บทที่ 10: ทางตัน
ความเย็นเยียบของโลหะที่แนบสนิทอยู่กับแผ่นหลังและข้อมือทั้งสองข้างคือความรู้สึกแรกที่ปลุกสติสัมปชัญญะของฉันให้ค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมาจากความมืดมิดอันยาวนาน กลิ่นฉุนรุนแรงของน้ำยาฆ่าเชื้อ น้ำยาฟอร์มาลีน และสารเคมีทดลองที่เข้มข้นลอยเตะจมูกอย่างจัง เสียงหึ่งๆ ของเครื่องปั่นแยกสารแรงเหวี่ยงความเร็วสูงและระบบหมุนเวียนอากาศในห้องปลอดเชื้อดังกังวานก้องไปทั่วบริเวณ แสงไฟนีออนสีขาวสว่างจ้าบาดตาส่องกระทบใบหน้าจนฉันต้องกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัสสายตา อาการวิงเวียนศีรษะและกล้ามเนื้อที่อ่อนแรงจากฤทธิ์ของก๊าซยาสลบยังคงหลงเหลืออยู่ แต่สัญชาตญาณสายลับบังคับให้ฉันรีบประเมินสถานการณ์รอบตัวในทันที
เมื่อสายตาเริ่มปรับเข้ากับความสว่างได้ ฉันพบว่าตัวเองถูกพันธนาการไว้กับเก้าอี้เหล็กกล้าตัวใหญ่กลางห้องทดลองใต้ดินอันกว้างขวางและทันสมัย ผนังห้องเป็โลหะผสมสีเทาด้านปลอดเชื้อ รอบห้องมีตู้กระจกสุญญากาศขนาดใหญ่ที่บรรจุของเหลวเรืองแสงสีเขียวและตัวอย่างเซลล์ชีวภาพแปลกประหลาดที่กำลังแบ่งตัวอยู่ภายใน จอคอมพิวเตอร์นับสิบเครื่องรอบห้องกำลังประมวลผลโครงสร้างสายรหัสพันธุกรรมและกราฟิกจำลองการกลายพันธุ์ของเซลล์มนุษย์ มีกล้องวงจรปิดมุมกว้างตรวจจับความร้อนติดตั้งอยู่สี่มุมเพดานเพื่อเฝ้าระวังทุกความเคลื่อนไหว
ข้อมือและข้อเท้าทั้งสองข้างของฉันถูกล็อกแ่าด้วยกุญแจมือแม่เหล็กไฟฟ้ากำลังสูงที่เชื่อมต่อตรงเข้ากับระบบไฟสำรองของอาคาร ชุดเดรสสั้นรัดรูปผ้าเมทัลลิกสีเงินของฉันหลุดรุ่ยจากการเคลื่อนย้าย สาบเสื้อเกาะอกเลื่อนหลุดร่นลงมาเปิดเผยร่องอกอวบอิ่มขาวผ่องและเต้าหน้าอกตูมคู่งามอย่างล่อแหลม ชายกระโปรงสั้นร่นขึ้นสูงถึงโคนขาอ่อน อวดสะโพกผายกลมมนและเรียวขาเนียนสวยที่ถูกตรึงแน่นอยู่กับขาเก้าอี้เหล็ก ทุกครั้งที่ฉันขยับตัวบิดเอวคอดเพื่อทดสอบพันธนาการ ส่วนโค้งเว้าของสรีระนาฬิกาทรายจะยิ่งสะท้อนแสงไฟนีออนอย่างเด่นชัด เม็ดเหงื่อผุดพรายตามไหปลาร้าและร่องอก ยิ่งขับเน้นความเย้ายวนให้พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่อาจต้านทาน
ฉันพยายามออกแรงเกร็งกล้ามเนื้อแขนและสะโพกเพื่อหาทางปลดล็อก แต่ระบบล็อกแม่เหล็กไฟฟ้ายึดตรึงร่างของฉันไว้อย่างแ่าจนแทบขยับเขยื้อนไม่ได้เลยแม้แต่น้อย สายไฟสีดำหนาเชื่อมต่อจากกุญแจมือเข้าสู่แผงควบคุมกลางข้างโต๊ะทดลอง ฉันจดจำตำแหน่งสายไฟและจุดจ่ายกระแสไฟไว้ในใจเพื่อเตรียมการสวนกลับอย่างรอบคอบ
*ตึก... ตึก... ตึก...*
เสียงฝีเท้าก้องกังวานดังสะท้อนเข้ามาจากประตูกลไกอัตโนมัติบานใหญ่ที่เลื่อนเปิดออก ร่างของชายวัยกลางคนรูปร่างผอมสูงในชุดเสื้อกาวน์สีขาวทับชุดแทคติคอลสีดำเดินก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ ใบหน้าตอบซูบ แววตาคมกริบเย็นเยียบหลังแว่นตากรอบเงิน และเส้นผมสีดอกเลาที่หวีเรียบแปล้ บ่งบอกถึงความเฉลียวฉลาดที่เต็มไปด้วยความวิปริตและไร้ความปรานี
ข้างกายของเขาขนาบด้วยทหารรับจ้างในชุดเกราะป้องกันสารเคมีพร้อมอาวุธปืนไรเฟิลจู่โจมครบมือสองนาย ยืนคุมเชิงอยู่ข้างประตูอย่างเข้มงวด
“ฟื้นแล้วเหรอ... สายลับวาว หมายเลข 008 ของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ” ชายในเสื้อกาวน์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เ็า ดั่งเสียงของมัจจุราช
ฉันเชิดหน้าขึ้นสบตากับเขาตรงๆ แม้จะตกอยู่ในสถานะที่เสียเปรียบอย่างยิ่งยวด “ดร. แวน... อดีตหัวหน้านักวิจัยดีเด่นขององค์กร ที่แท้ก็กลายร่างเป็หนูสกปรกรับใช้ผู้ก่อการร้ายอยู่ที่นี่เองหรอกเหรอคะ?”
ดร. แวน ไม่ได้แสดงอารมณ์โกรธแม้แต่น้อย เขากลับหัวเราะหึๆ ในลำคออย่างเย้ยหยัน พลางหยิบแฟลชไดรฟ์ขนาดจิ๋วที่ฉันขโมยมาจากห้องเพนต์เฮาส์ของมาร์คัสขึ้นมาหมุนเล่นในมือ
“องค์กรงี่เง่านั่นจำกัดวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่ของฉันมากเกินไปวาว... พวกผู้บริหารระดับสูงมัวแต่หวาดกลัวเื่จริยธรรมจนมองไม่เห็นคุณค่าของวิทยาศาสตร์ที่แท้จริง โลกใบนี้ไม่ได้้าความสงบสุขจอมปลอม แต่้าวิวัฒนาการใหม่ผ่านอาวุธชีวภาพที่ฉันเป็ผู้สร้างขึ้นมาต่างหาก และท่าน 'เดอะ โดมิเนเตอร์' ก็มอบทุนวิจัยและทรัพยากรทุกอย่างที่ฉัน้า ข้อมูลในไดรฟ์นี้ไม่มีประโยชน์อะไรกับเธออีกต่อไปแล้ว เพราะเชื้อต้นแบบทั้งหมดถูกส่งตรงไปยังเกาะป้อมปราการลับของท่านผู้นำเรียบร้อยแล้ว”
ดร. แวน เดินวนรอบเก้าอี้เหล็กที่ฉันนั่งอยู่ มือที่สวมถุงมือยางสีดำลากไล้ผ่านแนวสันกรามมนลงมาตามลำคอระหงและหยุดลงที่เนินอกอวบอิ่มอย่างพิจารณา สายตาคมกริบหลังกรอบแว่นกวาดมองเรือนร่างเปลือยเปล่าส่วนบน สะโพกผาย และทรวงอกตูมที่กระเพื่อมไหวของฉันอย่างพินิจพิเคราะห์ดั่งกำลังตรวจสอบตัวอย่างทดลองชั้นเลิศ
“ต้องยอมรับเลยนะว่า... นอกจากข้อมูลที่เธอส่งกลับไปแล้ว เรือนร่างและสารชีวเคมีในร่างกายของเธอมันช่างสมบูรณ์แบบเหลือเกิน ผู้หญิงที่มีพลังชีวิตสูง สรีระงดงาม และมีเสน่ห์ทางเพศเข้มข้นแบบเธอ เหมาะอย่างยิ่งที่จะเป็หนูทดลองสำหรับเซรั่มดัดแปลงพันธุกรรม 'โปรเจกต์คิเมร่า' ตัวใหม่ล่าสุดของฉัน มันคือเซรั่มกระตุ้นประสาทและตัณหาระดับเซลล์ที่จะเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็ทาสที่เชื่อฟังทุกคำสั่ง”
‘พี่วาวคะ! ได้ยินพราวไหมคะ!’ เสียงกระซิบแ่เบาของพราวดังขึ้นในหูซ้าย ต่างหูไมโครทรานสปอนเดอร์ของฉันยังไม่ถูกตรวจพบ! ‘พราวกำลังแฮกระบบรักษาความปลอดภัยของแล็บอยู่ค่ะ กำลังเจาะระบบไฟและกุญแจมือแม่เหล็กไฟฟ้า... นับถอยหลังหกสิบวินาทีนะคะ พี่วาวต้องถ่วงเวลาไว้ก่อนนะคะ!’
ฉันสูดลมหายใจลึกเพื่อควบคุมสติ ทักษะของสายลับสอนให้ฉันรู้ว่า ยามที่ร่างกายตกอยู่ในพันธนาการ อาวุธที่ทรงพลังที่สุดที่ไม่มีใครสามารถยึดไปได้... ก็คือเสน่ห์ มารยาหญิง และความยั่วยวนที่ฝังลึกอยู่ในสายเื
ฉันค่อยๆ แอ่นหน้าอกตูมขึ้นอย่างเชื่องช้า บิดสะโพกผายบนเก้าอี้เหล็กให้ส่วนโค้งเว้าของเรือนร่างเด่นชัดยิ่งขึ้น ริมฝีปากอวบอิ่มแย้มยิ้มหวานหยดย้อยอย่างยั่วยวน แววตาทอประกายท้าทาย
“ดร. แวน คะ... นักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะอย่างคุณ กล้าดียังไงถึงคิดจะทำลายร่างกายที่สมบูรณ์แบบนี้ด้วยสารเคมีหยาบๆ กันล่ะคะ?” ฉันส่งเสียงครางแ่เบาอย่างมีจริต “คุณไม่อยากรู้เหรอคะว่า ร่างกายนี้... สามารถมอบความสุขและสิ่งตอบแทนที่ยิ่งใหญ่กว่าการทดลองบ้าๆ นั่นให้คุณได้มากแค่ไหน? นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่อย่างคุณ มัวแต่หมกมุ่นกับหลอดทดลองจนลืมรสชาติของเรือนร่างผู้หญิงที่เร่าร้อนที่สุดในโลกไปแล้วหรือเปล่าคะ? หรือว่าคุณ... ไม่มีน้ำยาพอที่จะทำให้ผู้หญิงยอมสยบด้วยเสน่ห์ของตัวเอง จนต้องพึ่งสารเคมีพวกนี้?”
ฉันขยับสะโพกผายบดเบียดกับเก้าอี้เหล็กเบาๆ ยอดปทุมถันสีหวานชูชันท้าทายสายตา คำพูดยั่วยุที่แฝงไปด้วยความเย้ายวนและสายตาหวานเชื่อมของฉันแทงใจดำ ดร. แวน อย่างจัง แววตาที่เคยเ็าเริ่มสั่นไหวด้วยโทสะปนความกระหายในโลกีย์ที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธและแรงดึงดูดทางเพศที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เม็ดเหงื่อเริ่มผุดซึมตามหน้าผากของเขา แม้กระทั่งทหารรับจ้างสองคนที่ยืนคุมอยู่ข้างหลังยังแอบกลืนน้ำลายเอื๊อกเมื่อเห็นทรวดทรงอันเย้ายวนและสะโพกผายที่ขยับบิดไปมาของฉัน
“หุบปากของเธอซะวาว! เสน่ห์ราคาถูกของเธอใช้ไม่ได้ผลกับฉัน!” ดร. แวน ตวาดลั่นเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวในใจ
เขาเดินกระแทกส้นเท้าไปที่โต๊ะสแตนเลสข้างตัว หยิบหลอดฉีดยาแก้วขนาดใหญ่ที่บรรจุของเหลวสีแดงเพลิงเรืองแสงขึ้นมา เขากดปลายกระบอกเบาๆ จนหยดสารเคมีสีแดงผุดขึ้นที่ปลายเข็มแหลมคมยาวสะท้อนแสงไฟนีออนวาววับ
เขาก้าวเท้าตรงเข้ามาหาฉัน ชูเข็มฉีดยาขึ้นตรงหน้าลำคอขาวระหงและเนินอกอวบอิ่มของฉันในระยะห่างเพียงไม่กี่เิเ! ลมหายใจของเขาเริ่มหอบกระเส่าด้วยแรงโทสะและตัณหาอันมืดมิด
‘สิบ... เก้า... แปด... เจ็ด... หก... ห้า... สี่... สาม... สอง... หนึ่ง! ศูนย์! ระบบไฟกำลังจะช็อตในสามวินาทีค่ะพี่วาว! เตรียมพร้อมะเิพลังและหลบหนีนะคะ!’ เสียงนับถอยหลังของพราวดังขึ้นในหูอย่างตื่นเต้นระทึกใจจนเืในกายของฉันสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง สัญญาณพร้อมะเิระบบโอเวอร์โหลดไฟฟ้ามาถึงแล้ว!
“มาดูกันสิว่า เมื่อเซรั่มคิเมร่าตัวนี้แล่นเข้าสู่กระแสเืของเธอ ร่างกายที่แสนเย้ายวนและหยิ่งผยองนี้จะบิดเกร็ง อ้อนวอน และกรีดร้องออกมาได้ไพเราะแค่ไหน!” ดร. แวน แสยะยิ้มอย่างบ้าคลั่ง
ปลายเข็มแหลมคมเย็นเยียบจ่อชิดติดผิวเนื้อขาวเนียนตรงเนินอกของฉัน ฉันสบตากับเขาด้วยรอยยิ้มหวานซ่อนพิษร้าย หัวใจเต้นรัวด้วยอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่าน... วินาทีนี้ ฉันต้องใช้ทุกมารยา ทุกความยั่วยวน และเตรียมพร้อมะเิพลังสวนกลับในเสี้ยววินาทีที่ระบบไฟฟ้าถูกตัด เพื่อพลิกวิกฤตทางตันนี้ให้กลายเป็โอกาสรอดชีวิตให้ได้ และเปิดโปงความลับทั้งหมดของเกาะป้อมปราการลับแห่งนั้นให้จงได้ในภารกิจต่อไปอย่างไม่มีวันยอมแพ้ต่อโชคชะตาที่รอคอยอยู่เบื้องหน้าในโลกสายลับอันมืดมิดนี้อย่างแน่นอนที่สุด ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ตามในชีวิต! สายตาของฉันจับจ้องไปที่สวิตช์ไฟและช่องทางหนีทีไล่อย่างไม่กะพริบตา รอคอยจังหวะฟ้าประทานที่จะพลิกนรกขุมนี้ให้กลายเป็เวทีล่าสังหารของสายลับสาวพราวเสน่ห์อย่างฉันในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้านี้อย่างใจจดใจจ่อ!