“ดีใจจังที่พบเธอสกาเล็ต” เมื่อเข้ามาอยู่ในรถโซฟี เรนเนอร์ก็กอดดาราร่วมอาชีพ
“ฉันเองก็ดีใจเหมือนกันที่เห็นเธอ” สกาเล็ต คอนเนลลี่นึกว่าจะไม่ได้เจอเพื่อนร่วมชาติแล้ว ยิ่งในตอนนี้อยู่ในจีนปฏิเสธไม่ได้ว่าคนต่างชาติถูกปฏิบัติอย่างไร้สามัญสำนึก ราวกับเป็ประชากรชั้น 3
หลังแยกออกจากกัน โซฟี เรนเนอร์ก็ถาม “เธอรู้จักกับมู่เฉินได้ยังไง”
สำหรับคำถามนี้มันแสดงให้เห็นถึงความเป็ปฏิปักษ์ชัดเจน
ในฐานะผู้หญิงด้วยกันสกาเล็ต คอนเนลลี่ดูออก
“รู้จักในธนาคาร เขาเข้ามาปล้นธนาคารแล้วก็ช่วยฉันไว้ แล้วเธอล่ะ” สกาเล็ต คอนเนลลี่จงใจไม่พูดถึงความสัมพันธ์ เพราะ้าดูปฏิกิริยาของอีกฝ่าย
“ฉันเองก็เหมือนกัน ถ้าหากไม่มีมู่เฉินฉันคงถูก...”
“จริงสิที่ไหล่ของเธอเหมือนมีอะไรติดอยู่ด้วย มันคือตัวอะไร?” เพราะเห็นแววตาเศร้าๆ ของโซฟี สกาเล็ต คอนเนลลี่จึงหยิบยกเื่อื่นขึ้นมาคุย
“นี่เหรอ” โซฟี เรนเนอร์หยิบัน้อยมาวางไว้บนมือ ตามด้วยคำอธิบาย “มันคือบาฮามุท เป็ัที่ปกป้องดูแลฉันน่ะ หลังจากที่มันเกิดมันคิดว่าฉันและมู่เฉินคือพ่อแม่ ดูสิเ้าเด็กเนี่ยกินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม ตัวขนาดนี้แล้วยังต้องให้แม่อุ้มอีก”
“ั...โอ้พระเ้า ฉันไม่คิดเลยว่าจะเห็นัตัวเป็ๆ ขอจับได้หรือเปล่า” สกาเล็ต คอนเนลลี่ถาม ลองยื่นมือเข้าไปใกล้แต่ักลับขู่เธอจึงต้องถอนมือออกมาด้วยความกังวล
“ชู่ว...ใจเย็นๆ ไม่ต้องหัวร้อนนะ สกาเล็ตเป็เพื่อนของแม่เธอไม่ทำร้ายลูกหรอก” ถึงปากจะพูดแบบนั้นแต่บาฮามุทก็ไม่ยอมให้จับ ดังนั้นโซฟี เรนเนอร์จึงได้แต่กล่าวขอโทษ “เ้าตัวเล็กไม่เคยเห็นคนแปลกหน้า บางทีอาจต้องให้เวลามันหน่อยถึงจะยอมให้เธอจับ”
“ไม่เป็ไรฉันรอได้” สกาเล็ต คอนเนลลี่ยักไหล่
มู่เฉินที่นั่งอยู่ข้างๆ เป็กังวล ไม่ได้เกี่ยวกับซอมบี้หรืออะไรเทือกนั้น ที่เขากังวลมันเกี่ยวกับผู้หญิง กลัวว่าเธอจะรู้ที่เขาหายไปหลายวันก็เพราะอยู่กับอีกคนหนึ่ง แต่ที่บอกว่ากลับไม่ได้เพราะโกหกเื่ซอมบี้ แต่ดูเหมือนพวกเธอจะลืมเื่นั้นแล้วเพราะถูกดึงดูดโดยซอมบี้ที่อยู่บนถนน
โซฟี เรนเนอร์หยิบปืนพกของตัวเองออกมา ปลดเซฟตี้เตรียมพร้อมยิง
สกาเล็ต คอนเนลลี่เหลือบมอง เอ่ยถามสองสามคำ “เธอมีปืนด้วย?”
“ใช่ มู่เฉินทิ้งไว้ให้ฉันป้องกันตัวเอง”
สกาเล็ต คอนเนลลี่อดไม่ได้ต้องหันไปมองเขา แล้วเอื้อมมือไปหยิกแขนทีหนึ่ง โซฟี เรนเนอร์เห็นดังนั้นก็รู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ค่อนข้างซับซ้อน แต่ซอมบี้ได้เดินเตร่ขวางถนนแล้วจำเป็ต้องปล่อยวางเื่เ่าั้ชั่วคราว ะโเสียงดังว่า “ระวัง!”
เพราะรถบ้านดูไม่แข็งแรง ไม่มีกันชนหรือสิ่งป้องกันด้านหน้า มันเปราะบางเมื่อเทียบกับฝูงซอมบี้ที่ไร้ความรู้สึก หากไม่มีรถบ้านการเดินทางก็จะยากขึ้น ดังนั้นโซฟี เรนเนอร์จึงกลัวว่ารถอาจพังก่อนถึงที่หมาย
“ไม่ต้องกลัว คอยดูต่อไปนะ” มู่เฉินปลอบ แม้จะไม่รู้ว่าเขาเอาความมั่นใจนั้นมาแต่ไหนแต่เธอทำได้เพียงเชื่อฟัง หลังจากนั้นจึงเห็นรถบิ๊กไบค์คันสีแดงขับไปข้างหน้า มันเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็หุ่นยนต์ที่มีความสูง 2 เมตร โซฟี เรนเนอร์อ้าปากกว้างเป็รูปตัว O หลังจากนั้นเรดซิ่งก็เล็งปืนพลังงานไปที่เป้าหมาย ซอมบี้หลายสิบตัวที่ขวางอยู่ข้างหน้าถูกเป่าเป็ขี้เถ้า ร่างกายของพวกมันเปราะบาง พริบตาอุปสรรคที่เธอกังวลก็ถูกจัดการจนเกลี้ยง
“ไอ้พวกตัวน่าขยะแขยง” เรดซิ่งบ่นแล้วกลับไปอยู่ในรูปแบบของมอเตอร์ไซค์ ถึงตอนนี้โซฟี เรนเนอร์จึงฟื้นคืนสติแล้ว
“โอ้พระเ้านั่นมันทรานฟอร์มไม่ใช่เหรอ คุณมีมันได้ยังไง”
“ก็เหมือนกับั ตอนนี้เรดซิ่งเป็ผู้พิทักษ์ของผมรวมถึงรถบ้านหรือก็คือบับเบิ้ลกัม ดังนั้นการเดินทางครั้งนี้จึงสบายหายห่วง ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกซอมบี้โจมตี” มู่เฉินอธิบายง่ายๆ เพียงไม่กี่ประโยค
“มันเจ๋งมากที่รัก พวกเขาแข็งแกร่งมาก แม้แต่อาวุธของมนุษย์ก็ไม่น่าจะเจาะเกราะเข้าเพราะฉะนั้นลืมเื่ซอมบี้ไปได้เลย” โซฟี เรนเนอร์หลังจากรู้ความจริงก็แทบนั่งไม่ติด เพราะโดยปกติถ้าหากโดนซอมบี้กัดหรือข่วนก็มีแนวโน้มที่จะกลายเป็พวกมัน แต่หากเป็สิ่งมีชีวิตเชิงกลล่ะก็ การกัดหรืออะไรพวกนี้ไม่มีผลอยู่แล้ว
“ที่รักเหรอ...ว่าแล้วเชียว หลังจากนี้เราต้องคุยกันหน่อยนะ” สกาเล็ต คอนเนลลี่มองเขาด้วยสายตาเ็า มู่เฉินยิ้มหยีๆ แล้วหันไปมองสวนสนุกที่อยู่ตรงหน้า
“นั่นสวนสนุกชิงหลัวจากที่คุณเคยบอกผมว่าอลิซาเบธมาเที่ยวที่นี่กับคริส บังเอิญไม่กี่วันผมผ่านมาแถวนี้จึงเข้าไปตรวจสอบดู”
“ผลเป็ยังไง คุณเจอเธอหรือเปล่า” โซฟี เรนเนอร์รีบถาม
“ไม่...คนส่วนใหญ่ที่นั่นติดเชื้อกลายเป็ซอมบี้แล้ว ผมไม่พบอลิซาเบธหรือคริส”
“นั่นมัน...” โซฟี เรนเนอร์ไม่ได้พูดอะไรต่อ
“เฮ้กินหมากฝรั่งไหม เวลาที่ฉันรู้สึกแย่ๆ ในกองถ่ายก็มักจะเคี้ยวหมากฝรั่งนี่แหละ เชื่อเถอะว่ามันทำให้รู้สึกดีขึ้น” เพราะเห็นว่าบรรยากาศมันน่าอึดอัดสกาเล็ต คอนเนลลี่จึงเปลี่ยนเื่ นำหมากฝรั่งที่มู่เฉินให้ออกมาแบ่งปัน
“ขอบคุณนะ บางทีฉันอาจจะคาดหวังเกินไปหลังจากที่เห็นเธอรอด แต่โลกความจริงมักโหดร้าย” โซฟี เรนเนอร์รับหมากฝรั่ง
“เรามีชีวิตอยู่ นั่นคือพรของพระเ้า” สกาเล็ต คอนเนลลี่ปลอบ
“มาสเตอร์ ข้างหน้าพบกลุ่มคนขวางทางอยู่ที่รอยต่อเส้นระหว่างเมืองปิงอันและเมืองซวนซวน จะให้ผมทำยังไงดีครับ” ในขณะนั่งอยู่กับสาวๆ ข้อมูลก็ถูกส่งมาจากฟอลคอนที่บินไปก่อน
“กลุ่มคนเหรอ พวกเขามีลักษณะแบบไหน พกอาวุธหรือเปล่า” มู่เฉินถาม
“มีอาวุธปืน มีด ขวาน แต่โดยส่วนใหญ่แล้วเป็อาวุธเย็นมากกว่า พวกเขาน่าจะมาจากหมู่บ้านตงสวี่” ฟอลคอนรายงานคร่าวๆ
“คอยดูฝั่งนั้นก่อน หากพวกเขาเริ่มโจมตีก็แจ้งให้เรดซิ่งจัดการ” มู่เฉินไม่กังวลกับกลุ่มคนเ่าั้ ลำพังหุ่นตัวเดียวก็ใช่ว่าจะแก้ไขได้ง่ายๆ โดยเฉพาะอาวุธของพวกเขาที่ฟังจากรายงานนับว่ายังล้าหลังอยู่บ้าง
สกาเล็ต คอนเนลลี่ไม่แปลกใจที่เห็นมู่เฉินสื่อสารกับฟอลคอน แต่โซฟี เรนเนอร์ที่มาทีหลังอดไม่ได้ที่จะถาม เพราะจากที่เธอเข้าใจคือสัญญาณสื่อสารทั้งหมดถูกตัดขาด ดังนั้นโลกภายนอกจะเป็อย่างไรไม่มีใครสามารถรู้ได้ เธอจึงแปลกใจที่เห็นการเคลื่อนไหวของมู่เฉิน แต่พอได้ยินว่ามันเป็ช่องทางการสื่อสารพิเศษของสิ่งมีชีวิตเชิงกลก็เข้าใจได้ไม่ยาก เพราะจากที่เคยดูในภาพยนตร์พวกมันเก่งมาก เรียกได้ว่าเฮลิคอปเตอร์ตัวเดียวสามารถถล่มได้ทั้งฐานทัพ
“เฮ้หยุดก่อน กำลังจะออกจากเมืองปิงอันงั้นหรอ เข้าไปในหมู่บ้านตงสวี่ก่อนไหมล่ะ ที่นั่นมีน้ำดื่มและอาหารด้วยนะ” เพราะถูกขวางทางจึงไม่สามารถขับฝ่าไปได้ มู่เฉินลดกระจกลงเพื่อสื่อสารกับชาวบ้าน ไม่คิดเลยว่าฝ่ายนั้นจะเอ่ยปากออกมาตรงๆ
“จริงเหรอ ที่นั่นมีอาหารและน้ำดื่มจริงหรอ” โซฟีและสกาเล็ตพูดพร้อมกัน มู่เฉินที่นั่งอยู่ข้างๆ แปลกใจ ทำไมพวกเธอถึงได้ดีใจนักกับอาหารพวกนั้น ทั้งที่อยู่กับเขาก็ไม่ได้อด
“จริงสิ ขับเข้าไปในหมู่บ้านได้เลย ที่นั่นจะได้พบกับท่านผู้ปลดเปลื้อง” ชาวบ้านที่มีปืนพกในมือแนะนำ หลังจากสังเกตดูดีๆ จะพบว่าเขามีเพียงตาสีขาวไม่มีตาดำ คล้ายกับผีในภาพยนตร์แต่ยังพูดจาสื่อสารรู้เื่ ทำให้มู่เฉินรู้ว่าเขาไม่ได้ติดเชื้อซอมบี้ ส่วนสาเหตุแบบไหนที่ทำให้ชาวบ้านหลายคนเป็แบบนี้ยังไม่รู้
“มู่เฉินเข้าไปที่นั่นกันเถอะ” สกาเล็ต คอนเนลลี่ชวน
“นั่นสิ นั่งรถนานแล้วรู้สึกเมื่อย เข้าไปพักสักหน่อยก็ดีแล้วพรุ่งนี้ค่อยเดินทางไปเมืองซวนซวน” โซฟี เรนเนอร์เองก็ชวน จนถึงตอนนี้มู่เฉินรู้สึกว่าบางอย่างไม่ปกติแล้ว แต่เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเข้าไปในหมู่บ้านตงสวี่ ด้านหนึ่งอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น อีกส่วนคือเห็นว่าเป็หมู่บ้านระดับไฮเอนด์ ดังนั้นหลายครอบครัวน่าจะมีเซฟส่วนตัว อาจมีเงินสดหรือทองคำ ดังนั้นก่อนไปเมืองซวนซวนแวะหน่อยนึงก็ไม่เสียหาย
หลังจากรถขับเข้าไปมู่เฉินก็เห็นสิ่งที่เป็อยู่ภายใน หลายคนมีร่างกายที่ผอมบาง คล้ายกับอดอาหารมาเกือบเดือนแล้ว แต่ยังเดินเตร่ราวกับไร้ชีวิต ทั้งที่ควรจะนอนพักผ่อนหรือนั่งรออาหาร ทว่าพวกเขาคล้ายกับซอมบี้ที่ต้องทำตามสัญชาตญาณ
“ผู้มาใหม่เชิญทางนี้” เมื่อลงจากรถกลุ่มของมู่เฉินก็ได้รับการต้อนรับจากหญิงวัยกลางคน
สกาเล็ต คอนเนลลี่และโซฟี เรนเนอร์ตามเข้าไป ในขณะที่มู่เฉินอยู่รั้งท้าย
“นั่น...คนที่ถูกพาเข้ามาใหม่เหรอ” ในระแวกบ้านมีหญิงสาวคนหนึ่งแอบมองจากที่ไกลๆ หลังจากเห็นทั้งสามคนเข้าไปในบ้านหลังใหญ่เธอก็รู้สึกกังวล “ไม่ได้การ หากพวกเขาอยู่ที่นี่ต่อไปล่ะก็จะสูญเสียจิตใจและกลายเป็หุ่นเชิด ฉันจำเป็ต้องรีบหยุดก่อนที่เขาจะพบกับผู้ปลดเปลื้อง!”
หากมู่เฉินได้เห็นหน้าของผู้หญิงคนนี้คงจะจำตัวตนได้ เธอคือดาราเกาหลีที่เพิ่งมีผลงานซีรีย์ไปเมื่อปีก่อน ในชื่อเื่มัธยมซอมบี้