รู้สึกเบาหวิวอย่างบอกไม่ถูก และพอเสียงของเขาดังขึ้น ก็เหมือนกับมีเจ้าชายยื่นมือมา ฉุดดึงเธอขึ้นจากเหวลึก รู้สึกอบอุ่นอย่างน่าอัศจรรย์
    ในวันนี้ดิวเปลี่ยนสไตล์การร้อง ไม่ใช่เพลงเบาๆ แต่เป็นการร้องที่หนักแน่นแต่ไม่อึดอัด ซึ่งเมื่อรวมกับเสียงของกีต้าร์ที่อยู่ในมือ มันก็ลงตัวกันอย่างสมบูรณ์แบบ!
    “เขาคือใครกัน...?” ยูอินไม่สนรีวิวใจอาหารแล้ว เธอยินมองชายที่ยืนอยู่บนเวที ท่าทางของเขาที่กำลังแสดงดูน่าหลงใหล เสียงร้องที่แหบเสน่ห์ มันบาดลึกถึงจิตใจของเธอ
    ไม่ใช่แค่ยูอินคนเดียวเท่านั้นที่มีอาการแบบนี้ ผู้หญิงหรือผู้ชาย ไม่ว่าใครก็ตาม ต่างรู้สึกเหมือนกันหมด
    ด้วยคู่มือเสริมการร้องเพลงระดับสูง ทำให้ดิวมีเทคนิคที่มากขึ้น ถึงแม้ว่าในระบบจะมีคู่มือสำหรับการใช้เสียงต่างๆ อีกเยอะ แต่แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
    เสียงจากกีต้าร์ที่บาดลึก ลงตัวไปกับเสียงร้องที่ทรงพลัง ทำให้ในวันนี้ดิวเปล่งประกายยิ่งกว่าทุกวัน!
    “ขอบคุณทุกคนมากนะครับทุกคน!” ดิวกล่าวขอบคุณ ก่อนจะเดินลงไปจากเวที ถึงขนาดที่ว่าเขาลงไปแล้วพวกเธอถึงเพิ่งจะรู้สึกตัว ราวกับว่าวิญญาณเพิ่งกลับเข้ามาในร่าง
    “วันนี้ทำได้ดีมากเลยนะดิว พี่ไม่คิดเลยว่าวันนี้นายจะโคตรของโคตรเจ๋ง!” พี่ยักษ์ เจ้าของร้านกุ้งเผานรกแตกเข้ามาหาดิว ใบหน้าของเขามีแต่ความประทับใจในฝีมือของดิว
    “ขอบคุณครับพี่” ดิวเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ก่อนจะหยิบกีตาร์ที่เพิ่งซื้อมาใหม่ออกจากร้าน เขากำลังจะเดินไปขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ แต่ดันมีผู้หญิงอ้วนมาขวางทางซะได้