ความว่างเปล่าให้กำเนิดทุกสรรพสิ่ง ก่อตัวกันเป็เอกภพ
ถือกำเนิดดาราจักรและดวงดาวมากมาย
แต่เอกภพนั้นกว้างใหญ่หยั่งใครนึกได้
นอกเอกภพแห่งนี้หรือมิติอื่น ยังมีสัตว์ประหลาดที่อยู่นอกเอกภพเหล่านี้
สัตว์ประหลาดเ่าั้้ากลืนกินดวงดาว
แต่สัตว์ประหลาดเ่าั้ก็มิอาจกลืนกินดวงดาวได้
เนื่องด้วยที่ดวงดาวแต่ละดวงได้มีเทพเ้าผู้ปกครองดวงดาว คุ้มครองอยู่
เทพเ้าของแต่ละดวงดาวได้ร่วมมือกัน และขับไล่เหล่าสัตว์ประหลาดนั้นไปได้
ตราบจนเอกภพสงบลง
แต่ใช่ว่าเอกภพจะสงบไปตลอด
เหล่าสัตว์ประหลาดพวกนั้นได้ถูกเปลี่ยนเป็อสูร
เหล่าอสูรพวกนั้นได้ทำการร่วมกำลังกันเพื่อกลืนกินดวงดาว
แล้วจะขึ้นเป็ผู้ปกครอง
จนเกิดเป็าขึ้น
การต่อสู้ระหว่างเทพเ้าผู้ปกครองดวงดาวและอสูรและมีดาราจักรแห่งหนึ่งเป็เดิมพัน
เหล่าเทพเ้าผู้ปกครองดวงดาวได้เรียกพวกมันว่า
"อสูรแห่งห้วงเวลาและความบิดเบี้ยว"
และอสูรที่แข็งแกร่งแทบจะที่สุดจะถูกเรียกว่า
"กาลวการ"
การต่อสู้ครั้งนั้นได้ดำเนินไปเป็เวลาหมื่นปี
และการต่อสู้ก็ได้จบลง
การจบลงครั้งนั้นได้สูญเสียดวงดาวไปมากมาย
รวมถึงฝั่งเทพเ้าผู้ปกครองดวงดาว
ได้สํญเสียไป 198 องค์ เรียกว่าครึ่งนึง จาก 376 องค์
ทางฝั่งของอสูรแห่งห้วงเวลาและความบิดเบี้ยวได้สูญเสียไปถึง 98 ตน
ทำให้ต่างฝ่ายต่างก็ล้าถอย
หลังจากจบการต่อสู้ครั้งนั้น
เวลาก็ผ่านไปหลายล้านปีเอกภพที่ว่าจะกลับมาสงบอีกครั้ง?!
แต่ทันใดนั้น! ได้มีรอยแยกเกิดขึ้น
ห่างไปหลายหมื่นแสนปี ณ อีกฟากของเอกภพ
ที่แห่งนั้นมีเพียงความว่างเปล่าและความมืดที่ไม่มีสิ้นสุด ไร้สิ่งมีชีวิต
ณ ที่เอกภพแห่งนั้น มีสิ่งหนึ่งที่ไม่ว่าจะเทพเ้าหรืออสูรแห่งห้วงเวลาและความบิดเบี้ยว
ไม่สามารถที่จะล่วงเกินได้
ถ้าขืนเหล่าเทพเ้าหรืออสูรแห่งห้วงเวลาได้เกิดไปล่วงเกิน ผู้นั้นจะทำการลบเอกภพแห่งนั้นออกจากวงโครจรของเอกภพทั้งมวล
แต่ทันใดนั้นเอง เขาก็ได้เดินออกมาจากรอยแยก
สิ่งที่ไม่ควรปรากฎตัวออกมา ได้มาปรากฎตัวที่เอกภพแห่งหนึ่ง
นั้นจะเป็สัญญาณว่า เอกภพแห่งนั้นจะถูกลบทิ้งหายไปหรือจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ท่านผู้นั้นได้ออกจากรอยแยกของเอกภพ ตัวของเขานั้น ไร้รูปร่าง ไร้ลักษณ์
แต่ถึงกระนั้นเหล่าสิ่งมีชีวิตและหล่าเทพเ้าทั้งหลายในเอกภพแห่งนี้ต่างก็หวาดกลัว
ทางเหล่าเทพเ้าและเหล่าสิ่งมีชีวิตในเอกภพต่างคิดที่จะหลบซ่อน
แต่พวกเหล่าสิ่งมีชีวิตและเหล่าเทพเ้าต่างก็ล้มเลิกความคิดนั้นไป
พวกเขานั้นรู้ดีว่า ต่อให้ซ่อนหรือหนีก็มิอาจรอดพ้นเงื้อมมือของท่านผู้นั้นได้
เหล่าสิ่งมีชีวิตในเอกภพและเหล่าเทพเ้า
พวกเขาได้ออกมา เผชิญหน้า
" แสดงความเคารพต่อผู้อยู่เหนือสรรพสิ่ง !! "
" มีสิ่งใดให้รับใช้งั้นรึขอรับ !! "
เหล่าสิ่งมีชีวิตในเอกภพและเหล่าเทพเ้านั้น..
ถึงพวกเขาจะไม่สามารถมองเห็นกายของท่านผู้นั้นได้
แต่พวกเหล่าสิ่งมีชีวิตในเอกภพและเหล่าเทพเ้า
สามารถััได้ว่าใครอยู่ตรงไหนของเอกภพ
ถึงจะไม่สามารถมองเห็นได้แต่ก็แสดงความเคารพ
ต่อท่านผู้นั้น อย่างความภัคดี
"พวกเ้าไม่สามารถมองเห็นข้าได้?!"
" แต่ก็ยังรู้จักเคารพ ดี !! "
" ข้าจะแสดงให้เ้าเห็นเอง "
" จงจดจำ และอย่าได้ลืมซ่ะล่ะ ! "
" ! ! ! "
เหล่าสิ่งมีและเหล่าเทพเ้าต่างก็ใกับสิ่งที่เห็น
เพราะท่านผู้นั้นไม่เคยแสดงกายให้ใครเห็นมาเป็เวลานาน
" พวกข้าขอขอบคุณที่ท่านแสดงให้เห็น !! "
" พวกข้าจะ..ไม่มีวันลืมแน่นอนขอรับ !! "
สิ่งที่พวกเขาเห็นนั้นคือ
กายของเขาเป็สีดำสนิท มีดวงตาที่มีเปล่งประกาย
และมีสเก็ตดาวรอบตัวเขามากมาย
" เ้ามาแล้วรึ ?! "
ผู้ที่มาปรากฎตรงหน้าของท่านผู้นั้น.
คือ..เ้าแห่งเอกภพแห่งนี้
เขาได้แสดงความเคารพต่อท่านผู้นั้น
" ข้า...เ้าแห่งเอกภพ ขออภัยที่มาช้าขอรับ "
" ว่าแต่...เ้าไปไหนมา? "
" ขอข้าฟังเหตุผลหน่อยได้ไหม!? "
ท่านผู้นั้นได้พูดด้วยน้ำเสียงที่สงสัย
แต่ทางฝั่งของเ้าแห่งเอกภพได้คิดว่านั่น..
คือน้ำเสียงที่ไม่พอใจ
เ้าแห่งเอกภพได้อธิบายไปว่า...
ตัวเ้าแห่งเอกภพได้ไปทำการฟื้นฟูดวงดาว
แถมตัวเขานั้นยังต้องตามหาผู้เหมาะสมที่จะเป็เทพเ้าของดวงดาวเ่าั้
และเหล่าอสูรแห่งห้วงเวลาและความบิดเบี้ยวก็ยังไม่หมดไปจากเอกภพแห่งนี้
ทำให้เ้าแห่งเอกภพต้องไปไล่เก็บกวาดอสูรเ่าั้
ให้หมดสิ้นจากเอกภพของตัวเ้าแห่งเอกภพ
ทำให้ตัวเ้าแห่งเอกภพไม่ค่อยมีเวลามาแสดงความเคารพ
" ข้าขอถามท่าน...ได้รึไม่ขอรับ? "
" ได้สิ...แล้วเ้าจะถามอะไรรึ?? "
เ้าแห่งเอกภพถามท่านผู้นั้นว่า...
ทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงกับเอกภพแห่งนี้รึป่าว
เ้าแห่งเอกภพได้แต่คิดว่าจะมิใช่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่
" ป่าวหรอก.."
" ! ! ! .หรือท่านกำลั- "
" ชีวิตคืออะไร.?. "
" ! ! ! "
พวกเขาเหล่าสิ่งมีชีวิตและเทพเ้า..
กระทั่ง เ้าแห่งเอกภพ
พวกเขาได้ใกับคำพูดเพียงไม่กี่คำของท่านผู้นั้น
ที่ได้ถามพวกเขาว่า"ชีวิตคืออะไร"
พวกเขาเหล่าสิ่งมีชีวิตและเทพเ้าได้ตระหนักว่า...
" ข้า...้าชีวิตที่แท้จริง?! "
นี่จะเป็การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุด..
ในรอบหลายหมื่นล้านปี
พวกเขาเกิดสงสัยว่าทำไมท่านผู้อยู่เหนือสรรพสิ่งถึงต้องถามความหมายของคำว่าา
"ชีวิต"ด้วย...
" ข้ารู้...พวกเ้าคงสงสัยใช่มั้ยล่ะ.. "
" พวกเ้าเคยเป็มนุษย์ไหม.. "
" เคยเป็เผ่าต่างๆไหม? "
" ค...เคย..ข..ขอรับ "
พวกเขาตอบด้วยท่าทางที่เกรงกลัว
แต่กระนั้นพวกเขาก็ยังต้องตอบคำถามต่อไป
" งั้น...ตอนนี้เ้าเป็อะไร!? "
ท่านผู้อยู่เหนือสรรพสิ่งถามและสีหน้าที่เขาแสดงออกมา..
เป็หน้าที่มิอาจจะไปพูดเล่นได้
" พ...พ...พวก..ข..ข้า..เป็..? "
" เป็อะไร ? "
" เป็ผู้ปกป้องเหล่าชีวิตเล็กๆที่อยู่เบื้องล่างขอรับ "
รอบนี้เ้าแห่งเอกภพตอบเอง
และเ้าแห่งเอกภพยังอธิบายเพิ่มอีกด้วยว่า...
" ชีวิตที่พวกเขาเกิดมา... "
" พวกเขา้าปกป้องสิ่งที่รัก "
" การได้อยู่อย่างสงบสุข "
" มนุษย์บางคนก็ต้องใช้ชีว้ตที่หรูหราเพื่อความอยากของตัวเอง "
" แต่เผ่าอื่นๆนั้น ้าเฝ้ารอการเปลี่ยนแปลงขอรับ "
" พวกเราคือผู้ปกป้องเหล่าชีวิตน้อยใหญ่นี้ "
" และคำว่า ' ชีวิต ' มันขึ้นอยู่กับตัวเราขอรับ "
จากนั้นท่านผู้อยู่เหนือสรรพสิ่งได้เงียบไปครู่หนึ่ง
เ้าแห่งเอกภพคิดว่าคำตอบที่เขาตอบไปจะทำให้เขาพอใจได้
" ดี...ข้าพอใจล่ะ.! "
พวกเขานั้นได้รู้ว่าท่านผู้อยู่เหนือสรรพสิ่งพอใจ
พวกเขาก็โล่งใจ
" แต่... "
เ้าแห่งเอกภพคิดว่าเขาต้องแย่แน่...
" แต่...ข้านั้นไม่... "
" ข้าจะไปเกิดใหม่ เพื่อตามหาชีวิตใหม่ของข้า. "
" หวังว่าพวกเ้าจะเข้าใจนะ! "
เ้าแห่งเอกภพนั้นรู้ดีว่าท่านผู้อยู่เหนือสรรพสิ่ง...
ท่านผู้อยู่เหนือสรรพสิ่งจะใช้ วัฏสงสารแห่งชีวิตและความตาย
" พวกข้า...เข้าใจแล้วขอรับ... "
หลังจากนั้นเหล่าสิ่งมีชีวิตและเทพเ้าได้แยกกันไปนำของบางอย่างมา
ผ่านไปสักพัก...
พวกเขาเหล่าสิ่งมีชีวิตในเอกภพและเทพเ้าได้กลับมา.
และนำของขวัญมาบอกลา...
ทำให้ท่านผู้อยู่เหนือสรรพสิ่งมีของไว้ใช้เวลาไปเกิดใหม่
และทันใดนั้น...
วงล้อชะตาชีวิตที่...ท่านผู้อยู่เหนือสรรพสิ่งได้สร้างไว้นานแล้ว ก็ปรากฏออกมา
มันมีไว้ใช้ในการเลือกเกิด
ไม่ว่าจะ สามัญชน ขุนนาง กษัตริย์
แม้กระทั่งเผ่าพันธุ์ เช่น มนุษย์ เผ่าสัตว์ เผ่าั์
เผ่าบาบาเรี่ยน(คนเถื่อน) เผ่าเอลฟ์ เผ่าซัสคิวบัส
เผ่า์ เผ่าั เผ่าราเมีย เผ่าดาร์คเอลฟ์
เผ่าจิ้งจอก์ เผ่าหมาป่า เผ่าดรายแอนด์
เผ่าดรอฟ เผ่าแวมไพร์ และ ทั้งหมด
และท่านผู้อยู่เหนือสรรพสิ่งได้ทำการหมุนวงล้อ...
แต่ผลที่ออกมาคือ...มันไม่มีโอกาสเป็ไปได้
ั้แ่ที่เขาสร้างขึ้นมา
ผลรับที่เขาได้คือ...
เป็เผ่าพันธุ์ทั้งหมด
เขา้าที่จะหมุนวงล้อใหม่
แต่ไม่สามารถทำได้เนื่องจาก วงล้อหมุนได้ครั้งเดียว
เพราะท่านผู้อยู่เหนือสรรสิ่งได้ตั้งรูปแบบไว้
ต่อให้เป็ผู้สร้างของวงล้อก็ไม่อณุผญาติให้แก้ไข
" เห้อ~~ข้าต้องเป็ทุกเผ่าพันธุ์จริงรึเนี้ย! "
ท่านผู้อยู่เหนือสรรพสิ่งได้ถอนหายใจ
การใช้วัฏสงสารแห่งชีวิตและความตาย..
จะเริ่มในอีกไม่นาน...
ทำให้ท่านผู้อยู่เหนือสรรพสิ่ง จึงต้องไปเตรียมพร้อมไว้
เ้าแห่งเอกภพเกิดสงสัยว่า...
ทำไมท่านผู้อยู่สรรพสิ่งต้องเตรียมพร้อมกัน
เ้าแห่งเอกภพจึงไปถามกับทานผู้อยู่เหนือสรรพสิ่ง
" เพราะข้าจะผนึกพลังทั้งหมดไว้.. "
ทำให้เ้าแห่งเอกภพใไปครู่หนึ่ง
" แล้วท่านจะเตรียมอะไรไปงั้นรึ "
ท่านผู้อยู่เหนือสรรพสิ่งไม่พูดอะไร ท่านผู้อยู่เหนือสรรพสิ่งนิ่งไปนานหลายชั่วโมง
" ข้า...พร้อมแล้ว! "
ท่านผู้อยู่เหนือสรรพสิ่งได้สร้างร่างกายสำหรับลงไปเบื้องล่าง
พร้อมทักษะติดตัวไปด้วย หนึ่ง ทักษะ
นั้นคือ {เนตรแห่งการล่วงรู้}
《เนตรที่สามารถวัดค่าพลังเวทย์และตรวจความรู้ภายในตัวบุคคลนั้นว่ามีมากน้อยเพียงใด》
《สามารถตรวจจับเท็จได้ ว่าโกหกรึไม่ ถ้าหากไม่จะไม่ขึ้นสัญลักษณใดๆ
ถ้าโกหกจะขึ้นสัญลักษณ์กลีบใบไม้ที่กลางศรีษะ
จะเห็นเฉพาะผู้ใช้ทักษะนี้เท่านั้น》
" ท่านผู้อยู่เหนือสรรพสิ่งขอรับ... "
" ข้ารู้แล้ว...ข้ากำลังไป "
ผ่านไปสักพัก...
ท่านผู้เหนือสรรพสิ่งก็มาถึงวัฏสงสารแห่งชีวิตและความตาย
" ข้าจะไปล่ะนะ!? "
ตัวของท่านผู้นั้นกำลังหายไปกลางอากาศ..
เ้าแห่งเอกภพได้นึกถึงบางอย่างที่ต้องถาม...
" ! ! ท่านขอรับชื่อท่าน- "
" เอ็มเลสส์น่ะ "
" แล้วเจอกันถ้าหากมีโอกาศ "
" เดินทางปลอยภัยขอรับ ท่าน!! "
ณ โลกเบื้องล่างที่ไหนสักแห่งในเอกภพ
ที่แห่งนี้ ที่ท่านผู้อยู่เหนือสรรพสิ่ง หรือ อีก
ชื่อ
ได้ลงมาเกิดใหม่...
ทิวทัศน์รอบๆ เป็ใบหญ้าเขียวชอุม มีูเาอยู่เบื้องหน้า
มีป่าไม้อยู่ทางตะวันตก อากาศแจ่มใส
" นี่สินะโลกเบื้องล่าง!! ชักน่าสนใจขึ้นมาแล้วสิ! "
การเริ่มต้นชีวิตใหม่ของผู้เคยอยู่เหนือสรรพสิ่ง
ต้องมาเริ่มต้นใหม่ จะเป็เช่นไรต่อไป
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ตอนที่ 1 เกิดใหม่