บทที่ 30 จัดการกับยัยปีศาจจิ้งจอก
“ยัยปีศาจจิ้งจอกนี่ ยังไม่ไสหัวไปอีก หรือว่าจะรออยู่ฉลองปีใหม่ที่นี่?”
ถวนเป่าเห็นผู้หญิงคนนี้ยังยืนเซ่ออยู่ ก็เอ่ยปากเตือนด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์
“เ้าลูกกระต่าย ขนยังขึ้นไม่ทันครบ กล้ามาแผดเสียงใส่ข้าหรือ?”
เดิมทีจางชิงชิงก็โมโหอยู่แล้ว คราวนี้เลยระบายโทสะไปที่ถวนเป่า นางเงื้อแขนขึ้นเตรียมจะตบหน้าเด็กชายอย่างแรง
“ข้าเกลียดที่สุด เวลาเห็นใครมาตีลูกข้าต่อหน้าต่อตา เห็นข้าตายไปแล้วหรือไง?”
ฉู่ชิงเฉินพุ่งตัวออกไปราวกับลูกศร ขวางหน้าถวนเป่าไว้ทันควัน นางเบี่ยงตัวหลบฝ่ามือที่ฟาดลงมาของจางชิงชิงได้อย่างสมบูรณ์แบบ ก่อนจะพลิกมือคว้าเข้าที่เส้นผมของอีกฝ่ายอีกครั้ง แต่คราวนี้ออกแรงม้วนผมยาว ๆ ของหญิงสาวพันรอบข้อมือตัวเองหลายตลบจนแ่า
จางชิงชิงถูกกระชากหนังศีรษะจนชาหนึบ เพื่อลดความเ็ป นางทำได้เพียงหมุนตัวตามแรงพันของฉู่ชิงเฉิน หมุนเคว้งอยู่กับที่เหมือนลูกข่างไม่มีผิด
ผ่านไปครู่ใหญ่ ฉู่ชิงเฉินจึงหยุดมือ จางชิงชิงถึงได้หยุดหมุน
หลังจากหมุนไปหลายรอบแล้วหยุดกะทันหัน นางก็รู้สึกโลกหมุนเคว้ง ตาพร่ามัวไปหมด
“ท่านพ่อของข้าเป็ถึงใต้เท้าที่ว่าการอำเภอ พวกเ้ากล้ารังแกข้าขนาดนี้ กลับไปเมื่อไหร่... ข้าจะให้ท่านพ่อจัดการพวกเ้าให้หนัก!”
จางชิงชิงเค้นเสียงขู่ออกมาหลังจากตั้งสติได้
“โอ้ พี่สาว ข้าไม่ได้ถูกขู่จนกลัวมาั้แ่เกิดนะ ต่อให้ท่านพ่อของเ้าจะเป็เง็กเซียนฮ่องเต้ ข้าก็ไม่กลัวหรอก” ฉู่ชิงเฉินพูดอย่างไม่ยี่หระ แล้วนางก็พบว่า เส้นผมที่พันอยู่รอบข้อมือของนางยุ่งเหยิง พันกันเป็ปมที่แก้ไม่ออก นางไม่อยากเสียเวลามานั่งแก้ปมผมพวกนี้แล้ว
“หยวนเป่า ไปหยิบกรรไกรมาให้แม่หน่อย”
หยวนเป่าวิ่งไปหยิบกรรไกรมาส่งให้ท่านแม่อย่างรวดเร็ว พร้อมส่งสายตาเห็นอกเห็นใจ (ปลอม ๆ) ไปให้ยัยปีศาจจิ้งจอก รอดูเื่สนุกเต็มที่
“เอ่อ... ข้าเปลี่ยนใจเรียกเ้าว่าพี่สาวได้ไหม? อย่าใจร้อนเลย มีอะไรค่อย ๆ พูดกันดีกว่า ข้าผิดไปแล้ว พี่สาวจะตบจะด่าข้ายังไงก็ได้ แต่อย่าตัดผมข้าเลยนะ ได้โปรด...”
จางชิงชิงมองกรรไกรในมือฉู่ชิงเฉินที่สะท้อนแสงเย็นเยียบ ต่อให้โง่แค่ไหนก็รู้ว่านางจะทำอะไร ร่างกายของจางชิงชิงสั่นเทาไปทั้งตัว อ้อนวอนด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น
“เพิ่งมาอ้อนวอนตอนนี้ มันสายไปแล้วล่ะ ตาของข้ามันทนเห็นเม็ดทรายไม่ได้ เ้ากล้ามาเอาเปรียบสามีข้า กล้าลงมือตีลูกข้า ข้าจะปล่อยเ้าไปง่าย ๆ ได้ยังไง? ครั้งนี้ถือเป็บทเรียนเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้จำใส่หัวไว้ ถ้ามีคราวหน้าล่ะก็... มันจะไม่จบแค่การตัดผมแน่”
ฉู่ชิงเฉินไม่หวั่นไหวกับคำอ้อนวอนเลยสักนิด นางลงมือฉับเดียว ก็ตัดเส้นผมยาว ๆ ของหญิงสาวขาดกระจุยจนกลายเป็ผมสั้นแค่ระดับหู
จางชิงชิงมองดูเส้นผมยาวของตนที่ร่วงไปกองอยู่บนพื้นด้วยแววตาคลอน้ำตา หัวใจแทบสลาย
นางทรุดฮวบลงกับพื้น ร่างกายและเส้นผมล้วนได้รับมาจากบิดามารดา แต่วันนี้กลับถูกฉู่ชิงเฉินหยามเกียรติถึงเพียงนี้ ความแค้นนี้.... นางจะขอกล้ำกลืนไว้ก่อน วันหน้าจะต้องเอาคืนร้อยเท่าพันเท่าแน่นอน
“อย่ามานั่งร้องไห้ในบ้านข้า ไสหัวไปซะ!”
ฉู่ชิงเฉินเริ่มรำคาญเสียงร้องไห้ จึงเอ่ยปากไล่ส่ง
จางชิงชิงกลัวนางจับใจ พอได้ยินคำไล่ก็รีบคว้าผมที่ขาดติดมือ แล้วลุกขึ้นวิ่งหนีออกจากบ้านไปอย่างลนลาน
“นั่นใครน่ะ? ทำไมผมสั้นขนาดนั้น? น่าเกลียดจริง ๆ”
“นังแพศยาไร้ยางอาย กระโปรงขาดรุ่งริ่งเชียว ถุย! คิดจะยั่วยวนใครกัน?”
หญิงชาวบ้านที่เห็นจางชิงชิงวิ่งผ่านในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง ปิดหน้าปิดตาจำไม่ได้ว่าเป็ใคร ต่างก็พากันด่าสาปแช่งไปตามทาง
จางชิงชิงได้ยินคำด่าทอเ่าั้ ใบหน้าก็เปลี่ยนสีด้วยความอับอาย ทั้งโกรธทั้งอายจนอยากจะมุดดินหนีไปให้พ้นจากที่นี่โดยเร็ว
“คุณหนู? ท่านไม่ได้ไปที่บ้านตระกูลเสิ่นเพื่อฉวยโอกาสผู้ชายคนนั้นหรอกหรือ ทำไมถึงอยู่ในสภาพแบบนี้ล่ะขอรับ?”
คนพูดคือคนสนิทของจางชิงชิง คุณหนูสั่งให้เขาเฝ้าดูต้นทางอยู่หน้าประตู แต่เขาดันปวดท้องกะทันหันเลยแวบไปเข้าป่าข้าง ๆ พอกลับมาก็เจอคุณหนูในสภาพผมกุด ถ้าไม่ใช่เพราะกระโปรงสีแดงสะดุดตา เขาคงจำไม่ได้แน่ ๆ เลยรีบวิ่งเข้าไปถาม
“คุณหนู? หรือว่าจะเป็จางชิงชิง ลูกสาวใต้เท้าที่ว่าการอำเภอ? ได้ยินมานานแล้วว่านางแอบรักเสิ่นโม่ชู ขนาดผู้ชายเป็อัมพาตก็ยังไม่เว้น แอบย่องเข้าบ้านเขาไปฉวยโอกาส สภาพดูไม่จืดแบบนี้ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าโดนสะใภ้เสิ่นสั่งสอนมาแน่ ๆ”
“สมควรแล้ว ทำเื่งามหน้าจริง ๆ เสิ่นโม่ชูก็มีฮูหยินแล้วนะ ฮูหยินเขาน่ะดุยังกับแม่เสือ เก่งจะตายไป จางชิงชิงยังกล้าไปแหย่หนวดเสืออีก ตกหลุมพรางเองแท้ ๆ”
หญิงชาวบ้านได้ยินคนสนิทเรียกคุณหนูก็เดาฐานะได้ทันที เพราะในหมู่บ้านนี้ คนที่จะถูกเรียกว่าคุณหนูได้ มีแค่จางชิงชิงคนเดียว
พวกนางเริ่มซุบซิบกันต่อ ตอนนี้มีใครบ้างที่ไม่รู้จักชื่อเสียงของฉู่ชิงเฉิน นางเหมือนเม่นที่มีหนามรอบตัว ใครแตะต้องก็โดนซัดหมด
พวกนางต่างพากันถอยห่างจากแม่เสือฉู่ชิงเฉินกันทั้งนั้น แต่ก็ยังมีคนกล้าไปยั่วยวนผู้ชายของนางถึงบ้าน สงสัยจะเบื่อโลกแล้วจริง ๆ
“คุณหนู พวกชาวบ้านปากหอยปากปูพวกนี้ ให้ข้าน้อยไปด่าพวกมันให้ไหมขอรับ?”
คนสนิทเห็นว่าคำพูดชาวบ้านมันระคายหูจนน่าอายแทน
“ไอ้โง่! สั่งให้เฝ้าต้นทางแล้วมุดหัวไปไหนมา? ยังอับอายไม่พออีกหรือ รีบกลับ เดี๋ยวกลับไปถึงข้าจะจัดการเ้า!”
จางชิงชิงหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธและอับอาย วันนี้หน้าแตกยับเยินจนอยากจะงอกปีกบินหนีไปเดี๋ยวนี้ ไม่กล้าอยู่เถียงกับพวกชาวบ้านอีกแล้ว
.....
ทางด้านเด็กทั้งสอง เมื่อเห็นยัยปีศาจจิ้งจอกหนีไปแล้ว ในบ้านก็กลับมาสงบเงียบอีกครั้ง
ฉู่ชิงเฉินมองประตูที่ถูกตัวเองถีบจนล้มคว่ำแล้ว ก็ได้แต่ถอนหายใจยาว หาเื่ใส่ตัวแท้ ๆ เดี๋ยวต้องมานั่งซ่อมประตูอีก
“ท่านแม่ ท่านเก่งที่สุดเลย ไล่ยัยปีศาจจิ้งจอกไปได้ ต่อไปใครจะกล้ามาหมายตาท่านพ่ออีกล่ะ”
หยวนเป่าเงยหน้ามองท่านแม่ด้วยดวงตากลมโตเป็ประกาย กลายเป็ผู้ติดตามตัวยงของท่านแม่ไปเสียแล้ว
“น้องสาว ไปเถอะ พวกเราไปกินขนมกันดีกว่า”
ถวนเป่าลากแขนน้องสาวออกไป เพื่อเปิดโอกาสให้แม่เลี้ยงกับท่านพ่อได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง เขาไม่อยากให้น้องสาวอยู่เป็ก้างขวางคอตรงนี้
ตอนนี้ถวนเป่ายอมรับแม่เลี้ยงจากใจจริงแล้ว หลายวันที่ผ่านมา แม่เลี้ยงเปลี่ยนไปเป็คนละคน ปกป้องเขาและน้องสาวไม่ให้ใครมารังแก แถมยังหาเงินเก่ง และเขาก็เชื่อมั่นว่า แม่เลี้ยงจะทำให้ท่านพ่อฟื้นขึ้นมาได้
เขาจึงอยากให้แม่เลี้ยงกับท่านพ่อได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น พอท่านพ่อฟื้นขึ้นมาจะได้ทำดีกับแม่เลี้ยงบ้าง ครอบครัวจะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา
ฉู่ชิงเฉินเห็นเ้าเด็กสองคนนี้ชิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว ตั้งใจว่าจะเรียกมาช่วยซ่อมประตูเสียหน่อย ถึงจะช่วยอะไรมากไม่ได้ แต่ช่วยส่งเครื่องมือก็ยังดี
นางหันกลับไปมองชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียง นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง... ช่างเถอะ อีกไม่นานเขาก็จะฟื้นแล้ว งานใช้แรงงานอย่างการซ่อมประตู ทิ้งไว้ให้เขาทำแล้วกัน นางยุ่งจะตาย มีเื่อีกตั้งเยอะที่ยังไม่ได้ทำ
ตอนแรกฉู่ชิงเฉินตั้งใจจะเดินออกไป แต่พอไม่มีประตูขวางกั้น ลมเย็นจากข้างนอกก็พัดโชยเข้ามาจนนางสั่นสะท้าน นางหันไปเห็นอกเสื้อที่เปิดอ้าของชายหนุ่ม... เขาเองก็คงจะหนาวเหมือนกันสินะ?
เดิมที สามีคนนี้ก็ดูอ่อนแอช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าต้องมาติดหวัดลมเย็นเข้าไปอีกล่ะก็นางต้องเป็คนปรนนิบัติไม่พอ ถ้าอีกสามวันเขาไม่ฟื้นขึ้นมา นางก็แพ้เดิมพันน่ะสิ?
แบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด ถึงนางจะมีเงินซื้อเนื้อแจก แต่จะมาแจกให้พวกหมาป่าตาขาวที่รอสมน้ำหน้านางกินเปล่า ๆ ได้ยังไง
ฉู่ชิงเฉินเดินย้อนกลับไปข้างเตียงเสิ่นโม่ชู เอื้อมมือออกไปเพื่อจะปิดอกเสื้อที่อ้าอยู่ของเขาให้เข้าที่
จะตื่นเต้นไปทำไมกัน ไม่ใช่ว่าไม่เคยเห็นเสียหน่อย... แม้หญิงสาวคิดแบบนั้น แต่จังหวะที่ปลายนิ้วบังเอิญลากผ่านกล้ามอกที่แน่นหนึบของเขา นางกลับรู้สึกใจสั่นสะท้านขึ้นมาเสียอย่างนั้น
ผิวพรรณนี้ทั้งเนียนและยืดหยุ่น... ััดีเกินไปแล้ว!
ฉู่ชิงเฉินมองใบหน้าหล่อเหลาของชายที่กำลังหลับใหล แล้วลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่
นี่ถือว่านางได้เปรียบเพราะอยู่ใกล้ชิดที่สุด ถ้าจะให้คนอื่นได้เปรียบ เหตุใดนางไม่ััด้วยตัวเองเสียก่อนเล่า