ตอนที่ 22ต่อยคนยังไงไม่ให้เสียเปรียบ
พอเ้าอ้วนหลับตาลงเสือน้อยก็ปล่อยหมัดเข้าชายโครงอย่างเต็มกำลัง อีกหมัดก็ต่อยเข้าท้องน้อยพร้อมแทงเข่าใส่เป้ากางเกงของอีกฝ่าย ทำเอาจุกจนลงไปนอนกองกับพื้น
ต้องเข้าใจก่อนว่า ความเร็วในการออกหมัดของนักมวยที่ต่อยใส่กระสอบทรายเป็ประจำ กับคนที่ไม่เคยฝึกมาก่อนเอาแต่ท้าตีท้าต่อยอย่างเดียวนั้นมันต่างกันมาก!
จากนั้นเสือน้อยก็เบี่ยงตัวหลบคนทั้งสองที่วิ่งกรูเข้ามา และตอนนี้จากห้าคนที่เข้ามาหาเื่ในตอนแรกเหลือที่ยืนอยู่ได้…เพียงแค่สองคนเท่านั้น
พีกัดฟันกรอด “เขาโมโหจนแทบอยากจะกระทืบไอ้ลูกแมวให้ตายคาตีน เสียเดียวนี้!”
พีปล่อยเพื่อนอีกคนที่ตั้งท่ามวยค่อยๆ เดินเข้าไปหา…แต่เมื่อมาถึงหน้าเสือน้อย กลับดูคล้ายเด็กพึ่งหัดตั้งไข่เสือน้อยจึงกวาดเท้าเตะเข้าที่เอ็นร้อยหวายด้วยท่าเถรกวาดลานทำเอาเ้าตัวล้มลงหัวฟาดกับพื้น
แต่ยังมีสติดีอยู่ซึ่งเสือน้อยได้กระทืบลงที่ท้องน้อยของอีกฝ่ายแต่ทว่าสายตากลับยังคงจับจ้องนายพีอยู่ตลอดกลัวว่าหากเผลอมันจะฉวยโอกาสเล่นงานเขาอีกครั้ง!
พีเหมือนหมาจนตรอกไม่สู้ก็ต้องสู้แต่ยังไม่ทันให้เขาจะได้คิด
เสือน้อยก็เริ่มพุ่งเข้าไปหาอย่างรวดเร็วสองมือตั้งการ์ดต่ำ เขาปล่อยหมัดออกไปหยั่งเชิง และหลอกล่อ
ส่วนทางด้านนายพีก็เตรียมหมัดต่อยเข้าที่หน้าอกของเสือน้อย
ตอนที่ทั้งคู่กำลังจะแลกหมัดกันนั้นเสือน้อยก็เอี้ยวตัวหลบ ก่อนเดินคลุกเข้าวงในระยะประชิดในระยะเผาขนเสือน้อยใช้หน้าผาก โหม่งเข้าที่ใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างแรงไม่รู้ว่าโดน่ไหนแต่น่าจะเป็ที่บริเวณขอบตา
จากนั้นก็ใช้เท้าขวาเหยียบเท้าของพีเพื่อไม่ให้คู่ต่อสู้สามารถขยับเขยื้อนได้
ก่อนจะล็อกคอแทงเข่าเข้าชายโครงอย่างกับนักมวยในเวทีก่อนจะปิดท้ายด้วยท่ามอญยันหลัก ถีบเข้าที่ยอดอกของอีกฝ่ายจนปลิวกระเด็นออกไปไกล…
ฝูงชนเริ่มเข้ามามองดูมากยิ่งขึ้นยิ่งนานคนยิ่งเยอะ เพียงแต่ดูอยู่ห่าง ๆ
หนึ่งในห้าคนที่ตั้งสติได้พยายามกวาดสายตามองไปบริเวณที่พวกตนได้นั่งอยู่ก่อนหน้านี้เพื่อหาตัวช่วย…พวกเขา้าความหวัง!
ก่อนที่จะเห็นรุ่นพี่ม.5 คนสนิทของพีเดินไปยังบริเวณจุดรวมตัวเด็กหนุ่มจึงะโร้องสุดเสียง “พี่ทิด! ช่วยพวกผมด้วยพี่…”
พออีกฝ่ายพูดจบก็ได้เจอกับหมัดของเสือน้อยที่ต่อยเข้าที่ขมับทำให้อีกฝ่ายเมาหมัดอยู่นานจนสำรอกออกมาเต็มพื้น
รุ่นพี่คนนั้นเมื่อเห็นเหตุการณ์จึงวิ่งเข้ามาเต็มฝีเท้าก่อนจ้องเสือน้อย “มึงกล้าทำน้องกู!” ชายหนุ่มบันดาลโทสะ จึงวิ่งะโถีบเสือน้อย
แต่ด้วยเพราะเสือน้อยหลบทันจึงทำให้ชายหนุ่มร่วงลงกับพื้นก่อนจะถูกเท้าขวาของเสือน้อยเตะเข้าใส่ที่ปลายคาง
ทว่าชายหนุ่มก็ใช้มือหนึ่งรับไว้ได้จึงจับขาเตรียมจะชกเข้าที่น่อง
แต่เสือน้อยอาศัยสัญชาตญาณของตัวเองเขาจึงใช้มือซ้ายยันกับพื้นและเอี้ยวตัวใช้เท้าซ้ายที่ว่างอยู่ถีบเข้าใส่ใบหน้าชายหนุ่มอย่างเต็มแรง!ถึงได้สะบัดขาที่ถูกจับไว้แน่นออกมา
ชายหนุ่มเห็นเด็กตัวเล็กกว่าถีบหน้าความโกรธจึงพุ่งขึ้นเป็เท่าตัว เขาลุกขึ้นยืนตั้งท่ามวยค่อย ๆ เดินเข้าหาเสือน้อย
รุ่นพี่คนนี้สูงใหญ่กว่าเสือน้อยมากนักด้วยเพราะวัยที่แตกต่าง จึงทำให้ส่วนสูงต่างกันมาก
ส่วนเสือน้อยก็ไม่ได้ยี่หระจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนที่คิดหาวิธีจะจัดการเป้าหมาย ซึ่งตัวเขาก็รู้ว่าควรทำเื่นี้ให้จบโดยเร็วก่อนที่ใครจะมาเพิ่มอีก
เสือน้อยแสดงถึงเชิงมวยออกมาคนที่มองดูก็รู้ว่าเป็คนต่อยมวยเป็แน่ ๆ ทว่าฝั่งตรงข้ามก็ตั้งท่าคล้ายกันหากแต่หละหลวมกว่ามากนัก…
ชายหนุ่มฝ่ายตรงข้ามปล่อยหมัดตรงเข้ามาสองขาย่อเข่าสลับขาไปมา แต่เสือน้อยเมื่อสู้หนึ่งต่อหนึ่ง เขาคลายใจลงมากจึงเบี่ยงตัวหลบรอดูชั้นเชิงครู่หนึ่ง
ในขณะนั้นเองชายหนุ่มรุ่นพี่ก็ชกด้วยหมัดขวาตรงไปที่บริเวณใบหน้าของเสือน้อย ที่มือซ้ายก็ตั้งมั่นเตรียมรับมือ
ทว่าสิ่งที่รุ่นพี่คนนี้ทำกลายเป็เข้าตามตำรามวยโบราณเป๊ะ ๆ
เมื่ออีกฝ่ายปล่อยหมัดมาเสือน้อยก็ทแยงตัวเข้าวงใน ทิ้งน้ำหนักลงบนเท้าขวา ยกแขนซ้ายขึ้นปัดหมัดให้พ้นตัว แขนขวางอข้อศอกเพื่อส่งศอกเข้าไปกระแทกที่ชายโครงฝั่งตรงข้าม
ทำเอารุ่นพี่คนนั้นตาเหลือกเขารู้สึกเหมือนถูกเขาของควายป่ากระแทกเข้าที่ชายโครง!
ส่วนเสือน้อยก็ไม่ได้หวาดหวั่นใดๆ จึงเตะผ่าหมากเสริมไว้เพื่อป้องกันเขาขยับเขยื้อนก่อนจะหมุนตัวอย่างกับในหนังด้วยท่าจระเข้ฟาดหาง โดนเข้าที่กกหูของอีกฝ่ายจนสลบแน่นิ่งไป!
ั้แ่ต้นจนจบเสือน้อยไม่คิดจะอยู่ในมุมอับแม้แต่นิดเดียว
ถ้าเขาสู้ไม่ได้ก็แค่วิ่งหนีเขาเชื่อว่าคนเราต้องไม่พาตัวเองไปจนมุมหรือต้อนตนให้อยู่ในอยู่สถานการณ์ที่หนีไม่ได้…
และนี่เป็นิสัยของเขาที่ชอบนั่งตรงประตูทางออกด้วยส่วนหนึ่งเวลาเข้าโรงหนังเขามักนั่งอยู่ริมสุด…เป็สิ่งที่พ่อสอนเขามาและติดมาเป็นิสัยประจำตัว
หลังจัดการเสร็จสิ้นคนก็มามุงดูมากขึ้น เขาจึงะโบอก “ใครก็ได้ช่วยไปแจ้งครูฝ่ายปกครองให้ที!”
เสือน้อยทำท่าเจ็บตัวเดินกะเผลกเพื่อเตรียมมุ่งหน้าไปยังห้องปกครองด้วยตัวเอง สถานการณ์ที่พยานเยอะแยะเสียขนาดนี้อีกทั้งกล้องวงจรปิดก็มี
และฝั่งตรงข้ามยังมารุมเขาด้วยไม่มีความจำเป็ที่เขาจะต้องหนีเลย กลับกัน…เขาเป็ฝ่ายเสียหายต่างหาก!
ที่ห้องปกครอง
ครูที่อยู่ประจำห้องหลายคนเห็นเด็กชายคนหนึ่งเดินกะเผลกเข้ามาใบหน้ามีรอยฟกช้ำ พร้อมกับหยดเืบนเสื้อผ้า
ครูผู้ชายที่ชื่อสิระ จึงได้รีบถามสาเหตุก่อนรีบวิ่งไปดูสถานที่เกิดเหตุเสือน้อยไม่รอช้าบอกครูรีบเปิดดูกล้องวงจรปิด
พร้อมกันนั้นมือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงก็ต่อสายหาพ่อเขาทันทีเขาสรุปใจความสั้น ๆ เข้าประเด็น และบอกให้พ่อเรียกทนายมาด้วยเขาหมายจะเอาเื่พวกมัน!
……
ครูสิระพอไปถึงสถานที่เกิดเหตุก็พลันเรียกนักเรียนแถวนั้นมาสอบถาม
นักเรียนหญิงม.ปลายคนหนึ่ง ที่เห็นเหตุการณ์ั้แ่ต้นจนจบก็เล่าให้ฟัง ทุกคนผสานเสียงอีกทั้งยังมีกล้องวงจรปิดคอยสนับสนุน
ครูสิระฟังคนที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าไปพลางและดูอาการของเหล่านักเรียนไปพลาง ส่วนทั้งหกคนที่นอนกองอยู่กับพื้น
บางคนก็สลบบางคนก็มึนงงสะลึมสะลือครูะโเรียกให้ทุกคนมาช่วยหามพวกเขาไปส่งหน้าโรงเรียนเพื่อรอรถพยาบาล
เสือน้อยนั่งอยู่ในห้องปกครองอย่างว่าง่ายแกล้งทำเป็ร้องโอดโอย เขาเล่าสถานการณ์ให้ฟังอย่างคร่าว ๆ ให้ครูทุกคนฟัง
แถมยังบอกพ่อแล้วด้วยเขาได้บอกว่าพ่อกำลังมาพร้อมกับทนายความ เพื่อเอาเื่พวกมัน!เขากัดฟันพูดดูน่าสงสารเป็อย่างยิ่ง
ครูที่เช็กกล้องวงจรปิดอยู่ย้อนภาพกลับไปดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นั้แ่ต้นจนจบก่อนจะมองเด็กหนุ่มด้วยสายตาแปลกประหลาด ส่วนพวกครูอีกหลายคนก็มามุงดูเช่นกัน…
ภาพที่ปรากฏแก่สาธารณะนั้นก็คือเด็กหนุ่มหลายคนพากันหามเด็กที่เืโชก เปรอะเปื้อนออกมารอที่ป้อมยามส่วนในมือของครูสิระกำลังต่อสายเรียกรถโรงพยาบาลอยู่
ข่าวกระจายออกไปทั่วโรงเรียนยังดีที่ว่าเลิกเรียนไปนานแล้ว เหลือนักเรียนอยู่ไม่มากนักจึงพากันมาช่วยหามทีละคน เว้นแต่เ้าอ้วน ที่ต้องใช้คนหกคนมาแบกหามมันออกไป!
ไม่นานพ่อผันก็มาถึงโรงเรียนเขาก็รีบตรงดิ่งไปยังห้องฝ่ายปกครอง และหลังจากที่ได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดแล้วพ่อผันก็ไม่ชักช้ารีรอ รีบออกไปโทรหาทนายความทันทีหลังปรึกษาอยู่ครู่หนึ่งจึงตัดสินใจได้
พ่อร้องขอภาพกล้องวงจรปิดจากโรงเรียนโดยให้เสือน้อยเอาแฟลชไดรฟ์มา เขาจำต้องเก็บหลักฐานไว้ก่อนเพื่อกันคนจะเล่นตุกติก
และเมื่อได้ยินเช่นนั้นพวกครูจึงขอตัวประชุมกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะยินยอมให้พ่อผันได้เก็บภาพกล้องวงจรปิด่เกิดเหตุไป
ส่วนเสือน้อยก็โทรเรียกเข้มให้มาหาตั้งนานแล้วตอนนี้เขาไม่อยากเห็นหน้าแฟนมันแล้ว
หลังจากนั้นก็เริ่มไล่โทรหาเพื่อนฝูงสมชาย สิงหา ให้กลับมาโรงเรียนเพื่อมาช่วยเขาเก็บหลักฐาน
……
จนวันรุ่งขึ้นก็กลายเป็ข่าวดังไปทั่วโรงเรียนเหตุการณ์ที่ ‘หกรุมหนึ่ง’ แถมยังแพ้อย่างอนาถ าเ็สาหัสแต่ทว่ากลับไม่รู้ว่าใครเป็ฝ่ายถูกรุม?
เสือน้อยบอกเพื่อนว่าอย่าปล่อยข่าวรู้ก็เงียบ ๆ ไว้ รอคอยดูท่าทีของทางฝั่งโน้นก่อนพอตอนพักเที่ยงข่าวลือก็ลือกันไปต่าง ๆ นานา
บ้างก็บอก เด็ก ม.6กระทืบเด็ก ม.1 จากนั้นก็สืบหาว่าเป็ใครมีบางคนบอกว่าเด็ก ม.4 มากกว่าและทุกคนก็จะขำทันทีที่มีคนบอกว่า “เป็เด็ก ม.1 นั่นแหละที่ทำ…”
ข่าวลือต่าง ๆนานาแพร่สะพัดออกไป
หลังเลิกเรียนเสือน้อยก็ไปหาครูที่ห้องปกครอง ก่อนจะเข้าไปพบท่านผอ. อีกครั้งในรอบหลายเดือน
ผอ. จำเด็กหนุ่มได้ทันที“เจอกันอีกแล้วนะ!”
เสือน้อยยิ้มพร้อมกับไหว้สวัสดีทุกคนตามมารยาทอันพึงมี “ใช่ครับ ผอ.”
ผอ.พูดขึ้นว่า“แล้วจะเอาอย่างไงต่อ นี่เห็นว่าพ่อติดต่อทนายไว้แล้วใช่มั้ย!?”
“เอ่อ...พ่อผมบอกว่าให้ดูท่าทีอีกฝ่ายโดยเรียกร้องค่าทำขวัญครับถ้าเกิดว่าไม่จ่ายก็จะแจ้งความและทางทนายบอกพ่อของผมว่ามีโอกาสชนะมีสูงมาก แถมคดีทำร้ายร่างกายยอมความไม่ได้อีกทั้งผมยังโดนรุม จึงอยู่ในฐานะเสียเปรียบสามารถพูดได้เต็มปากว่าป้องกันตัว และพ่อยังขอเจอผู้ปกครองอีกฝ่ายด้วยครับถ้าพวกเขาไม่ยินยอมก็ไม่จบแค่นี้...”
ครูฝ่ายปกครองทั้งหมดก็อึ้ง…แต่ถูกหรือผิดมันก็ชัดเจนขนาดนี้
ผอ.ถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“ถ้าครูขออย่าให้มีเื่ถึงโรงถึงศาลล่ะ?”
เด็กหนุ่มตอบอย่างนอบน้อม“ก็ที่เรียกค่าทำขวัญ เพราะพ่อตั้งใจไว้หน้าให้กับท่านผอ. และทางโรงเรียนอยู่แล้วไม่อยากให้เกิดชื่อเสียงที่ไม่ดี พ่อบอกว่าั้แ่ปู่ทวด ปู่ พ่อ จนมาถึงผมสี่รุ่นแล้วที่เรียนที่นี่ จึงไม่อยากสร้างเื่ที่ไม่ดี”
“เอ่อ…และอีกอย่างแม่ผมก็บอกต้องไว้หน้าผอ. ด้วย” เขาเน้นที่ประโยคหลังเป็พิเศษ
ครูทั้งหมดก็คิดไปในทำนองนั้นเพราะถ้าป่านนี้ยังไม่แจ้งความเขาก็เปิดโอกาสให้เจรจา ส่วนที่ว่าไว้หน้าผอ.อะไรนั่น พวกครูในห้องก็คิดกันไปต่าง ๆ นานา
ผอ.พยักหน้ายิ้มรับ“เดี๋ยวครูประสานงานติดต่อผู้ปกครองให้เข้ามาพบกับพ่อเธอเดี๋ยวครูขอเบอร์โทรศัพท์พ่อเธอทิ้งไว้หน่อย...”
ในใจก็นึกขอบคุณพ่อแม่ของเด็กคนนี้ที่หาทางลงให้ทุกฝ่าย ตอนแรกเธอเตรียมการเกลี้ยกล่อมมากกว่านี้แต่พอเห็นเ้าเสือน้อยคนนี้เธอก็พอเข้าใจได้
หลังจากวันนั้นที่จับครูหนุ่มซึ่งได้ยัดนักเรียนเข้าโรงเรียนโดยที่ไม่ได้ผ่านตามขั้นตอน แต่กลับแทรกคิว อีกทั้งยังไปตัดสิทธิ์เด็กคนอื่นดื้อ ๆมันจึงทำเอาเธอหัวเสียเป็อย่างมาก
เด็กฝากถือเป็เื่ปกติมากสำหรับเด็กที่เกิดใน่ปี 2530-2539 ่ระหว่างปีนี้มีเด็กเกิดเยอะมากมีที่เรียนไม่เพียงพอก็ไม่เห็นจะแปลก
อีกทั้งทางรัฐบาลก็ได้ออกนโยบายให้ทุกคนต้องมีที่เรียน…แถมเกริ่นมาตั้งหลายเดือน
แต่ครูหนุ่มหน้าดุเ้ากรรมดันไม่รู้จักเวลาจึงโดนครอบครัวนี้ฟ้องทุจริตประพฤติมิชอบขึ้นโรงขึ้นศาลหมดอนาคตของการเป็ครูไปเสียดื้อๆ
หลังจากดำเนินเื่กับครูหนุ่มรายนั้นเสร็จสิ้นตัวเธอก็ยังไปฝากท้องร้านแม่ชบาอยู่เป็ประจำ แถมยังแวะซื้อกับข้าวอยู่บ่อยครั้ง ทั้งคู่จึงผูกสัมพันธ์กันไว้ในระดับที่ดีทีเดียว