รถม้าที่พาไป๋เฉินและอวิ๋นลั่วเดินทางกลับจากสำนักัผงาดมาถึงจวนของเศรษฐีอวิ๋นซานในยามเย็น ท้องฟ้าย้อมด้วยสีส้มละมุน ราวกับ้าบอกให้รู้ว่าคืนนี้กำลังจะมีเื่ราวบางอย่างอุบัติขึ้น
ตลอดทางที่นั่งเคียงกันในรถม้า อวิ๋นลั่วไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรมากนัก ดูเหมือนเธอจะครุ่นคิดถึงบางอย่าง หลังจากได้ฟังข่าวการอาละวาดของหลงหวังอี้ในสำนักัผงาด ส่วนไป๋เฉินเองก็รู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย เพราะกลัวว่าการหลอกล่อให้หลงหวังอี้เข้าใจผิดจะไปก่อเื่ใหญ่จริงๆ แต่ระบบกลับดีอกดีใจที่ภารกิจ “ทำให้หลงหวังอี้ขายหน้า” สำเร็จลุล่วง
『ยินดีด้วย! คุณได้รับไอเทม “หน้ากากแมวเหมียวป่วน” โปรดใช้อย่างครีเอทีฟ!』
แม้ใจหนึ่งจะข้องใจว่าเ้าหน้ากากนี้มีประโยชน์อะไร แต่ไป๋เฉินก็ไม่กล้าหยิบขึ้นมาดูในทันที เพราะเกรงว่าอวิ๋นลั่วจะสงสัย ถึงอย่างนั้น ดวงตาของเขาก็เผลอมองไปยังถุงย่ามที่ระบบเคยให้ และคิดแผนว่าคืนนี้ต้องหาโอกาสทดสอบดูของวิเศษเสียหน่อย
เมื่อกลับถึงจวน อวิ๋นซาน (บิดาของอวิ๋นลั่ว) ยังติดภารกิจประชุมกับแขกผู้าุโคนหนึ่ง จึงไม่ได้ออกมาต้อนรับ ไร้เงาของหลงหวังอี้และกลุ่มลูกน้องชุดดำที่มักพะวงจับตาไป๋เฉิน บรรยากาศเงียบสงบอย่างน่าประหลาด
“เ้าไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวพ่อข้าประชุมเสร็จคงเรียกเ้าพบตามปกติ” อวิ๋นลั่วกล่าวเสียงเรียบ แต่มีแววอ่อนโยนกว่าก่อนเล็กน้อย
“ได้สิ” ไป๋เฉินพยักหน้า เขาเห็นเธอดูเหนื่อยล้าเล็กน้อย จึงไม่เซ้าซี้ต่อ ระหว่างแยกย้ายกัน เขายังได้ยินเสียงระบบดังเบาๆ ในหัว
『เป้าหมายต่อไปคือ…ยังกำหนดไม่ได้! ระบบขอวิเคราะห์สถานการณ์ก่อน』
“เออ ดีเหมือนกัน ให้ข้าพักบ้างเถอะ” เขาบ่นอย่างโล่งใจ หวังจะได้เอนหลังสักครู่
ตกดึก ค่ำคืนฉาบไปด้วยสีครามและแสงดาวพราวเต็มฟ้า พระจันทร์กลมโตสาดแสงนวลเข้ามาในเรือนรับรองท้ายสวนของจวนอวิ๋นซาน ไฟตะเกียงสลัวที่วางเรียงอยู่ทางเดินทำให้บรรยากาศดูสงบร่มเย็น
ไป๋เฉินเอนหลังบนเตียงไม้ไผ่เรียบง่าย ปล่อยกายและใจให้ผ่อนคลายได้สักพักก็ตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงคล้ายอะไรตกกระทบเบาๆ ที่หลังคา
“แอ๊ง…แอ๊ง…”
เสียงแมวร้อง? หรือเป็ระบบเล่นตลกอีกแล้ว? เขาลุกขึ้นนั่งพลางจ้องเพดาน ในมือก็ถือถุงย่ามที่ซ่อนไอเทมต่างๆ ไว้ เรียกความกล้าขึ้นมาเปิดดู “หน้ากากแมวเหมียวป่วน” ของขวัญล่าสุดจากภารกิจ
หน้ากากทำจากวัสดุสีขาว มีลวดลายหนวดแมวสีดำข้างแก้ม ดูตลกปนลึกลับ พอหยิบขึ้นมาใส่ครึ่งหน้า เขาก็รู้สึกว่ามีพลังกระจายตัวเบาๆ ทั่วร่าง
『คุณสมบัติพิเศษ: ช่วยลดเสียงฝีเท้า เพิ่มความคล่องตัว เหมาะแก่การลอบเร้นหรือทำเื่ ‘ป่วน’ ในยามค่ำคืน!』
“โอ้โห… เหมือนระบบสนับสนุนให้ข้าเป็หัวขโมยเลยแฮะ” ไป๋เฉินบ่นพลางส่ายหน้า แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาจึงลองเคลื่อนไหวเบาๆ ในห้อง พร้อมใส่หน้ากากครึ่งหน้า
ค่อยๆ ก้าว ค่อยๆ ะโ พื้นไม้ที่เคยส่งเสียงกรอบแกรบกลับเงียบสนิทราวกับกลบทุกฝีเท้าของเขาได้จริงๆ อีกทั้งขยับมือขยับเท้าได้ลื่นไหล จนเหมือนไม่ใช่ตัวเขาเอง
“ก็เจ๋งดีนะ… แต่นี่ข้าจะเอาไปทำอะไรได้ล่ะเนี่ย?” เขาเกาหัวแกรกๆ
ระหว่างที่ไป๋เฉินลองวิ่งขึ้นหลังคาเพื่อสูดอากาศยามดึก กลับพบว่ามีร่างบางยืนอยู่ก่อนแล้ว เธอสวมชุดคลุมบางเหมือนเพิ่งออกมาตากอากาศใต้พระจันทร์ มีผมยาวดำขลับและใบหน้าเรียบนิ่งเฉกเช่นเคย
“อวิ๋นลั่ว!?” ไป๋เฉินอุทานเสียงหลง เขารีบถอดหน้ากากออกด้วยความใ “ข้าขอโทษ! ข้าทดสอบของเฉยๆ ไม่ได้ตั้งใจจะทำตัวน่าสงสัยนะ!”
เธอหันกลับมา สีหน้าใเล็กน้อย “เ้า…ปีนหลังคามาทำไมกัน…? แถมถือหน้ากากประหลาดอีกต่างหาก”
“เอ่อ… มันเป็หน้ากากแมวเหมียวที่ข้าได้มาโดยบังเอิญ เลยลองใช้นิดหน่อย” เขาหัวเราะฝืดๆ พยายามกลบเกลื่อนความอาย “แล้วเ้า…มาทำอะไรบนหลังคาเวลานี้?”
“ข้านอนไม่หลับ ออกมาชมพระจันทร์” เธอตอบสั้นๆ ก่อนหันมองหน้ากากในมือเขาอย่างสงสัย “เ้านี่ชอบสะสมของแปลกจริงๆ นะ”
“ฮะๆ ข้าเองก็ไม่อยากได้มาหรอก แต่เขา - เอ่อ…ข้า…บังเอิญได้มา!” ไป๋เฉินแก้ตัวพัลวัน แต่ก็อดขำสถานการณ์ไม่ได้ เพราะกลายเป็ว่าแม้แต่เวลาทดสอบไอเทม ระบบยังจัดฉากให้มาเจอกับอวิ๋นลั่วบนหลังคา
เขาถอดใจ คิดว่าคืนนี้คงไม่ต้องลอบเร้นทดสอบอะไรต่อแล้วล่ะ จะโดนสงสัยเกินไปเปล่าๆ
บนนั้น ทั้งสองนั่งลงบนขอบหลังคาที่มั่นคงพอพิงได้ พระจันทร์กลมโตเหมือนจ้องมองพวกเขาอยู่เงียบๆ ลมเย็นพัดอ่อน กลิ่นดอกไม้ปลิวมาแตะจมูกให้บรรยากาศผ่อนคลาย
“หลายวันมานี้ข้ารู้สึกว่าโลกมันชักจะวุ่นวายเกินไป ทั้งพวกคนร้ายที่เคยลักพาตัวข้า ทั้งหลงหวังอี้ที่นิสัยแปลกขึ้นทุกวัน…” เธอเปรยขึ้น “แต่เ้าเองก็ดูจะพาตัวเองเข้าสู่เื่พวกนี้ด้วย ยังไหวอยู่รึเปล่า?”
“ก็…” ไป๋เฉินยิ้มน้อยๆ “ข้ายอมรับว่าตอนแรกไม่ไหวหรอกนะ จู่ๆ มาอยู่ในโลกยุทธภพ ไม่คุ้นชิน แต่ดูเหมือนข้าจะมีโชค…หรือระบบบางอย่างคอยช่วยบ้าง (ถึงจะกวนบ้างก็เถอะ) ข้าก็เอาตัวรอดมาได้เรื่อยๆ”
“ระบบ?” เธอเลิกคิ้ว “หมายถึงวิชาแปลกๆ พวกหมัดแมวเหมียวงั้นหรือ?”
“ก็…ประมาณนั้นแหละ” เขาตัดสินใจไม่อธิบายเชิงลึก ไม่อยากให้เธอสับสนกับเื่เหนือจริงมากไป “บางทีข้าก็อยากเป็แค่คนธรรมดา ไม่ต้องเจอศัตรูรอบด้านหรอกนะ ฮ่าๆ”
อวิ๋นลั่วปรายสายตาไปทางขอบฟ้า ยามนี้เห็นดวงดาวและหมู่เมฆที่ลอยผ่านดวงจันทร์อย่างแ่เบา “ถ้าเ้าอยากออกจากเื่พวกนี้จริงๆ ก็หนีไปได้ไม่ยากนี่? แต่ทำไมยังอยู่ต่อที่นี่?”
เธอถามด้วยน้ำเสียงที่สงสัยอย่างแท้จริง เพราะแทบทุกครั้งที่เกิดเื่ ไป๋เฉินก็มักเข้าไปพัวพันเสมอ อย่างตอนช่วยเธอในตลาด หรือต่อสู้กับคนร้ายต่างๆ
“อืม… ข้ารู้สึกว่าถ้าทิ้งไว้ เดี๋ยวจะมีคนลำบากมากกว่าเดิม” ไป๋เฉินตอบแ่ๆ ใบหน้าดูจริงจังขึ้น “แล้วก็…ที่สำคัญ ข้ายังไม่ได้ทำให้บางคนยิ้มเต็มที่เลยนะ!”
“พูดอะไรของเ้าน่ะ…” แก้มของอวิ๋นลั่วขึ้นสีระเรื่อ เธอเมินหน้าหนีเล็กน้อย
ไป๋เฉินหัวเราะเบาๆ ก่อนเปลี่ยนหัวข้อ “ว่าแต่เ้าเถอะ ่นี้รู้สึกแปลกๆ บ้างไหม? เหมือนมีคนจ้องเล่นงานเ้าหรือพ่อของเ้าอยู่ตลอดเวลา”
ดวงตาอวิ๋นลั่วหม่นลงนิดหนึ่ง “บางที…ข้าก็สงสัยว่าหลงหวังอี้อาจเป็เพียงหมากตัวหนึ่งของใครบางคน เขาไม่ใช่คนชั่วในตอนแรกเลยนะ เป็เพื่อนเล่นวัยเด็กกันมา แต่พอเข้าสู่ข้อตกลงธุรกิจตามที่บิดาข้าตั้งใจ เขาก็เริ่มเปลี่ยนไปเรื่อยๆ … และตอนนี้ยิ่งแปลกไปใหญ่อีก”
“อืม…” ไป๋เฉินพึมพำ “แปลว่ามีใครสักคนอยู่เื้ัจริงๆ สิเนี่ย”
ขณะที่การพูดคุยกำลังจะก้าวไปสู่เื่จริงจังมากขึ้น เสียงระบบดังขึ้นในหัวของไป๋เฉิน
『คำเตือน: ตรวจพบการเคลื่อนไหวของพลังประหลาดรอบจวน โปรดเตรียมพร้อม!』
“เฮ้ย! อะไรกันอีกล่ะ!?” เขาอุทานเบาๆ
“มีอะไร?” อวิ๋นลั่วถามด้วยความสงสัย
“ข้ารู้สึก…เหมือนมีอะไรบางอย่างอยู่ใกล้ๆ” ไป๋เฉินพยายามเงี่ยหูฟัง แม้ไม่ได้ยินเสียงชัดเจน แต่ก็ััได้ถึงความผิดปกติของอากาศรอบตัว
ทันใดนั้นเอง พวกเขาสองคนก็ได้ยินเสียงหวีดแหลมบางอย่างดังมาจากกำแพงด้านทิศตะวันตกของจวน คล้ายมีคนพยายามปีนกำแพงหรือใช้วิชาตัวเบาแล้วพลาด
“ไปดูกัน!” อวิ๋นลั่วสั่งสั้นๆ ก่อนะโลงจากหลังคาด้วยความว่องไว
ไป๋เฉินรีบตามติด “เอ๊ะ จะให้ข้าสวมหน้ากากแมวเหมียวไปเลยดีไหมนะ เผื่อเคลื่อนที่เงียบๆ” แต่เขาไม่ทันตัดสินใจแล้ว ก็ต้องะโลงอย่างทุลักทุเลเล็กน้อยเพราะกลัวล้ม
เมื่อไปถึงมุมกำแพง พวกเขาเห็นร่องรอยเืเล็กน้อยหยดเป็ทาง มองตามไปก็ไม่เห็นตัวผู้าเ็ แค่รู้ว่ามีใครบางคนบุกเข้ามาใกล้ตัวบ้าน แล้วรีบหนีหายไปอย่างรวดเร็ว บรรยากาศยามดึกดูวังเวงขึ้นมาทันที
“ดูเหมือนจะมีคนพยายามลอบเข้ามาในจวน…แต่ทำไมถึงาเ็เอง?” อวิ๋นลั่วขมวดคิ้วแน่น “มีใครจะกล้าลอบเข้ามาแบบนี้เพื่ออะไร?”
“ไม่รู้สิ อาจเป็ขโมย หรือคนของลัทธิปีศาจ หรือศัตรูของพ่อเ้า… หรืออาจเป็คนอื่นที่ถูกไล่ล่ามาหลบก็ได้” ไป๋เฉินเองก็มืดแปดด้าน
แสงจันทร์ทอดลงมาใส่ร่องรอยเืที่ยังสดใหม่ เสียงลมครางเบาๆ ทำให้สถานการณ์ดูน่าขนลุก อวิ๋นลั่วชักกระบี่ออกมาจากฝักที่พกติดตัว เธอสบตาไป๋เฉินพร้อมพูดเสียงหนักแน่น
“ดูเหมือนคืนนี้เราคงได้นอนไม่สบายแล้วล่ะ”
ในจังหวะนั้นเอง เสียงระบบก็ดังแทรกเข้ามาอีกครั้ง
『แจ้งเตือน: ตรวจพบเควสต์พิเศษ “ผู้บุกรุกปริศนา” โปรดค้นหาและไขปริศนาก่อนรุ่งสาง! รางวัล:??? 』
ไป๋เฉินแทบอยากจะกรีดร้อง “เวรเอ๊ย! นี่ข้าจะได้หลับบ้างไหมเนี่ย!?”
“ใครกันแน่ที่บุกเข้ามา และาเ็เองจนทิ้งร่องรอยเืไว้? พวกเขา้าขโมยอะไรในจวน หรือจะเป็แผนใส่ร้ายเพื่อปั่นป่วนเพิ่มเติม?”
(โปรดติดตามตอนต่อไป!)