“พี่คินน์ ได้คุยกับพี่ดลบ้างมั๊ยคะ” ลินทร์พิตาถามพี่ชายระหว่างนั่งทานข้าวเย็นด้วยกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
“นาน ๆคุยที ต่างคนต่างยุ่งอ่ะ ไอ้ดลมันเรียนจบแล้วนี่ อีกไม่นานก็คงกลับมา”
“พี่ดลใจร้ายกับลินน์มากไม่ติดต่อ ทักไปก็ไม่ยอมตอบ หายเงียบไปเลย คอยดูนะกลับมาลินน์จะไม่สนใจพี่ดลเลย” น้องสาวบอกน้ำเสียงงอน ๆ
คินน์นราได้แต่ส่ายหัว ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าน้องสาวคิดอย่างไรกับเพื่อนของเขา ทำได้แค่เฝ้ามองดูห่าง ๆ น้องสาวเขายังเด็กกับเื่แบบนี้ ผิดกับณดลที่ช่ำชองตามประสาหนุ่มโสด ไม่อยากให้น้องต้องผิดหวังเสียใจ แต่เื่แบบนี้ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง
“พี่จะรอดูนะ ขี้คร้านพอไอ้ดลมาง้อหน่อยก็ใจอ่อนซะก่อนล่ะมั๊ง”
“ไม่แน่นอน พี่คินน์รอดูเลย รอบนี้ลินน์เอาจริง” ตอบน้ำเสียงมั่นใจ
“รอดูก็รอดู แต่ถ้าร้องไห้ขี้มูกโป่งมาวันไหน จำไว้นะ ยังมีอ้อมกอดของนายคินน์นราคนนี้ ที่พร้อมจะโอบกอดคุณลินทร์พิตาอยู่เสมอนะครับผม” คินน์นราก็ยังคงเป็พี่ชายที่น่ารักและอบอุ่นสำหรับเธอเสมอ
เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นขณะที่ลินน์พิตากำลังเดินเข้ามาในกองถ่ายโฆษณา
“สวัสดีค่ะพี่ชม เกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมถึงได้ดูวุ่นวายกันจังเลย”
“ก็วันนี้น่ะสิท่านประธานจะเข้ามาดูการถ่ายทำ แถมนางเอกที่เราติดต่อไว้เกิดแคนเซิลงานกะทันหันอีก พี่ล่ะปวดหัวไปหมด เฮ้อ...” พี่ชมได้แต่กุมขมับ
“แล้วติดต่อนางเอกคนอื่นได้หรือยังคะ” ลินน์พิตาเอ่ยถาม
“ยังเลย คนอื่นคิวเต็มกันหมดแล้วน่ะสิ พี่ก็ไม่รู้จะทำยังไง” พี่ชมตอบเสียงอ่อย
ระหว่างที่ชมพูกำลังคิดหาทางออกอยู่นั้น เธอก็ได้มองสำรวจลินน์พิตาอย่างใช้ความคิด ทันใดนั้นเอง
“พี่คิดออกแล้ว พี่จะหานางเอกได้จากที่ไหน” ชมพูตาลุกวาวอย่างมีความหวัง
“จากไหนคะ” ลินน์พิตาพลอยตื่นเต้นไปด้วย
“จะจากไหนซะอีก ก็ตรงหน้าพี่นี่ไงล่ะ”
“ตรงหน้าพี่ เอ่อ...พี่ชมไม่ได้ล้อเล่นใช่มั๊ยคะ” ในห้องนี้มีกันอยู่แค่สองคน ตรงหน้าพี่ชมยังไงก็เป็เธอแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์
“ของจริงค่ะน้องลินน์ นาทีนี้เป็ใครไม่ได้แล้วล่ะ ช่วยพี่หน่อยนะคะ” ด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนจากพี่ชม และเพื่อให้งานเดินต่อไป เธอจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำไงได้ในเมื่ออยู่ทีมเดียวกันแล้วก็ต้องพากันไปให้ตลอดรอดฝั่ง
และฉันก็ต้องมานั่งคอตกอยู่หน้ากระจกตอนนี้ เพื่อให้ช่างได้แต่งแต้มสีสันตาลงบนใบหน้าในฐานะนางเอกโฆษณาจำเป็ หลังจากนั่งก้มหน้าก้มตาเพลิน ๆ มากว่าสองชั่วโมงก็ได้เวลาเงยหน้าดูผลงาน “ใครเนี่ย” ถึงกับอุทานด้วยความใ ถ้าจะบอกว่าจำตัวเองไม่ได้จะมีใครเชื่อมั๊ย
“สวยมากน้องลินน์ สวยสะกดจิตสะกดใจ สวยจนพี่ไวน์ยังตะลึง” พี่ไวน์ช่างแต่งหน้าสาวสองเอ่ยชมฉันไม่หยุดจนฉันจะลอยติดเพดานแล้ว ฉันก็ได้แต่ยิ้มอย่างภูมิใจ ก็มันสวยจริง ๆ นี่นา ปฏิเสธไม่ลงเลยอิ.อิ.
“ไม่สนใจเข้าวงการเหรอคะ แบบน้องลินน์เนี่ยพี่รับรองดังเปรี้ยงปร้างอะไรก็ฉุดไม่อยู่แน่นอน” พี่ไวน์ยังชมฉันไม่เลิก
“ไม่อ่ะค่ะพี่ไวน์ ลินน์ยังอยากมีเวลาเป็ส่วนตัว”
“น่าเสียดายเนอะ แต่ถ้าสนใจบอกพี่ไวน์ได้นะคะ” พี่ไวน์ยังคงแอบจีบฉันส่งท้าย
ก่อนเวลาถ่ายทำทีมงานเข้ามาบรีฟงานให้ฉันฟัง และให้ฉันซ้อมกับเจทีเพื่อสร้างความคุ้ยเคย เวลาถ่ายทำจะได้ออกมาไหลรื่นเป็ธรรมชาติ
“เรียกผมว่าพี่เจที”
เหมือนออกคำสั่งกลาย ๆ แต่ก็ไม่เป็ปัญหาสำหรับเธออยู่แล้ว ปัญหาของเธอมันอยู่ที่บทน่ะสิ คู่รักหวานแหวว เฮ้อ... จะไปรักกันหวานแหววได้ยังไง มองภาพไม่ออกเลย
“ทำหน้าให้มันสดใสหน่อยสิครับ ไม่ต้องเกร็ง พี่ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น” เจทีพยายามพูดให้เธอคลายความกังวล
“ไม่ได้กลัวซะหน่อย แค่ตื่นเต้น คนมันไม่เคยนิ” ไม่ยอมรับหรอกนะว่ากลัว แค่ไม่ชอบโดนดุเท่านั้นเอง
เจทีได้แต่อมยิ้มกับท่าทางแก้มป่อง ๆ ของหญิงสาว ปากบอกไม่กลัวแต่ไม่กล้าสบตา ไม่กล้าเข้าใกล้ “มันยังไงกันแน่ฮึสาวน้อย”