ณ ลานด้านหลังที่ว่าการเขต ชวีหนานอีนั่งอยู่ใต้ร่มเงา เขาจิบชาขณะพลิกดูเอกสาร
หลี่ต้าจ้วงหัวหน้าหยาอีเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ “ใต้เท้า มีอะไรให้ข้าน้อยรับใช้หรือขอรับ?”
ชวีหนานอีวางเอกสารในมือ เขาสอบถาม “การจับกุมซานเซียวได้รับเบาะแสเพิ่มเติมหรือไม่?”
หลี่ต้าจ้วงตอบกลับด้วยสีหน้าไม่สู้ดี “ใต้เท้า จนถึงตอนนี้เรายังไม่สามารถจับตัวเ้าหัวขโมยซานเซียวตัวนี้ได้เลยขอรับ” เมื่อครุ่นคิด เขาจึงถามไปว่า “ใต้เท้า ท่านคิดว่าเฟิ่งฮัวถูกซานเซียวฆ่าจริง ๆ หรือขอรับ?”
ชวีหนานอียกถ้วยชา เขาจิบเบา ๆ หนึ่งอึก “ซานเซียว เยี่ยนเต๋อหลิน ยาวจิ่ว และคนในคณะละครตระกูลเยี่ยนล้วนน่าสงสัยทั้งหมด”
หลี่ต้าจ้วงชะงักไปครู่หนึ่ง เขาเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ “มันก็สมเหตุสมผลนะขอรับ หากกล่าวว่ายาวจิ่วเป็คนออกคำสั่งให้ซานเซียวลงมือฆ่า แต่เยี่ยนเต๋อหลินผู้นี้น่าสงสัยอย่างไรหรือขอรับ? เฟิ่งฮัวเป็ภรรยาของเขา ซ้ำยังตั้งครรภ์บุตรของเขาด้วยนะขอรับ!”
ชวีหนานอีหรี่ตา เขาดีดนิ้วและพูดด้วยรอยยิ้ม “ตอนที่ข้าสอบถามเยี่ยนเต๋อหลิน เขาตอบคำถามได้อย่างรวดเร็ว คล้ายกับมีการฝึกซ้อมอยู่ในใจมาหลายครั้ง เ้าเคยเห็นใครบ้างที่เกิดเื่ขึ้นแต่กลับไม่ตื่นตระหนกจนพูดจาเลอะเทอะ? ข้าถามไปหนึ่งประโยค เขากลับสามารถวิเคราะห์สาเหตุของเื่ราวทั้งหมดให้ข้าได้ ไม่สะดุดแม้แต่น้อย เยี่ยนเต๋อหลินเป็คนไร้ความสามารถ ถึงกระนั้นคนเช่นนี้หากได้คิดไตร่ตรองและทบทวนมากขึ้นสักสองครั้ง ก็จะกลายเป็ผู้ปราดเปรื่องที่มีความรอบคอบ เยี่ยนเต๋อหลินผู้นี้ไม่ธรรมดา อีกอย่างทางโรงบ่อนก็แจ้งข้อมูลมาไม่ใช่หรือว่าเยี่ยนเต๋อหลินออกจากที่นั่นั้แ่ยามไฮ่[1] นับจาก่ยามสือ เขายังมีเวลาลงมือ เพียงแต่แรงจูงใจคืออะไร?”
หลี่ต้าจ้วงสอบถาม “ใต้เท้าสงสัยเยี่ยนเต๋อหลินหรือขอรับ?”
ชวีหนานอี “เื่นี้ยังมิอาจหาข้อสรุป ไม่ว่าใครก็น่าสงสัยทั้งนั้น”
แม้ว่าชวีหนานอีจะพูดเช่นนี้ แต่หลี่ต้าจ้วงกลับทราบดีว่า อีกฝ่ายกำลังเพ่งเล็งไปที่เยี่ยนเต๋อหลิน เขารู้สึกสงสัยจึงถามอีกคราหนึ่ง “เยี่ยนเต๋อหลินผู้นั้นหาใช่คนดีไม่ ย่อมมีเหตุผลที่ยาวจิ่วจะเกลียดชัง เหตุไฉนใต้เท้าจึงไม่สงสัยว่ายาวจิ่วเป็คนสั่งให้ซานเซียวฆ่าล่ะขอรับ?”
ชวีหนานอีวางเอกสารลง “หากกล่าวว่ายาวจิ่วสามารถฝึกสัตว์ให้เชื่อง ข้าก็เชื่ออยู่หรอก เ้าดูสัตว์ทั้งสามตัวที่อยู่ในเพิงไม้แห่งนั้นสิ รู้ไปเสียทุกอย่าง แต่หากกล่าวว่ายาวจิ่วสามารถฝึกซานเซียวตัวหนึ่งให้เชื่องได้ภายในเวลาแค่สองวัน ข้ากลับไม่เชื่อสิ่งนี้ ต่อให้ซานเซียวจะเฉลียวฉลาดมากกว่านี้ ก็ไม่มีทางเชื่อฟังได้อย่างมนุษย์ หากมันเชื่อฟังเช่นเดียวกับมนุษย์ เหตุไฉนจึงต้องเชื่อฟังยาวจิ่วด้วยเล่า? เ้าสังเกตดูเถิด การฝึกสัตว์ให้เชื่องไม่มีอะไรมากไปกว่าแส้หนัง รางวัล และเวลา”
หลี่ต้าจ้วงครุ่นคิด “จากที่ใต้เท้ากล่าวมา คนร้ายก็คงเป็เยี่ยนเต๋อหลินที่ลงมือกับเฟิ่งฮัว แต่...เฟิ่งฮัวตั้งครรภ์บุตรของเขาอยู่นะขอรับ”
ชวีหนานอีลุกขึ้นยืน เขาก้าวเท้าเดินพร้อมพูด “เฟิ่งฮัวตายในห้องของยาวจิ่ว หรือว่าทั้งคู่จะเป็ชู้รักกัน? ไม่หรอก เฟิ่งฮัวไม่อยู่ในสายตาของยาวจิ่ว ห้องของยาวจิ่วมีร่องรอยถูกรื้อค้น ค้นหาอะไร? คาดว่าน่าจะเป็...เงิน ยาวจิ่วไม่ได้แจ้งความ เห็นได้ชัดว่าเงินของเขาไม่ได้หายไป เยี่ยนเต๋อหลินเสียพนันจนติดหนี้ ซึ่งเป็เวลาที่เขา้าเงินพอดี ไม่ใช่เื่แปลกหากเขาจะเข้าไปค้นห้องยาวจิ่วเพื่อหาเงิน”
“บนผ้าห่มของยาวจิ่วมีคราบเื ซ้ำยังมีกลิ่นของยาจินชวงเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าผ้าห่มผืนนั้นถูกนำมาเช็ดคราบเืหลังจากที่เฟิ่งฮัวตาย ดังนั้นคราบเืส่วนใหญ่จึงดูคลุมเครือ เืที่หยดอยู่บนผ้าห่มพิสูจน์ให้เห็นว่า...” เขาหันไปมองหลี่ต้าจ้วง ดวงตาคู่นั้นเป็ประกายผิดปกติ มุมปากพลันกระตุกขึ้นราวกับจิ้งจอกเ้าเล่ห์ “คนร้ายมีาแอยู่บนร่างกาย และเป็าแที่ผ่านการใช้ยาจินชวงมาก่อน”
เป็อีกครั้งที่หลี่ต้าจ้วงเกิดความเลื่อมใสอย่างมาก “ใต้เท้าช่างปราดเปรื่อง! ข้าน้อยจะไปจับตัวเยี่ยนเต๋อหลินมาเดี๋ยวนี้ขอรับ!”
ชวีหนานอีใช้มือเคาะโต๊ะ “อย่าเพิ่งรีบร้อน เ้าจับเขาตอนนี้ เขาก็ไม่มีทางยอมรับ อีกอย่างนี่เป็แค่การคาดเดา ไม่มีหลักฐาน ตอนนี้ข้ายืนยันได้แค่ว่า...เยี่ยนเต๋อหลินกล่าวเท็จ เขาเคยเข้าไปในห้องของยาวจิ่ว แต่ยังมีบางเื่ที่ข้ายังคิดไม่ตก”
หลี่ต้าจ้วงรีบถาม “เื่ที่เฟิ่งฮัวแก่ลงอย่างกะทันหันหรือขอรับ?”
ชวีหนานอีมองหลี่ต้าจ้วงด้วยสายตาชื่นชม
หลี่ต้าจ้วงรีบยืดอกและเงยศีรษะ รู้สึกว่าตนเองเริ่มฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ นับั้แ่ติดตามใต้เท้าชวี
ชวีหนานชูสามนิ้ว “ข้อแรก เหตุใดเฟิ่งฮัวถึงตาย? ข้อสอง เห็นได้ชัดว่าเยี่ยนเต๋อหลินมั่นใจมากว่าเฟิ่งฮัวตายแล้ว และเขาก็เข้าไปยังที่เกิดเหตุ เพียงแต่ไม่รู้ว่าเขามีบทบาทใดในเื่นี้ ข้อสาม ซานเซียวเคยปรากฏตัวในห้องของยาวจิ่ว เพราะในมือของเฟิ่งฮัวมีขนสัตว์สองถึงสามเส้น” ชวีหนานอีหรี่ตาครุ่นคิด “หรือว่าซานเซียวจะจับตัวเฟิ่งฮัวไปที่ห้องของยาวจิ่วเพื่อสังหาร สิ่งนี้ก็พอเข้าใจได้ว่าเหตุใดในมือของเฟิ่งฮัวจึงมีเส้นขนของสัตว์ จากนั้นเยี่ยนเต๋อหลินก็เข้าไปในห้องของยาวจิ่วเพื่อขโมยเงิน แล้วเผลอทำเืหยดลงบนผ้าห่ม แต่เป็เพราะภายในห้องมืดมาก ไม่เพียงจะไม่เห็นเงิน เขากลับไม่สังเกตเห็นด้วยว่าเฟิ่งฮัวตายแล้ว? เหอะ...แล้วเหตุใดเขาจึงกล่าวเท็จ? ต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่นอน!”
ชวีหนานอีเหยียดแขนบิดี้เี จู่ ๆ เขาก็ถามถึงเื่ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเื่นี้ “อาหารเที่ยงมีเนื้อหรือไม่?”
หลี่ต้าจ้วงที่กำลังฟังอย่างเพลิดเพลิน ถูกคำถามนี้ยิงใส่จนทิศทางการสนทนาเปลี่ยนฉับพลัน เขาแอบพร่ำบ่นในใจ ‘ใต้เท้านะใต้เท้า ช่วยรักษาภาพลักษณ์ที่ดูชาญฉลาดตลอดเวลาไม่ได้หรืออย่างไร? ตัดความสนใจกันเช่นนี้ หากจิตใจของข้าน้อยไม่แข็งแกร่งมากพอ คงใจนขวัญเสียเป็แน่’
ขณะที่หลี่ต้าจ้วงกำลังครุ่นคิดว่าจะตอบกลับอย่างไรดี เขาก็ได้ยินหยาอีเข้ามารายงานว่าพบเบาะแสของซานเซียวแล้ว ดวงตาของเขาพลันเป็ประกายขณะเอ่ยถาม “ใต้เท้า จะยังคงให้ไปจับตัวซานเซียวหรือไม่ขอรับ?”
ชวีหนานอีดวงตาประกายความเ็า “จับ! ไม่เพียงจับตัวมันเท่านั้น ต้องเตรียมเชือก ยาสลบ และของมีคมไปจับมันด้วย!”
แววตาของหลี่ต้าจ้วงแสดงความงุนงง “ขอรับใต้เท้า...”
ชวีหนานอีหลุบตา เขาสะบัดแขนเสื้อ “ซานเซียวตัวนี้ไม่ใช่ซานเซียวธรรมดา ซานเซียวตัวนี้...มีความดุร้าย เ้าดูโซ่ที่มัดร่างของมันสิ บนนั้นมีรอยจำนวนมากเหมือนถูกของมีคม แต่ใครจะให้ของมีคมกับซานเซียวเล่า? เกรงว่า...ซานเซียวตัวนั้นอาจมีวิธีการบางอย่าง”
หลี่ต้าจ้วงพยักหน้าหงึก ๆ เขารีบออกคำสั่งให้เตรียมตัวโดยเร็ว
ชวีหนานอีเก็บของอย่างลวก ๆ แล้วเดินทางไปจับซานเซียวพร้อมกับหลี่ต้าจ้วง เขาไม่ค่อยวางใจนักที่จะมอบหมายงานนี้ให้หลี่ต้าจ้วงจัดการ
คนของคณะละครตระกูลเยี่ยนต่างพากันพูดเป็เสียงเดียวกันว่าสิ่งแปลกประหลาดตัวนั้นคือซานเซียว แต่หน้าตาของมันเป็อย่างไรกลับไม่มีใครเคยเห็น จึงไม่สามารถบอกได้อย่างชัดเจน เพียงแค่พูดเออออไปตามคนอื่น ๆ
เขาพบหนังสัตว์ขาด ๆ และเส้นขนอยู่ในเพิงไม้เลี้ยงสัตว์ ดู ๆ แล้ว สตรีนางนั้นคงใช้หนังสัตว์เพื่อห่อหุ้มร่างกาย ทำให้ดูคล้ายกับซานเซียว หลังจากหนังสัตว์ถูกถลกออกจากร่างของสัตว์ มันจะเปลี่ยนเป็ความแห้งกรัง เว้นเสียแต่ว่าจะผ่านการฟอกมาก่อน เขานำหนังสัตว์สองชิ้นกลับมาเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบ และได้รับการยืนยันว่าไม่มีร่องรอยของการฟอก สิ่งนี้สามารถอธิบายได้ว่า สตรีผู้นั้นมีกลวิธีบางอย่างที่ผู้คนไม่รู้จัก หากชวีหนานอีสงสัยว่าเยี่ยนเต๋อหลินคือผู้ต้องสงสัย ถ้าเช่นนั้นเขาก็แทบจะตัดสินได้ว่า สตรีผู้นั้นคือคนร้ายที่ลงมือสังหารเฟิ่งฮัวอย่างแท้จริง! ปีศาจเช่นนี้ต้องกำจัดทิ้ง!
.
.
.
[1] ยามไฮ่ คือเวลา 21.00 น. – 23.00 น.