บทที่ 6 พี่หกผู้โหดร้ายและกระหายเื
“ไม่น่าเชื่อว่าแกจะมาขอความช่วยเหลือจากฉัน”
เสียงปลายสายของโทรศัพท์มีความเยือกเย็นลึก ๆ ซ่อนอยู่ และยังมีการหยอกล้อปนความรำคาญที่เ็าอีกด้วย
เซี่ยจื่ออวี้หายใจเข้าลึก ๆ แสดงท่าทางอ่อนน้อม
เขาอธิบายเหตุและผลสั้น ๆ อีกครั้งว่า
“เด็กคนนั้นอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหลานเทียน ที่ที่พี่รู้นั่นแหละ ผมไม่มีความสามารถที่จะพาเธอออกมา แต่พี่ทำได้”
ไม่มีเสียงจากปลายสายโทรศัพท์
เซี่ยจื่ออวี้เงียบไปสักครู่แล้วเรียก “พี่”
….
ณ สำนักงานใหญ่อินซื่อกรุ๊ป
ชายหนุ่มผิวขาวหุ่นดียืนอยู่ด้านข้างหน้าต่าง มือหนึ่งคีบบุหรี่ อีกมือหนึ่งถือโทรศัพท์
เขาจุดบุหรี่ด้วยปลายนิ้วอย่างไม่ใส่ใจพลางยิ้มที่มุมปาก
“วันนี้เรียกพี่ถึงสองครั้ง มากว่าสิบปีมานี้ที่แกเคยเรียกซะอีก”
ชุดสูทที่เรียบตรงยาวทำให้ขาของเขาดูเรียว โครงร่างรอบเอวของเสื้อโค้ตมีลายเส้นที่สมบูรณ์แบบ เนคไทถูกดึงออก ที่หน้าอกปลดกระดุมไว้สองเม็ด
เขาคือประธานกรรมการบริหารอินซื่อกรุ๊ป อินเสิน
ดำเนินการรวดเร็วเด็ดขาด หวงแหนทรัพย์สมบัติ กลอุบายโเี้
แต่ถึงเขาจะมีตำแหน่งสูงส่ง อำนาจยิ่งใหญ่ หน้าตาเคร่งขรึมและโหดร้ายไปหน่อย แต่ก็ยังมีคนนับหน้าถือตาเขาอีกเยอะ
อายุ 28 ปี เป็อายุของผู้ชายที่ประสบความสำเร็จที่น่าดึงดูดที่สุด
ทุกคนทราบกันดีว่า ประธานอินอยู่ตัวคนเดียว
ไม่มีครอบครัว หมายความว่าจะไม่มีการแบ่งทรัพย์สมบัติเช่นเดียวกัน
หากว่าสามารถปีนป่ายขึ้นไปที่ตำแหน่งนี้ได้ นั่นจะต้องได้กลายเป็ภรรยาที่ร่ำรวยและมีเกียรติที่สุด
แน่นอนว่ายังมีเื่ที่คนอื่นไม่รู้ นั่นคือประธานอินไม่ได้โดดเดี่ยวอย่างที่คิด
เขามีน้องชายน้องสาว แล้วก็พ่อ
เขายิ้มอ่อนให้กับน้องชายในโทรศัพท์ “แกทำให้ฉันประหลาดใจ คนที่โเี้เืเย็นอย่างแก ฉันคิดไม่ถึงว่าอยากจะช่วยเหลือเด็ก”
เซี่ยจื่ออวี้กัดฟัน
ก่อนหน้านี้ เซี่ยจื่ออวี้เรียกเขาว่าพี่ก็แค่ตอนที่อินเสินไปรับตัวเองออกมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
หลังจากนั้นเซี่ยจื่ออวี้ถึงรู้ว่า ผู้ชายเืเย็นคนนี้ไม่ได้มีความรู้สึกเป็พี่เป็น้องกับเขาเลย ทั้งหมดก็แค่ทำตามความ้าของพ่อเท่านั้นเอง
เซี่ยจื่ออวี้ก็เป็แบบนี้แหละ
ชายหนุ่มเกลียดการที่อินเสินเมินเฉยทุกอย่าง เจอกันนับครั้ง แต่ทุกครั้งก็ทำให้เขารู้สึกโมโห
เหมือนกับหมาป่าน้อยที่ดิ้นรนจะเติบโต และโมโหในตอนที่เผชิญหน้ากับาาหมาป่า
แต่ตอนนี้เขายังไม่โตพอ การขอความช่วยเหลือจากพี่ชายที่มีอำนาจคือทางเลือกเดียวของเขา
เซี่ยจื่ออวี้ “พี่ พี่ไปรับเธอมา แล้วผมจะทำตามที่พี่บอกทุกอย่าง”
“ไปเรียนต่อต่างประเทศ หลังจากนั้นกลับมาช่วยงานพี่ที่อินซื่อกรุ๊ป สามปี”
อินเสินเลิกคิ้วทันทีหลังได้ยินประโยคนั้น
เขาไม่เคยชอบน้องชายคนนี้ เพราะเซี่ยจื่ออวี้ทำให้เขาคิดถึงตัวเองเมื่อสมัยก่อน
เต็มไปด้วยความโมโหร้าย อวดดีเ็า หัวแข็งไม่เชื่อฟัง
แต่แน่นอน อินเสินรู้ว่าเซี่ยจื่ออวี้เป็คนมีความสามารถที่จะปลุกปั้นได้
เขาอยากหาผู้ช่วยมาโดยตลอด สังเกตดูแล้วเซี่ยจื่ออวี้เหมาะสมที่สุด
แต่เซี่ยจื่ออวี้แต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่ใช่คนว่านอนสอนง่ายที่จะยอมให้ใครมาบงการ
ทำให้นึกไม่ถึงว่าโอกาสที่เขารอคอยจะลอยมาหาถึงที่เลย
“ตกลง” เสียงของอินเสินเ็า “ฉันจะไปในวันสองวันนี้แหละ แกเตรียมตัวไว้เลย”
เซี่ยจื่ออวี้เหมือนอยากจะพูดอะไร แต่อินเสินก็วางสายไปแล้ว
ขณะเดียวกัน อินเสินรู้สึกแปลก ๆ
จัดการเซี่ยจื่ออวี้ยังยากกว่าการฆ่าเขาอีก แล้วตอนนี้ก็คาดไม่ถึงเลยว่าเขาจะยอมประนีประนอมเพื่อเด็กที่เพิ่งเจอกันไม่นาน
ตอนแรกเขาอยากจะส่งคนไปจัดการแทน แต่ตอนนี้ เขาอยากจะไปดูด้วยตัวเองแล้ว
….
ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหลานเทียน
ในห้องที่มืดสลัว มีก้อนกลม ๆ นูนขึ้นมาตรงกลางผ้าห่มบนเตียง
ซิงซิงที่ถูกทำให้หวาดกลัว กำลังนอนขดตัวหลับอยู่
ทั้งเหนื่อยง่วงและหิวโหย เกือบจะไม่ได้นอนทั้งคืน เพราะขาดออกซิเจนและร้องไห้จนแทบชัก
เด็กน้อยเหมือนคนมีสติแค่ครึ่งเดียว
พอหลับก็หลับถึงเที่ยงคืน
หลับลึกมาก แต่ไม่สงบ
ซิงซิงน้อยฝัน
ในฝัน พี่หกฆ่าคนจริง ๆ
แต่ว่าไม่ได้โดนจับ และไม่ได้โดนลงโทษตามที่ควร
มีคนออกหน้าจัดการให้ทั้งหมด และไม่มีใครสนใจเขา
แล้วเื่ที่น่ากลัวที่สุดก็มาถึง หลังจากที่มีครั้งแรก ครั้งต่อไปก็กลายเป็เื่ธรรมดา
เขาค่อย ๆ ตกหลุมรักรสชาติของการควบคุมและการฆ่านี้
ท่ามกลางสีเืที่วุ่นวายและเสียงอื้ออึงที่ดุเดือด ในตอนท้ายของความฝัน พี่หกของเธอยืนอยู่บนกองเืและศพที่นอนอยู่เต็มพื้น
ใบหน้าโเี้ดุร้ายของพี่หกเต็มไปด้วยเื ใบหน้าบิดเบี้ยว ฆ่าทะลวงอย่างโหดร้ายพร้อมหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
“เฮือก!”
ซิงซิงลืมตาทันที ร่างเล็ก ๆ สั่นเทาอยู่ในผ้าห่ม
ผ้าห่มหนามาก แต่เธอก็รู้สึกหนาวมากเช่นกัน
นั่นคือพี่หกเหรอ นั่นต้องไม่ใช่พี่หกของเธอแน่นอน!
พี่หกจะต้องกอดเธอ อยู่ด้วยกันกับเธอ ลูบผมเธอ…
ซิงซิงอยากร้องไห้อีกแล้ว ยิ่งพอคิดถึงรูปร่างหน้าตาของป้าผู้อำนวยการ เธอก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้
แต่ว่าก็ต้องอดทนไว้ กลั้นน้ำตาเอาไว้
พี่หกบอกว่าจะมาพาเธอกลับบ้าน ยังไงก็ต้องมา
ซิงซิงนอนไม่หลับอีกแล้ว
เธอม้วนตัวออกมาจากผ้าห่ม ลูบท้องแบน ๆ ของตัวเอง
ไม่ได้กินข้าวมาหนึ่งวัน ซิงซิงหิวจนรู้สึกเวียนหัว
บนตู้ด้านข้างเตียงมีคุกกี้วางอยู่ เด็กน้อยจึงเอื้อมไปหยิบมาแล้วยัดเข้าปาก
สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหลานเทียนปฏิบัติกับเธออย่างไม่ยุติธรรมมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว โดยเฉพาะในเื่ของอาหาร
นี่คือขนมที่ซิงซิงชอบมากที่สุด แต่หลังจากที่เธอกินไปสองคำ รูปร่างหน้าตาของป้าผู้อำนวยการที่ดุร้ายเ็าก็จะปรากฏขึ้นมาตรงหน้า
เธอไม่อยากกินแล้ว จึงเช็ดมือเล็ก ๆ อย่างระมัดระวัง และะโลงจากเตียง
ชั่วพริบตาที่มองเห็นดวงดาวนอกหน้าต่าง ซิงซิงรู้สึกถึงความปลอดภัยในทันที
เธอชอบดวงดาวมาโดยตลอด ดาวบนท้องฟ้าก็เหมือนดวงตาอ่อนโยนหลายดวงที่กำลังปกป้องเธออยู่
ในดวงตากลม ๆ ของเด็กน้อย ก็เหมือนท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาว
แต่ในไม่ช้า ดวงตาของซิงซิงก็ปรากฏความสงสัยออกมา
“เอ๊ะ…ดวงดาวที่เห็นเมื่อวานนี้เปลี่ยนไป…”
ดวงดาวบนท้องฟ้าบอกเธอ พี่หกจะมีอันตราย แต่ว่าตอนนี้พี่หกก็ปลอดภัยอยู่นี่
ไม่สิ ปลอดภัยแค่ชั่วคราว
หลังจากนี้อาจจะมีอันตรายมากมาย แต่จุดเปลี่ยนที่น่ากลัวที่สุดก็เปลี่ยนไปแล้ว
ซิงซิงเบิกตากว้าง มองดวงดาวที่บอกข่าวเธออย่างตั้งใจ
นอกจากพี่หกแล้ว เธอยังมองเห็นป้าผู้อำนวยการอีกด้วย
ดวงดาวของป้าผู้อำนวยการดูชั่วร้ายมาก!
ซิงซิงถอยหลังก้าวหนึ่งด้วยความหวาดกลัว
ป้าผู้อำนวยการ ดูเหมือนจะถูกรายล้อมไปด้วยความอาฆาตมากมาย!
ซิงซิงส่ายหัว และไม่กล้าดูอีก
เธอจะรอพี่หกมารับเธอ!
พี่หกจะต้องมา จะต้องมาแน่นอน!
ซิงซิงจับหน้าตัวเองที่หนาวเย็นจากลมยามค่ำคืน แล้วถอยกลับไปใต้ผ้าห่มอีกครั้ง
….
ออฟฟิศของผู้อำนวยการสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ายังเปิดไฟอยู่
ป้าหลี่ผู้ที่อ่อนโยนรักใคร่ต่อหน้าคนนอกเสมอกำลังถือโทรศัพท์ของเธอด้วยท่าทีประจบประแจง
“ใช่ค่ะ คุณมารับได้เลย”
“สบายใจได้ เด็กคนนี้เชื่อฟังมาก สวยมากเหมือนกับตุ๊กตาเลย”
“ใช่ค่ะ เด็กคนนี้ไม่เข้าใจอะไรเลย และไม่เคยต่อต้านอะไรด้วย”
“เงินก้อนสุดท้าย…พรุ่งนี้คงจะจ่ายใช่ไหม ได้แน่นอนค่ะ”
“ถ้างั้นเจอกันพรุ่งนี้นะคะ ฝันดีค่ะ”