ภายใต้ความลึกของวิหารันิรันดร์ที่ดูเหมือนจะไร้ก้นบึ้ง หลินเทียนก้าวเดินลงไปตามบันไดศิลาที่สลักจากหินนิลดำสนิท ทุกลูกพรรณที่ฝ่าเท้าััพื้นหินจะเกิดแสงเรืองรองสีฟ้าจางๆ วาบขึ้นมาเป็จังหวะประหนึ่งชีพจรของสิ่งมีชีวิตโบราณ กลิ่นอายของกาลเวลาที่ถูกฝังกลบมานับพันปีโชยเข้าสู่โสตประสาท มันเป็กลิ่นของกระดาษเก่า หยกโบราณ และพลังปราณบริสุทธิ์ที่เข้มข้นจนทำให้บรรยากาศรอบกายดูหนืดราวกับเดินอยู่ใต้น้ำ หลินเทียนในขอบเขตก่อตั้งรากฐานขั้นต้นรู้สึกได้ถึงพละกำลังมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในทุกอณูของร่างกาย เกล็ดัสีครามจางๆ ที่เคยปรากฏขึ้นระหว่างการต่อสู้บัดนี้ได้ซึมลึกเข้าสู่ิัของเขา ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายแห่งอำนาจที่สงบนิ่งและลึกล้ำ
เมื่อสิ้นสุดขั้นบันไดสุดท้าย เบื้องหน้าของหลินเทียนคือห้องโถงทรงกลมขนาดมหึมาที่ผนังทุกด้านเต็มไปด้วยชั้นวางหยกสีขาวนวล บนชั้นเ่าั้ไม่ได้บรรจุตำรากระดาษธรรมดา แต่กลับเต็มไปด้วย 'คัมภีร์หยก' (Jade Slips) นับหมื่นชิ้นที่ลอยอยู่อย่างเป็ระเบียบ ท่ามกลางห้องโถงมีรูปปั้นัครามขนาดมหึมาที่ขดตัวโอบล้อมแท่นศิลาตรงกลางไว้อย่างหวงแหน ดวงตาของัแกะสลักจากพลอยไพศาลสีน้ำเงินเข้มที่ดูเหมือนจะสบตากับเขาตลอดเวลา ไม่ว่าเขาจะก้าวเดินไปทิศทางใดก็ตาม
หลินเทียนก้าวเข้าไปหาแท่นศิลาใจกลางโถงด้วยความรู้สึกที่ตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก บนแท่นนั้นมีคัมภีร์หยกขนาดใหญ่ที่สุดวางอยู่เพียงชิ้นเดียว มันเป็หยกสีน้ำเงินเข้มที่แผ่ไอเย็นและกลิ่นอายที่เขาคุ้นเคย... กลิ่นอายเดียวกับหัวใจัครามที่สถิตอยู่ในจุดตันเถียนของเขา เด็กหนุ่มยื่นมือที่สั่นเทาออกไปแตะลงบนคัมภีร์หยกนั้นเบื้องต้น ทันทีที่ปลายนิ้วัั ความเย็นเยียบก็พุ่งเข้าสู่จิติญญา พร้อมกับภาพเหตุการณ์มหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามาดุจน้ำป่าไหลหลาก
เขามองเห็นภาพความยิ่งใหญ่ของ 'ตระกูลัคราม' ในอดีตกาล พวกเขาไม่ใช่เพียงผู้ฝึกตนธรรมดา แต่เป็ผู้พิทักษ์ความสมดุลระหว่างภพมนุษย์และภพเซียน ตระกูลัคราม 'วิชากระบี่นิรนาม' และ 'กระบี่พลิกฟ้า' ที่ใช้ในการสยบมารร้ายทั่วหล้า ทว่าความรุ่งโรจน์ย่อมมาพร้อมกับความริษยา ภาพต่อมาคือความทรยศหักหลังอันน่าอดสู กลุ่มขุมกำลังลึกลับที่เรียกตนเองว่า 'หุบเขาไร้เนตร' ได้ร่วมมือกับสำนักฝ่ายอธรรมแอบวางยาพิษสลายปราณัในแหล่งน้ำของตระกูล ก่อนจะเปิดฉากเข่นฆ่าล้างตระกูลในคืนที่พระจันทร์ดับแสง
หลินเทียนเห็นภาพชายหญิงคู่หนึ่งที่ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความรักและความเศร้าหมอง ชายหนุ่มสวมชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ดูสง่างามดั่งเทพบุตร ส่วนหญิงสาวงดงามล่มเมืองมีดวงตาสีน้ำเงินนวลเหมือนดั่งเขา ทั้งคู่กำลังโอบกอดทารกน้อยคนหนึ่งไว้ในอ้อมแขนขณะที่เปลวไฟกำลังลุกลามท่วมตำหนักั
"หลินเทียน... ลูกรักของข้า..." เสียงของหญิงสาวแ่เบาและสั่นเครือ "เ้าต้องมีชีวิตอยู่... จงแบกรับปณิธานแห่งัครามและพลิกฟ้ายุทธภพนี้ให้กลับมาเที่ยงธรรมอีกครั้ง"
ชายชุดขาวส่งทารกน้อยให้แก่ชายชราผู้หนึ่งที่ดูคุ้นตา... ผู้เฒ่ากู่ในวัยหนุ่มนั่นเอง! "กู่เฉิน สหายข้า... ฝากลมหายใจสุดท้ายของตระกูลัไว้กับเ้าด้วย จงพาเขาไปให้ไกลที่สุด ซ่อนเขาไว้ในความว่างเปล่าจนกว่าวันที่โชคชะตาจะเรียกร้อง"
ภาพนิมิตสลายไปทิ้งไว้เพียงคราบน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของหลินเทียน บัดนี้เขาทราบความจริงทั้งหมดแล้ว เขาไม่ใช่เด็กกำพร้าที่ไร้หัวนอนปลายเท้า แต่เขาคือ 'หลินเทียน แห่งตระกูลัคราม' ผู้สืบทอดสายเืที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและความแค้นที่ฝังลึกที่สุด ความโศกเศร้าในใจถูกแปรเปลี่ยนเป็เปลวไฟแห่งปณิธานที่แน่วแน่ เขาไม่ได้เพียงแค่ต้องล้างแค้นให้ชาวหมู่บ้านหมอกคราม แต่เขาต้องทวงคืนความยุติธรรมให้แก่บรรพบุรุษนับหมื่นชีวิตที่ถูกสังหารอย่างอยุติธรรม
ทันใดนั้น รูปปั้นัครามที่อยู่เบื้องหน้าพลันสั่นะเื แสงสีน้ำเงินจากดวงตาทั้งสองข้างพุ่งมารวมกันที่กึ่งกลางโถง ก่อตัวเป็เงาร่างโปร่งแสงของชายชุดขาวที่เขาเห็นในนิมิต ร่างนั้นไม่ได้พูดสิ่งใด เพียงแค่ยิ้มอย่างอ่อนโยนและยกมือขึ้นชี้ไปที่หว่างคิ้วของหลินเทียน
พลังความรู้ชุดใหม่ถูกประทับลงในจิตใจของเขา มันคือ 'วิชากระบี่ไร้ลักษณ์ ขั้นที่หก: จิตันิรันดร์' และข้อมูลที่สำคัญที่สุด... ตำแหน่งของชิ้นส่วนกระบี่พลิกฟ้าที่เหลืออีกสองชิ้นที่ถูกผนึกไว้ในสถานที่ที่อันตรายที่สุดในยุทธภพ นอกจากนี้ เขายังได้รับรู้ถึงแผนการอันชั่วร้ายของหุบเขาไร้เนตรที่กำลังจะใช้โลหิตัในตัวเขาในการเปิดประตูสู่ 'ภพมาร' เพื่อนำกองทัพอสูรเข้ามายึดครองโลกมนุษย์
"ข้าขอรับรับปณิธานนี้ด้วยชีวิต" หลินเทียนกล่าวด้วยเสียงที่กึกก้องไปทั่วโถงใต้ดิน เขาก้มลงกราบร่างโปร่งแสงของบรรพบุรุษด้วยความเคารพอย่างสูงสุด
เมื่อร่างโปร่งแสงจางหายไป หลินเทียนรู้สึกถึงพลังปราณในร่างที่มั่นคงขึ้นอย่างน่าทึ่ง หัวใจัครามในจุดตันเถียนบัดนี้ได้หลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับเขาอย่างสมบูรณ์ รัศมีรอบกายของเขาในยามนี้ไม่ได้ดูแหลมคมจนบาดตาเหมือนก่อน แต่กลับดูสงบนิ่งและลึกล้ำประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ทว่าภายใต้ความสงบนั้น กลับแฝงไปด้วยอำนาจทำลายล้างที่สามารถพลิกฟ้าคว่ำดินได้ในพริบตา
เขาลุกขึ้นยืน กระชับกระบี่ัพลิกฟ้าในมือ ใบดาบสีดำขลับประดับลวดลายับัดนี้ส่งเสียงครางแ่เบาราวกับกำลังตอบรับคำสาบานของเขา หลินเทียนกวาดสายตามองไปรอบห้องโถงบันทึกเป็ครั้งสุดท้าย เขารู้ดีว่าก้าวต่อไปของเขาจะไม่ใช่การหลบหนีอีกต่อไป แต่เป็การ 'พิพากษา' ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับโศกนาฏกรรมของตระกูลเขา
เด็กหนุ่มทะยานร่างกลับขึ้นสู่เบื้องบนด้วยวิชาตัวเบาที่เหนือชั้นกว่าเดิมหลายเท่า เมื่อเขาพ้นออกมาจากวิหารันิรันดร์ แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องลงมากระทบชุดหนังสัตว์ที่บัดนี้ดูทรงพลังประหนึ่งเกราะเทพา หลินเทียนมองไปยังทิศทางของเมืองชิงเฟิงที่อยู่ไกลออกไป เมืองที่เขาเคยเป็เพียงนายพรานต้อยต่ำ บัดนี้เขากลับไปในฐานะ 'ผู้พลิกชะตาฟ้าดิน'
"หุบเขาไร้เนตร... าที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น"
หลินเทียนก้าวเดินออกจากป่าาอย่างมั่นคง ทิ้งร่องรอยของความยิ่งใหญ่ไว้เื้ั ลมูเาพัดผ่านร่างของเขาไปพาเอาความเงียบสงบกลับคืนสู่ป่า ทว่ายุทธภพเบื้องหน้ากำลังจะสั่นะเืด้วยชื่อของเขา และคมกระบี่ที่ไร้นามเล่มนี้จะกลายเป็ตำนานที่ถูกกล่าวขวัญไปอีกหมื่นปี!