ตื่นเช้ามาปวดเมื่อยเนื้อตัวมาก คือไม่ค่อยได้ออกกำลังกายสินะเรา แต่ก็ต้องฝืนทำตัวเหมือนปกติไม่ให้พ่อเอามาเป็ประเด็นบ่นอะไรเพิ่มได้อีก
“วันนี้ก็อย่าลืมไปเอาเป้คืนนะ แล้วเอาไว้ใช้แค่ตอนไปเรียนพิเศษพอ” พ่อกำชับตอนจอดรถส่งหน้าปากซอยโรงเรียน
“ครับ”
“หวัดดีพัต”
“หวัดดีบอม สน”
“เป็ไงบ้างหายหวัดยัง?” บอมโอบไหล่มือมาโดนต้นแขนผม
“โอ๊ย!”
“อ้าวเฮ้ย! เจ็บเหรอ?”
“อือ เจ็บแขนนิดหน่อย”
“ความผิดมึงเลยไอ้บอม มึงก็รู้ว่าพัตเค้าเด็กเรียน เสือกฝึกเขาซะหนัก”
“โทษนะพัต เรา...เราเห็นนายทำได้ก็เลยอยากฝึกให้เยอะ ๆ”
“ไม่เป็ไรหรอกบอมสน สนุกดี เราชอบ” เห็นบอมทำหน้าเหมือนจะเจ็บแทนผมแค่นี้ผมก็หายเจ็บแล้ว
“แล้วตกลงหายหวัดยัง?” บอมถามและเอามือแตะหน้าผากผมทันทีไม่รอคำตอบ มือของเขาทำให้เื่กลุ้มใจทั้งหมดของผมหายไป
“เราหายแล้..” ผมพูดยังไม่ทันจบมือของบอมก็ลอดเข้าปกเสื้อผมมาจับต้นคอ
“เออตัวไม่ร้อนแล้ว ค่อยยังชั่ว” ผมจะไข้ขึ้นก็เพราะมือปลาหมึกของนายนี่แหละ ถึงเนื้อถึงตัวทำให้คิดตลอดเลย
“เราว่าที่พัตเป็หวัดอาจเพราะใส่ชุดนักเรียนเล่นบาสนะ มันอุ้มเหงื่อ พัตเรียนพละวันไหนเหรอ?”
“วันศุกร์น่ะ”
“เฮ้ย เหมือนกันเลย เราเรียนคาบ 7 กับ 8”
“เราเรียนคาบ 5 กับ 6 น่ะบอม”
“ดี ๆ รุ่นพี่บอกว่าทุกเย็นวันศุกร์จะซ้อมใหญ่ ใส่ชุดพละน่าจะโอเคกว่า เตรียมเสื้ออีกตัวมาเปลี่ยนตอนเล่นเสร็จด้วยนะ แล้วมึงเรียนพละวันไหนเหรอสน?”
“กูเรียนพฤหัส”
“แบบนี้จะซักตากทันไหม?”
“ไม่น่าทันนะ นี่ก็หน้าฝนด้วย แต่เอาเสื้อบาสมาใช้แทนก็คงได้นะ หลังเลิกเรียนครูคงไม่ว่าหรอก”
“งั้นกูเอามาบ้างดีกว่า” บอมบอก
ผมจะได้เห็นบอมกับสนในชุดบาสอีกแล้ว จะดีใจหรือหวาดเสียวดีฟระ
“เอ่อ...บอมสน เย็นวันศุกร์เราอาจอยู่ได้ไม่นานนะ พ่อเรามารอรับ”
“อ้าวเหรอ นึกว่าจะได้ซ้อมกันนาน ๆ ยังไงพัตลองขอพ่อดูดิ”
“อืมจะลองดู” (ไม่มีทาง แค่นี้พ่อก็จะฆ่าผมอยู่แล้ว) ผมตอบแล้วแยกไปเอาเป้ที่ห้องปกครอง
“เออสน ไหน ๆ จะเอาเสื้อบาสมา มึงว่าเอารองเท้ามาด้วยดีมั้ยจะได้เล่นคล่อง ๆ”
“รองเท้ากูแม่งพื้นจะหลุดั้แ่แข่งครั้งที่แล้ว ปะกาวสองรอบแล้ว”
“อ้าวเหรอ?”
“นี่ก็เก็บตังค์ซื้อใหม่อยู่”
“อือ แล้วเจอกันตอนพักเที่ยงโต๊ะเดิมนะ”
“วันนี้ลองร้านใหม่ มีผัดมะกะโรนี น่าอร่อยดีแฮะ” บอมเดินถือจานมานั่งรวมกัน
“พัตกินข้าวหมกไก่อีกแล้วเหรอ?”
“วันนี้ปวดแขน ไม่อยากต่อคิวร้านอื่นนาน ๆ น่ะ คนเยอะเบียดกันไม่ไหว”
“อืม ยังไงถ้าอยากกินร้านอื่นบอกเราได้เดี๋ยวไปซื้อให้ ของสนเป็ข้าวกะเพราหมูสับเหรอน่ากินดีแฮะ”
สนนั่งเหม่อไม่ตอบอะไร
“สน มึงเป็อะไรวะ?”
“อ..อ้อ ไม่มีอะไรหรอก”
“ไม่สั่งไข่ดาวด้วยเหรอ เห็นมึงสั่งข้าวกะเพราทีไรต้องมีไข่ดาวประจำนี่?”
“เมื่อเช้ากินมาเยอะแล้วเลยไม่ค่อยหิวน่ะ”
่พัก 30 นาทีระหว่างคาบ 6 กับคาบ 7 สนเดินไปนั่งคนเดียวหลังโรงเก็บของข้างที่จอดรถหลังตึก 10
“เฮ้อ…ทำไงดีวะเนี่ย?”
เดือนนี้เหลือเงินอยู่แค่ 2,500 ไหนจะค่าเรียนพิเศษที่ต้องสมัครภายในสุดสัปดาห์นี้ ถ้าสมัครช้ามันเต็มไปก่อนก็ต้องไปเรียนที่ไกลขึ้นก็ต้องมีค่าเดินทางอีก ห่านเอ๊ยเพิ่งเรียนได้สองวันตรูไม่เข้าใจหลายวิชาเลย แล้วจะเหลือเงินซื้อรองเท้าใหม่ไหมฟระ
เอ๋...มีเสียงคนคุยอะไรอยู่ใกล้ ๆ
“เฟิร์ส ดิมบอกแล้วไงว่าไม่โทรตอนเรียน”
“ก็ตอนเย็นเราต้องเรียนเปียโนเราคุยกับดิมไม่ได้ แม่มานั่งเฝ้า พอค่ำดิมก็อ่านหนังสือนี่”
นั่นไอ้แว่นคนที่ลาออกจากห้องสแครบเบิ้ลพร้อมผมนี่หว่า
“่เปิดเทอมดิมมีอะไรต้องทำเยอะน่ะ”
“เราก็การบ้านเยอะเหมือนกัน ดิมมีเื่เยอะขนาดลืมเราเลยเหรอ?”
“ไม่ใช่นะ”
แล้วมันจะเปิด vdo.call ทำไมฟระ แต่ก็ดี ชอบฟังคนเป็แฟนง้อกัน สนุกดี แปลง่าย ๆ ว่าเผือก แฟนแม่งเสียงน่ารักดีนะ
“แล้วดิมจำได้ไหมว่าเดือนหน้า...”
“จำได้วันเกิดเฟิร์ส ดิมไม่ลืมหรอก”
“ดิมจำได้ไหมว่าสัญญาจะให้อะไรเป็ของขวัญเรา”
“เอ่อ...เอาเป็ว่าเราจะเลือกของที่ถูกใจเฟิร์สให้นะ”
“ดิมอ่ะ...ดิมสัญญาแล้วนะว่า...”
“เฟิร์ส”
“ดิมสัญญาแล้วนี่ ทำไมล่ะ? รู้ไหมว่าเรารอดิมมาตลอด”
สัญญาอะไรฟระ พูดวนไปวนมา
“ตอนปีใหม่ดิมก็บอกว่าไม่พร้อม วาเลนไทน์ก็บอกรอก่อน แล้วตอนนี้ดิมยัง...”
“เฟิร์ส! พวกเรายังเด็กอยู่นะ”
เฮ้ย อะไรฟระ? อย่าบอกว่าที่กำลังทวงสัญญาคือเื่ XXX อะไรแบบนั้น
“แค่นี้ก่อนนะ ดิมต้องไปเรียนแล้ว” เสียงออดหมดเวลาพักดังขึ้น แต่ไอ้หมอนั่นไม่ยอมขยับเลย แล้วตรูจะเดินออกไปยังไงฟระ
1 นาทีผ่านไป ไอ้แว่นทำไมมึงยังไม่กลับห้อง ไหนมึงบอกแฟนว่าจะไปเรียนไง
2 นาที มันยังถอนหายใจยืนจ้องมือถือพร้อมใบไม้ร่วงลงมาเบา ๆ ประหนึ่งมิวสิควิดีโอ
3 นาที ไม่ไหวแล้วว้อย ตรูจะเข้าเรียนสายแล้ว ค่อย ๆ ย่องผ่านด้านหลังมันไปละกัน...แต่ชีวิตจริงไม่ใช่ละครตลกเพราะไอ้แว่นมันหันมาพอดี
“เอ่อ...เราไม่ได้ตั้งใจแอบฟังนายนะ อันที่จริงเรามาก่อนน่ะ คือเราก็มานั่งกลุ้มปัญหาชีวิตอยู่ตรงนี้ก่อนนายแล้ว”
ไอ้คนชื่อดิมยืนนิ่งตาเบิกโพลง มันคงใที่มีคนได้ยินที่มันคุยกับแฟน
“คือเราก็มีปัญหาชีวิต นายก็มีปัญหาชีวิต เราสองคนเจ๊ากันเนาะ อะไรที่เราได้ยินเราจะลืม ๆ ไปละกัน คอนเวิร์สทางใครทางมันละกันนะ”
“นายได้ยินอะไรบ้าง?” ไอ้คนชื่อดิมเดินเข้ามาพูดเบา ๆ
“ก็ได้ยินไม่ชัดหรอก แค่...เอ่อ...แฟนนายอยากให้นายมีอะไรอย่างว่ากับเขา แต่นายผลัดมาั้แ่ปีใหม่วาเลนไทน์สงกรานต์เช็งเม้งวันแรงงานจนเดือนหน้าจะเป็วันเกิดเขาแล้ว” วิชาย่อความตรูได้คะแนนเต็ม
ดิมจับบ่าผมไว้ ก้มหน้านิ่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ “เชรี่ยแล้ววว”
“พวกนายค่อย ๆ คุยกันนะ เราเอาใจช่วยนะ ใส่ถุงกินยาคุมนะเพื่อน ขอเราไปเรียนได้ไหม กูจะเข้าสายแล้วเนี่ย”
“เฮ้อ...ทำไงดีวะเนี่ย?” ดิมก้มหน้าถอนหายใจ
ตรูก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกันนะว้อย! ดันบังเอิญแอบฟังแฟนทะเลาะกันเพราะไอ้ผู้ชายไม่ยอม XXX แบบนี้จะให้พูดปลอบหรืออะไรยังไงไปไม่เป็เลย
“เฮ้ยดิมปล่อย! อย่าให้เราต้องใช้กำลังนะเว้ย”
เอ๋า! เงียบอีก ไอ้สาด ตรูจะกล้าใช้กำลังจริง ๆ ได้ไงในเมื่ออยู่ข้างตึกเรียนที่ทุกห้องทุกชั้นมีนักเรียนกำลังนั่งเรียน ขืนมีเื่เสียงดังกันตรงนี้แม่งชะโงกมาดูกันทั้งตึก ห้องประจำชั้นตรูก็อยู่ชั้นสาม
“เอางี้ดิม! เราไม่บอกใคร นายกลุ้มใจอะไรมานั่งคุยกันหลังเลิกเรียน ตกลงไหม?”
“เอ่อ...ก็ได้”
“ป่ะ ไปเรียนได้แล้ว ตอนเย็นกลับมาเจอกันตรงนี้”
“อืม ขอบใจนะ” แต่ไอ้ดิมก็ยังเดินขึ้นบันไดตามมาเรื่อย ๆ
“มึง...เอ๊ยนายก็แยกไปดิ จะเดินตามเรามาทำไม?”
“ก็ห้องเราอยู่ทางนี้” ดิมชี้มือห้องติดกับห้องประจำชั้นของผม “เราอยู่ห้อง 7” อ้าวเฮ้ย! นี่อยู่ห้องติดกันเลยนี่หว่า ไม่ทันสังเกตเลย ดิมพูดเสร็จก็เดินเข้าห้องตัวเองไป ส่วนผมค่อยย่องมุดประตูหลังห้องเข้ามานั่งโต๊ะตัวเอง
“ไอ้สน เมื่อกี้มึงเดินมากับเด็กห้องควีนเหรอ?”
“หืม? อะไรนะ? ห้องควีน”
“ใช่ ห้อง 7 ไงห้องควีน มึงไม่รู้เหรอว่าห้องที่อยู่ติดกับห้องเราคือพวกเด็กเก่งรองจากห้องคิง”
“อ้าวเหรอ? มีอะไรแบบนี้ด้วยเหรอฟระ? นึกว่ามีแค่ห้องคิง” ...ไอ้แว่นนกเขาไม่ขันไม่มีปัญญาอึ๊บแฟนนั่นน่ะนะเด็กเรียนเก่ง
“เออ เมื่อวานพวกกูจะตีสนิท ไปนั่งทานข้าวกับพวกห้อง 7 แม่งลุกหนีเลยซะงั้น”
“แบบนั้นเลยเหรอ แม่งยังกะนิยาย แต่มันก็แล้วแต่คนรึเปล่าวะ ไอ้ดิมก็ดูไม่หยิ่งแบบนั้นนะ”
“มึงก็ระวังไว้ เดี๋ยวเจอพวกมันเชิดใส่ มึงจะหน้าชา”
หลังเลิกเรียน ดิมมานั่งรออยู่แล้ว ผมนั่งลงข้าง ๆ
“ไงดิม นายดีขึ้นรึยัง?”
“อืม ขอบใจนะใบสน”
“นายรู้ชื่อเราด้วยเหรอ?”
“เราจำได้ั้แ่นายะเิลงกลางห้องสแครบเบิ้ลน่ะ ฮะ ๆๆ”
คำตอบของดิมทำผมอึ้งไปแว่บนึงแล้วก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีก คือผมจะชวนคุยอะไรยังไงได้ฟระ อึดอัดชิบเป๋ง เป็สถานการณ์ที่ไม่เคยเจอมาก่อนเลยแถมไม่เคยรู้จักกันมาก่อนด้วย
“ตอนนายโมโหนั่นโคตรเจ๋งเลยนะ ตอนนี้นายดังในกลุ่มห้องคิงกับห้องควีนเลยนะ ฮ่า ๆๆ เราล่ะอยากมีความกล้าแบบนายบ้างจัง”
“รู้สึกยังไงก็ทำออกไปอย่างนั้น แค่นั้นแหละ เดี๋ยวนะ! แล้วห้องคิงห้องควีนมาเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ?”
“ส่วนใหญ่ในชมรมสแครบเบิ้ลก็พวกห้องเรากับห้องโน้นแหละ”
นี่ตรูเดินเข้าไปในชมรมเด็กเรียนระดับหัวกะทิเรอะ แล้วทุกคนมีนิสัยขี้โกงแบบนั้นน่ะนะ
“แล้วที่ใบสนบอกว่ามีปัญหา บอกเราได้มั้ยเผื่อเราช่วยได้ ไหน ๆ นายก็ช่วยเราแล้ว”
“เรียกเราสนเถอะ เรียกชื่อเต็มเรารู้สึกจั๊กจี้ยังไงไม่รู้ และเราไปช่วยอะไรนายตอนไหน?”
ดิมผงกหัวเบา ๆ “แค่มีนายนั่งอยู่ด้วยตอนเรามีปัญหาก็ช่วยเราแล้ว คิดดูดิเื่แบบนี้เราจะเล่าให้ใครฟังได้”
มันก็จริงนะ ถ้านกเขาตรูไม่ขัน ไม่อยากปั่มป๊ามกับแฟนเนี่ยไม่เล่าให้ใครฟังแน่
“แล้วปัญหาของสนคืออะไรเหรอ?”
“คือ…เอ่อ...เราไม่มีตังค์ไปเรียนพิเศษน่ะ นี่เพิ่งเปิดเทอมมา 2 วันเราเรียนไม่รู้เื่ตั้งหลายวิชา”
ทำไมตรูถึงเล่าเื่นี้ให้คนที่เพิ่งรู้จักฟังได้ง่าย ๆ ฟระ? ขนาดไอ้บอมผมยังไม่บอกมันเลย
ดิมมองผมด้วยหน้านิ่ง ๆ ไม่มีการล้อเลียนหรือทำหน้ารังเกียจ
“สนไม่เข้าใจวิชาไหนบ้าง?”
“เลข อังกฤษ วิทยาศาสตร์” เพิ่งเปิดเทอมได้ 2 วัน ตรูไม่เข้าใจวิชาหลักสักตัว ถ้าเรียนครบสัปดาห์จะมีอีกกี่วิชาวะเนี่ย
ดิมนิ่งไปสักพักนึงแล้วหันมาตอบ “เราติวให้นายได้นะ เราอาจไม่ได้เก่งมากแต่ก็คงช่วยนายประหยัดค่าเรียนพิเศษได้”
“เฮ้ย! เกรงใจน่ะดิม”
“ให้เราช่วยอะไรสนบ้างเหอะ เอาเป็ว่าวันมะรืนมาเริ่มติวที่นี่หลังเลิกเรียนครึ่งชม.นะ”
“ตอนเย็นเราต้องซ้อมบาสน่ะดิม”
“งั้นตอนเช้าก็ได้ เดี๋ยวเราไปก่อนนะสน” ดิมพูดพลางลุกขึ้น แต่ผมไม่เข้าใจว่ามันจะติวให้ผมทำไมเลยกุมมือมันไว้ก่อน
“ดิม ถ้านายจะทำดีกับเราเพื่อปิดปากเราเื่นั้นน่ะ ไม่ต้องก็ได้ เราไม่พูดอยู่แล้ว”
“เราอยากแก้ปัญหาให้เพื่อน ถ้าไม่ใช่ปัญหาใหญ่คงไม่มานั่งกลุ้มคนเดียวใช่มั้ย เราเพื่อนกันแล้วนะ”
ผมมองตามันว่ามันหมายความแบบนั้นจริง ๆ หรือแค่อยากอวดว่ามันฉลาดกว่าผม
“แต่ถ้าเราทำให้นายรู้สึกไม่ดี เราขอโทษนะ”
“ไม่หรอก คือเพื่อนห้องเราเพิ่งเล่าเื่ที่มันไปคุยกับคนห้องนายแล้วโดนเมิน เราเลยคิดว่าจริง ๆ นายอาจไม่อยากสุงสิงกับเรา”
“เื่นั้นนี่เอง” คราวนี้ดิมทำหน้าอมทุกข์แบกโลกหนักยิ่งกว่าตอนคุยกับแฟนมันซะอีก แม่งนิ่งไปเลย นิ่งไปนานด้วย เฮ้ย ๆๆๆ
“ดิมนายเครียดไปเลยเหรอ เราก็แค่ห่วงว่านายฝืนทำเพื่อปิดปากเราแค่นั้นแหละ ติวก็ติวดิวะ!”
“อืม มะรืนนี้เจอกันนะ”
เวลาเดียวกัน ณ ห้องเก็บเอกสารแผนกธุรการ
“คุณน้องบิ๊วคะ ตกลงหาแบบใบประเมินการสอนปี 60 เจอไหมคะ?”
“ยังไม่เจอเลยครับพี่ศรีเพ็ญ ผมว่าน่าจะอยู่ลังนี้มั้งครับ”
“จำเป็ต้องใช้ด่วนเหรอคะ? ปีการศึกษานั้นก็ผ่านไปนานแล้วนะคะ”
“คือผมจะทำพรีเซนต์ข้อมูลย้อนหลังคืนนี้น่ะครับ ขอโทษด้วยนะครับ เกรงใจพี่จริง ๆ ครับ”
“พี่ต้องรีบกลับบ้านด้วยสิ งั้นพี่ฝากปิดห้องด้วยนะคะ ไม่ต้องปิดประตูเหล็กนะคะเดี๋ยวรปภ.มาจัดการเอง”
“ได้ครับ ขอบคุณมากครับ”
กระดาษคำตอบสอบเข้าม.4 อาจไม่ใช่สิ่งสำคัญแต่โรงเรียนก็ต้องจัดเก็บ 3 ปีตามมาตรฐาน ISO มีอีกทางที่จะได้เห็นคือเข้าไปดูฐานข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์แต่ต้องได้ลายเซ็นอนุมัติจากอาจารย์หัวหน้าแผนก...พร้อมกับคำถามว่าทำไมถึงอยากดู อันนั้นแหละที่ผมไม่อยากให้ใครรู้ ที่มาขอหาเอกสารตอนหลังเลิกเรียนก็หวังให้อ.ศรีเพ็ญทิ้งผมไว้ในห้องแบบนี้แหละ ลังกระดาษใหม่ล่าสุดที่เพิ่งย้ายมาเก็บห้องนี้ กระดาษคำตอบอยู่ในนี้ ผมรู้เลขประจำตัวผู้สอบของน้องพัตจึงหาไม่ยาก
กระดาษคำตอบวิชาแรก คณิตศาสตร์ ...นนทภัทร วงศ์ประสาน...49/50
ผมถ่ายรูปเก็บไว้พลางสงสัย ที่ผมรับงานแปลก ๆ นี้จากพ่อน้องพัตเพราะเื่นี้แหละ
กระดาษคำตอบวิชาที่สอง วิทยาศาสตร์ ...นนทภัทร...50/50 พัตไม่ได้ห้องคิงทั้งที่ตอนติวทำได้ดีมาก คะแนนแต่ละวิชาก็สูงขนาดนี้
กระดาษคำตอบวิชาที่สาม ภาษาไทย ...นนทภัทร...49/50
กระดาษคำตอบวิชาที่สี่ สังคม ...นนทภัทร...47/50 แทบจะได้เต็มทุกวิชา หรือคอมพิวเตอร์ตรวจผิด?
กระดาษคำตอบวิชาสุดท้าย ภาษาอังกฤษ ...นนทภัทร...17/50