ก๊อก ๆ ๆ ๆ
เสียงเคาะโต๊ะที่ดังไม่หยุดทำให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมองเ้าทาสที่ทำหน้ายุ่งมาพักใหญ่แล้วก่อนที่จะพับหูลงเพื่อตัดเสียงนั้น
ผู้หญิงนี่น่ารำคาญชะมัด...
“อีวาน แกว่าผู้หญิงคนนี้เหมาะกับผู้ชายแบบไหน” กามเทพฝึกหัดไอวี่ยื่นแท็บเล็ตที่มีภาพของหญิงสาวคนหนึ่งอยู่ด้านหนึ่งส่วนอีกด้านข้างก็มีข้อมูลเรียงยาวเป็พืด
เขาจ้องข้อมูลพวกนั้นแวบหนึ่งแล้ววางหัวลงบนขาตัวเองแล้วหลับต่อ
เขาเป็แมว!ไม่ใช่กามเทพเสียหน่อย และนี่ก็ไม่ใช่หน้าที่ของเขาด้วย!
แม้ว่าจะมีเสียงของเ้าทาสวอแวอยู่ใกล้ๆ แต่เขาก็จะไม่มีวันยอมเสียเวลานอนอย่างแน่นอน
“อีวานช่วยฉันเลือกหน่อยซิ ฉันเลือกไม่ถูกเลยอ่ะ น่า...อีวานนี่ฉันอุตส่าห์ยอมถังแตกก็เพื่อซื้อขนมแมวเลียให้แกเลยนะนี่แกไม่คิดจะช่วยฉันหน่อยหรือไง?” น้ำเสียงกดดันจากกามเทพไอวี่ทำให้เขาจำใจต้องเงยหน้าขึ้นไปมองเธอนิดหนึ่งแล้วเลียขนต่อ
“ชิ! คอยดูนะฉันจะทิ้งขนมพวกนี้ให้หมดเลย!”น้ำเสียงหงุดหงิดของนางทำให้เขาหันขวับไปมองขนมแมวเลียในมือเธอแล้วยืดตัวขึ้นช้าๆ
นี่เพราะเขาอยากนอนหรอกนะถึงได้จะช่วยให้มันจบ ๆ ไป!
เขาจ้องซองขนมเขม็งก่อนที่จะงับจี้ช้างตัวเล็กของปลายเส้นไหมพรมสีแดงที่โผล่ออกมาจากแท็บเล็ตแล้วเดินไปด้านหนึ่งของห้องโถงที่มีไหมพรมสีแดงนับเส้นไม่ถ้วนห้อยลงมาจากเพดานโค้ง้า
ไหมพรมเส้นนั้นถูกวางบนโต๊ะแล้วเขาก็เงยหน้ามองเส้นไหมพรมที่มีจี้แบบต่างๆ อย่างพิจารณา
ดอกซากุระ...
นกยูง...
หมวกพัดกัล...
เขากวาดสายตาไปทั่วห้องโถงแล้วจึงะโขึ้นตะปบไหมพรมเส้นหนึ่งที่มีจี้โคมไฟจีนที่อยู่ปลายเส้นลงมาพันเข้ากับไหมพรมที่มีจี้ช้าง
“อีวาน!แกจะทำอย่างนี้ไม่ได้นะ ดูซิพันกันเป็ปมยุ่งหมดแล้ว”เสียงบ่นของเทพีไอวี่ทำให้เขาชะงักแล้วมองหน้าเทพีไอวี่อย่างงอน ๆ
เธอเป็คนขอให้เขาช่วยเองแท้ๆ ...
ชิ...เขาสะบัดเล็บออกแล้วทำท่าจะกระโจนหนีไปถ้าไม่ได้ยินเสียงหนึ่งขึ้นมาเสียก่อน
แกร๊บ!
“ทำเป็ตาแก่ขี้งอนไปได้”เสียงบ่นพึมพำของ
กามเทพไอวี่ดังขึ้นพร้อมกับที่ขนมแมวเลียถูกยื่นมาตรงหน้า
เขาเหล่มองเด็กสาวที่มองเขาตาแป๋วแล้วยอมกินขนมที่เธอป้อนให้แต่โดยดีเขาทำงานให้แล้ว เขาก็ต้องได้รับค่าตอบแทนจริงไหม...?
“แกมันตะกละจริง ๆเลยนะอีวาน เฮ้อ...แกทำไหมพรมพันกันขนาดนี้แล้วสองคนนั้นไม่ตีกันตายหรือไง?!”
ที่นี่ที่ไหน...?
เธอเงยหน้าขึ้นมองต้นไผ่กอใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าแล้วขมวดคิ้วแต่เมื่อกี้เธอเข้านอนแล้วนี่น่า ทำไมถึงได้มาอยู่ในที่แปลก ๆ แบบนี้ได้ล่ะ
ความมืดและหมอกบาง ๆที่ปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณทำให้เธอมองบริเวณรอบข้างไม่ชัดนักเสียงลมเสียดสีกับต้นไผ่ทำให้เธอรู้สึกขนลุกชันโดยไม่ทราบสาเหตุ
ฉับ!
“อ๊ากกก!ได้โปรดอย่าฆ่าข้า ไว้ชีวิตข้าด้วย”เสียงร้องโหยหวนนั้นทำให้เธอสะดุ้งสุดตัวแล้วเผลออุทานออกมาเบา ๆ
แต่ทว่าในบรรยากาศที่เงียบสงัดนั้นกลับทำให้เสียงของเธอนั้นดังราวกับประทัด
“เฮ้ย!”
“ผู้ใดอยู่ตรงนั้น!ค้นหาเดี๋ยวนี้!”
เสียงห้าวดุดันที่ตวาดลั่นป่าทำให้เธอรีบเอามืออุดปากตัวเองแล้วแทรกตัวไปในพุ่มไม้ที่อยู่ใกล้ที่สุด
ซวยแล้วไง...ไอ้อัญ อยู่ดีๆ ก็กลายเป็พยานปากเอกในคดีฆาตกรรมซะงั้น
เสียงฝีเท้าของผู้ชายหลายคนกระจายตัวกันออกค้นหาตามคำสั่งของคนเสียงดุนั่นเธอพยายามหายใจให้เบาที่สุดแล้วกวาดตาหาทางหนีด้วยความตระหนก
ยังดีที่คืนนี้เป็คืนพระจันทร์เต็มดวงทำให้เธอพอจะเห็นเส้นทางเดินเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่
เอาว่ะ...ถึงไม่รู้ว่าทางนี้มันจะพาเธอไปไหนแต่ก็ยังดีกว่าโดนจับได้ล่ะนะ
เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอก็รีบก้าวเท้าไปตามทางเดินที่สองข้างเต็มไปด้วยเงาตะคุ่มของต้นไม้อย่างรวดเร็ว
เสียงของผู้ชายพวกนั้นเบาลงจนเธอเกือบจะโล่งใจแต่ทว่าร่างสูงใหญ่ในชุดยาวสีดำที่ยืนถือดาบอยู่ตรงหน้าเธอทำให้เธอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
แสงจันทร์ที่เพิ่งโผล่เมฆออกมาทำให้เธอเห็นป้ายหยกสีขาวลวดลายแปลกตาที่เขาถือไว้
ใบหน้าของเขากลับถูกปิดด้วยผ้าสีดำเฉกเช่นเดียวกับชุดแต่ทว่ามันไม่อาจปิดบังดวงตาสีดำขลับที่คมกริบราวพยัคฆ์ได้
ร่างสูงจ้องเธออย่างดุดันแล้วยกดาบในมือขึ้นความแวววาวที่สะท้อนแสงจันทร์บ่งบอกให้เธอรู้ว่ามันคมมากแค่ไหนก่อนที่เขาจะตวัดดาบลงมาที่เธอ!
“ไม่! อย่า! กรี๊ด!”