ตอนรถบรรทุกเลี้ยวอ้อมโค้งมาความเร็วลดลงมากเกินกว่าจะอยู่ในอาการขาดการควบคุมตอนมันพุ่งเข้าชนร่างคุณพ่อของคุณครั้งแรกเห็นชัดๆ ว่ามันมีร่างของท่านเป็เป้าและเร่งความเร็วขึ้นตอนที่มันถอยหลังกลับลงไปในถนน คนขับต้องมองเห็นร่างคุณพ่อของคุณนอนอยู่ตรงนั้นแล้ว ถ้ามันไม่มีเจตนามันจะต้องหาทางหลีกเลี่ยงไม่พุ่งเข้าชนท่านซ้ำ แต่แทนที่จะเป็เช่นนั้นมันกลับพุ่งเข้าใส่อีกครั้งอย่างเต็มที่และบดขยี้ร่างของท่านจนแน่ใจว่าท่านตายแล้วมันจึงเร่งความเร็วขึ้นเต็มที่และขับหนีไป นี่แสดงให้เห็นอยู่แล้วว่ามันสามารถควบคุมบังคับรถของมันได้
จริงอยู่ผมไม่อาจสาบานได้ว่านี่คือการกระทำทีเกิดขึ้นโดยตั้งใจของคนขับที่ชนแล้วหนี ผมไม่สามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงเื่นี้ได้เพราะบางทีมันอาจจะเป็อีกกรณีหนึ่งของไอ้อุบัติเหตุบ้าๆ ที่มันเกิดขึ้นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันก็ได้ แต่ผมอยากจะเล่าสิ่งที่ผมเห็นด้วยตาของตัวเองให้คุณฟัง อยากจะบอกถึงความรู้สึกว่าจนทุกวันนี้ผมเชื่อในความคิดของตนเองสำหรับเื่นี้มาโดยตลอด
ผมมิได้แสดงความสงสัยในเื่นี้แก่เ้าหน้าที่ตำรวจเพราะถึงทำไปมันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา อีกประการหนึ่งผมก็ไม่มีพยานหลักฐานอะไรไปยืนยันว่านี่คือการฆาตกรรม ในฐานะผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ผมควรได้รับความเชื่อถือจากตำรวจเกี่ยวกับข่าวทุกข่าวที่ลงอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับที่ผมทำอยู่ เพราะฉะนั้นสำหรับเื่นี้ผมจึงจำเป็ต้องปิดปากเงียบไว้ก่อน
แต่กระนั้นผมก็ถือว่าจำเป็ต้องเล่าเื่นี้ให้คุณฟังเพราะบางทีความระแวงสงสัยของผมดังกล่าวอาจจะเป็ประโยชน์กับคุณได้บ้างหรือไม่?
อีกครั้งหนึ่งที่ผมต้องขอโทษอย่างมากที่มาเปิดปากแผลสดๆ ในใจของคุณออกมา ถ้าคุณเดินทางมาเบอร์ลินโปรดติดต่อผมที่หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ผมจะดีใจมากถ้าได้สนทนากับคุณสักครั้ง
ด้วยความนับถือ
ปีเตอร์ นิทซ์
ปล.ผมได้นำชีวประวัติคุณพ่อของคุณลงในหนังสือมอร์เก้นโพสต์และได้ตัดข่าวแนบมาให้คุณดูพร้อมกับจดหมายฉบับนี้แล้ว
เอ็มมิลี่สั่นสะท้านไปทั้งตัว ควานมือลงไปในซองจดหมายฉบับนั้นและพบกับข่าวตัดจากหน้าหนังสือมีความยาวประมาณ 3 นิ้ว ข้อความทั้งหมดที่เขียนเกี่ยวกับพ่อของเธอเห็นภาษาเยอรมัน เมื่อดูมันแล้วเธอวางมือลงบนตัก ทอดสายตาเหม่อมองออกไปยังนอกหน้าต่างรถแลเห็นอาคารของมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดอยู่ไม่ไกล
ความสงสัยของบุคคลผู้นี้สร้างความหวั่นไหวให้เกิดขึ้นในจิตใจอย่างมากมาย เขาบอกว่ามันเป็...ฆาตกรรม
มันเป็เื่ไม่น่าเชื่ออย่างที่สุดว่าจะเกิดขึ้นได้พ่อเป็คนที่ใจดีมีเมตตาน่ารักมาก เป็บุคคลที่ไม่เคยอวดอ้างความเก่งกล้าสามารถของตนเอง พ่อไม่เคยมีศัตรูเลยแม้แต่คนเดียวในโลกนี้
แต่กระนั้นนักข่าวมืออาชีพคนนี้ก็ได้เห็นความตายที่มาถึงพ่อด้วยตาของเขาเอง และคิดว่านี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมีเจตนาแอบแฝง
มันจะเป็เช่นนั้นได้ไหม? คนที่เขียนจดหมายฉบับนี้มาเสียสติไปแล้วหรือเปล่า? แต่กระนั้นเอ็มมิลี่ก็ยังมีความรู้สึกว่าทุกตัวอักษรในจดหมายฉบับนี้เต็มไปด้วยความจริงใจและมาจากบุคคลที่ได้รับการศึกษามีเกียรติพอจะไม่ทำอะไรบ้าๆ เช่นการเขียนจดหมายมาหลอกลวงเธอแน่
ขณะนี้ความมืดมนในหัวใจเริ่มจางลง สมองของเธอเริ่มปลอดโปร่งแจ่มใสพอจะใช้ความคิดได้แล้ว
คำถามแรกที่เกิดขึ้นคือมีอะไรพอจะเป็แรงผลักดันให้ใครก็ตามคิดฆ่าพ่อของเธอได้? พ่อมิได้มีสมบัติพัสถานร่ำรวยอะไร พ่อไม่เคยมีศัตรูที่ไหน...แต่อะไรบางอย่างที่ผ่านแวบเข้ามาในสมองทำให้เธอต้องชะงัก พ่อมีสมบัติสำคัญอยู่ชิ้นหนึ่ง-เป็สมบัติล้ำค่า มันเป็อะไรบางอย่างที่พ่ออยู่และมีผู้ใช้ความพยายามแย่งชิงไป
ฮาร์ริสัน แอชครอฟท์เป็เ้าของหลักฐานสำคัญนั่นคือหลักฐานที่จะใช้ทำลายความเชื่อซึ่งระบุว่าอดอล์ฟฮิตเลอร์มิได้ตายลงเมื่อวันที่ 30 เมษายน 1945 เช่นที่เข้าใจกัน
บางที...อาจจะมีใครบางคนไม่้าให้มีการพิสูจน์ความจริงในเื่ก็ได้...
รถเดมเลอร์วิ่งเข้ามาเกือบถึงบ้านแล้วตอนที่เอ็มมิลี่ตัดสินใจ ตลอดเวลาที่ผ่านมาจนกระทั่งถึงบัดนี้เธอคือผู้ร่วมงานซึ่งอยู่ใต้บังคับบัญชาของพ่อมาโดยตลอด ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเธอจำเป็ต้องอาศัย
ความคิดอ่านของพ่อ การตัดสินใจทุกประการขึ้นอยู่กับพ่อเพียงคนเดียว
แต่บัดนี้เธออยู่เพียงคนเดียว อยู่แต่ลำพัง เหตุการณ์ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในปัจจุบันหรืออนาคตล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเธอแต่เพียงผู้เดียวทั้งสิ้นเพราะฉะนั้นเธอต้องทำหน้าที่แทนพ่อ เธอต้องทำงานชิ้นนี้ต่อไป เธอต้องนำมันออกมาสู่สายตาของชาวโลกให้ได้
เธอจะเดินทางไปเบอร์ลินตะวันตกไปพบ ดร.แม็กซี่ เทียลและศาสตราจารย์อ๊อตโต บลูบ๊าคและผู้สื่อข่าวชื่อปีเตอร์ นิทซ์
เธอจะแสวงหาความเป็จริงในทุกประการ ถ้าความเข้าใจของนิทซ์ถูกต้องเธออาจจะเป็หมูที่เอาคอขึ้นไปพาดไว้บนเขียงก็ได้ จะต้องมีใครบางคนใช้ความพยายามหยุดยั้งเธอไว้เช่นที่มันเคยหยุดยั้งพ่อมาแล้ว
มันอาจจะใช้ความพยายามฆ่าเธอด้วย แต่เนื่องจากเธอจะเชื้อเชิญให้มันทำเช่นนั้นอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเธอจะต้องสามารถป้องกันมันได้ด้วยและจะต้องพิสูจน์สิ่งที่เป็ความลึกลับสองประการคือ:ความตายของแฮร์ริสัน แอชครอฟท์กับการมีชีวิตอยู่หลังข่าวความตายของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์
หลังจากพิธีฝังศพของเซอร์ฮาร์ริสัน แอชครอฟท์ผ่านไปได้หนึ่งสัปดาห์และลูกสาวคนเดียวของเขาประกาศให้เป็ที่รู้กันทั่วไปว่าเธอจะเขียนชีวประวัติของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์อันเป็งานที่ผู้เป็บิดาทำค้างไว้ต่อให้สำเร็จ แม้ว่ามิใช่ข่าวใหญ่แต่กระนั้นก็ยังสามารถสร้างความสนใจให้เกิดขึ้นกับผู้คนทั่วไปได้อย่างมาก
เื้ัโต๊ะทำงานภายในห้องทำงานในเฮอร์มิเทจพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเลนินกราดนิโคลาส เคอร์วอฟกำลังเล็มพิโรโช๊คไปพลางอ่านหนังสือพิมพ์รายวันปราฟด้าไปพลางและก็ให้บังเอิญพบข่าวชิ้นนี้เข้า
ในเบอร์ลินตะวันตกมีข่าวอุบัติเหตุที่สร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้กับเมืองนั้นอีกครั้งเมื่อคนขับรถบรรทุกไม่ทราบชื่อซึ่งดื่มสุราและอยู่ในอาการมึนเมาพุ่งรถเข้าชนเซอร์เอช. แอชครอฟท์แห่งมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ดซึ่งกำลังเดินอยู่ข้างถนนเข้าอย่างจัง เซอร์แอชครอฟท์ผู้นี้เป็ชาวอังกฤษผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับประวัติของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์และเสียชีวิตทันทีขณะเดินอยู่บนถนนเคอร์เฟอร์สเตนดัมม์ หลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้วคนขับรถดังกล่าวหายตัวไป เซอร์แอชครอฟท์กำลังอยู่ในระหว่างการค้นหาข้อมูลค้นหาข้อมูลเพื่อเขียนประวัติของอดอล์ฟฮิตเลอร์ให้สำเร็จลงโดยมีบุตรสาวคือมิสอี. แอชครอฟท์ซึ่งเป็นักประวัติศาสตร์เช่นเดียวกันเป็ผู้ช่วย รายงานข่าวจากสำนักข่าวรอยเตอร์แจ้งว่ามิสแอชครอฟท์แสดงเจตจำนงอันแน่วแน่ที่จะทำงานซึ่งบิดาได้เริ่มต้นขึ้นไว้ให้เป็ผลสำเร็จต่อไป
นิโคลาสเคี้ยวขนมปังสอดไส้เนื้อชิ้นสุดท้ายหมดไปนานแล้ว เขาปิดปากหาวเบาๆ โดยความเป็จริงแล้วเขามิได้มีความสนใจต่อข่าวสั้นๆ ที่เพิ่งผ่านสายตาไปเมื่อครู่นี้เลย เขาไม่เคยมีความรู้ด้วยซ้ำว่าเซอร์แอชครอฟท์ในข่าวนี้เป็ใคร รู้แต่เพียงว่าเป็นักประวัติศาสตร์คนหนึ่งที่กำลังค้นหาข้อมูลความเป็จริงเกี่ยวกับประวัติฮิตเลอร์อยู่สิ่งที่เขาสนใจนั้นอยู่ตรงที่ว่าบังเอิญมีชื่อของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์เข้ามาอยู่ในหน้าของหนังสือพิมพ์ปราฟด้านี่เท่านั้น
เคอร์วอฟมีความสนใจในตัวฮิตเลอร์ผู้นำแห่งลัทธิฟาสซิสท์มาั้แ่สมัยที่เขายังเป็เด็กนักเรียน นับั้แ่บทบาทของเขาในาโลกครั้งที่สองมาจนกระทั่งถึงยุคปัจจุบัน ทั้งนี้เพราะเคอร์วอฟเป็ผู้เชี่ยวชาญงานด้านจิตรกรรม สิ่งที่สร้างความแปลกใจให้กับเขาอยู่ไม่วายก็คืุ์คนหนึ่งซึ่งเป็ทั้งคนบ้าคนที่มีจิตใจป่าเถื่อนเช่นผู้นำนาซีคนนี้ครั้งหนึ่งเคยเป็ศิลปินและมีความสามารถในการวาดภาพทั้งโดยการใช้สีน้ำและสีน้ำมันแถมยังมีความหลงใหลในงานด้านสถาปัตยกรรมและการดนตรีอีกด้วย ไม่น่าเป็ไปได้ที่ได้ที่ฆาตกรผู้เคยทำให้แผ่นดินรัสเซียชุ่มโชกด้วยหยาดเืของคนนับล้านจะมีความเป็ศิลปินอยู่ในตัว มันเป็เื่ที่ขัดแย้งกันอย่างไม่น่าเป็ไปได้ และเพื่อหาความรู้เกี่ยวกับอาการวิกลจริตของฮิตเลอร์ให้ได้เคอร์วอฟจึงพยายามทุกวิถีทางเพื่อแสวงหาภาพที่วาดด้วยฝีมือของฮิตเลอร์มาสะสมไว้
ขณะคนอื่นสะสมแสตมป์-เหรียญชนิดต่างๆ -หนังสือหายากเคอร์วอฟกลับมีงานอดิเรกคือสะสมภาพวาดของฮิตเลอร์ไม่ว่าภาพลายเส้นหรือที่ลงสี เขาได้งานฝีมือของฮิตเลอร์ 8 ชิ้น มาจากบุคคลที่เคยอยู่ในกองทัพแดงมาแล้วจากจุดนั้นเขาได้อีก 3 ภาพมาจากเบอร์ลินตะวันออก อีก 4 ภาพที่ติดตามไปเอามาจากกรุงเวียนนา จากนั้นก็ถ่ายภาพเชิงซ้อนไว้เพื่อการศึกษา และในที่สุดเมื่อเขาได้รับการแต่งตั้งให้มาเป็ผู้อำนวยการของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เมื่อ 6 เดือนก่อนเขาพยายามติดต่อขอซื้อภาพฝีมือฮิตเลอร์ต่างๆ โดยพร้อมจะจ่ายเงินให้กับผู้เป็เ้าของอย่างไม่อั้นภาพทั้งหมดนี้เขารวบรวมไว้ในตู้ภายในห้องทำงานส่วนตัวซึ่งอยู่ติดต่อกับห้องทำงานภายนอก ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเขา้ารูปภาพเ่าั้ไปเพื่อจุดประสงค์ใด สำหรับตัวเขาเองก็รู้แต่เพียงว่าเวลานี้เขามีภาพวาดฝีมือของฮิตเลอร์อยู่ 15 ภาพแล้ว แน่นอนเขายังอยากได้มากกว่านั้น
และด้วยเหตุผลดังกล่าววันนี้จึงต้องนับว่าเป็วันที่น่าตื่นเต้นสำหรับเขาอีกเช่นกัน ทั้งนี้เพราะวันนี้เป็โอกาสอันแสนดีที่นิโคลาส เคอร์วอฟจะได้เห็นภาพวาดชิ้นที่ 16 ฝีมือของฮิตเลอร์อันเป็ภาพที่เขายังไม่เคยเห็นจากที่ไหนมาก่อนเลย