หวังอวี่และหวงเสี่ยวเฉินนั่งจิบชาไปพลาง พูดคุยโม้กับผู้ชมในห้องไลฟ์สตรีมไปพลาง
ผ่านไปครู่หนึ่ง ในขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกับผู้ชมอย่างออกรส ประตูห้องวีไอพีก็ถูกผลักเปิดออก พร้อมกับหญิงสาวหุ่นเซ็กซี่คนหนึ่งเดินเข้ามา
ทั้งสองเงยหน้าขึ้นมองแล้วต่างก็ชะงักไป ไม่คิดเลยว่าแฟนคลับคนแรกที่มาเข้าร่วมงานปาร์ตี้จะเป็ผู้หญิง แถมหญิงสาวคนนี้ยังอยู่ในชุดทำงาน เห็นได้ชัดว่ารีบบึ่งมาจากบริษัทโดยตรงจนไม่มีเวลาเปลี่ยนชุด
หลังจากหญิงสาวเห็นหวังอวี่และหวงเสี่ยวเฉิน เธอก็ไม่มีท่าทีประหม่าเลยแม้แต่น้อย พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า "OMG! ในที่สุดก็ได้เจอตัวเป็ ๆ ของลูกพี่อวี่สักที สวัสดีค่ะคุณเศรษฐีหวง ลูกพี่อวี่ ฉันชื่อหลิวเมิ่ง เมื่อกี้เกือบจะมาไม่ได้แล้ว เพราะหัวหน้าไม่ยอมให้ฉันลา"
เมื่อได้ยินดังนั้น หวังอวี่จึงถามด้วยความสงสัยว่า "แล้วคุณมาได้ยังไง?"
"ฉันก็แค่บอกไปตรง ๆ ว่าประจำเดือนมา ต้องกลับบ้านไปเปลี่ยนชุด ไม่สนใจเขาเลยสักนิดแล้วเดินออกมาเลยค่ะ!"
หลิวเมิ่งยักไหล่ พร้อมกับพูดด้วยท่าทางไม่ยี่หระ
เมื่อได้ยินประโยคนี้ หวังอวี่และหวงเสี่ยวเฉินก็หันมาสบตากัน ทั้งสองไม่คิดเลยว่าหญิงสาวสวยอย่างหลิวเมิ่งจะใจเด็ดขนาดนี้
หลังจากนั้น ทั้งสองก็ชูนิ้วโป้งให้หลิวเมิ่งพร้อมกัน และะโขึ้นว่า "สุดยอด!"
ต่อจากนั้น ก็มีแฟนคลับทยอยเดินทางมาถึงเรื่อย ๆ จนสุดท้ายเมื่อนับจำนวนแล้ว มีผู้มาเข้าร่วมทั้งหมดยี่สิบสามคน
มีแฟนคลับหลายคนที่มาไม่ได้เนื่องจากเหตุผลต่าง ๆ ในชีวิตจริง เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะใจเด็ดได้เหมือนหลิวเมิ่ง กลุ่มคนเหล่านี้ตื่นเต้นกันั้แ่บ่ายจนถึงค่ำ ส่วนหวังอวี่ก็ถูกเหล่าแฟนคลับมอมเหล้าบนโต๊ะอาหารไปไม่น้อย
สิ่งที่นึกไม่ถึงคือหวงเสี่ยวเฉินกลับเป็คอเหล้าที่แย่ยิ่งกว่าเขาเสียอีก น็อกไปั้แ่รอบแรกเลย
เที่ยงวันถัดมา หวังอวี่ตื่นขึ้นมาบนเตียงหลังเล็กของตน เขาเกาหัวและมองไปรอบ ๆ ด้วยความมึนงง
เมื่อคืนดื่มจนภาพตัด เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ากลับบ้านมาได้อย่างไร
หลังจากอาบน้ำ อาการแฮงก์จากแอลกอฮอล์ก็หายไปจนหมด
หวังอวี่นั่งอยู่บนโซฟา ทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานตนเองเพิ่งเบิกเงินล่วงหน้าไปไม่น้อย จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาแม่
"ฮัลโหล เสี่ยวอวี่ มีอะไรหรือเปล่าลูก โทรหาแม่เวลานี้มีเื่อะไรไหม?"
หลังจากสัญญาณดังสองครั้ง สายก็ถูกรับทันที เสียงที่อ่อนโยนและคุ้นเคยของแม่ดังมาจากปลายสาย
เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยนี้ หวังอวี่รู้สึกอบอุ่นใจ เขาพูดด้วยรอยยิ้มว่า "ผมอยู่ที่นี่ไม่มีเื่อะไรหรอกครับ แค่อยากถามว่าสุขภาพของพ่อกับแม่ยังแข็งแรงดีกันอยู่ใช่ไหม?"
"พวกแม่สบายดี ลูกอยู่ข้างนอกคนเดียวต้องระวังตัวให้มากนะ อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว จำไว้ว่าเวลาอากาศหนาว ออกจากบ้านต้องใส่กางเกงลองจอนด้วย ลูกเนี่ยนะ ั้แ่เด็ก ๆ ก็ไม่ชอบใส่กางเกงลองจอนเลย"
เสียงบ่นพึมพำไม่หยุดของแม่ทำให้หวังอวี่รู้สึกอบอุ่นในใจ จนจมูกเริ่มรู้สึกระคายเคือง
เมื่อเห็นว่าหวังอวี่เงียบไป แม่ที่ปลายสายจึงพูดต่อว่า "เงินไม่พอใช้ใช่ไหม ลูกเพิ่งเรียนจบ ทำงานก็ต้องขยันขันแข็งให้มาก ๆ นะ ต้องผูกมิตรกับเพื่อนร่วมงานไว้ด้วย เดี๋ยวแม่จะให้พ่อโอนเงินไปให้พันหยวนนะ เวลาปกติจะกินข้าวก็อย่าขี้เหนียว อะไรควรกินก็กิน อะไรควรจ่ายก็จ่าย "
เมื่อได้ยินว่าแม่จะส่งเงินมาให้ หวังอวี่จึงรีบพูดว่า "ไม่ต้องครับ เมื่อวานผมเพิ่งได้รับเงินเดือน รวมสองสามเดือนนี้มีหมื่นกว่าหยวนเลย เดี๋ยวผมจะโอนกลับไปให้หนึ่งหมื่นหยวน พ่อกับแม่ไม่ต้องประหยัด อยากกินอะไรก็กินเลยนะครับ"
"ลูกคนนี้ แม่กับพ่ออยู่ที่บ้านสบายดี ไม่ขาดตกบกพร่องเื่อาหารการกินหรอก เงินจำนวนนั้นลูกเก็บไว้ใช้เองเถอะ"
หลังจากพูดคุยเื่สัพเพเหระกับแม่ต่ออีกสองสามประโยค หวังอวี่ก็วางสาย
เขาเงยหน้ามองเวลาในโทรศัพท์ พบว่าตอนนี้เป็เวลาเที่ยงแล้ว ท้องส่งเสียงร้องโครกคราก หวังอวี่จึงสวมเสื้อผ้าและเตรียมตัวลงไปหาอะไรกินที่ใต้ตึก
ชายหนุ่มค่อนข้างพอใจกับหมู่บ้านที่อาศัยอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้นในระยะเวลาอันสั้นนี้เขาจึงยังไม่คิดจะย้ายที่อยู่
เหตุผลหลักคือในแต่ละเดือนเขามักจะออกไปไลฟ์สตรีมข้างนอกเป็ส่วนใหญ่ ดังนั้นจะอยู่ที่ไหนก็ไม่ต่างกัน
อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ หวังอวี่อยากรอให้ตัวเองเก็บเงินได้มากพอ แล้วค่อยซื้อบ้านเป็ของตัวเองไปเลย
"เถ้าแก่ ขอบะหมี่มีดเฉือน*[1] ชามหนึ่งครับ"
หวังอวี่หาร้านอาหารใต้ตึกแบบลวก ๆ นั่งลงแล้วสั่งกับเถ้าแก่
“คุณคือลูกพี่อวี่!!!”
ทันใดนั้น ก็มีเสียงอุทานดังมาจากทางด้านขวาของหวังอวี่
เขาถึงกับอึ้งไปเลย ไม่คิดว่าแค่มากินบะหมี่ จะสามารถเจอแฟนคลับในห้องไลฟ์ได้
เมื่อหันไปมองทางขวา เขาก็ตกอยู่ในสภาวะมึนงงทันที
เห็นเพียงโต๊ะข้าง ๆ มีผู้หญิงหน้าตาสะสวยคนหนึ่งสวมชุดเครื่องแบบนักเรียนญี่ปุ่นนั่งอยู่ ริมฝีปากของเธอมีคราบน้ำมันสีแดงมันย่องจากการกินบะหมี่
แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เื่สำคัญที่สุด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือหวังอวี่รู้จักคนคนนี้
“หลิวเชาเยว่?” หวังอวี่พูดด้วยความประหลาดใจ
คราวนี้หลิวฉิวฉิวถึงกับชะงัก เธอถามด้วยความประหลาดใจว่า “ลูกพี่อวี่รู้จักชื่อจริงของฉันด้วยเหรอคะ? ฉันเป็แฟนคลับตัวยงในห้องไลฟ์ของคุณเลยนะ”
หลิวเชาเยว่เป็แฟนคลับของเขาเนี่ยนะ?
คำตอบของหลิวฉิวฉิวทำให้หวังอวี่มึนงงไปชั่วขณะ แต่ไม่นานเขาก็นึกขึ้นได้ว่า นี่คือโลกคู่ขนาน การเกิดสถานการณ์แบบนี้เป็เื่ปกติ
ดาราคนหนึ่งจะโด่งดังได้ ต้องอาศัยทั้งโชคและโอกาส ไม่ใช่เพียงแค่รูปร่างหน้าตาเท่านั้น
หลิวเชาเยว่ในโลกก่อนเป็ซูเปอร์สตาร์ที่โด่งดังไปทั่วบ้านทั่วเมืองและมีแฟนคลับมากมาย แต่หลิวเชาเยว่ในโลกนี้ เห็นได้ชัดว่าไม่มีโชคเหมือนในโลกเดิม ดังนั้นตอนนี้เธอจึงเป็เพียงหญิงสาวสวยธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่ใช้ชื่อในฐานะสตรีมเมอร์ว่าหลิวฉิวฉิว
เมื่อคิดได้ดังนี้ หวังอวี่จึงเข้าใจและถามว่า "คุณพักอยู่แถวนี้เหมือนกันเหรอ?"
หลิวฉิวฉิวยกชามบะหมี่ของตัวเองมานั่งลงตรงข้ามหวังอวี่อย่างไม่เกรงใจ แล้วพูดว่า “ใช่ค่ะ! เอ้อ... ลูกพี่อวี่ ฉันขอถามอะไรคุณสักคำถามได้ไหมคะ?”
“ว่ามาสิครับ” หวังอวี่เอ่ยตอบ
หลิวฉิวฉิวสูดบะหมี่คำโต เคี้ยวตุ้ย ๆ ในปาก พลางพูดด้วยความกลัดกลุ้มว่า "ฉันไลฟ์สตรีมมาครึ่งปีแล้ว ความนิยมไม่เพียงแต่จะไม่เพิ่มขึ้น แต่่นี้ผู้ชมในห้องไลฟ์กลับน้อยลงเรื่อย ๆ ดังนั้นฉันเลยอยากขอคำแนะนำจากคุณว่า ทำยังไงถึงจะดึงดูดแฟนคลับได้คะ?"
ตอนนี้หลิวฉิวฉิวกลับเป็สตรีมเมอร์ ผลลัพธ์นี้เป็สิ่งที่หวังอวี่นึกไม่ถึงเลยจริง ๆ
หลังจากระงับความประหลาดใจในใจ หวังอวี่ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วตอบว่า "ถึงผมจะเป็สตรีมเมอร์หน้าใหม่ แต่ผมรู้สึกว่าถ้าอยากดึงดูดผู้ชม คุณต้องมีสไตล์การไลฟ์ที่เป็เอกลักษณ์ของตัวเอง"
"สไตล์การไลฟ์ที่เป็เอกลักษณ์?"
หลังจากฟังคำพูดของหวังอวี่ หลิวฉิวฉิวก็ตกอยู่ในห้วงความคิดอย่างลึกซึ้ง
ไม่นานนัก เถ้าแก่ก็ยกบะหมี่มีดเฉือนที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งมาเสิร์ฟ
หลังจากผ่านประสบการณ์ในรายการ Man vs. Wild มาก่อนหน้านี้ ตอนนี้หวังอวี่รู้สึกว่าอาหารทุกอย่างในเมืองนั้นอร่อยเหลือเกิน เขารีบหยิบตะเกียบคีบบะหมี่คำโตแล้วกินอย่างตะกละตะกลาม ไม่นาน บะหมี่มีดเฉือนชามนั้นก็ถูกเขาจัดการจนเกลี้ยง
[1] ตาวเซียวเมี่ยน เส้นบะหมี่จีนแบบโบราณที่ใช้มีดไถเฉือนก้อนแป้งลงหม้อต้มน้ำร้อนโดยตรง ทำให้เส้นมีความหนานุ่มนวดเคี้ยวเพลิน