บทที่ 23: ของขวัญในเงามืด
เสียงหอบหายใจของเฟยชินค่อยๆกลับสู่สภาวะปกติ อะดรีนาลีนที่เคยพลุ่งพล่านจางหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงความเหนื่อยล้าที่กัดกินไปถึงกระดูกและภาพอันน่าสยดสยองของศพที่นอนเกลื่อนอยู่ตรงหน้าเขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งเพื่อซึมซับชัยชนะอันดุเดือดของตนเอง
แต่เขาก็รู้ดีว่าที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่จะดื่มด่ำกับสิ่งใดได้นานกลิ่นคาวเืที่คละคลุ้งจะดึงดูดสัตว์อสูรและบางทีอาจจะรวมถึงนักล่าที่น่ารังเกียจกลุ่มอื่นเข้ามาในไม่ช้า
เฟยชินเริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและมีเป้าหมายชัดเจนเขาไม่ปล่อยให้ "ของขวัญ" จากพวกแมงป่องโลหิตต้องสูญเปล่าเขาเริ่มค้นตามร่างกายของศพเ่าั้อย่างไม่รังเกียจ
จากลูกน้องชั้นเลวเขาก็ได้ถุงเงินมาสองสามใบ ยาเม็ดรักษาแผลคุณภาพต่ำจำนวนหนึ่งและที่น่าสนใจคือแผนที่หนังแกะที่วาดขึ้นอย่างหยาบๆซึ่งแสดงภูมิประเทศของเขตชั้นนอกในเทือกเขาเขี้ยวอสูร
แต่ของที่ดีที่สุดย่อมมาจากผู้นำ...
จากร่างแห้งๆของซาเจี๋ย เฟยชินได้ถุงเงินที่หนักกว่าเดิมหลายเท่าและที่สำคัญที่สุดคือขวดหยกสีดำขนาดเล็กขวดหนึ่ง เมื่อเปิดจุกออกกลิ่นฉุนรุนแรงก็ลอยออกมา มันคือ "พิษแมงป่องโลหิต"เขี้ยวเล็บที่ร้ายกาจที่สุดของสำนัก!เฟยชินปิดจุกขวดอย่างรวดเร็วและเก็บมันไว้อย่างดี นี่คืออาวุธลอบสังหารชั้นยอด
หลังจากเก็บกวาดของมีค่าทั้งหมดแล้วเขาก็ลากร่างของพวกมันไปซ่อนตามพุ่มไม้และซอกหินเพื่อซื้อเวลาก่อนจะคว้ากระเช้าที่เต็มไปด้วยเห็ดหลินจือเจ็ดสีแล้วหายลับเข้าไปในป่าลึก
เขาวิ่งต่อไปอีกเกือบหนึ่งชั่วยามจนแน่ใจว่าทิ้งห่างจากจุดเกิดเหตุมากพอแล้วจึงหาถ้ำเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านน้ำตกแห่งหนึ่งเป็ที่พักพิงชั่วคราว
เมื่อเข้ามาในที่ปลอดภัยแล้วเฟยชินก็ทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดแรง เขากำลังครุ่นคิดถึงแผนการต่อไป...ตอนนี้เขามีเงิน มีแผนที่ และมีพลังที่แข็งแกร่งขึ้นเขาสามารถหนีไปจากที่นี่ได้ทันที หายไปจากตระกูลหลิวและเริ่มต้นชีวิตใหม่... นั่นคือแผนเดิมของเขา
แต่ภาพใบหน้าที่ตกตะลึงของหลิวชิงอีก็แวบเข้ามาในความคิด...นางเห็นเขาลงมือ... แม้จะไม่ชัดเจน แต่ก็มากพอที่จะสร้างความสงสัยที่ไม่สิ้นสุดหากเขาทิ้งนางไว้ที่นี่แล้วหนีไป เื่ราวอาจจะจบลงตรงที่"ทาสเฟยชินถูกพวกแมงป่องโลหิตฆ่าตายและชิงเห็ดหลินจือไป"ซึ่งเป็ทางออกที่ง่ายที่สุด แต่หากนางรอดกลับไปได้...ความสงสัยของนางจะเป็ดั่งเงาที่ติดตามเขาไปตลอดกาล
ขณะที่เขากำลังจมอยู่ในความคิดสัญชาตญาณของเขาก็ััได้ถึงเสียงบางอย่าง... ไม่ใช่เสียงของศัตรูแต่เป็เสียงร้องด้วยความเ็ปที่แ่เบา
เฟยชินขมวดคิ้วเขาลุกขึ้นและย่องออกจากถ้ำอย่างเงียบเชียบเคลื่อนที่ไปตามเงาไม้เพื่อตรวจสอบต้นตอของเสียง
และแล้วเขาก็พบนาง...
หลิวชิงอีนั่งพิงอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ขาของนางมีรอยแผลเหวอะหวะจากคมเขี้ยวของสัตว์อสูร เืไหลซึมออกมาไม่หยุดข้างๆ กายของนางมีซากของ "หมาป่าขนเหล็ก" นอนตายอยู่ดูเหมือนว่านางจะพยายามตามรอยเขามาแต่กลับโชคร้ายถูกสัตว์อสูรที่ได้กลิ่นเืลอบโจมตี แม้นางจะสังหารมันได้แต่ก็ได้รับาเ็และสิ้นเปลืองพลังไปมากจนใบหน้าซีดขาว
นางอยู่ในสภาพที่อ่อนแอและไร้การป้องกัน
นี่คือโอกาสทองที่จะหนีไปโดยไม่มีใครสงสัยอีก...เขาควรจะหันหลังกลับไปและปล่อยให้นางเผชิญชะตากรรมของตนเอง...นั่นคือวิถีแห่งอสูรที่ไร้ความรู้สึก
แต่เฟยชินกลับนิ่ง...เขายืนอยู่ในเงามืด ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง หากนางตายที่นี่ตระกูลหลิวต้องส่งคนออกมาค้นหาครั้งใหญ่ป่าทั้งป่าจะต้องถูกพลิกแผ่นดินตามหาคุณหนูสี่การหลบหนีของเขาจะยากขึ้นอีกหลายเท่าตัว แต่ถ้านางรอดกลับไปได้...อย่างน้อยเื่ก็จะจบลงที่ค่ายพัก
เขาตัดสินใจด้วยเหตุผลที่เยือกเย็นไม่ใช่ความเมตตา
เฟยชินก้าวเท้าออกจากเงามืด
"ใครน่ะ!?" หลิวชิงอีร้องขึ้นอย่างตื่นตระหนกนางพยายามจะยกกระบี่ขึ้นมาป้องกัน แต่ก็แทบจะไม่มีแรงเหลือ
เฟยชินไม่ได้ตอบคำถามใดๆร่างของเขาในตอนนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยดินโคลนและคราบเืจากการต่อสู้ในแสงสลัวของป่า เขาเป็เพียงเงาร่างลึกลับที่ไม่เห็นใบหน้าชัดเจน
เขาล้วงเข้าไปในอกเสื้อหยิบขวดยาคุณภาพต่ำที่เพิ่งยึดมาได้ขวดหนึ่ง แล้วโยนมันไปที่พื้นตรงหน้านาง
ตุบ
"ยาห้ามเื" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าและผิดเพี้ยนไปจากเดิม
หลิวชิงอีมองขวดยาด้วยความประหลาดใจ
แต่แล้วเฟยชินก็ทำในสิ่งที่นางคาดไม่ถึงยิ่งกว่าเขาเดินไปหยิบเห็ดหลินจือเจ็ดสีที่ล้ำค่าออกมาจากกระเช้าหนึ่งดอก หักส่วนเล็กๆของมันออกมา แล้วโยนไปให้นางอีกครั้ง
"กินซะ... มันจะช่วยฟื้นฟูพลังของเ้า"
กล่าวจบเขาก็ไม่รอให้นางได้ทันพูดอะไรอีกร่างของเขาหันกลับและหายลับเข้าไปในเงามืดของพงไพรอย่างรวดเร็วทิ้งไว้เพียงหลิวชิงอีที่นั่งนิ่งอยู่กับยาและสมุนไพรล้ำค่าตรงหน้า
นางมองตามเงาร่างนั้นที่หายไป...แล้วก้มลงมองของในมือ... เขาคือใคร? คือ "ไป๋หลาง" คนนั้น? หรือคือทาส "เฟยชิน"ที่แสดงละครตบตามาตลอด? หรือเป็บุคคลที่สาม?
การกระทำอันลึกลับและขัดแย้งนี้...การสังหารศัตรูอย่างโเี้แต่กลับมอบยาเพื่อช่วยเหลือนาง...ทำให้ปริศนาเกี่ยวกับตัวตนของชายผู้นี้ลึกล้ำและอันตรายยิ่งขึ้นไปอีกในความคิดของนาง