บทที่ 10
เวลาในโลกมนุษย์นั้นมี 24 ชั่วโมงต่อหนึ่งวัน ส่วนในดินแดนเทพที่กรได้มาอยู่ก็มีเวลา 24 ชั่วโมงเช่นกัน แม้แต่กลางวัน และกลางคืนก็เป็นเวลาเดียวกัน เพียงแต่ในแดนเทพนั้นไม่มีใครจำเป็นต้องนอน ด้วยกายทิพย์พวกเขาไม่รู้สึกง่วงหรืออ่อนเพลียแม้แต่น้อย ท่ามกลางเวลาที่ผ่านไปไร้สิ้นสุด เหล่าเทพต่างก็เดินขวักไขว่ไปทั่วทั้งเมือง ยิ่งที่เควสฮอลล์นั้นไม่มีเลยสักนาทีที่หมู่เทพจะลดน้อยลง เพราะภารกิจของพวกเขาสามารถรับ และเริ่มทำได้ตลอดเวลา รวมทั้งที่ดินแดนแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยกิจกรรมมากมายไม่ต่างจากโลกมนุษย์ แค่ไม่มีเวลาของร่างกายมาจำกัดก็เท่านั้น แม้ว่าชุมชนแห่งแดนเทพจะดูพลุกพล่านวุ่นวายเหมือนศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของโลกมนุษย์ แต่ในความเป็นจริงพวกเขาไม่ได้รีบร้อนอะไรขนาดนั้นด้วยอายุขัยที่ยืนยาว และไร้ซึ่งความอ่อนเพลีย ต่างจากมนุษย์ที่แม้จะมีเวลา 24 ชั่วโมง แต่การทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวันก็อ่อนล้าสุดๆแล้ว เวลาว่างแม้เพียงน้อยนิดสำหรับคนเราจึงถือว่ามีค่า หากไม่เพียงพอที่จะหาเงินเพิ่ม ก็อาจจะใช้มันเพื่อไปทำธุระง่ายๆแทน หรือหากเวลารวมทั้งสถานที่ไม่เอื้ออำนวยจริงๆ ก็อาจจะแค่หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเข้าโลกอินเทอร์เน็ต แล้วเปิดคลิป สิบแปดบวกดูฆ่าเวลาก็ได้จริงไหมล่ะ‘Low Battery !’ สัญญาณเตือนพลังงานของสมาร์ทโฟนใกล้จะหมด“อิหยังวะ! กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลย น้องคนนั้นก็โคตรน่ารักเลย” กรหัวเสียขึ้นมาทันทีเมื่อภาพยนตร์ในมือถือตรงหน้าดับไปดื้อๆ ไม่ใช่เพราะแบตหมดแต่เอ็ดดี้กดปิดแอปพลิเคชันเพื่อประหยัดพลังงานที่เหลือมากกว่า กว่าชั่วโมงที่สองหนุ่มนั่งดูคลิปฆ่าเวลาไปในห้องรับรองระหว่างรอวิภาดาประชุมเสร็จ แต่ตอนนี้ในเมื่อมือถือแบตจะหมดแล้วเอ็ดดี้จึงลุกขึ้นแล้วเลือกที่จะทำอย่างอื่นแทน นักธุรกิจหนุ่มยังคงมีท่าทางมาดนิ่งสุขุมมาดนิ่งเช่นเดิม แม้ว่าจะเพิ่งดูคลิปวาบหวิวจบไปก็ตาม แน่นอนว่ากรต้องเดินตามติดหนุ่มหน้าตี๋ไปอยู่แล้วเพราะนั่นคือแหล่งข้อมูลคนสำคัญ เอ็ดดี้เดินตรงไปตามทางเดินอย่างเร่งรีบ และสุดปลายทางมีป้ายที่เด่นชัดติดอยู่ ‘ห้องน้ำชาย’ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากามเทพหนุ่มคิดอะไร เขาเข้าใจทันทีว่าเอ็ดดี้ต้องการไปทำอะไรที่นั่น และมันไม่ใช่เพื่อการไปปัสสาวะอย่างแน่นอน แต่...เรื่องราวไม่ได้เป็นอย่างที่กรคิด ชายหนุ่มตรงหน้าเขาเลี้ยวซ้ายตรงทางแยกก่อนถึงห้องน้ำ ทางเดินแคบๆนี้นำเขาไปสู่ห้องทำงานห้องหนึ่งที่มีป้ายติดไว้ว่า ‘ฝ่ายพัสดุ’ เอ็ดดี้ไม่รอช้าผลักประตูเข้าไปอย่างเร่งรีบโดยไม่เคาะสักนิด ทั้งที่ออฟฟิศในบริษัทนี้ไม่ใช่ของตน“นะ...นี่มัน!” กรที่ตามหลังนักธุรกิจหนุ่มมาติดๆก็ถึงกับอึ้งกับภาพตรงหน้า เมื่อเอ็ดดี้พุ่งเข้าไปกอดจูบลูบคลำพนักงานสาวคนหนึ่งอย่างกะทันหันด้วยความหื่นกระหาย สิ่งที่กรตกใจไม่ใช่การกระทำของชายหนุ่ม แต่เป็นหญิงสาวต่างหาก เพราะเธอก็คือผู้หญิงที่อยู่ในคลิปที่เพิ่งดูไปก่อนหน้านี้นั่นเอง เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้ากามเทพฝึกหัดก็ตัดสินใจได้ในทันที เขาจะต้องขัดขวางเอ็ดดี้ที่ต้องการเข้าหาวิภาดาให้ได้ อย่างไรก็ตามชายหนุ่มคนนี้ก็เป็นอุปสรรคต่อเควสของเขาอยู่แล้ว ยิ่งมีนิสัยเจ้าชู้แบบนี้เขาก็ยิ่งสบายใจที่จะขัดขวางการกระทำที่ไม่เหมาะสมต่อเป้าหมายของตัวเอง ถึงแม้ว่าภายนอกจะดูดีเท่าไรก็ตาม‘ฉันมองคนที่ภายนอกมากเกินไปสินะ เควสนี้ไม่ง่ายจริงๆ หรือว่าหากฉันมุ่งเป้าทำตามข้อมูลที่เควสให้มาตั้งแต่แรกจะง่ายกว่านี้เพราะมันเป็นแค่แรงค์ F ไม่ต้องสนใจความรู้สึกคนรอบข้างเป้าหมายอย่างนั้นเหรอ? เพียงทำให้คนสองคนรักกันก็จบแค่นั้นเหรอ?’ กรยังคงไม่เข้าใจกับตรรกะที่ระบบสร้างเควสนี้ขึ้นมาอยู่ดี ในระหว่างที่กรกำลังอยู่ในห้วงภวังค์ความคิดที่ไร้คำตอบ ชายหญิงตรงหน้าก็เดินเข้ามาเกือบจะชนตัวเขาแล้ว แต่โชคดีที่ตาไวหลบไปด้านข้างได้ทัน“คุณเอ็ดดี้คะ ทำไมคุณใจร้อนแบบนี้ ท่านประธานไปประชุมก็สองชั่วโมงแล้ว เดี๋ยวเธอก็กลับมาแล้วนะคะ” แม้ว่าหญิงสาวจะกล่าวเชิงปฏิเสธ แต่น้ำเสียงออดอ้อน และการกระทำของเธอนั้นแตกต่าง เพราะที่เธอฉุดดึงชายหนุ่มมาจนถึงหน้าประตูก็เพื่อล็อคประตูห้องนั่นเอง“เจน เธอไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ฉันทนไม่ไหวแล้ว” เอ็ดดี้กล่าวออกมาด้วยเสียงกระเส่า ความหื่นกระหายภายในใจของเขาแทบจะระเบิดออกมา นี่อาจเป็นเพราะต่อหน้าทุกคนเขาต้องเก๊กมาดนิ่งตลอดเวลาก็เป็นได้ เมื่อได้ปลดปล่อยอารมณ์เขาจึงแทบกลายเป็นคนละคน“แหม เจนขอปิดม่านกับปิดไฟก่อนนะคะ ไม่งั้นคนอื่นก็มาเห็นน่ะสิ” หญิงสาวสะบัดตัวออกจากอ้อมกอดชายหนุ่ม แล้วก็ไปจัดการตามที่กล่าว และเหตุการณ์หลังจากนั้นก็คงไม่ต้องบรรยายอะไรอีกต่อไป เพราะทุกคนก็คงจะพอเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนด้านกามเทพล่องหนที่มีตัวตนแต่ไม่มีใครมองเห็นก็ต้องหลบไปยืนอยู่มุมห้อง เพราะชายหญิงทั้งสองคนเล่นเดินไปเดินมาทั่วทั้งห้องจนเกือบจะชนเขาหลายครั้งแล้ว‘ที่จริงคลิปเมื่อครู่นั้นก็น่าจะพอแล้ว แต่กลับต้องมาดูหนังสดต่อหน้าต่อตา ไปไหนไม่ได้เพราะประตูห้องถูกล็อกเนี่ยสิ (แต่เอ็งวาร์ปออกไปได้ไม่ใช่รึไง?) เฮ้อ! ถึงฉันจะเป็นเทพแต่ก็ยังมองคนแค่ภายนอกมาตลอด ตอนนี้คงต้องเริ่มมองคนให้ลึกถึงภายในบ้างน่าจะทำให้เข้าใจอะไรมากขึ้น นี่คงเรียกว่าชะตาแห่งเทพสินะ’ กรบอกกับตัวเองเหมือนว่าเขานั้นจนปัญญาที่จะหาทางออกไปจากห้องนี้อย่างไรอย่างนั้น แต่สายตาทั้งสองข้างก็จดจ้องไปที่คนทั้งสองอย่างตรงหน้าไม่วางตา อีกทางด้านหนึ่ง ณ แดนเทพ ไลเทนเนีย ลานด้านหน้าเควสฮอลล์ที่เป็นจุดวาร์ปหลักของเมืองมีเทพมากมายเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง และกามเทพสาวผู้น่ารักก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องมาที่นี่เช่นกัน แม้ว่าในดินแดนแห่งแสงสว่างนี้จะมีเทพสาวสวยมากมาย แต่เทพธิดาผู้นี้กลับเปล่งประกายโดดเด่นอย่างชัดเจน นอกจากว่าความสวยในแบบน่ารักของเธอแล้ว เข็มกลัดทองคำรูปปีกคู่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้สายตาของเหล่าเทพสนใจเธอเป็นพิเศษ เพราะมันคือสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าเธอไม่ใช่เทพธรรมดาทั่วไป ไลเทนเนียน วิง (Lightenian Wing) ตราประจำตัวเทพที่ทำงานในสภาบริหารไลเทนเนีย ตั้งแต่ตำแหน่งล่างสุด จนถึงสูงที่สุดซึ่งทำงานอยู่ใน ฮอลล์ ออฟ ไชน์ (Hall of Shine) ทุกคนล้วนมีตรานี้ทั้งสิ้น แม้ว่ามันจะไม่ได้บ่งบอกตำแหน่งสูงต่ำของเทพเหล่านี้ แต่ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้โอกาสเข้าไปทำงานที่นี่ก็ถือว่าเป็นผู้มีหน้ามีตาในแดนเทพทั้งนั้น เพราะไม่ใช่ใครก็ทำได้แม้แต่เทพระดับสูงก็ตาม เสียงเอะอะของเทพมุงรอบตัวเทพสาวมีแต่มากขึ้นเรื่อยๆ แสดงให้เห็นว่าเธอนั้นเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังคนหนึ่งเลยทีเดียว สำหรับผู้คนโดยรอบเธอนั้นช่างสูงส่ง และสง่างามเกินเอื้อม แม้ว่าพวกเขาจะรุมล้อมเข้ามาชื่นชมเธอ แต่ก็เปิดทางเดินให้กับเธอตลอดทาง เธอเป็นดั่งดาราดังที่เดินอยู่คนพรมแดงก็ไม่ปาน“ท่านคายะ ท่านคายะขอรับ วันนี้ผมทำเควสเสร็จแล้ว เราไปดินเนอร์กันดีไหมขอรับ?” ชายอ้วนหัวล้านวัยกลางคนวิ่งเข้ามาขวางทางเดินของหญิงสาว พร้อมกล่าวเชิญชวนอย่างออกหน้าออกตา แน่นอนว่าเขานั้นเป็นใครไปไม่ได้นอกจากจินซาน กามเทพระดับ 1“เอ่อ...คือ...” คายะที่กำลังเร่งรีบชะงักไปทันทีกับการกระทำของเทพตรงหน้าเธอ“ไปเถอะนะขอรับ รับรองว่าจินซานผู้นี้จะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง” เทพอ้วนลงไปคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้นแล้วยื่นดอกกุหลาบให้หญิงสาวพร้อมส่งสายตาหวานเยิ้ม ในขณะที่คายะกำลังจะกล่าวปฏิเสธ เสียงโวยวายจากคนรอบด้านก็ดังกระหึ่มขึ้นพร้อมกันอย่างกับนัดกันมาประท้วงอย่างไรอย่างนั้น“ไอ้อ้วนไปไกลๆเลยไป!”“บังอาจขวางทางท่านคายะเหรอ ช่างไม่เจียมตัวเลย!”“คิดจะชวนท่านคายะไปดินเนอร์ คนอย่างแกไว้ชาติหน้าเถอะ!” จินซานที่ถูกรุมด่าอย่างนั้นก็หน้าเสียทันที เขาก็ไม่เคยถูกเหล่าเทพมากมายรุมประณามเช่นนี้มาก่อน เทพอ้วนจึงได้แต่อับอายมุดหน้าหนีหายไปจากตรงนั้นด้วยความเร็วสูง อย่างไร้ร่องรอย‘Invisible Skill?’ คำหนึ่งผุดขึ้นมาในใจของคายะ