ตอนเช้า เทียนกับมาคัสเดินทางไปที่ปราสาทของท่านมหาเทพธาริน ออกมาหน้าปราสาทแต่ก็ไม่เห็นรองหัวหน้า และ หัวหน้าองค์รักษ์ แล้ว
“ เห็นทหารยามแจ้งว่า พวกเขาทั้งสองรู้สึกตัวแล้วพยุงกันไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว”มาคัสเล่าให้เทียนฟัง เทียนได้แต่พยักหน้าอย่างเดียว
มาถึงวังของท่านมหาเทพธาริน ได้เข้ามาหาเทียนทันที
“ ท่านหมอเทียน ได้ข่าวว่าเมื่อคืนพวกองครักษ์ไปหาเรื่องท่านถึงที่ปราสาทอย่างงั้นหรือ”
“ แค่เด็กไม่รู้จักโต ข้าสั่งสอนไปแล้ว ไม่ใช่เรื่องใหญ่” เทียนพูดแบบไม่ค่อยใส่ใจแต่ท่านมหาเทพกลับเป็นห่วงเทียนขึ้นมา
“ ท่านหมอเทียน พวกเขามีกำลังกว่า สามพันคน ทั้งยังมีองค์รัชทายาทสนับสนุนท่านต้องระวังตัวด้วย”
“ ท่านไม่ต้องกังวล ข้าเชื่อว่า องค์รัชทายาทควรจะรู้อะไรควร หรืออะไรไม่ควร”เทียนพูดเหมือนไม่ค่อยจะใส่ใจรัชทายาทซักเท่าไหร่
องค์หญิงราเชลเห็นเทียนก็รีบเดินเข้ามาหาเทียนทันที
“ ท่านหมอเทียน ข้าอยากได้ลูกแก้วฝันดี ขอข้าได้ไหม” องค์ราเชล มองมาที่หน้าเทียนเหมือนจะบอกว่าหากนางต้องการนางต้องได้
“ องค์หญิงราเชล ท่านรู้จักลูกแก้วฝันดีแล้วหรือ รู้ไหมว่ามันมีประวัติอย่างไร”เทียนพูดอย่างใจเย็น
“ ท่านปู่ ช่วยพูดให้ข้าหน่อย ข้าไม่เคยขออะไรท่านปู่เลยนะช่วงนี้” องค์หญิงราเชลหันไปอ้อนท่านปู่ของเธอ
“ ราเชล เจ้าลองฟังท่านหมอเทียนเล่าประวัติของลูกแก้วก่อนดีไหม” ท่านมหาเทพธาริน โยนเรื่องมาที่เทียนต่อ องค์หญิงกอดแขนท่านปู่แล้วมองมาที่เทียน
“ ลูกแก้วฝันดี เป็นสิ่งประดิษฐ์โดยเทพเจ้าแห่งความฝันบนดินแดนเทพเจ้า ท่านได้มอบลูกแก้วให้กับเด็กหญิงผู้หนึ่ง ที่อยู่บนโลกมนุษย์ จนกระทั่งวันหนึ่งเกิดเหตุร้ายขึ้น มีฝนตกหนักจนดินโคลนถล่มไปทั่วทั้งเมือง จนเมืองเหล่านั้นกลายเป็นเมืองร้าง ส่วนลูกแก้วฝันดีก็ยังอยู่ในห้องนอนของเด็กคนนั้นและถูกฝังมาพันกว่าปีจนกระทั่งหมอไปพบเข้าแล้วจึงนำมาติดตัวไว้” เทียนเล่าให้ฟังโดยละเอียด
“ ไม่เห็นจะน่ากลัวอะไรเลย แค่เกิดภัยธรรมชาติ ไม่เกี่ยวกับลูกแก้วฝันดีซักหน่อย” องค์หญิงราเชลพูดแบบไม่กลัว
“ ลูกแก้วฝันดีเป็นแค่เพียงอุปกรณ์ช่วยให้ฝันดี ไม่มีจิตวิญญาน แต่ตอนนี้มีวิญญานเด็กที่ตายไปเมื่องพันกว่าปีก่อนได้หลอมรวมเข้ากับลูกแก้วฝันดีไปแล้วทำให้ลูกแก้วฝันดี กลายเป็นลูกแก้วที่มีจิตวิญญาน ถ้าเกิดวิญญานเด็กในลูกแก้ว เกิดทำร้ายผู้คนโดยที่ตั้งใจ หรือ ไม่ได้ตั้งใจ ใครจะช่วยได้” เทียนกล่าวสรุป
“ ปู่ว่าเราเชื่อหมอเทียนเถอะนะ ราเชล” ท่านมหาเทพธารินเอ่ยด้วยความเป็นห่วง
“ ถ้ามีอันตรายแล้วท่านหมอเอามาใช้กับข้าทำไม” องค์หญิงยังไม่ยอม
“ เพราะเวลานั้นข้าอยู่ด้วย แล้วควบคุมอย่างใกล้ชิด จึงไม่เป็นอันตราย”เทียนพูดหน้าตาเฉย แต่เหมือนราเชลไม่เชื่อหมอเทียนเท่าไร
“ เอาละวันนี้ให้หมอเทียนจะตรวจหลานอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่เป็นอะไรแล้ว รบกวนหมอเทียนช่วยตรวจสอบให้ด้วยเถอะ” มหาเทพธารินตัดบทอยากให้หมอเทียนช่วยรักษาอาการของราเชลต่อ
“ เชิญองค์หญิงนอนที่เตียงก่อน “ เทียนให้องค์หญิงราเชลนอนลงหลับตา แล้วหลังจากนั้นเทียนก็ใช้มือสัมผัสไปที่หน้าผาก แล้วปล่อยจิตวิญญานเข้าไปสำรวจจิตขององค์หญิงราเชล เทียนเจอจิตวิญญานใครบางคนซ่อนอยู่ในจิตขององค์หญิงราเชล
“ ท่านเป็นใคร “ เทียนถาม
“ เจ้าพบข้าได้อย่างไร” เสียงสตรีถามเทียนกลับ
“ ข้าเป็นหมอกำลังจะรักษาองค์หญิงราเชล” เทียนพูดอย่างใจเย็นเพราะรู้สึกได้ว่าสตรีผู้นี้ไม่ได้มีจิตคิดร้าย
“ ราเชลแข็งแรงดี ไม่เห็นต้องรักษาอะไรเลย” สตรีคนนี้ยังแย้งอยู่
“ องค์หญิงราเชลตอนนี้อายุเป็นร้อยปีแล้ว แต่ร่างกายและจิตใจ ยังเป็นแค่เด็ก 13 ปี ท่านมหาเทพธารินเป็นห่วง กลัวว่าหากในอนาคตท่านจากไป ท่านเป็นห่วงราเชลจะอยู่อย่างไร จึงให้ข้ามาช่วยรักษา” เทียนยังพูดอย่างใจเย็น เสียงสตรีเงียบไป
“ ท่านคงจะเป็นแม่ขององค์หญิงราเชลใช่หรือไม่” เทียนลองเดา
“ ใช้แล้ว ข้าเป็นแม่ขององค์หญิงราเชล ข้าคิดไม่ถึงสิ่งที่ข้าทำไปกลับกลายเป็นทำร้ายราเชล” แม่ราเชลพูดด้วยความเศร้าใจ
“ ท่านที่แท้ ก็เป็นคนลบความทรงจำของราเชล จึงทำให้ผู้ที่มาตรวจสอบหาคนร้ายจึงไม่สามารถพบได้ แสดงว่าท่านคงกลัวว่าคนผู้นั้นจะมาทำร้ายองค์หญิงใช่ไหม” เทียนคาดเดา
“ ท่านพูดถูก พวกเขาน่ากลัวมาก ข้าไม่อยากให้ลูกสาวเข้ามาเกี่ยวข้องกับคนชั่วพวกนั้น” แม่พูดด้วยความหวาดกลัว
“ พวกนั้นเป็นใคร”
“ ท่านทำอะไรไม่ได้หรอก พวกเขามีอำนาจมาก “ แม่ราเชลยิ่งพูดยิ่งหวาดกลัว
“ ไม่ต้องห่วงข้าเป็นหมอข้าจะเก็บเป็นความลับ ถ้าหากว่าข้าไม่รู้รายละเอียดข้าจะรักษาองค์หญิงราเชลได้อย่างไร “ เทียนใช้ความรักของเธอที่มีต่อองค์หญิงราเชลมาต่อรอง
“ วันนั้นพวกเราสามคนพ่อแม่ลูก หลังกินข้าว ก็กำลังเข้านอน ทันใดนั้นก็มีผู้คนเป็นจำนวนมากแต่งชุดคลุมหน้า ถืออาวุธครบมือ เข้ามาถึงก็เข่นฆ่าคนในปราสาทมีลูกธนูพุ่งเข้ามาใส่ในห้องพักของเราเป็นจำนวนมาก พ่อราเชลกับข้าก็รีบเอาตัวป้องกันธนูไม่ให้ถูกราเชล แต่ธนูเหล่านี้ทำมาเป็นพิเศษพวกเราสองคนถูกยิงจนบาดเจ็บสาหัส ข้าจึงพยายมส่งราเชลเข้าไปในมิติลับที่พวกเรารู้กันแค่ 4 คนเท่านั้น แล้วข้าก็ทิ้งจิตใจไว้ในดวงจิตของราเชล หลังจากนั้นข้าสองคนก็ระเบิดร่างตัวเองพร้อมจิตวิญญาน เพื่อไม่ให้พวกมันสืบได้ถึงตัวราเชล” แม่ราเชลเล่าให้ฟังอย่างขมขื่น
“ ท่านรู้ไหมว่าใครเป็นคนทำ”
“ ข้าไม่รู้ว่าใครเป็นคนสั่งการ แต่ต้องเป็นคนภายในราชวงศ์อย่างแน่นอนเพราะ เคยได้ยินท่านพี่บอกว่ารู้ความลับบางอย่างของราชวงศ์แต่ไม่ยอมบอก นึกไม่ถึงว่าจะต้องฆ่ากัน” แม่ราเชลเล่าอย่างไม่ปิดบัง
“ แสดงว่า ตอนที่ปีศาจแห่งความฝันเข้ามาในจิตใจองค์หญิงท่านก็ล่วงรู้มาตลอดแล้วทำไมท่านถึงไม่ขัดขวาง” เทียนสงสัย
“ มันไม่ได้ทำอะไรราเชล แล้วราเชลยังสนุกกับมัน แต่เสียดายมีเจ้าอ้วนเข้ามาพาราเชลออกจากฝันไปก่อน” แม่ราเชลเอ่ย เทียนยิ้มแห้งๆ
“ องค์หญิงรู้ใช่ไหมว่าท่านแอบอยู่ในจิตของเธอ “
“ ใช่เธอรู้ตั้งแต่แรกแล้ว และข้าเป็นคนบอกกับเธอเรื่องลูกแก้วในฝัน เด็กในลูกแก้วนั่นก็เป็นเด็กดี ท่านเป็นเจ้าของน่าจะให้ราเชลนะ” แม่ราเชลขอเทียนอีก
“ ข้าสัญญา หากข้าขึ้นไปเทพสวรรค์แล้ว ข้าจะนำมาให้ราเชล”
“ ขอบคุณ”
“ ข้ารู้รายละเอียดบ้างแล้ว การรักษาองค์หญิงราเชลต้องใช้เวลาพอสมควร ท่านไม่ต้องห่วงข้ารักษาได้แน่” เทียนให้คำสัญญา แล้วก็ออกมาจากจิตขององค์หญิงราเชลทันที
“ ท่านหมอเทียน เป็นอย่างไรบ้าง” ท่านมหาเทพธารินเอ่ยถามทันที เทียนขอคุยกับท่านมหาเทพธารินเพียงสองคน
“ ท่านรู้ใช่ไหมลูกชายและลูกสะใภ้ของท่านถูกคนของราชวงศ์สังหาร” เทียนถามเสร็จแล้วมองหน้า ท่านมหาเทพธาริน
“ ท่านรู้แล้วหรือ”
“ ความลับของราชวงศ์ ทำให้ท่านเมินเฉยกับการตายแม้กระทั่งของลูกชายตัวเองท่านคิดแต่ดำรงเผ่าพันธ์เทพ แม้แต่ลูก ท่านก็ไม่สนใจ” เทียนเอ่ยออกมาจากความรู้สึกที่ได้รับจริงๆ
“ ท่านหมอเทียน พอเถอะ คนก็ตายไปแล้ว ข้าไม่อยากพูดถึงมันอีก” ท่านมหาเทพธาริน เอ่ยคำพูดนี้ออกมาแสดงว่ารู้เรื่องทุกอย่างหมดแล้ว แต่ไม่ยอมทำอะไร แถมยังเลือกที่จะภักดีต่อราชวงศ์ต่ออีก
“ เรื่องขององค์หญิงราเชล ข้าจะรักษานางให้หาย ท่านอย่าได้กังวล แต่ข้าบอกไว้ก่อน หากท่านไม่เตือนพวกราชวงศ์ ให้เลิกทำชั่วช้า เข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ แม้นข้าจะต้องต่อสู้เพียงคนเดียว ข้าก็จะต้องหยุดพวกเขาให้ได้ วันนี้เท่านี้ก่อนข้าขอตัว “
เทียนหายวับกลับมาปราสาทราชันอุดรทันที ทิ้งให้ท่านมหาเทพธารินยืนนึ่งจมอยู่กับความคิดเพียงคนเดียว
เทียนมาถึงปราสาทก็ติดต่อไปหามาคัสที่ยังอยู่ที่ปราสาทสีขาวให้ไปซื้อแผ่นยันต์แผ่นหยก มาให้มากๆ เขาต้องการสร้างค่ายกลป้องกันปราสาท เทียนรู้สังหรณ์ใจอาจเกิดเรื่องขึ้น เทียนเริ่มวางค่ายกลรอบๆ ปราสาท โดยคราวนี้ใช้ค่ายกล 5 ธาตุซึ่งเขาคิดค้นขึ้นมาเอง โดยใช้พลังของ ดิน น้ำ ลม ไฟ และพลังของต้นหนาม(ได้มาจากการแข่งขันที่ดินแดนสัประยุทธ)
ต่อให้เทพเจ้ามาเองก็ใช่ว่าจะผ่านด่านเหล่านี้มาได้ง่ายๆ และยังสร้างหุ่นยักษ์ที่ทำมาจากหิน อีก 2 ตัวโดยแบ่งจิตเข้าไปข้างในทำให้นอกจากมีพลังขึ้นมหาเทพขึ้นสูงแล้วยังทำให้ฆ่าไม่ตาย อีกด้วย เทียนเรียกมาคัสและทุกคนในปราสาทมาพบทั้งหมด แล้วอธิบายค่ายกล 5 ธาตุให้ทุกคนฟัง
แล้วยังสร้างประตูมิติลับอีกแห่งหนึ่งที่เทียนสร้างไว้หลบภัยโดยเฉพาะ หากว่ามีเหตุเภทภัย ค่ายกลพังเสียหาย ก็ให้พวกเขารีบเข้าไปหลบภัยทันที
“ ท่านราชันอุดร พอจะบอกได้ไหม ศัตรูของพวกเรานั้นคือใคร” มาคัสสงสัย
“ ยังไม่รู้แน่ชัด แต่ว่าต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกราชวงศ์แน่”