ศรีสมรงงกับอาการของเพื่อนสาว มันเหมือนว่าหมวยนางนี้จำสิ่งที่กระทำเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนไม่ได้เลย สาวใหญ่เลยเป็ฝ่ายสับสนเสียเอง
“ เอ….หรือแท้จริงแล้ว สิ่งที่เจอเมื่อกี้จะเป็ความฝัน แต่มันก็สมจริงเหมือนโดนนายโต้งย่ำยีเลย” ศรีสมรคิดไม่ตก ก่อนจะลอบส่งจิตไปจับ่ล่าง ทำให้รู้สึกถึงคราบคาวที่เพิ่งถูกพ่นเข้ามากาย
“ มันดูสมจริงมากเลยนะ ไม่น่าจะเป็ความฝันได้ ”
และในระหว่างที่สาวใหญ่สับสนอยู่นั้นเอง เธอก็รีบตัดเื่นี้ไป เพราะมีสิ่งที่ควรกังวลยิ่งกว่า
“ อืม…ปล่อยเื่นี้ไปก่อนดีกว่า ไว้พอถึงบ้าน ค่อยตรวจดูอีกที ถ้าในน้องสาวมีคราบคาวคั่งค้างอยู่ ก็แปลว่าเราไม่ได้ฝัน แต่ถ้าไม่มี เื่ทั้งหมดเป็แค่มโนไปเอง และสิ่งที่ควรใส่ใจจริงๆก็คือ…การไปพบท่านอาจารย์ในวันนี้”
เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้น ศรีสมรจึงหันไปปลอบเพื่อนสาวที่นั่งเช็ดคราบน้ำตา พร้อมเข้าเื่ที่เธอสนใจ
“ โอเค เอาล่ะ ชั้นยอมรับผิด และจะไม่ต่อว่าแกอีก ว่าแต่ถ้าพวกเราไปในวันนี้ จะเจออาจารย์มั้ย”
พอได้ฟังเช่นนั้น สีหน้าของซิ้มก็เริ่มดีขึ้น เลยรีบตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม
“ ต้องได้เจออยู่แล้ว ดีไม่ดี วันนี้อาจารย์อาจเลิกรับแขกทุกคน เพื่อเว้นที่ให้แก ”
“ หา….แบบนี้ก็หมายความว่า…..”ศรีสมรใจนอ้าปากค้าง ซิ้มจึงรีบตามงานด้วยการเฉลยให้สิ้นสงสัย
“ ใช่แล้ว อาจารย์รู้ว่ายังไง แกก็ต้องกลับมา และเหตุการณ์แบบนี้ก็เกิดขึ้นกับชั้นเหมือนกัน”
คำตอบนั้นทำให้คุณนายสาวแทบจะชาไปทั้งตัว มีหลากหลายอารมณ์ปนเปอยู่ในหัว ไม่ว่าจะเป็ใ ฉงนสงสัย มีความหวัง ปิดท้ายด้วย…หวาดกลัว
“ อ่า….แต่มันไม่ใช่เื่น่ากลัวอย่างที่คิด ก็แค่การเข้าพิธีทำเสน่ห์ของท่านอาจารย์ เพื่อเรียกผัวแกกลับมาเท่านั้นเอง ” พอซิ้มเห็นคุณนายศรีสมรออกอาการไม่ค่อยดี หมวยสาวจึงรีบปลอบประโลม มือขวาเอื้อมไปแตะไหล่
ตามปกติ ศรีสมรจะรู้สึกอบอุ่นกับฝ่ามือของเพื่อนสาว แต่ตอนนี้ ในใจกลับรู้สึกรังเกียจจนอยากสะบัดหัวไหล่ออก ด้วยประสบกับแววประหลาดบนดวงตาของอีกฝ่าย มันคล้ายประกายเว้าวอนของสัตว์ป่ายามล่าเหยื่อ ทว่าด้วยมารยาทอันดี เ้าหล่อนจึงข่มทุกอารมณ์ พร้อมตามน้ำไปก่อน เพื่อให้เกิดบรรยากาศการพูดคุยที่ดี
“ โอเคจ้ะ เข้าใจแล้ว…..”
…………………………….
ศรีสมรใช้เวลาไม่นาน ก็มาถึงเรือนไทยของอาจารย์ แต่คราวนี้มีใครคนนึงกำลังนั่งเล่นอยู่บนโต๊ะไม้หน้าบ้าน ทำให้สองสาวใไปตามๆกัน
สาเหตุที่ทำให้สองสาวเป็เช่นนี้ เพราะคนผู้นั้นเป็ชายวัยกลางคนที่มีรูปร่างสูงใหญ่กว่าปกติ ผมบนศีรษะสั้นเกรียนติดหนังหัว ดวงตาโตดูปูดโปน จมูกโด่งเป็สัน แต่่ปลายกลับบี้ใหญ่ดุจกระทิงดุ ริมฝีปากค่อนข้างหนา คางเหลี่ยม แถมมีกรามอีกต่างหาก บ่งบอกถึงความทรหด
“ ว้าย! น้าคนนี้เป็ใครกันน่ะ ดูน่ากลัวจังเลย ” ศรีสมรรีบกระซิบถามเพื่อนสาว ซึ่งซิ้มก็ตอบกลับมาด้วยเสียงที่เบาดุจเดียวกัน
“ หมอนี่ชื่อ…..ยอด เป็คนขับรถของอาจารย์ อย่าไปสบตาหรือพูดคุยกับมัน ให้ทำเป็เมิน ไม่สนใจ เพราะได้ยินมาว่าไอ้นี่เป็อดีตคนร้ายที่ติดคุกอยู่หลายปี ส่วนคดีที่เคยทำน่าจะฉกรรจ์เอาการ ”
เพียงได้ยินแค่นี้ ศรีสมรก็รู้สึกเสียวสันหลัง ยิ่งสังเกตเห็นเรือนกายกำยำในชุดเสื้อกล้าม กางเกงยีนส์ ยิ่งดูน่ากลัวเป็เท่าทวี ด้วยมันมีแต่มัดกล้ามประดับไปทั่ว
“ บรื้อ….น่ากลัวชะมัด ทำตามที่ยัยซิ้มว่าดีกว่า ”
ยอดกำลังโซ้ยเหล้าขาวอยู่ ซึ่งเป็บำเหน็จจากของไหว้ที่อาจารย์หนุ่มนำมาให้ แน่นอนว่าเขาไม่รู้สึกเมาเลย เพราะเหมือนแฮลกฮอล์จะระเหยไปจากเครื่องดื่มขวดนี้ แต่หนุ่มใหญ่ก็ยังซัดมันต่อไป
“ อืม…แม้รสจะแปล่งๆจนดูเหมือนน้ำเปล่า แต่อย่างน้อยก็ยังพอมีกลิ่นเหล้า และช่วยให้เมาได้ ว่าแต่จะเป็ไปได้ยังไง เพราะอาจารย์เพิ่งเอาเหล้าขวดนี้ไปไหว้ผีเมื่อสามชั่วโมงที่แล้วเอง” ยอดเองแอบฉงน แต่สุดท้ายก็คิดได้ว่า….สงสัยไป ก็ปวดหัวเปล่า มาสนุกกับสุราที่เกือบจะเป็น้ำเปล่าขวดนี้ดีกว่า
แต่ไม่ทันที่ยอดจะสวาปามแก้วที่สาม ดวงตาเหลือกโปนก็พลันเหลือบไปเห็นสองสาวที่กำลังเดินเข้ามา
“ ฮ้า……นั่นมัน……”
ยอดถึงกับตะลึง เพราะผู้มาใหม่ล้วนมีรูปโฉมที่งดงาม คนแรกเป็ลูกศิษย์สาวที่เคยมาหาอาจารย์ในครั้งก่อน เธอมีชื่อว่า “ซิ้ม” เป็หมวยสาวที่ขาวสุดๆ แถมในวันนี้ได้ปรากฏตัวด้วยชุดเสื้อยืดรัดรูปเน้นสัดส่วน และกระโปรงทรงพลีทสั้นเสมอหู อันเป็ยูนิฟอร์มที่เชิญชวนให้เหล่าชายมาขยี้กาม
ส่วนคนที่สองเป็สาวหน้าใหม่ ซึ่งมีเรือนกายอวบอัด ใบหน้าสวยคมแลเย้ายวน แถมชุดที่สวมใส่ยังเป็สายเดี่ยว และกระโปรงทรงเอที่สั้นประมาณครึ่งขาอ่อน ทำให้จินตนาการถึงทรวดทรงได้ไม่ยาก
“ ว้าว….นังซิ้มยังขาว น่า….เหมือนเดิม ส่วนยัยคนที่มาใหม่ ก็ชวนให้ตอลุกยิ่งกว่า และกูอยากขย้ำทรวงอกคู่นั้นให้เต็มมือ จะได้รู้เสียทีว่ามันเป็ของจริงหรือซิลิโคน….” ยอดคำรามเบาๆ ดวงตาจ้องมองสองสาวไม่วางวาย
ถึงศรีสมรจะพยายามไม่สบตากับยอด แต่ก็ััได้ว่าอีกฝ่ายน่าจะจ้องตนอยู่ มันทำให้รู้สึกอึดอัดจนเหงื่อออก แต่ซิ้มก็พยายามส่งเสียงลอดไรฟัน เพื่อร้องเตือนเพื่อนสาวให้ทำตาม
“ นิ่งๆไว้ นังหมอน อย่าไปสนใจมัน เดินตามชั้นมา”
เสียงเตือนนั้นช่วยปลุกศรีสมรให้มีสติ และเดินผ่านยอดได้ไม่ยาก จวบจนจะขึ้นเรือน ชายกลางคนร่างสูงใหญ่ก็เอื้อนเอ่ย
“ อาจารย์รอพวกคุณอยู่ข้างบนแล้ว และท่านบอกให้ผมมาคอยต้อนรับ ”
ศรีสมรสะดุ้งโหยง เพราะเสียงที่ยอดเปล่งออกมา มันทั้งห้าวหาญและทรงพลัง ทำให้สาวใหญ่หลงลืมคำเตือน พร้อมหันกลับไปปฏิสันถารตามมารยาท แต่ไม่ทันกล่าวจบ เ้าหล่อนก็ต้องกรีดร้อง
“ เอ่อ…..ขะ…ขอบคุณค่ะ ว้าย……”
เหตุที่เป็เช่นนี้ เพราะศรีสมรดันเหลือบไปเห็นดุ้นท่อนโตที่ลอดผ่านซิปกางเกงออกมา กลางลำตัวอุดมไปด้วยเส้นเืปูดโปน และยอดผู้เป็เ้านายของมันกำลังลูบไล้อาวุธร้ายอย่างถนุถนอม
“ หึ หึ หึ สนใจมันหรือครับ คุณผู้หญิง…..” ยอดร้องถาม พร้อมลุกขึ้นยืน ดวงตาเหลือกโปนมองมาที่ศรีสมรอย่างมีนัยยะ
ซิ้มเองก็ใมิใช่น้อย และนี่ก็คือสาเหตุที่เธอเตือนให้ศรีสมรอย่าหันไปมอง เพราะนายยอดเป็อาชญากรที่ก่อคดีทางเพศมาแล้วมากมาย จึงมีความ้าที่ไร้ขอบเขต ยามใดที่มีสาวหันไปมอง หมอนี่ก็จะหลงตัวเองจนอาวุธร้ายตั้งโด่ทุกครั้ง
“ เฮ้อ…ชั้นก็เตือนแกแล้วว่าอย่าหันไปมองมัน….”
“ อ่า…ก็แกไม่บอกแต่แรกนี่ว่าจะต้องเจอไอ้บ้ากามแบบนี้” ศรีสมรประท้วงกลับ สีหน้าแสดงออกว่าเสียขวัญสุดขีด แต่ในเวลาต่อมา สาวใหญ่ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงย้อนถาม
“ เอ๊ะ! เดี๋ยวนะ ว่าแต่แกรู้ได้ยังไงว่าไอ้บ้ากามจะทำแบบนี้ ”
“ อ่า……ชั้นรู้ก็แล้วกันน่า อย่าถามให้มากความเลย ” ซิ้มอ้ำอึ้งอยู่แวบนึง ก่อนจะแกล้งโมโหใส่ แต่ในหัวกลับนึกย้อนถึงเื่ในอดีต
……………………………..
(เมื่อสามเดือนก่อน)
ซิ้มได้เดินทางมายังบ้านเรือนไทยของอาจารย์หนุ่ม เธอยอมรับว่าตื่นเต้นเหลือประมาณ ด้วยนี่เป็ครั้งแรกที่มาใช้บริการพ่อมดหมอผีแบบนี้
“ เฮือก…..บรรยากาศของบ้านน่ากลัวชะมัด นี่ขนาดเป็ตอนกลางวันนะเนี่ย ” หมวยสาวรู้สึกขนลุก ก่อนจะยื่นแบ๊งค์ห้าร้อยให้แท็กซี่แก๊ป
“ ไม่ต้องทอนนะ น้อง ”
“ ขอบคุณครับ พี่สาว….”พลขับหนุ่มรีบผงกหัวรับเป็การใหญ่ เพราะได้ทิปถึงร้อยกว่าบาท อันเป็กำลังใจให้แก่เขาอย่างมากมาย แต่สายตายังไม่วายจับจ้องโคนขาอ่อนขาวผ่องที่โผล่พ้นยีนส์สั้นรัดรูป
แน่นอนว่าการกระทำนี้ย่อมหนีไม่พ้นหูตาของซิ้ม และเธอก็ไม่พอใจพฤติกรรมนี้อย่างรุนแรง เลยตีหน้าบึ้งตึงใส่ พร้อมตวาดกลับ
“ ไม่ให้ทิปแล้ว รีบทอนเงินมาซะ ไอ้น้อง ”
“ เอ๊ะ! แต่พี่…..บอกว่า…..” โชเฟอร์หนุ่มผมยาวเริ่มเถียง ทว่าดวงตากลับจ้องทรวงอกอวบอิ่มที่ตั้งตระหง่านภายใต้เสื้อกล้ามแขนกุด
“ ไม่ต้องพูดมา รีบทอนมาเลย ” ซิ้มวีนแตก และเหวี่ยงฝ่ามือใส่ ทำให้ใบหน้าจิ้มลิ้มของโชเฟอร์หนุ่มสะบัดไปตามแรงตบ
“ เพลี้ย….”
“ โอ๊ย…..คะ…ครับ ผมจะทอนให้เดี๋ยวนี้ ” และการโชว์โหดของหมวยสาว ก็ทำให้โชเฟอร์หนุ่มดูอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด พร้อมยอมทำตามโดยดุษฎี
“ ดีมาก คราวหน้าคราวหลังอย่าทำกรุ้มกริ่มใส่สาวๆอีก ไม่งั้นจะโดนหาว่าลามก เข้าใจมั้ย น้อง ” พอระบายโทสะเสร็จ ซิ้มก็สอนสั่ง แต่โชเฟอร์หนุ่มไม่หันมาตอบ พร้อมขับรถหนีไปอย่างรวดเร็ว
“ บรื้น……”
ทันทีที่โชเฟอร์หนุ่มจากไป ซิ้มก็หันกลับมาหวาดกลัวสภาพรอบบ้านที่แสนวังเวงอีกครั้ง ในใจนึกปอดอยู่หน่อยๆ
“ บรื้อ….หลอนชะมัด รู้งี้ชวนนังหมอนมาเป็เพื่อนดีกว่า ”
แต่ด้วยจิตเจตนาที่แรงกล้า หมวยสาวจึงเดินหน้าต่อไป หวังไปพบหมอไสยศาสตร์ที่ผู้คนร่ำลือ
“ ไม่ได้ จะมัวแต่กลัวผีไม่ได้ ต้องผูกมัดใจโต้ง ให้เขากลับมารักเราเหมือนเดิม”
แน่นอนว่าเสี้ยวหนึ่งของจิตใจ ซิ้มยังแอบหวั่นเกรง เพราะถ้าอาจารย์ไสยศาสตร์เป็เพียงมิจฉาชีพจอมหลอกลวง เธอคงสูญเงินฟรี ดีไม่ดี อาจถึงขั้นเสียตัว
“ ไม่ จะมามัวแต่กลัวไม่ได้ เพราะถ้าอยากได้ลูกเสือ มันก็ต้องเข้าถ้ำเสือ ” เมื่อตัดสินใจได้เด็ดขาด ซิ้มก็สาวเท้ารัวเร็ว หวังไปให้ถึงบ้านอาจารย์ไสยศาสตร์โดยไว แต่พอจ้ำถึงด้านหน้า เธอก็พบกับบุรุษวัยกลางคนร่างใหญ่ที่คล้ายั์ปักหลั่น คนๆนั้นก็คือ……….นายยอด
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
