ในตอนนี้เป็่เวลาตอนเย็นของวันสิ้นโลก คุณตาของจูหงเฟยได้เดินทางมาถึงยังห้องในคอนโดฯของครอบครัวจูหงเฟยเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
คุณตาของจูหงเฟยเป็ชายสูงอายุ ร่างกายไม่สูงมากนักแต่ก็บึกบึนและดูมีสุขภาพที่ดีมาก เนื่องจากคุณตาของจูหงเฟยอาศัยอยู่ในเขตชนบทของเมืองเฉินตู โดยประกอบอาชีพในด้านการทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์และเพาะปลูกพืชไร่ ทำให้คุณตาของจูหงเฟยได้ออกกำลังกายเป็ประจำมาโดยตลอด จึงมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงดีมาก ส่วนคุณยายของจูหงเฟยนั้นได้เสียชีวิตไปั้แ่ก่อนที่จูหงเฟยจะเกิดเสียอีก
ภายในห้องโถงและห้องครัว ตอนนี้เต็มไปด้วยเสบียงอาหาร ตลอดจนถึงอุปกรณ์เครื่องใช้ที่จำเป็ในการดำรงค์ชีวิตต่างๆอยู่เต็มไปหมด หากมีการประกาศเคอร์ฟิวหรือมีการตัดไฟฟ้า ตัดน้ำประปาเป็เวลานานๆ ครอบครัวของจูหงเฟยก็จะสามารถอยู่ได้โดยไม่อดอยากหรือยากลำบากมากมายนัก
"คุณตาครับ..คุณตาเดินทางมาเหนื่อยไหมครับ" จูหงเฟยถามคุณตาของเขา
"ตาไม่เหนื่อยหรอก แล้วหลานสบายดีนะ ร่างกายแข็งแรงไปถึงขั้นไหนแล้วล่ะ"
"ก็แข็งแรงประมาณนักกีฬาโอลิมปิคน่ะครับ แล้วคุณตาเชื่อที่ผมบอกว่าพวกอสูรมันจะบุกโลกตอนเวลาประมาณ 5 ทุ่มคืนนี้เหรอครับ ขนาดญาติๆของพ่อยังไม่ค่อยเชื่อเลยครับ"
"เชื่อสิ..ก็หลานเป็หลานของตานี่ แล้วหลานก็พิสูจน์ให้ตาได้เห็นมาแล้วว่าร่างกายของหลานนั้นมันแข็งแกร่งจริงๆ ั้แ่ตอนที่หลานกับพ่อ,แม่ไปเยี่ยมตาที่ฟาร์มเมื่อครั้งที่แล้วน่ะ ยังไงตาก็ต้องเชื่อหลานรักของตาอยู่แล้ว" คุณตาของจูหงเฟยตอบออกมาด้วยความภาคภูมิใจในตัวหลานชายของเขามากๆ
ระหว่างที่ตากับหลานพูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อยเพื่อรอแม่ของจูหงเฟยที่กำลังเข้าครัวทำอาหารเย็นอยู่นั้น
หวอๆๆๆ....!!!! ตี๊ดตอดๆๆๆๆ....!!!! ตี๊ดตอดๆๆๆๆ....!!!! หวอๆๆๆ....!!!!
เสียงไซเรนก็ดังขึ้นมาจากถนนบริเวณหน้าตึกคอนโดมิเนียมที่ครอบครัวของจูหงเฟยอาศัยอยู่
จูหงเฟยจึงได้ลุกขึ้นไปดูที่ระเบียงจากห้องคอนโดของเขาบนชั้นที่ 7 ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
จูหงเฟยเห็นขบวนรถของทางเ้าหน้าที่รัฐขบวนหนึ่งมาจอดอยู่ที่ถนนหน้าตึกคอนโดมิเนียม โดยมีรถมอเตอร์ไซค์ตำรวจนำขบวน 2 คันและรถยนต์ในขบวนอีก 3 คัน โดยรถยนต์คันกลางนั้นเป็รถยนต์ยุโรปสุดหรูยี่ห้อเมอร์เซเดส เบนซ์ รุ่นใหม่ล่าสุดและเป็รุ่นท็อปที่สุด
เมื่อคนขับรถยนต์สุดหรูคันนั้นเปิดประตูให้กับผู้ที่นั่งอยู่ที่เบาะหลังแล้วจึงปรากฏชาย 2 คน ก้าวลงมาจากรถยนต์สุดหรู
ชายคนแรกอยู่น่าจะมีอายุประมาณ 50 กว่าปี เขาสวมชุดนายทหารเต็มยศ ส่วนชายคนที่ 2 นั้น เขามีอายุประมาณ 40 ปี และสวมเสื้อผ้าในชุดคลุมยาวคอจีนที่เรียกกันว่า *ชุดถังจวง* สีขาวสะอาดตา จากนั้นชายทั้ง 2 คนก็เดินเข้ามาในตัวตึกคอนโดมิเนียมที่ครอบครัวของจูหงเฟยอาศัยอยู่ โดยมีผู้ติดตามที่สวมชุดสูทสากลสีดำเดินตามมาด้วยอีก 2 คน
จูหงเฟยมองดูชายกลุ่มนั้นแล้วก็คิดว่าคงจะเป็คนใหญ่คนโตในเมืองเฉินตู ซึ่งก็คือเมืองเอกของมณฑลเสฉวนที่มาพบกับญาติของเขาในตึกคอนโดมิเนียมหลังนี้ จากนั้นจูหงเฟยก็เลิกให้ความสนใจแล้วกลับมานั่งคุยกับคุณตาของเขาต่อ
เวลาผ่านไปอีกประมาณ 10 นาที
ติ๊งต่องๆ..!! ติ๊งต่องๆ..!! เสียงกดกริ่งหน้าประตูห้องคอนโดของจูหงเฟยดังขึ้น จากนั้นพ่อของจูหงเฟยที่เสร็จจากการจัดเก็บเสบียงอาหารและอุปกรณ์ต่างๆให้เข้าที่เข้าทางแล้ว จึงเดินไปเปิดประตูเพื่อดูว่ามีใครมาหา
"ขอโทษครับ..ผมคือพลเอกจางเฉิน จากกองพลอิสระที่ 1 เขตมณฑลเสฉวน ส่วนท่านนี้คือท่านปรมาจารย์ที่ปรึกษาทางการทหาร จากกองทัพปลดปล่อยประชาชนแห่งเมืองหลวงปักกิ่ง มีชื่อว่าท่านปรมาจารย์หลินหยางครับ" ท่านนายพลจางเฉินกล่าวแนะนำตัวของเขาก่อน จากนั้นเขาจึงแนะนำตัวชายที่สวมชุดคลุมยาวถังจวงสีขาว
"ผมและท่านที่ปรมาจารย์หลินหยางมีเื่ราชการทางการทหารมาคุยกับคุณรวมถึงภรรยาและลูกชายของคุณครับ" ท่านนายพลจางเฉินกล่าวถึงวัตถุประสงค์เบื้องต้นที่พวกเขามาในครั้งนี้
"อ้อ..ครับ เชิญเข้ามาข้างในก่อนครับ จะได้นั่งคุยกัน" พ่อของจูหงเฟยถึงแม้จะเเปลกใจอยู่บ้างที่อยู่ๆก็มีนายทหารยศพลเอกมาหาครอบครัวของเขา แต่เขาก็เคยเห็นรูปและเคยดูข่าวของพลเอกท่านนี้มาแล้วหลายต่อหลายครั้งตามสื่อต่างๆ ทำให้พ่อของจูหงเฟยมั่นใจได้ว่าคนๆนี้ก็คือพลเอกจางเฉินตัวจริงอย่างแน่นอน
ท่านนายพลจางเฉินและท่านปรมาจารย์หลินหยางจึงเข้ามาภายในห้องคอนโด โดยทิ้งให้ผู้ติดตามอีก 2 คนยืนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูด้านนอก
จากนั้นพ่อของจูหงเฟยก็ทำการย้ายข้าวของเสบียงต่างๆ ที่วางอยู่บนชุดโซฟารับแขกออกไป แล้วเชิญแขกผู้มาเยือนให้นั่งลง ในแบบที่แขกผู้มาเยือนก็ยังงงๆว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับข้าวของมากมายพวกนี้
เมื่อฝ่ายเ้าบ้านโดยพ่อกับแม่ของจูหงเฟย,ตัวของจูหงเฟยและคุณตาของจูหงเฟย กับฝ่ายแขกผู้มาเยือนอีก 2 คน นั่งลงบนเก้าอี้โซฟารับแขกเป็ที่เรียบร้อยแล้วเรียบร้อยแล้ว ท่านปรมาจารย์ที่ปรึกษาทางการทหารจากกองทัพปลดปล่อยประชาชนของนครหลวงปักกิ่งก็กล่าวออกมาด้วยความจริงจังว่า
"เ้าหนูจูหงเฟย ข้าเห็นเ้าวิ่งและะโไล่ตามจับคนร้ายในคลิป ข้าอยากจะถามเ้าว่า เ้ารู้จักกายาปราณแห่งวายุไหม"
"ไม่รู้จักครับ" จูหงเฟยตอบกลับไปอย่างซื่อๆ
คำตอบของจูหงเฟยนั้นทำให้ท่านที่ปรมาจารย์หลินหยาง และท่านนายพลจางเฉินถึงกับแสดงแววตาแห่งความผิดหวังออกมานิดๆจนแทบที่จะสังเกตุไม่ได้
"แต่ผมรู้จักกายาปราณแห่งมิติครับ"
เปรี้ยง....!!!!!! คำตอบนี้ของจูหงเฟยถึงกับทำให้ท่านปรมาจารย์หลินหยางและท่านนายพลจางเฉินกับต้องะโตัวลอยขึ้นจากเก้าอี้โซฟาด้วยความดีอกดีใจอย่างเต็มที่กันไปเลยทีเดียว..