บทที่สี่สิบเจ็ด
“คำนับท่านจอมมาร”ในโถงโอ่อ่าผู้มาใหม่ทำความเคารพต่อผู้เป็นนายอย่างนอบน้อมแต่สีหน้าของชายผู้ก้มตัวลงดูไม่สู้ดีเท่าไร
“ได้เรื่องหรือไม่?” แต่ผู้ครองภพปีศาจเขาไม่ได้แม้แต่มองคนพูดด้วยซ้ำเพียงแต่ก้มอ่านสิ่งที่อยู่ในมือไม่เงยหน้ามาพักใหญ่แล้วจึงไม่สามารถสัมผัสได้ถึงความเกรงกลัวที่ผู้เป็นสมุนกำลังที่มีต่อเขา
“ขออภัยที่ไม่อาจจะทำภารกิจลุล่วงแต่ข้าเกรงเรื่องนั้นยากเกินความสามารถของข้าน้อยทำให้ไม่สามารถหาเส้นทางดังกล่าวเจอ สมควรได้รับโทษ” คนที่คุกเข่าอยู่ยิ่งก้มหน้ามากขึ้นหลังพูดจบเขาเป็นชายร่างสูง ตัวใหญ่หนากว่าชายทั่วๆ ไป อาจจะใหญ่เท่าผู้ชายสองคนรวมกันได้เขามีนามว่า ‘กู่อันหลี่’ เป็นผู้นำเผ่าคางคก
“เช่นนั้นออกไปซะ!”แม้จะไม่สบอารมณ์แต่จอมมารก็ไม่สั่งลงโทษคนของตนเมื่อทำงานที่ได้รับไม่สำเร็จ
หลังกู่อันหลี่ออกไปชายอีกคนก็เดินเข้ามาคนผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่นแต่คือขุนพลเฉินนั้นเอง
“กู่อันหลี่คงหาเส้นทางไม่เจอ”หัวหน้าปีศาจงูเอ่ยอย่างรู้เหตุการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้น“สิ่งนั้นเป็นตำนานอาจจะไม่มีจริงด้วยซ้ำ”
“เช่นนั้นก็ใช้วิธีเดิม หาอีกเสี้ยวรอผลึกใช้งานได้ ระหว่างนี้แค่อย่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับนางอีก”เสียงพูดดังกังวานเขาตั้งใจแน่วแน่จะต้องดูแลนางไปจนถึงวันที่เสี้ยวผลึกกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง“แล้วเรื่องของเจ้าเป็นอย่างไร?”
“เรื่องที่เหล่าเซียนลอบบุกเข้ามาในวันนั้น วิธีต่างไปจากทุกครั้งมีความเป็นไปได้ที่จะมากกว่าต้องการสังหารท่าน อาจจะเกี่ยวกับอิงหมิง”ขุนพลข้างกายจอมมารถูกสั่งให้ไปสืบเรื่องวิธีการที่แปลกไปของพวกสวรรค์เมื่อจอมมารได้ยินว่าเกี่ยวกับปีศาจจิ้งจอกน้อยก็ยอมเงยหน้าขึ้นมาจากบันทึกที่อ่านอยู่
“พวกมันรู้แล้วหรือว่ายังมีปีศาจจิ้งจอกหลงเหลืออยู่” ปีศาจจิ้งจอกนับว่าเป็นภัยต่อสวรรค์พอๆกับจอมมาร แล้วยิ่งถ้าทั้งสองร่วมมือกันแดนสวรรค์จะถูกทำลายก็ไม่ใช่เรื่องยากพวกสวรรค์อาจจะระแคะระคายเลยจะลอบเขามาสืบ
“มีความเป็นไรสูงว่ารู้แล้วเรื่องนี้มีแค่เหล่าผู้นำเผ่าห้าพิษที่รู้ว่าท่านจับปีศาจจิ้งจอกได้ อาจจะมีลับลมคมใน”
“ขายความลับให้สวรรค์หรือ ถ้าไม่โง่งมไปนักก็กระหายอำนาจจนขลาดเขลาเจ้าค่อยๆ สืบดู ส่วนอิงหมิงให้อยู่ข้างกายข้า ใครจะฆ่านางได้อีกก็ลองดู”บัดนี้จอมมารสำเร็จวิชาเทพมารแล้ว เวทอาคมใดๆ จะเล่นงานเขาไม่ใช่เรื่องง่ายมิเช่นนั้นเขาคนเดียวจะต้านทัพสวรรค์ได้อย่างไรตลอดหลายปี
“แต่ท่านพึ่งฝ่าด่านเข้ายมโลก เวลานี้ร่างกายไม่สมบูรณ์แล้วเรื่องปีศาจจิ้งจอกไม่รู้ว่าเหยียนโหรวหลอกลวงหรือไม่”
ใช่แล้วยมโลกสถานของคนที่หมดอายุขัย แต่เขาก็ฝ่าด่านบุกเข้าไปเพียงเพราะต้องการคำตอบเกี่ยวกับคนผู้หนึ่ง ครั้งแรกจอมมารบุกเข้าไปอยากพาวิญญาณของเซียนลู่อิงหมิงกลับมาแต่สายไป เซียนสาวไม่อยู่ยมโลกแล้วพอจะเปิดบัญชีของนางว่าไปเกิดที่ภพไหนความจริงที่จอมมารยังตกใจลู่อิงหมิงไม่มีบัญชีอายุขัย
เหยียนโหรวผู้คุมบัญชีอายุขัยทำงานอย่างเถรตรงไม่เคยจดบัญชีผิดหรือเห็นใจใครหากหมดอายุก็ล้วนต้องตายแต่สิ่งนี้แม้แต่เหยียนโหรวยังให้คำตอบไม่ได้
“เป็นไปได้ว่านางไม่ใช่คนของโลกนี้” เหยียนโหรวกล่าว
และครั้งที่สองพึ่งผ่านมาไม่กี่วันความสงสัยของจอมมารเกิดขึ้นจากนกเย่ยิงตัวเดียวแต่มันเป็นนกที่ลู่อิงหมิงเลี้ยงมาเกือบร้อยปี เป็นนกสวรรค์อาจจะมีพลังรับรู้อะไรบ้างอย่างเขาถึงบุกไปยมโลกครั้งที่สองเพื่อเปิดบัญชีของปีศาจจิ้งจอก
“เป็นจอมมารก็บุกเข้ายมโลกเพื่อเปิดบัญชีใครต่อใครเช่นนี้ไม่ได้ ผิดกฎ!”เหยียนโหรวโมโหไม่น้อยที่ถูกจอมมารกำราบด่านที่สร้างไว้แม้จะเพิ่มความยากแต่ก็ไม่คณามืออยู่ดีถึงจะถูกลบหลู่ซ้ำสองแต่เขาก็ทำได้แค่ตักเตือนยมบาลจัดการบัญชีคนตายจะสู้จอมมารได้อย่างไร
“เอาบัญชีปีศาจจิ้งจอกมาให้ข้าทั้งหมด”จอมมารไม่สนใจยื่นมือออกไปรอบัญชีอายุขัยที่ต้องการแต่คำตอบที่ได้มากลับสร้างความแปลกใจอีกครั้ง
“ไม่มี ปีศาจจิ้งจอกตัวสุดท้ายสูญสิ้นไปเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว”
“เจ็ดปี?” เป็นเวลาพอดีกับที่ลู่อิงหมิงถูกตัดสินประหาร“เช่นนั้นเอาบัญชีตัวสุดท้ายตัวนั้นมา”
ถ้าลู่อิงหมิงไม่ใช่คนของโลกนี้จึงไม่มีบัญชีอายุขัยอยู่ที่นี่แล้วปีศาจจิ้งจอกที่มีชีวิตอยู่ตอนนี้ก็ต้องไม่ใช่ของโลกนี้เช่นกันช่วงเวลาที่ต่อเนื่องกันทำให้จอมมารมีความคิดที่ฟังดูเหลือเชื่อเขาจึงต้องหาทางพิสูจน์ ตำนานที่เล่าเกี่ยวกันหลุมอนธการถ้าเขาหาทางเข้าเจออาจพบความจริงเรื่องนี้แต่สุดท้ายมันคงเป็นเรื่องเล่าได้เช่นกัน
จอมมารทบทวนความทรงจำ“เหยียนโหรวไม่โกหก เรื่องอิงหมิงข้าจะหาทางพิสูจน์ให้ได้”
“แต่ร่างกายท่านโหมหนักเกินไป ฝ่าด่านเข้ายมโลกกลับมาก็ยังให้นางกินปราณอีกไหนๆ ก็วางเรื่องจะใช้ปีศาจจิ้งจอกทำลายแดนสวรรค์แล้วมิสู้พักเรื่องให้นางกินปราณไปก่อน” ขุนพลเฉินเอ่ยแนะนำสุดท้ายเขาที่รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่สู้ดีถ้าทัพสวรรค์บุกเข้ามาจริงจังอีกจอมมารอาจจะได้รับผลกระทบหนัก
“ถึงข้าจะไม่ใช้นางทำลายสวรรค์แล้ว แต่ตอนนี้นางอ่อนแอเกินไปอย่างไรก็ควรมีพลังไว้ปกป้องตัวเอง” จอมมารวางบันทึกในมือลงเขาหวนคิดไปถึงคนที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล นางคงเล่นอยู่กับนกแสนรู้ตัวดีเหมือนวันวานที่สมัยอยู่ชายขอบสวรรค์
ขุนพลเฉินลอบสังเกตจอมมารอาการที่ปรากฏถ้าไม่ได้อยู่ข้างกายอีกฝ่ายมานานอาจจะไม่รู้แต่ขุนพลเฉินเป็นข้ารับใช้ที่ติดตามมาตั้งแต่ผู้นี้เป็นมารตัวน้อยในบรรดาเผ่าห้าพิษ เผ่าปีศาจงูนั้นทรงพลังที่สุดและตนก็ได้มอบชื่อให้เป็นการสวามิภักดิ์นานแล้วตั้งแต่สมัยบิดาของจอมมารยังเรืองอำนาจขุนพลเฉินจึงรู้ได้ทันทีว่าจอมมารปักใจเชื่อแล้วว่าอิงหมิงปีศาจจิ้งจอกตนนั้นเป็นเซียนลู่อิงหมิงที่หวนคืนมาทั้งที่เรื่องนี้ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ ‘จอมมารยึดติดกับเซียนสาวคนนั้นเหลือเกิน’
“เช่นนั้นท่านจะทำอย่างไรต่อเรื่องแดนสวรรค์”
“ไว้ข้าจะหาทางอื่น” แม้พลังของปีศาจจิ้งจอกจะรุนแรงทรงพลังพอจะทำให้แดนสวรรค์สูญสิ้นแต่ก็เสี่ยงกับชีวิตเช่นกันเรื่องอะไรเขาจะยอมเสียอิงหมิงไปอีกครั้งทั้งที่เจอนางแล้ว
หลังจากหมดเรื่องรายงานและอยู่ปรึกษาอีกสักพักขุนพลเฉินก็จากไป
จริงอย่างที่ผู้นำเผ่างูกล่าวร่างกายเขาเวลานี้ไม่สู้ดีนัก เสียพลังไปหลายส่วนเพื่อบุกเข้าไปยมโลกทั้งยังให้ปีศาจจิ้งจอกกินปราณอีก จึงไม่สามารถฟื้นฟูได้เต็มที่แต่อิงหมิงตอนนี้มีหางเพิ่มมาแค่หางเดียว หากเกิดอะไรจะเอาตัวรอดถือว่าลำบากถ้านางเป็นจิ้งจอกสี่หางห้าหางได้เสียก่อนเขาคงวางใจกว่านี้
เมื่อคิดได้เช่นนี้ร่างสูงก็ยืนขึ้นแล้วก้าวออกจากห้องมุ่งตรงไปหาหญิงสาวคนเดียวที่เขาอนุญาตให้อยู่ร่วมตำหนัก
“มาแล้วหรือ”ทันทีที่หญิงสาวเห็นอาภรณ์สีดำเข้ามาให้โถงที่นางกำลังนั่งเล่นอยู่ก็ลุกขึ้นวิ่งถลันเขามาหาหากเป็นแต่ก่อน ยามที่เป็นเซียนลู่อิงหมิงนางไม่เคยทำอะไรเช่นนี้พอรู้ว่าเขาเป็นมารก็จะรักษาระยะห่างเสมอไม่ว่าจะทั้งเพราะคนหนึ่งเป็นเซียนอีกคนเป็นมาร หรือจะเพราะความเป็นชายหญิงก็ตามแต่ปีศาจจิ้งจอกตนนี้ลบล้างทุกอย่าง
“ที่ข้าสอนให้ทำสมาธิได้ฝึกหรือไม่”นอกจากจะให้กินปราณแล้วเขายังสอนการฝึกควบคุมพลังด้วยการเป็นปีศาจจิ้งจอกอันตรายกว่าเป็นเซียนชายขอบ ใครๆ ก็อยากจะครอบครองพลังจิ้งจอกหากนางกินปราณคนอื่นได้คนอื่นก็กินปราณนางได้ จึงจำเป็นต้องรู้วิธีสู้เช่นกัน
“ข้าฝึกแล้ว แต่ฝึกนานๆ ท้องก็หิวเลยพักรอมื้อเย็นก่อน”
“มีสองหางแล้วยังอยากกินอาหารอยู่หรือ”
“...” ความจริงนางไม่อยากอาหารแล้ว แต่เพราะพักหลังอาหารที่ได้มาอร่อยถูกปากทุกอย่างเลยนางจึงเกิดความตะกละขึ้นมา อยากกินเหมือนท้องยังหิว มีสามมื้อก็กินครบทุกมื้อ
“เจ้ายังไม่เปลี่ยนเลย”จอมมารกล่าวเหมือนรู้จักปีศาจจิ้งจอกมานานอย่างไรอย่างนั้น “ถ้าอยากกินก็กินแต่ถึงเวลาฝึกก็ต้องฝึก”
“เข้าใจแล้วๆ ข้าจะตั้งใจ เดี๋ยวแดนสวรรค์ข้าก็จะอาละวาดให้เละเอง”นางยังไม่รู้ว่าจอมมารเปลี่ยนแผนไปแล้วเลยพูดเอาใจอีกฝ่าย
“เช่นนั้นก็ไปฝึกเพิ่มเสีย”
“อ่า..ตอนนี้เลยหรอ” นางทำหน้ายู่อีกแล้ว คงจะไม่ชอบฝึกสมาธิเสียจริง“คือฝึกสมาธิก็สำคัญแต่ข้าก็อยากรู้วิธีต่อสู้ ไม่งั้นข้าจะจัดการพวกเซียนได้ยังไงไม่สู้สอนการใช้อาคมบ้าง”
“อาคมมันเกิดจากพลัง ถ้าเดินพลังไม่ดีก็ใช้ไม่ได้แต่ถ้าอยากรู้จะสอนให้ก่อนเล็กน้อย”
“จริงหรือๆ ตอนนี้เลยได้ไหม” นางอยากรู้วิธีโจมตีด้วยพลังมาตั้งนานแล้วแบบตอนนั้นที่เป็นจินอวี้หยูเสกออกมาคล้ายๆ แส้
“เจ้าลองเดินพลังมาไว้ที่มือ เช่นนี้” ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้แล้วยกมือขึ้นรอบๆ มือพลันเกิดแสงสว่างไสว แต่มันไม่ได้ดูน่ากลัวกลับรู้สึกอบอุ่นมากกว่า
หญิงสาวมองอยู่ก็ทำตามยกมือขึ้นมาสูงในระดับเดียวกับฝ่ามือใหญ่แต่มือของนางกลับไม่มีแม้แต่แสงริบหรี่เล็กออกมา ยกมือนะง่ายแต่คุมพลังให้เคลื่อนที่ตามใจนะยาก “ทำไมไม่มีอะไรออกมาเลย”นางบ่นอุบอิบแต่ระหว่างนั้นฝ่ามืออีกคนก็ทาบลงมาที่มือหญิงสาว
ความรู้สึกอุ่นแต่ไม่ร้อนทาบมาที่มือก่อนที่ชายหนุ่มจะใช้นิ้วแตะเบาๆ ที่กลางอก “รวบรวมสมาธิมาที่ตรงนี้ให้รู้สึกว่าที่กลางอกเริ่มหนักขึ้นก็เคลื่อนสิ่งนั้นมาที่มือ”
อิงหมิงพยายามอย่างที่สุดที่จะพุ่งความคิดไปที่กลางอกจนในที่สุดก็เริ่มรู้สึกอุ่นที่กลางอกมันค่อยหนักขึ้นเรื่อยๆ แต่พอจะย้ายไปที่มือความหนักนั้นก็จะมลายหายไป“ทำไมไม่ย้าย”
ร่างสูงก้าวเดินอ้อมจากที่อยู่ตรงหน้าย้ายไปอยู่ที่ด้านหลังเขาแนบกายชิดหญิงสาวไม่มีช่องว่าง กายเล็กพิงไปที่อกแกร่งมือใหญ่โอบไปที่ด้านหน้าแตะที่กลางอกอิ่มของจิ้งจอกน้อยอีกครั้ง “รวบรวมไว้ตรงนี้”เสียงแผ่วเบากระซิบที่ริมหูบาง
“อืม” หลังรวมพลังได้แล้วนางจึงพยักหน้าตอบ
อิงหมิงรวมพลังไว้ที่อกอีกครั้งความหนักอุ่นวาบที่อกเช่นตอนแรกแต่สุดท้ายนางก็เคลื่อนย้ายไปไหนไม่ได้นางเค้นพลังอยู่นานจนคล้ายว่าปราณที่กินมากำลังจะหมดลงแต่พลังก็ไม่อาจจะย้ายไปที่มือได้ด้วยซ้ำ“เฮ้อ ทำไม่ได้..”
“หรือเพราะไม่ใช่ร่างที่รู้สึกคุ้นเคย จึงไม่อาจคุมได้อย่างใจ”
“จริงหรือ เช่นนั้นข้าเปลี่ยนได้ไหม..เป็นร่างนั้น”จิ้งจอกน้อยเอ่ยพลางเอียงใบหน้าเขามาหาบุรุษร่างสูงเบื้องหลังพร้อมดวงตาอ้อนขอเพราะร่างนั้นเป็นร่างมนุษย์ร่างเดียวที่นางคุ้นชินอีกฝ่ายเหลือบตาลงมองแก้มใสของหญิงสาวครู่หนึ่งก็พยักหน้าอนุญาตร่างสะโอดสะองจึงกลายเป็นคนคุ้นตาคุ้นใจทันที
จอมมารเห็นจิ้งจอกน้อยในร่างนี้ที่เหมือนเซียนลู่อิงหมิงทุกกระเบียดนิ้วก็ใจกระตุกแต่รีบดึงสติกลับมาเพื่อสอนนางต่อ “ครั้งนี้ลองใหม่ รวมที่อกแล้วค่อยๆดึงพลังนั้นให้ตามสัมผัสของข้ามา”เขายังก้มกระซิบเสียงนุ่มที่ข้างใบหูก่อนที่มือจะเคลื่อนจากกลางอก ไล้ขึ้นผ่านมาที่ไหล่ไปที่ต้นแขน จบที่มือบางที่ยกข้างไว้อยู่ทุกสัมผัสช่างผะผ่าวผิวกายของหญิงสาวรู้สึกร้อนรุ่มแปลกๆ
“เก่งมาก”ชายหนุ่มด้านหลังเอ่ยชมเมื่อฝ่ามือของคนตัวเล็กมีแสงบางเบาคลุมอยู่นางแทบจะไม่ได้สนใจแล้วว่าตัวเองพึ่งทำอะไรสำเร็จไป
อิงหมิงซุกตัวเข้าหาคนเบื้องหลังให้แนบแน่นกว่าเดิมศีรษะเอียงเข้าหาคลอเคลียอีกฝ่าย จอมมารพลันยกยิ้มเขารู้แล้วว่าจิ้งจอกตัวนี้คิดจะทำอะไรเขาจึงแตะปลายนิ้วที่หลังมือนวลเนียนลูบขึ้นมาที่แขนเรียว แขนเสื้อค่อยๆถูกดันให้เปิดเผยผิวเนียน
“ขอกินปราณได้ไหม?” เสียงหวานเอ่ยออดอ้อนไม่รู้ว่านางจะรู้ตัวไหมว่านี่เป็นการกระทำที่ร้ายกาจ
“คิดว่าได้ไหม?” จอมมารเอ่ยตอบกลับเป็นคำถามร่างบอบบางจึงหันตัวกลับมาหาอีกฝ่าย เงยหน้ามองอย่างขอร้อง“เมื่อครู่ข้าใช้ปราณไปหมดเลย ท่านให้ข้ากินอีกนะๆ”เขารู้ว่านางยิ่งต้องการก็ยิ่งอยากแกล้งร่างสูงเลยแกล้งเหลือบมองออกไปทางอื่นหลบตาหญิงสาวแต่นั่นก็ทำให้ไปเห็นเจ้านกเย่ยิงตัวดีทำท่าจะบินโผเข้ามาพอดิบพอดีไม่รอช้าชายหนุ่มปลดเสื้อคลุมตัวนอกของหญิงสาวออกแล้วโยนไปคลุมเจ้านกตัวนั้นทันที
“อะ” หญิงสาวไม่รู้เรื่องรู้ราวเกิดอาการงุนงงเพราะถูกถอดเสื้อนอกออกพอเสื้อคลุมตัวนอกถูกปลดเหลือเพียงเสื้อคลุมตัวกลางแสนบางปกคลุมกายแทบไม่มิดทรวดทรงหญิงสาวปรากฏสู่สายตาจอมมารไม่ทันตั้งตัวตอนแรกแค่คิดว่าจะไม่ให้เจ้าหวงอวิ๋นมาขว้าง แต่ร่างนี้ยั่วใจเกินไปแล้ว
เสื้อตัวกลางที่ยังถูกผูกเป็นปมค่อยๆถูกมือชายหนุ่มดึงออก ไม่นานเสื้อบางก็ถูกเปิดออกเผยให้เห็นเอี๊ยมสีขาวที่น่าจะเป็นปราการตัวสุดท้ายคราแรกที่ตั้งใจไว้ไม่ได้จะถึงนี้ เขาเพียงจะหยอกล้อเล็กน้อยเพื่อให้นางได้กินปราณส่วนเขาก็ได้จุมพิตเป็นการตอบแทนอย่างช่วงนี้ทั้งสองทำเป็นประจำไม่เช่นนั้นอิงหมิงคงไม่ได้หางเพิ่มมาอีกหนึ่งในเวลาอันสั้นเช่นนี้
นับจากครั้งที่จอมมารยังไม่รู้เรื่องชาติกำเนิดของจิ้งจอกน้อยวันนั้นที่เกิดสับสนคุมตัวเองไม่อยู่จากนางจำแลงกายคล้ายเซียนลู่อิงหมิงครั้งนี้จึงนับเป็นครั้งที่สอง
เขาเคยเอ่ยถามอิงหมิงด้วยความสงสัยไม่น้อยว่านางไม่เคยเจอเซียนผู้นั้นแท้ๆทำไมถึงแปลงกายเป็นนางได้ “ครั้งนั้นเจ้าจำแลงกายเป็นเซียนลู่อิงหมิงได้อย่างไร”
“ปกติเวลาข้าจำแลงกายจะต้องมีรูปลักษณ์ในใจแต่ไม่รู้เช่นกันทำไมข้าถึงมีรูปลักษณ์ท่านเซียนให้คิดถึงเสมอแต่ก่อนมันรางเลือนไปบ้าง แต่พอได้เจอนางวันนั้นภาพในความคิดก็ได้ถูกเติมเต็ม”ครั้งนั้นคำตอบของจิ้งจอกน้อยทำให้เขายิ่งมั่นใจแต่ก็ทำเขาเสียดายที่จะไม่ได้เห็นลู่อิงหมิงจริงๆจนกว่าเขาจะหาวิธีปลุกอดีตชาติ ตอนนี้เพียงแค่มีนางอยู่ข้างกายก็พอเรื่องนั้นเขาสามารถค่อยๆ หาวิธีก็ได้
แล้วพอมาเห็นแบบนี้ไม่รู้ว่าเขาเอาเปรียบลู่อิงหมิงเกินไปไหมถ้านางไม่ใช่ปีศาจจิ้งจอกเราสองคงยากที่จะมาถึงขั้นนี้กันได้แต่เวลานี้เขาทั้งเป็นมารเต็มตัวและใช้จิตมารนำร่างกายไปเสียแล้วบุรุษผู้นี้รู้เพียงว่าสตรีตรงคือผู้ที่เขาคิดถึงมาตลอดร่างสูงจึงตรงเขาตวัดอุ้มหญิงสาวขึ้นในอ้อมอกก้าวเข้าไปห้องชั้นในพร้อมปิดประตูแน่นหนาแม้ที่แห่งนี้ไม่อนุญาตให้ใครเข้าออกได้ตามใจแต่ปิดไว้ก่อนยอมแน่นอนกว่า
อิงหมิงถูกวางลงกลางเตียงอย่างเบามือนางเงยหน้ามองอีกฝ่าย ตลอดทางนิ่งเงียบไม่เอ่ยอะไรสักคำไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรถึงอุ้มนางมาวางไว้ที่เตียงแบบนี้
“ข้ายังไม่อยากนอน” นางเอ่ยเสียงใสออกไปขัดอารมณ์จอมมารที่กำลังพุ่งสูงจนเขายังหลุดขำในลำคออยู่สองสามที“น่าขันตรงไหน ข้ายังไม่ง่วงจริงๆ”
“เจ้านี่ขัดอารมณ์ข้าเสียจริง” แม้จะถูกขัดแต่เขาก็ไม่อารมณ์เสียแม้แต่น้อยร่างสูงถอยห่างออกไปเล็กน้อยแล้วนั่งลงที่ด้านข้างของเตียง หญิงสาวจึงดันตัวขึ้นนั่งทำให้เสื้อตัวกลางที่ใส่อยู่อย่างหมิ่นเหม่ตกลงไปที่ต้น“สวมเสื้อดีๆ” ไม่พูดเปล่าเขาโน้มตัวเข้าใกล้ก่อนมือหนาจะรั้งเสื้อหญิงสาวขึ้นความใกล้ชิดทำให้เขาได้กลิ่นกายหอมลอยเข้าจมูกจากที่ตั้งใจว่าจะช่วยจัดเสื้อจอมมารจึงเปลี่ยนไปไล้ปลายจมูกโด่งที่ข้างแก้มใส
พออีกฝ่ายโน้มตัวเข้ามาใกล้จิ้งจอกน้อยก็ขยับตัวเข้าหาเช่นกันนางเกาะไหล่หนาของร่างสูงให้มาอยู่ในระยะเพื่อจะได้เอนตัวซบได้
“หอมนัก” เขารำพึงรำพัน ไล้จมูกสูดดมความหอมจากแก้มนวลลงมาที่ลำคอจากนั้นก็พรมจูบที่ไหล่มน มือที่ยังค้างอยู่ที่เสื้อหญิงสาวเลิกออกกว้างจนในที่สุดมันก็ร่วงตกลงไปที่เตียง
ร่างบอบบางถูกดันกลับไปนอนราบที่เตียงอีกครั้งก่อนที่ชายหนุ่มจะตามขึ้นไปคร่อมตัวหญิงสาวจอมมารสะบัดเสื้อตัวนอกออกเช่นกัน
“เจ้าอยากให้ข้าสัมผัสเจ้าหรือไม่?” คนด้านบนเอ่ยถาม
“สัมผัสข้า” นางเอ่ยตอบทันทีไม่มีอาการอ้ำอึ้งขัดเขินเช่นหญิงสาวทั่วไปที่ต้องสงวนท่าทีสำหรับจิ้งจอกน้อยยิ่งร่างกายชิดใกล้ก็ยิ่งกินปราณได้เยอะย่อมต้องชอบอยู่แล้วชายหนุ่มจึงดึงปมที่ผูกเป็นกระโปรงออก ร่างเล็กตอนนี้แทบไร้อาภรณ์ปกปิด“ท่านจะสัมผัสตรงไหนหรือ?”
“ทุกที่”