“คุณย่าครับ ผมอยากได้ของเล่นที่อยู่ในมืออี้เฉิน” หวังเสี่ยวหลงลูกชายคนเดียวของหวังป๋อพี่ชายคนโตตระกูลหวังร้องเสียงดังอย่างเอาแต่ใจ
“อี้เฉิน แกจะหวงอะไรนักหนากับแค่ของเล่นไม้ไผ่ธรรมดาๆ ของแก แกเอาให้เ้าใหญ่เดี๋ยวนี้เลย” นางกัวหลิวซื่อสั่งหวังอี้เฉินเสียงเข้ม
“คุณย่าครับ นี่คือของเล่นที่แม่ทำให้ผมนะครับ ผมมีแค่อันเดียวเอง” หวังอี้เฉินพูดเสียงเศร้า
“ยังจะมาเถียงอีก รีบเอาให้เ้าใหญ่เดี๋ยวนี้”
“คุณย่า ผมจะเอา ผมอยากได้” หวังเสี่ยวหลงไม่พูดเปล่า เขาเดินเข้าไปผลักหวังอี้เฉินล้มไถลไปกับพื้น
“อี้เฉิน!!!” หลินถิงถิงเดินเข้ามาเห็นภาพนั้นพอดี
“แม่ครับ ดาบไม้ไผ่ที่แม่ทำให้ผม” หวังอี้เฉินหยุดพูดแล้วมองไปทางหวังเสี่ยวหลงที่ยืนทำท่าได้ใจที่แย่งของจากน้องชายไปได้
“ไม่เป็ไรนะอี้เฉิน เดี๋ยวแม่ทำให้ใหม่” หลินถิงถิงปลอบลูกชาย “คุณแม่คะ ของเล่นนั้นฉันไม่คิดจะเอาคืน แต่ที่อี้เฉินได้แผลนี้มา คุณแม่จะให้ฉันทำยังไงคะ”
“จะทำยังไง เธอก็ไปหายาใส่ให้เขาเองสิ เขาล้มลงไปเอง เ้าใหญ่แค่เดินเข้าไปใกล้เขาเท่านั้น” นางกัวหลิวซื่อเถียงอย่างหน้าไม่อาย
“เดินเข้าไปใกล้แล้วลูกฉันจะล้มลงไปได้ยังไงคะ เ้าใหญ่ผลักลูกของฉันล้มลงไป ฉันเห็นกับตา” หลินถิงถิงพูดอย่างไม่ยอม
“เธอเถียงฉันหรือ อกตัญญูเสียจริง เป็แค่ลูกสะใภ้ กล้าขึ้นเสียงกับแม่สามี เธอคิดว่าเธอเป็ใครมาจากไหน คอยดูเถอะฉันจะให้เธออดข้าวเสียให้เข็ด ฉันจะรอดูว่าเธอจะทำอะไรฉันได้” นางกัวหลิวซื่อพูดอย่างโมโห
“คุณแม่จะให้ฉันอดข้าวอีกกี่วันก็ได้ค่ะ แต่คุณแม่จะต้องตอบฉันให้ได้ว่าจะให้ฉันจัดการกับแผลที่ตัวลูกชายของฉันยังไง” หลินถิงถิงพูดอย่างโมโหเช่นกัน
“สะใภ้รอง เธอกล้าขึ้นเสียงกับคุณแม่ได้ยังไง แล้วเมื่อครู่เธอพูดว่ายังไง เธอบอกว่าเป็ลูกชายของฉันที่ทำให้ลูกเธอาเ็อย่างนั้นหรือ ลูกชายฉันไม่มีนิสัยอย่างนั้นหรอก ฉันว่าเป็ลูกชายเธอที่แกล้งทำให้ตัวเองได้แผลแล้วมาใส่ร้ายลูกชายฉันมากกว่า” สะใภ้ใหญ่เข้ามาทันได้ยินการโต้เถียงของแม่สามีและน้องสะใภ้
“พี่สะใภ้ใหญ่ พี่เพิ่งจะเข้าบ้านมา และพี่ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ั้แ่ต้น พี่รู้ได้ยังไงคะว่าลูกชายของฉันแกล้งทำตัวเองาเ็”
“ลูกชายของฉันวันๆ ก็เรียนแต่หนังสือ ได้รับการอบรมสั่งสอนเป็อย่างดี ไม่เหมือนกับลูกชายของเธอ ที่วันๆ ทำงานอยู่แต่ในไร่ เรี่ยวแรงก็มีมหาศาล จะเป็ลูกชายฉันที่ร่างกายบอบบางอย่างนี้ไปทำร้ายเขาได้ยังไง”
“ทำร้ายได้ยังไง ก็เพราะเขาอยากจะแย่งของเล่นของอี้เฉินยังไงล่ะคะ ของเล่นก็ยังอยู่ในมือของลูกชายพี่สะใภ้นั่นยังไง”
“แค่ของเล่นไม้ไร้ประโยชน์อันนี้ เธอถึงกับเสียงดังใส่ฉันอย่างนั้นหรือสะใภ้รอง” สะใภ้ใหญ่โมโหที่ตัวเองถูกน้องสะใภ้ที่ไม่เคยมีปากมีเสียงต่อว่าจึงโมโหจนทนไม่ไหว เดินเข้าไปแย่งดาบไม้ไผ่จากมือลูกชายของตัวเองแล้วฟาดลงไปที่หลังของหลินถิงถิง
หลินถิงถิงไม่ทันระวังตัว จึงโดนไม้ฟาดเข้าไปเต็มๆ เจ็บจนลุกไม่ขึ้น สะใภ้ใหญ่เห็นอย่างนั้นก็ตามไปตีต่ออีกสองครั้งก่อนที่จะถูกใครคนหนึ่งมาแย่งดาบไม้ไผ่หลุดไปจากมือ
“พี่สะใภ้ใหญ่ พี่กำลังทำอะไร มาทำร้ายภรรยาของผมทำไม” หวังอี้ฉือกลับจากไร่มาก็เห็นภรรยาของเขาถูกพี่สะใภ้ใหญ่ใช้ไม้ตี เขาโมโหมาก และรีบวิ่งเข้ามาแย่งไม้จากมือของสะใภ้ใหญ่แล้วโยนทิ้งไป
“เมียเธอมาโทษลูกฉัน หาว่าลูกชายของฉันไปแย่งของจากลูกชายของเธอ และยังะโใส่คุณแม่ ต่อว่าคุณแม่อย่างไม่มีความเกรงใจ ฉันลงโทษเมียเธอแทนคุณแม่แล้วเธอจะทำไม” สะใภ้ใหญ่ยังไม่คลายโทสะ
“เ้ารอง แกไม่ต้องไปคาดคั้นอะไรกับสะใภ้ใหญ่ เมียของแกะโใส่ฉันจริง แถมยังเถียงฉันอย่างไม่เกรงใจ สะใภ้ใหญ่ตีเมียแกแทนฉันแล้วมันจะผิดอะไร” นางกัวหลิวซื่อพูดอย่างให้ท้าย
“แม่ครับ แต่ตีแรงขนาดนี้ แม่คิดบ้างไหมครับว่าถิงถิงจะเจ็บขนาดไหน แล้วถ้าผมไม่เข้ามาห้าม แม่คิดว่าจะให้พี่สะใภ้ใหญ่ตีถิงถิงไปอีกนานเท่าไหร่” หวังอี้ฉือพูดอย่างเสียใจ
“ฉันจะให้ตีหรือให้หยุดเมื่อไหร่แล้วแกมีปัญหาอะไร แกไม่พอใจอย่างนั้นหรือ ฉันเป็แม่ของแก เมียแกมาเสียงดังใส่ฉัน มาะโใส่ฉัน แต่แกไม่สนใจ แกกลับไปสนใจว่าฉันจะลงโทษเมียแกนานเท่าไหร่อย่างนั้นหรือ”
“ฮือ ฮือ ฮือ แม่คะ แม่เจ็บมากไหมคะ” หวังอิงอิงวิ่งเข้าไปกอดหลินถิงถิงแล้วร้องไห้อย่างน่าสงสาร
“แม่ครับ ไม่ใช่ผมไม่ห่วงแม่ แต่ผมเห็นว่าพี่สะใภ้ใหญ่ทำร้ายถิงถิงรุนแรงเกินไปเท่านั้น แม่ดูสิครับ รอยที่อยู่บนแขนยังใหญ่ขนาดนี้ แล้วรอยที่ถูกตีที่หลังจะหนักหนาขนาดไหนครับ” หวังอี้ฉือพยายามอธิบายอย่างใจเย็นหลังจากเห็นลูกสาวร้องไห้
“จะตีก็ต้องตีให้หลาบจำ เจ็บแค่นี้เมียแกคงไม่เป็อะไรมากหรอก” นางกัวหลิวซื่อพูดอย่างไม่เห็นใจ
“ผมจะพาถิงถิงกับอี้เฉินไปหาหมอ”
“แกจะพาไปก็แล้วแต่แก แต่ฉันจะไม่ให้เงินแกหรอกนะ ฉันจะเก็บเงินไว้ให้เป็ค่าเล่าเรียนของเ้าใหญ่”
“แม่ครับ เงินนี้ผมก็มีส่วนหามาเหมือนกันนะครับ” หวังอี้ฉือพูดอย่างเหลืออด
“เ้ารอง แกพูดว่าอะไรนะ!!!”