หลินชาน พาตัวพี่เลี้ยงกลับประเทศไทยด้วย ในตอนแรกปิ่นเพชรจะนั่งเครื่องบินข้างลูกชาย แต่หลินชานไม่ยอมเพราะกลัวว่าปิ่นเพชรจะได้อ่านหนังสือพิมพ์ และเกิดความแตกขึ้นมา ดังนั้นเขาจึงสั่งให้พี่เลี้ยงนั่งข้างๆ และดูแลพันชงเป็นอย่างดี ส่วนตัวเขาจะนั่งข้างภรรยาเอง
ปิ่นเพชรเริ่มรู้สึกแปลกๆ ตั้งแต่ครั้งที่หลินชานไม่ให้เธอช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่ท่าเรือนั่นแล้ว แถมต้องรีบเก็บข้าวของกลับประเทศไทยโดยด่วน และครั้งนี้ก็เช่นกัน เธอเห็นหลินชานพยายามแย่งหนังสือพิมพ์ไปจากมือของเธอ
ปิ่นเพชรมองออกว่าสามีของเธอมีพิรุธอย่างเห็นๆ และแอบเห็นสามีเก็บหนังสือพิมพ์ไว้กับตัวแล้วแกล้งนอนหลับ
ยังดีที่ปิ่นเพชรได้เรียนวิชาขโมยปืนกับอาจารย์อาพร้อมกับปิ่นพลอย ดังนั้นปิ่นเพชรจึงใช้วิชานี้ให้เกิดประโยชน์ เธอสามารถขโมยหนังสือพิมพ์ได้สำเร็จ เธอแอบเก็บหนังสือพิมพ์ไว้ในเสื้อโค้ท แล้วแกล้งขอตัวไปเข้าห้องน้ำ
ปิ่นเพชรเดินไปเข้าห้องน้ำ พร้อมกับหยิบหนังสือพิมพ์มาอ่าน เธอได้เห็นจะจะแล้วว่า ข่าวพาดหัวใหญ่ “
เจ้าพ่อหลินชานจัดฉากต่อสู้กันที่ท่าเรือ ผู้กำกับหลงเชื่อยกทีมไปช่วยเหลือเก้อ
”
ปิ่นเพชรกำหมัดแน่นที่เธอถูกสามีและฟานจิ้งรวมหัวกันหลอกเธอ ปิ่นเพชรออกมาจากห้องน้ำ เธอยกหนังสือพิมพ์ให้สามีดู หลินชานถึงกับอึ้ง เขาไม่สามารถแก้ตัวอะไรได้อีก ปิ่นเพชรต่อยตาสามีจนเขาตาเขียวปั๊ด ปิ่นเพชรหันหน้าไปทางริมหน้าต่าง เธอไม่หันไปคุยกับสามีอีกเลย ด้วยความโมโหที่ถูกหลอก
ส่วนสามีของเธอได้แต่นำแว่นกันแดดมาสวมเพื่อปกปิดตาของเขาที่มีรอยฟกช้ำจากการถูกต่อยอย่างแรง
“ผมขอโทษปิ่นเพชร ผมไม่รู้จริงๆ ว่าต้องทำยังไงคุณถึงจะยอมคืนดีกับผม ผมเลยต้องทำวิธีนี้ ให้อภัยผมนะครับ” หลินชานกล่าว
“ฉันให้อภัยคุณก็ได้ค่ะ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ และคุณเลิกคุยกับฉันก่อนนะคะ เพราะตอนนี้ฉันยังคุมอารมณ์ไม่ได้ ถึงไทยแล้วค่อยคุยกันใหม่ค่ะ” ปิ่นเพชรพยายามพูดกับหลินชานดีๆ
**********************************************************
หลินชานพาลูก ภรรยาและพี่เลี้ยง ลงจากเครื่อง แล้วรีบไปรับกระเป๋าคืน จากนั้นก็ไปพบฟานจิ้งและปิ่นพลอย ซึ่งพวกเขามารอรับอยู่แล้ว
ปิ่นเพชรฝากลูกชายไว้กับพี่เลี้ยง แล้วตัวเองก็เข้าไปกอดกับน้องสาวด้วยความคิดถึง
“คิดถึงพี่จังเลยค่ะ ไม่เจอกันนานเป็นเวลาห้าปีแล้วนะคะ” ปิ่นพลอยกล่าว
“เป็นไงบ้างน้องพี่ ได้ข่าวว่าตั้งครรภ์ลูกคนที่สองแล้วหรือนี่ พี่ยินดีด้วยนะ” ปิ่นเพชรกล่าว
“แหมข่าวไวจริงๆ เลยนะคะพี่” ปิ่นพลอยเขิน
“ก็ฟานจิ้งน่ะสิ พูดอวดลูกคนที่สองไม่เลิกซะที” ปิ่นเพชรบ่น
ผู้หญิงทั้งคู่พาพันชงเดินไปที่รถ ปล่อยให้พวกผู้ชายช่วยกันลากกระเป๋าเดินทางกันเอง
“เฮ้ย ใส่แว่นทำไม มีภรรยาอยู่แล้วยังทำตัวเท่ห์อีกนะ หลินชาน” ฟานจิ้งทัก
หลินชานเลยถอดแว่นให้ฟานจิ้งดู ทำให้เขาเห็นรอยฟกช้ำที่ตา
“555 ฝีมือปิ่นเพชรล่ะสิท่า ความแตกแล้วล่ะสิ” ฟานจิ้งหัวเราะเพื่อน
“นายนี่ก็ไม่เปลี่ยนเลยนะ ชอบเยาะเย้ยฉันอยู่เรื่อย นายอย่าลืมว่าฉันเป็นถึงเจ้าพ่อนะจะบอกให้” หลินชานกล่าว
“555 มันอดขำไม่จริงๆ อะ อะ ฉันขอโทษก็แล้วกันนะเจ้าพ่อ” ฟานจิ้งกล่าว
หลินชานพาปิ่นเพชรและพันชงกลับบ้านของเขา
ปิ่นเพชรให้พี่เลี้ยงพาพันชงไปนอนพักก่อน ส่วนเธอเห็นสามีนั่งหน้าเศร้าอยู่ที่โซฟา เลยยอมใจอ่อน ไปนั่งข้างๆ สามี
“ฉันเลิกโกรธคุณก็ได้ค่ะ แต่คุณห้ามนำความรู้สึกของคนมาล้อเล่นแบบนี้อีกนะคะ หากครั้งหน้าเหตุการณ์มันเกิดขึ้นจริง แล้วฉันไม่เชื่อคุณ มันจะเกิดอะไรขึ้น ฉันและลูกอาจจะต้องสูญเสียคุณไปจริงๆ” ปิ่นเพชรกล่าว
หลินชานกอดภรรยาอย่างรักใคร่ “ผมขอโทษครับ ต่อไปผมจะไม่หลอกคุณอีก ผมสัญญา”
“ค่ะค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว แต่ตอนนี้คุณปล่อยฉันก่อนนะคะ คุณกอดฉันแน่นเกินไปแล้ว” ปิ่นเพชรกล่าว
“วันพรุ่งนี้ผมจะไปสู่ขอคุณกับพ่อ แล้วพวกเรารีบแต่งงานกันนะครับ” หลินชานกล่าว
ปิ่นเพชรยิ้มแล้วพยักหน้าอย่างเขินๆ ทำให้หลินชานหมั่นเขี้ยวต้องดึงเธอเข้ามากอดและจูบหน้าผาก
หลินชานพาพันชงมานอนตรงกลางระหว่างเขากับปิ่นเพชร ในเวลานี้พวกเขากลายเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบเสียที พันชงรู้สึกอบอุ่นที่เห็นทั้งพ่อและแม่นอนกอดเขาอย่างรักใคร่
วันถัดมา หลินชานพาครอบครัวไปหาท่านซานกุ้ย เพื่อไปขอขมาและสู่ขอปิ่นเพชรอย่างเป็นทางการ แต่ครั้งนี้เขาจำเป็นต้องจัดพิธีแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ เหตุเพราะเขาเป็นถึงเจ้าพ่อ ต้องให้ลูกน้องทั้งหมดของเขารับรู้และเป็นพยานด้วย อีกทั้งปิ่นเพชรจะต้องเปิดตัวว่าเป็นลูกสาวของอดีตเจ้าพ่อซานกุ้ย เพื่อที่จะได้ทำตามกฎของพรรค คือเจ้าพ่อจะต้องแต่งงานกับลูกสาวของอดีตเจ้าพ่อคนก่อน
แต่การแต่งงานของหลินชานกับปิ่นเพชรมันเกิดจากความรักจริงๆ และเขาก็มีพยานรักแล้วด้วย นั่นก็คือเด็กชายพันชง หลินชานไม่เคยคิดครอบครองปิ่นเพชรเพื่อหวังตำแหน่งเจ้าพ่อเลย เพราะเขาได้เป็นเจ้าพ่ออยู่แล้ว และแม้จะผ่านไปนานแค่ไหนเขาก็ยังตามหาภรรยาสุดที่รักของเขาไม่เลิก และไม่คิดจะหาใครมาแทนที่เธอด้วย
หลินชานกับปิ่นเพชรแต่งงานกันที่โบสถ์คริสต์
อดีตเจ้าพ่อซานกุ้ยเดินควงแขนปิ่นเพชรเดินเข้ามาในโบสถ์อย่างสง่างาม เธอสวยมากยิ่งกว่าเจ้าหญิงเสียอีก หลินชานถึงกับอึ้งในความงามของปิ่นเพชร เธอสวยสง่าสมกับชื่อของเธอ (ปิ่นเพชร สวยงามและแข็งแกร่ง)
หลังจากนั้น คู่เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็กล่าวปฏิญาณรักต่อหน้าบาทหลวงและแขกผู้มีเกียรติ
“ผม นายหลินชาน ขอรับ นางสาวปิ่นเพชรเป็นภรรยา ผมขอสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อภรรยาทั้งในยามสุขและยามยาก ในยามเจ็บป่วยและสบายดี ผมจะรักและให้เกียรติภรรยาตลอดชั่วชีวิตของผม"
“ฉัน นางสาวปิ่นเพชร ขอรับ นายหลินชานเป็นสามี ฉันขอสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อสามีทั้งในยามสุขและยามยาก ในยามเจ็บป่วยและสบายดี ฉันจะรักและให้เกียรติสามีตลอดชั่วชีวิตของฉัน"
จากนั้นเจ้าสาวก็ยื่นมือซ้ายเพื่อให้เจ้าบ่าวสวมแหวนที่นิ้วนาง และเช่นเดียวกันเธอก็สวมแหวนแต่งงานให้กับเจ้าบ่าว แล้วทั้งคู่ก็จูบสาบานต่อหน้าพระเจ้า
ทั้งหลินชานและปิ่นเพชรต่างผ่านเรื่องราวมามากมาย ทั้งเกลียดชังและรักใคร่ และตอนนี้ทั้งคู่ได้รู้หัวใจตัวเองดีแล้ว ความรักที่มีให้กันนั้นถึงขั้นตายแทนกันได้ ต่อให้ไม่มีคำปฏิญาณอันศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาก็จะรักและดูแลซึ่งกันและกันตลอดไป
ปิ่นเพชรหันหลังโยนช่อดอกไม้ ก็พบบรรดาสาวๆ ที่ทำงานที่บริษัทพากันแย่ง และแล้วสาวน้อยคนหนึ่งก็แย่งมาได้สำเร็จ
หลินชานพาเจ้าสาวของเขาขึ้นรถ ขับไปที่เรือนหอของพวกเขา
“แล้วคุณจะไปรับพันชงกลับบ้านเมื่อไหร่คะ” ปิ่นเพชรถาม
“โถ่ ปิ่นเพชร คืนนี้เป็นคืนเข้าหอของพวกเรานะครับ เดี๋ยววันพรุ่งนี้ผมไปรับลูกอย่างแน่นอนไม่ต้องห่วงนะครับ ปล่อยให้หลานอยู่กับตาของเขาบ้างนะ” หลินชานกล่าว
ปิ่นเพชรยิ้มให้กับสามี เธอรีบลุกไปอาบน้ำ แล้วมานอนอย่างหน้าตาเฉย
ส่วนหลินชานน่ะหรือ ก็รีบอาบน้ำ เขารู้ว่าภรรยาของเขาแกล้งหลับ มีหรือเขาจะยอมปล่อยคืนนี้ผ่านไป ไม่มีทาง และแล้วปิ่นเพชรก็ไม่รอด หลินชานก็ยังคงมีมาตรฐานเช่นเดิม เขาเข้าหอกับเธอจนถึงเช้า ทั้งคู่เพลียนอนหลับไปด้วยกันจนถึงเที่ยง
ปิ่นเพชรตื่นก่อนสามี เธอรีบอาบน้ำแต่งตัว และทิ้งจดหมายให้สามี เพราะเธอนัดแนะกับน้องสาวว่าจะหนีสามีไปเที่ยวทะเลด้วยกัน
ทั้งปิ่นเพชรกับปิ่นพลอยต่างทิ้งจดหมายให้สามีดูแลลูกชายเป็นเวลาเจ็ดวัน เพราะพวกเธอทั้งคู่ต้องการพักผ่อนเป็นการส่วนตัว
สองพี่น้องไปไหว้อดีตเจ้าพ่อซานกุ้ย
“จะดีหรอลูก ที่พากันหนีสามีไปเที่ยวกันแบบนี้” ซานกุ้ยกล่าว
“อยากดัดนิสัยสามีบ้างค่ะ พวกเขาชอบใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกพวกเรา จึงต้องปล่อยให้เขาดูแลลูกคนเดียวเสียให้เข็ด” ปิ่นเพชรกล่าว
“ระวังนะ พวกเขาไม่ง้อแล้วไปมีภรรยาใหม่ขึ้นมา เรื่องมันจะแย่นะลูก” ซานกุ้ยขู่
“ก็ลองดูสิคะ ถ้าแอบมีใหม่ พวกเขาตายแน่” ปิ่นพลอยกล่าว
พ่อไม่สามารถห้ามลูกสาวทั้งสองได้ ได้แต่ปล่อยให้ทั้งคู่หนีไปเที่ยวกันสองคน
ฟานจิ้งกับหลินชานได้อ่านจดหมายถึงกับช็อค เพราะพวกเขาไม่ได้นอนกอดภรรยาเป็นเวลาเจ็ดวันเต็มๆ ดังนั้นในช่วงดังกล่าวพวกเขาจึงขยันทำงานเป็นพิเศษ และดูแลลูกชายเป็นอย่างดี นอกจากนี้พวกเขายังส่งบอดี้การ์ดไปคุ้มครองภรรยาอย่างลับๆ คอยรายงานอย่างไม่ให้คลาดสายตา อีกทั้งยังจ้างพวกเขาให้ช่วย กัน ผู้ชายขี้หลีที่มายุ่งและเกาะแกะภรรยาพวกเขาให้ออกไปด้วย
**********************************************************
ปิ่นเพชรพาน้องสาวไปเดินชายหาด แต่ทั้งคู่แต่งกายมิดชิด แทนที่จะสวมชุดว่ายน้ำเหมือนคนอื่นเขา
“ทำไมพี่ไม่สวมชุดว่ายน้ำล่ะคะ” ปิ่นพลอยสงสัย
“เอ่อ พี่มีรอยจ้ำแดงๆ ตามตัวเต็มไปหมดเลยน่ะ พี่อายเขา แล้วพลอยล่ะ เห็นว่าช่วงนี้ตั้งครรภ์ ฟานจิ้งก็ยังมีความสัมพันธ์กับพลอยอยู่อีกหรอ” ปิ่นเพชรกระซิบบอก
“เปล่าค่ะ พลอยอายรอยสักน่ะค่ะ ก็เล่นสักคำว่า
ปิ่นพลอยเป็นของฟานจิ้งคนเดียว
ใครจะไม่อายล่ะคะ” ปิ่นพลอยกล่าว
“555 ที่แท้พี่ก็เตือนไม่ทันล่ะสินะ ครั้งที่พี่เล่าเรื่องหงลี่ให้ฟัง ฟานจิ้งก็บังคับให้น้องสักเรียบร้อยแล้วล่ะสิ” ปิ่นเพชรขำน้องสาว
“อย่าเยาะเย้ยพลอยสิคะ แค่นี้ก็อายจะแย่อยู่แล้ว” ปิ่นพลอยกล่าว
สองพี่น้องจึงพากันเดินตามชายฝั่ง เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ แต่ทั้งคู่ไม่อยากลงไปเล่นน้ำ อาจเป็นเพราะทั้งคู่ต่างเคยประสบภัยทางน้ำกันทั้งสิ้น
แม้ทั้งสองจะหนีเที่ยวแค่ไหน แต่ก็ยังติดต่อสามีเพื่อขอคุยกับลูกชาย ทางด้านสามีก็พากันเป็นพ่อบ้านที่ดี แต่ก็ต่างพากันนับวันรอคอยภรรยากลับมาบ้าน
**********************************************************
จนกระทั่งถึงวันเที่ยววันสุดท้าย
สองพี่น้องพากันไปเที่ยวงานวัดที่จัดใกล้ที่พัก สองสาวที่เคยเป็นลูกสาวเจ้าพ่อตระกูลซ้งพากันไปเล่นยิงปืนเพื่อชิงตุ๊กตาบ้าง ซื้อสายไหมมากินบ้าง นั่งชิงช้าสวรรค์บ้าง เพราะหลังจากวันนี้ไปหญิงสาวทั้งคู่ นอกจากจะมีบทบาทเป็นลูกสาวที่ดีของซานกุ้ยแล้ว พวกเธอยังต้องเป็นทั้งภรรยาและเป็นแม่คนอีกด้วย
ก่อนทั้งคู่จะกลับบ้าน พวกเธอได้ไปวัดที่เก็บกระดูกแม่ของพวกเธอ
“แม่คะ หนูจะต้องมีบทบาทเป็นภรรยาเจ้าพ่อเหมือนกับแม่แล้วนะคะ เป็นกำลังใจให้ลูกด้วยนะคะแม่” ปิ่นเพชรกล่าว
“แม่คะ หนูก็เช่นเดียวกันค่ะ หนูได้เป็นแม่คนแล้ว ตอนนี้ก็มีลูกคนที่สองแล้วด้วย ยังไงหนูก็จะเป็นแม่ที่ดีอย่างแม่ให้ได้ค่ะ” ปิ่นพลอยกล่าว
สองพี่น้องน้ำตาไหลพราก แม้ว่าแม่ของพวกเธอจะจากไปนานแล้ว แต่ความทรงจำของแม่ก็ยังคงอยู่ในใจของพวกเธอทั้งคู่