ตอนที่ 15 รังแกกันเกินไปแล้ว
ทันทีที่หลี่ซิ่วเจวียนเห็นหลิวต้าหลางและคนอื่น ๆ กลับมาพร้อมกับหัวหมูขนาดใหญ่ ใบหน้าอ้วนที่เต็มไปด้วยไขมันก็ยิ้มเบิกบานเป็ดอกเบญจมาศทันที ไม่สนใจจะสั่งสอนบทเรียนให้หลิวซานนีอีกต่อไป และรีบไปต้มน้ำอย่างกระตือรือร้น เพื่อจัดการกับขนหัวหมูป่า
แม่เฒ่าหลิวมองดูภาพแห่งความสุขที่อยู่ตรงหน้าด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่ง
เมื่อก่อนมีแต่ทะเลาะเบาะแว้งกันเสียงดัง ไม่ได้กินดื่มกันเลย แต่ตอนนี้ ในที่สุดก็มีของกินดื่มกันแล้วใช่หรือไม่?
หากเ้าใหญ่กลับมาเมื่อใด ทุกอย่างจะเรียบร้อย
เ้าใหญ่ ช่างเป็คนมีโชคนัก
ครั้นแม่เฒ่าหลิวกลับมามีสติ นางเหลือบมองหลิวซานนีด้วยความรังเกียจ เด็กดีคนหนึ่งถูกนังหญิงชั่วนั่นเลี้ยงดูมาจนกลายเป็คนเช่นนี้ “ซานนี เ้าเป็หญิงทั้งที เหตุใดถึงสร้างปัญหามากมายเมื่อถูกขอให้ทำงานบางอย่าง?”
“ไม่น่าแปลกใจเลยที่อาสะใภ้รองของเ้าจะสั่งสอนเ้า เ้าสมควรโดนแล้ว แค่เชื่อฟังไม่ได้หรือ? ตอนนี้รีบไปทำงานเสีย งานเสร็จแล้วจะได้กินเนื้อตอนกลางคืน รีบไปเร็ว”
หลิวซานนีจ้องมองแม่เฒ่าหลิวด้วยสายตาขุ่นเคือง จากนั้นมองไปยังฝูงชนที่กำลังล้อมรอบหัวหมู จากนั้นลูบบริเวณที่นางได้รับาเ็ แล้วหันหลังเดินไปทางเล้าหมู
หลี่ซิ่วเจวียนกล้าตบตีนาง ไม่ช้าก็เร็วจะต้องเอาคืนให้สาสม
เมื่อเห็นว่าเล้าหมูได้รับการทำความสะอาด และให้อาหารหมูเรียบร้อยแล้ว หลิวซานนีก็ไล่พี่สะใภ้สองคนที่กำลังยืนมองนางอยู่ออกไป
หากเป็ห่วงนางจริง เหตุใดไม่ออกมาช่วยนางตอนที่นางถูกทุบตีเมื่อครู่นี้?
หลังจากมาช่วยนางทำงานนี้ ก็อย่าแม้แต่จะคิดว่านางจะเอ่ยขอบคุณพวกนาง
หลังจากมองดูพวกนางอย่างเฉยเมยแล้ว นางก็หยิบตะกร้าที่อยู่ด้านข้าง เดินออกไปข้างนอกโดยไม่แสดงสีหน้า
พี่สะใภ้มู่เจวียนและจ้าวชิงหลานเหลือบมองกันพลางถอนหายใจ น้องสามีกำลังโกรธพวกนาง ไม่ใช่ว่าพวกนางไม่้าช่วยเหลือ แต่ตอนนี้พวกนางต้องพึ่งพาผู้อื่นอยู่ จึงไม่มีความมั่นใจที่จะพูด แล้วพวกนางจะช่วยได้อย่างไร?
อีกด้านหนึ่ง
หลิวชิงเหอกับหลานชายกำลังยุ่งวุ่นวายอยู่กับหัวหมูป่าหนักเกือบยี่สิบจินที่ปากบ่อน้ำ พวกเขาต่าง้าได้กินเนื้อดี ๆ โดยเร็วที่สุด
ครอบครัวของหลิวชิงเหอมีภูมิหลังทางครอบครัวที่ค่อนข้างดี แต่ก็ได้กินเนื้อสัตว์บ้างเป็ครั้งคราวเท่านั้น และเป็ไปไม่ได้ที่จะเลิกกินเนื้อสัตว์
ตอนนี้มีหัวหมูใหญ่ถึงเพียงนี้ พวกเขาจะหักห้ามใจไม่กินมันให้พุงกางได้อย่างไร?
แม้ว่าอาหลานจะต้องเผชิญกับเื่เลวร้ายหลังจากนี้เพราะการกินหัวหมูนี้ก็ตาม
เมื่อถึงเวลาเที่ยง หัวหมูที่ถูกทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วก็วางอยู่บนโต๊ะ
แม่เฒ่าหลิวเอื้อมมือไปแตะหัวหมูแล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ จัดการได้สะอาดดีมาก “เอาล่ะ คืนนี้ข้าจะใช้กะโหลกหมูทำน้ำแกง ใส่น้ำมันกับเนื้อหมูเล็กน้อย แต่ละคนสามารถกินได้หนึ่งชามใหญ่ ส่วนเนื้อหัวหมูที่เหลือจะหั่นเป็สี่ส่วน ถูด้วยเกลือ แล้วเก็บไว้ทีหลัง”
เมื่อหลิวต้าหลางได้ยินข้อตกลงดังกล่าว เขาก็ไม่พอใจทันที
“ท่านย่า ท่านหมายความว่าอย่างไร? กะโหลกไม่กี่ชิ้นนั้นมันแทบไม่มีเนื้อเลย และก็มีคนมากมาย จะไปพอกินกันได้อย่างไรขอรับ” หลิวต้าหลางชักสีหน้า
“เอาล่ะ ต้าหลาง แค่ซดน้ำแกงล้างท้องก็ดีแล้ว เ้ายังอยากกินอะไรอีก?” แม่เฒ่าหลิวพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “กระดูกกับเนื้อนั้นเก็บไว้ให้สองพี่น้องหลิวจวินกับหลิวอู่กิน เพราะพวกเขาต้องใช้สมองอ่านหนังสือ เลยต้องบำรุงให้ดี!”
ใบหน้าของหลิวต้าหลางมืดมน ขณะจ้องมองด้วยความโกรธ “ท่านย่า ท่านกำลังพูดถึงเื่อะไร? ข้ากับเ้ารองเป็คนไปเอาหัวหมูของท่านแม่มา ท่านไม่ให้เรากินเนื้อสักคำ แต่เก็บไว้ให้หลิวจวินและคนอื่น ๆ งั้นหรือ? ท่านย่า ท่านรังแกกันเกินไปแล้วหรือไม่?”
หลิวเอ้อร์หลางก็โกรธเคืองเช่นกัน “เหตุใดหลิวจวินและคนอื่น ๆ ถึงได้กินเนื้อ แต่พวกเราทำได้เพียงซดน้ำแกงเท่านั้น? ข้าทำไม่ได้หรอกขอรับ”
แม่เฒ่าหลิวมีสีหน้าแข็งกร้าว “ต้าหลาง เอ้อร์หลาง พวกเ้ากำลังพูดเื่อะไรกัน? ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพื่อพวกเ้าหรือ? ตอนนี้ครอบครัวของเรา กำลังพยายามช่วยหลิวจวินและหลิวอู่ให้สอบได้ ตราบใดที่พวกเขามีชื่อเสียงขึ้นมา พวกเขาจะลืมความดีความชอบของพี่น้องอย่างพวกเ้าหรือไม่?”
“เ้าสองคนนี่นะ ต้องรู้จักมองการณ์ไกลบ้างสิ หากพวกเขาได้เป็ขุนนางในอนาคต เขาจะไม่พาพวกเ้าไปกินดื่มหรือ?”
“ใช่หรือไม่เล่า?” หลี่ซิ่วเจวียนพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส “ลูกชายคนที่ห้าของตระกูลจางในหมู่บ้านข้าง ๆ สอบจวี่เหรินผ่าน ทำให้ทั้งครอบครัวสุขสบายมีกินมีใช้ ช่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน”
“ดังนั้นหากอยากจะกินดื่มกับเราในอนาคต ก็ต้องช่วยเราเสียสละให้พวกเขา ด้วยการปล่อยให้พวกเขากินดื่มให้อิ่มหนำ เข้าใจหรือไม่?”
หลิวต้าหลางไม่สนใจเื่พวกนี้ เขาแค่อยากกินของอร่อยบ้าง จึงพูดด้วยน้ำเสียงเ็าว่า “เื่ของพวกเขาไม่ใช่เื่ของข้า ไม่ว่าพวกเขาจะมีชื่อเสียงเพราะสอบผ่านหรือไม่ก็ตาม ข้าแค่อยากกินเนื้อ”
แน่นอนว่าเขาอุตส่าห์เตรียมท้องไว้กินเนื้อให้อิ่มหนำ แต่ตอนนี้ถ้าจะให้เขากินแต่น้ำแกงอย่างเดียว เขาก็ไม่มีทางยอม
หลิวเอ้อร์หลางลังเลเล็กน้อย เขาอยากกินเนื้อก็จริง แต่เขาก็อยากให้หลิวจวินและคนอื่น ๆ ได้รับชื่อเสียงจากการสอบเพื่อหาประโยชน์ให้กับตัวเองด้วย เขาจึงไม่รู้ว่าจะเลือกอะไรมาสักพักแล้ว
“ต้าหลาง เ้ามันไม่รู้จักมองการณ์ไกล เหตุใดเ้าคิดไม่ได้” แม่เฒ่าหลิวเอื้อมมือไปหยิกเอวเขาด้วยความโกรธ “หากพวกเขามีชื่อเสียงขึ้นมา แล้วเ้าจะไม่ได้ประโยชน์จากพวกเขาหรือ?”
“กินเนื้อให้น้อยลงจะเป็อันใด จะตายหรือ?”
“อย่าหลอกข้าเลยขอรับ” หลิวต้าหลางยกยิ้มเศร้าหมอง หลังเบี่ยงตัวหลบมือแม่เฒ่าหลิว “ข้าแค่อยากกินเนื้อ ข้าก็เลยไม่สนใจพวกเขา สอบงั้นหรือ? ฮึ่ม คิดว่าข้าเป็คนโง่เขลาหรือ?”
“เหตุใดท่านไม่พูดถึงหลิวซิ่วไฉในหมู่บ้าน ที่หลังจากสอบมาตลอดชีวิตแล้ว เขาก็ยังได้เป็บัณฑิตตอนอายุหกสิบเศษ?” หลิวต้าหลางพูดด้วยความดูถูกเหยียดหยาม “พี่หลิวจวินตัวอ้วนเหมือนหมู ลายมือก็อย่างกับรอยไก่เขี่ย แล้วยังมีหน้าอยากจะสอบผ่าน อยากให้คนอื่นหัวเราะเยาะหรืออย่างไร?”
“ข้ายังไม่อยากเสียเนื้อหมูของข้าไป ถ้ากินแล้วอย่างน้อยก็ยังอิ่มได้ แต่ถ้าให้ไปก็เหมือนเตะหมูเข้าปากหมา ไม่มีทางได้อะไรคืนมาหรอก”
คำพูดของหลิวต้าหลางทำให้หลี่ซิ่วเจวียนและคนอื่น ๆ โกรธมาก
หลี่ซิ่วเจวียนพลันเดือดดาล นางทำงานหนักมากเพื่อสนับสนุนให้ลูกชายเรียนหนังสือ และหวังว่าสักวันหนึ่งพวกเขาจะประสบความสำเร็จเพื่อเป็เกียรติให้แก่บรรพบุรุษและจะได้สุขสบายในบั้นปลายชีวิต แต่ตอนนี้หลิวต้าหลางกลับสาปแช่งลูกชายของนางให้สอบตก นางจึงทนไม่ไหวจริง ๆ
ทันใดนั้น นางก็ตบหลิวต้าหลางอย่างโเี้ “หลิวต้าหลาง เ้ากำลังพูดเื่เหลวไหลอันใด?”
“เ้ากล้าดีอย่างไรมาสาปแช่งลูกชายของข้าให้สอบตก ข้าจะทุบตีเ้าให้ตาย”
หลิวต้าหลางได้รับความเ็ป สีหน้าของเขาดุร้ายขึ้นทันที “ท่านอาสะใภ้รอง ท่านอย่าให้มันมากเกินไป ข้าพูดอะไรผิดหรือ?”
“หากท่านตบข้าอีกครั้ง ข้าจะไม่เกรงใจท่านแล้ว”
“พวกเราเป็คนเอาหัวหมูนี้กลับมาเอง ท่านกลับไม่ให้ข้ากินเนื้อ แต่เก็บไว้ให้ลูกชายตัวเอง ท่านคิดว่าข้าโง่เขลาหรือ?”
“ข้าบอกเลยว่าข้าทนไม่ไหวแล้ว ข้าจะเอาไปกินเอง เหตุใดต้องแบ่งให้พวกท่านด้วย ข้าจะไม่ให้พวกท่านกัดแม้แต่คำเดียว!”
ยิ่งหลิวต้าหลางพูดมากเท่าใด เขาก็ยิ่งโกรธมากขึ้นเท่านั้น เขาก็เอื้อมมือไปยกหัวหมู แล้วบอกให้หลิวเอ้อร์หลางไปกับเขาด้วย
“เ้าวางมันลงเดี๋ยวนี้นะ” หลี่ซิ่วเจวียนพูดด้วยความโกรธ แล้วเอื้อมมือไปตีมือเขา และคว้าหัวหมูไว้ “ปล่อย ปล่อยนะ นี่คือหัวหมูของครอบครัวข้า”
“ท่านนั่นแหละปล่อยมือซะ” หลิวต้าหลางกอดหัวหมูแน่นด้วยสีหน้าดุร้าย แล้วถีบหลี่ซิ่วเจวียน “นี่ไม่ใช่หัวหมูของเ้า ปล่อยนะ เ้าได้ยินหรือไม่ ไม่เช่นนั้นข้าจะต่อยเ้าจริง ๆ”
“ข้าไม่ปล่อยหรอก เ้าลองต่อยข้าดูสิ!”
หลี่ซิ่วเจวียนกอดหัวหมูแน่น พลางจ้องมองหลิวต้าหลางด้วยความโกรธ “หลิวต้าหลาง เ้ามันเป็หมาป่าตาขาวที่เลี้ยงไม่เชื่อง ข้าบอกเลยว่าวันนี้ข้าจะไม่มีทางปล่อยมือ”
“เ้าต้องวางหัวหมูนี้ไว้ให้ข้า ได้ยินหรือไม่ ไม่เช่นนั้นข้าจะไล่เ้าออกจากบ้านของข้า”
“เ้าฝันไปเถอะ ข้าอาศัยอยู่ที่บ้านของท่านย่า เ้าปล่อยมือเดี๋ยวนี้”
……
เมื่อหลินจิ่วเหนียงมาถึง นางก็เห็นพวกเขากำลังแย่งชิงหัวหมูป่ากันอยู่ นางเลิกคิ้วขึ้น ต่อสู้เพื่อแย่งหัวหมูป่ากันงั้นหรือ?
ฮ่าๆ!
น่าสนุกมาก จะสมกับเป็นางได้อย่างไร หากนางไม่เข้าไปร่วมสนุกด้วย?
หลินจิ่วเหนียงนึกเย้ยหยัน แล้วปรี่เข้าไปใช้มีดฟาดฟันทันที
...............................................................................................................................
สารจากผู้แปล
ตบตีกันนัวเลยทีนี้ คำกล่าวที่ว่าผลประโยชน์เผยธาตุแท้แต่ละคนไม่ใช่เื่เกินจริงเลย
ไหหม่า(海馬)