บทที่ 22 ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่ตอบโต้อะไรออกมา ทำให้รอยยิ้มที่มุมปากของเซี่ยงว่านก็ยิ่งชัดเจนขึ้นมากกว่าเดิม
“แต่ยังไงฉันก็ต้องขอบคุณมากนะคะ สำหรับการดูแลฉีส่าวฉิงให้ใน่สามปีที่ผ่านมา แต่ตอนนี้ฉันกลับมาแล้วค่ะ ถ้าหากมีบางสิ่งที่ผิดพลาดไป ฉันก็หวังว่าจะสามารถแก้ไขความผิดพลาดเ่าั้ได้อย่างทันท่วงที”
“แล้วไงล่ะ?”
ลู่จั่นเหยียนขัดจังหวะขึ้นมาทันทีก่อนที่เธอจะพูดจบ จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนตรงด้วยความตึงเครียดและเอ่ยขึ้นมาทันที
“คุณเซี่ยงเรียกฉันว่าคุณลู่ทุกครั้งจนดูเหมือนว่าคุณจะลืมอะไรบางอย่างไปนะคะ”
“คุณกำลังลืมว่าตอนนี้ฉันยังเป็ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉีส่าวฉิงอยู่ ดังนั้นคุณควรเรียกฉันว่าคุณนายฉีค่ะ”
“อ้อ..แล้วก็อาจจะมีอีกเื่หนึ่งที่คุณไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่ แต่ั้แ่ตอนนี้เป็ต้นไปคุณถูกไล่ออกแล้ว”
เธอก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวและใช้นิ้วมือเรียวงามดึงป้ายชื่อที่หน้าอกของเซี่ยงว่านเบา ๆ จนทำให้ป้ายชื่อที่เคยเรียบร้อยกลับเอียงและบิดเบี้ยวจนเซี่ยงว่านต้องขมวดคิ้วตาม
“หมายความว่ายังไง?”
ลู่จั่นเหยียนยกยิ้มที่มุมปากอย่างเ็า
“เพราะฉันเป็ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของบริษัทฉี มีสิทธิ์ตัดสินใจเื่การอยู่หรือไปของคุณมากกว่าผู้ชายที่คุณ้าเข้ามาแย่งไป ต้องขอโทษด้วยนะคะ แต่ฉันไม่ค่อยยินดีต้อนรับคุณเซี่ยงสักเท่าไหร่”
เซี่ยงว่านก็ไม่คาดคิดว่าหญิงสาวตรงหน้าที่ดูอ่อนแอและไม่อดทนจะมีด้านที่เข้มแข็งเช่นนี้ ทำให้สีหน้าของเซี่ยงว่านเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่เธอก็สามารถกลับมาเป็ปกติได้อย่างรวดเร็ว
“ฉันเข้าใจแล้ว แต่ไม่เป็ไรหรอก เพราะฉันเชื่อว่าฉีส่าวฉิงจะจัดตำแหน่งที่เหมาะสมกว่านี้ให้ฉัน เช่น…”
เธอจงใจลากเสียงท้ายประโยคให้ยาวขึ้น แต่กลับค้างคาเอาไว้และไม่พูดออกมาให้จบ จนเหมือนว่าเป็พลังทำลายล้างจิตใจที่เพิ่มขึ้นสูงเล็กน้อย
ลู่จั่นเหยียนจ้องมองเงาหลังของหญิงสาวแสนหวานที่ยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินจากไป หลังจากนั้นความโกรธในดวงตาของเธอก็พลุ่งพล่านอย่างไม่สามารถควบคุมได้
ทว่าไม่นานนักกลับได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของน้ำหอมโชยมาแตะจมูก จนความรู้สึกปวดปัสสาวะก่อนหน้านี้หายไปในทันที
เมื่อเทียบกับไป๋หย่าและผู้หญิงคนอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ เซี่ยงว่านถือว่าเป็คนที่เก่งและฉลาดราวกับผ่านประสบการณ์มานานหลายปี
เมื่อลู่จั่นเหยียนก้าวเท้าออกมาจากตึกบริษัทฉี เลขาของเธอได้จอดรถรอรับอยู่หน้าประตูเรียบร้อยแล้ว แต่ทันทีที่เห็นสีหน้าซีดเผือดของเ้านาย เลขาจึงเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความกังวล
“คุณหนูลู่…รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าคะ?”
ในเมื่อวิกฤตของบริษัทลู่ได้รับการแก้ไขโดยไม่ต้องกังวลอีก…แล้วทำไมเ้านายของเธอยังมีสีหน้ากังวลอยู่อีกล่ะ?
“ฉันไม่เป็ไร ขับรถไปเถอะ”
“ค่ะ”
ขณะที่รถของลู่จั่นเหยียนกำลังจะขับออกไป แต่จู่ ๆ ก็มีรถโรลส์รอยซ์ของฉีส่าวฉิงพุ่งมาจากอีกฝั่งอย่างรวดเร็วจนเกือบจะชนกันอย่างเต็มแรง
ลู่จั่นเหยียนใกลัวจนเผลอจับที่เกาะเหนือประตูรถเอาไว้แน่นอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะมองผ่านกระจกหน้ารถไปจนได้เห็นฉีส่าวฉิงที่กำลังยิ้มให้เธออย่างไม่แยแส อีกทั้งบนเบาะข้างคนขับก็ยังมีหญิงสาวที่บอกว่าจะอยู่เคียงข้างเขาไปตลอดชีวิตด้วย
“คะ..คุณหนูลู่คะ...นี่มัน”
เลขาก็ไม่คาดคิดเช่นกันว่าอีกฝั่งจะทำตัวหยิ่งผยองเช่นนี้ เธอจึงตัดสินใจที่จะขับรถออกไปก่อน แต่กลับมีเสียงของลู่จั่นเหยียนเอ่ยห้ามเอาไว้
“ปล่อยให้พวกเขาไปก่อนเถอะ”
ลู่จั่นเหยียนมองคนในรถฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาเ็า เพราะตอนนี้เธอไม่มีเวลาว่างมาทะเลาะกันเื่เล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้อีกแล้ว
…
“ส่าวฉิง ขอบคุณนะคะที่คุณไม่ลืมฉันเลยตลอดสามปีที่ผ่านมา ทั้งยังยอมให้ฉันได้ไปทำงานที่บริษัทฉีอีกด้วย…แต่ดูเหมือนภรรยาของคุณจะไม่ค่อยยินดีที่ฉันจะไปทำงานที่นั่นเท่าไหร่นะ”
จู่ ๆ เซี่ยงว่านก็เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนออกมาขณะที่รถโรลส์รอยซ์กำลังวิ่งแล่นไปบนท้องถนนที่กว้างใหญ่
“ฉันคิดว่า…ฉันคงต้องหางานใหม่ดีกว่า”
“ได้สิ ถ้าคุณอยากไปบริษัทไหนก็บอกได้เลย เดี๋ยวผมจะช่วยพูดให้เอง”
ฉีส่าวฉิงตั้งใจขับรถมุ่งไปข้างหน้าโดยไม่หันมามองหญิงสาวข้างกายเลยแม้แต่น้อย แม้แต่คำตอบที่ถูกเอ่ยออกมาอย่างฉับไว จนทำให้ริมฝีปากของเธอเบะลงเล็กน้อยและแววตายังฉายแววความผิดหวังครู่หนึ่ง
อันที่จริงตอนที่อยู่ในร้านอาหารของเมื่อวาน เธอก็รู้สึกได้เหมือนกันว่าตนเองนั้นมีอิทธิพลกับฉีส่าวฉิงมากแค่ไหน
แม้ว่าการที่เขามาคลุกคลีอยู่กับเธออาจจะเป็การประชดประชันลู่จั่นเหยียน แต่ไม่คาดคิดว่าเขาจะตอบตกลงโดยไม่รั้งเธอเอาไว้เลย
“เป็อะไรไปล่ะ? แต่ถ้าไม่อยากทำงาน คุณสามารถทำอะไรที่ชอบได้เลยนะ”
“ส่าวฉิง คุณเกลียดฉันหรือเปล่า?”
เซี่ยงว่านยื่นมือของตัวเองไปวางทับมือของเขาที่กำลังจับพวงมาลัยอยู่ ทำให้ฉีส่าวฉิงต้องชะลอความเร็วรถลงจนในที่สุดก็จอดนิ่งสนิทอยู่ข้างถนน ก่อนจะหันหน้ามามองเธอด้วยความฉงนเพียงเล็กน้อย
“คุณคิดมากไปแล้ว”
“ไม่มากหรอก ฉันรู้ดีว่าคุณต้องเกลียดฉัน เพราะทุกอย่างมันเป็ความผิดของฉัน…”
“เมื่อสามปีก่อนที่ฉันหนีไปต่างประเทศเพื่อเรียนต่อและไล่ตามความฝัน แต่ฉันกลับทำร้ายจิตใจคุณอย่างรุนแรง”
เซี่ยงว่านส่ายหัวไปมาด้วยความสับสนและดวงตาก็แดงก่ำในเสี้ยววินาที
“ฉันผิดไปแล้ว! ส่าวฉิง…คุณยกโทษให้ฉันสักครั้งได้ไหม? ฉันตั้งใจกลับมาครั้งนี้เพื่อแก้ไขความผิดพลาดของตัวเอง และกลับมาอยู่ข้าง ๆ คุณอีกครั้ง…”
“ฉันรักคุณนะคะ ไม่ว่าจะเป็เมื่อก่อนหรือตอนนี้… ฉันก็ไม่เคยหยุดรักคุณเลยแม้แต่วันเดียว”
น้ำเสียงแสนอ่อนโยนที่ถูกเอ่ยออกมามีความสั่นเครือเล็กน้อย ไม่นานนักหญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นและค่อย ๆ ขยับริมฝีปากที่ถูกแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีแดงเข้มเข้าหาริมฝีปากบางของฉีส่าวฉิง
ทว่าเพียงระยะห่างที่ไม่มากนัก แต่ฉีส่าวฉิงกลับดันเธอออกก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะัักันพอดี
“เซี่ยงว่าน ผมไม่ได้เกลียดคุณ แล้วก็ไม่ต้องให้อภัยอะไรทั้งนั้นด้วย เพราะว่าเื่ระหว่างเรามันจบไปแล้ว”
เมื่อสามปีก่อนตอนที่เธอไปแบบไม่บอกกล่าวกัน จนทำให้เขารู้สึกเ็ปอยู่ไม่น้อย และอันที่จริงเขายังแอบคิดว่าในใจว่าตนเองยังคงมีที่ว่างในใจให้เธออยู่เสมอตลอดสามปีที่ผ่านมา
แต่เมื่อถึงเวลาที่หญิงสาวตรงหน้ากลับมาจริง ๆ เขากลับค้นพบว่าความรู้สึกเ่าั้ไม่หลงเหลืออีกแล้ว
“ไม่สิ เรายังไม่จบนะคะ ส่าวฉิง ฉันขาดคุณไม่ได้นะคะ!”
เซี่ยงว่านโอบกอดเอวที่แข็งแรงของชายหนุ่มและเอาใบหน้าแสนอ่อนโยนแนบเข้ากับอกแกร่งทันที พร้อมกับน้ำใส ๆ ที่ไหลออกมาจากดวงตาอย่างควบคุมไม่ได้
“ในใจของคุณยังมีที่ว่างให้ฉันอยู่ใช่ไหม? พวกเราทั้งคู่ยังมีโต้วโต้วนะคะ วันนี้โต้วโต้วยังตื่นแต่เช้ามาร้องขอให้พ่อมาเล่นกับเขาบ้าง…”
“ส่าวฉิง…ฉันขอร้องนะ ฉันขอให้พวกเราทั้งคู่มาเริ่มต้นกันใหม่เถอะ”
ฉีส่าวฉิงยกมือขึ้นเตรียมจะแกะมือที่กำลังโอบรอบเอวของเขาออก แต่พอได้ยินชื่อโต้วโต้วขึ้นมาก็ชะงักกลางอากาศ ทั้งสีหน้ายังเปลี่ยนไปเล็กน้อย
จู่ ๆ ภาพที่ผุดขึ้นมาในหัวเป็เด็กน้อยตากลมโตใสวาววับและกะพริบตาปริบ ๆ มองมาทางเขา ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเล็ก ๆ
‘พ่อครับ ผมคิดถึงพ่อจัง’