ของใช้ประเภทเครื่องครัวถูกเข็นออกมาด้านนอกเอวายกมันใส่รถที่พึ่งซื้อมาก่อนหน้านี้เสร็จแล้วจึงขับกลับไปที่พักทันทีที่เข้ามาด้านในห้อง ของทั้งหมดในถุงถูกจัดเก็บไว้ในมิติซ้อนทับอย่างรวดเร็ว
คิ้วขมวดแน่นรางสังหรณ์แปลกๆเมื่อตอนที่อยู่ในห้างทำให้เขาไม่เข้าใจ มีอะไรบางอย่างกำลังจะทำให้เขาวุ่นวายและแน่นอนว่าเอวารู้สึกไม่ดีกับความรู้สึกแบบนี้
หลังจากสงบใจได้เล็กน้อยนั่งลงบนที่นอนนุ่มๆ ควบคุมพลังจิตของตนเอง ลองพาตัวเองเข้าไปในมิติดู ในชีวิตก่อนกว่าที่เขาจะเข้าไปในช่องว่างของมิติซ้อนทับได้ก็อยู่ในระดับที่ 3 ซึ่งนับว่าช้ามาก แต่เมื่อเข้าไปได้แล้วเขาก็สามารถรับประกันความปลอดภัยของตนเองได้ในระดับสูงที่สุด
พรึบ
แรงดึงดูดเข้มข้นรุนแรงดูดร่างเอวาเข้าไปในพื้นที่มิติซ้อนทับ เขายืนอยู่ในพื้นที่มีสีขาวสว่างจ้าด้านหน้าคือชั้นขนาดใหญ่ เรียงอยู่หนึ่งพันช่องแต่ละช่องมีรายชื่อสิ่งของเขียนเอาไว้เป็หมวดหมู่คล้ายๆกัน
ทุกอย่างยังเหมือนเดิมเอวารู้สึกว่าตนเองกำลังยืนอยู่บนร้านค้าขนาดใหญ่ด้านหน้าคือชั้นวางสินค้าที่มีรายชื่อจำนวนมากให้เลือกสรร
พรึบ
พลังจิตจำนวนมากถูกดูดอีกครั้งเขารู้สึกเจ็บที่สมองเล็กน้อย ก่อนที่ความรู้สึกนั้นจะหายไปพื้นที่ที่เขาโผล่มาคือ พื้นที่ว่างเปล่า อากาศชดชื่นจนเอวาต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆที่นี่เป็พื้นที่ว่าง มีป่าอยู่ไกลออกไป พื้นที่ว่างมีอยู่สามไร่ส่วนที่เศษๆเป็ป่าไม้ขนาดใหญ่ทั้งหมด สระน้ำกินพื้นที่ไปเกือบสามงาน นอกเหนือจากนั้นพื้นที่ที่เหลือคือหญ้าปูพื้นเป็สีเขียว
เอวาถอดรองเท้าเหยียบลงที่พื้นหญ้านุ่มนิ่มยกยิ้มพึ่งพอใจ ชั้นวางเมล็ดพันธ์ถูกเอาออกมาจากมิติซ้อนทับ วางเอาไว้ที่มุมหนึ่งเมล็ดพันเอาออกมาด้วยเช่นกัน แต่เขาไม่ได้เอามันมาทั้งหมด เพราะชั้นวางมีที่เก็บไม่เพียงพอสิ่งที่เขาเอาออกมา เป็เมล็ดผักและสมุนไพร ต้นกล้าของผลไม้สมุนไพรหลากหลายชนิดที่ซื้อมาจากตลาดเกษตรกร
“ ขั้นแรกต้องกำจัดหญ้าพวกนี้ก่อน” เอวาก้มลงจับต้นหญ้าแล้วดึงขึ้นมา ขยี้ใบของมันแล้วดมกลิ่นหอมอ่อนๆคล้ายว่าเคยได้กลิ่นมาจากไหนสักแห่ง
ดวงตาสวยเบิกโพลง
“ นี่มันใช่จริงๆด้วย ” รอยยิ้มผลิบานเต็มใบหน้าเอวานั่งลงอย่างระมัดระวัง ค่อยๆดึงหญ้าออกมาทั้งราก
หญ้าที่ถูกถอนส่งเข้ามิติซ้อนทับตอนแรกนึกว่าจะเหนื่อยมากกว่านี้ แต่เมื่อรู้คุณสมบัติของหญ้านี้แล้วเอวารู้สึกว่าเขามีแรงผลักดันบางอย่าง ยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลออกมาด้วยรอยยิ้ม
หญ้าถูกถอนออกเพียงพอที่จะทำแปลงผักได้สองแปลงแล้วใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงพอดี น้ำเปล่ากระดกลงคอให้ความชุ่มฉ่ำ
“ เฮ้อ ” เสียงถอนหายใจใบหน้าขาวนวลขึ้นสีแดงเรื่อจากการออกกำลังกายมากกว่าปกติ
จอบที่วางแอ้งแม้งอยู่ไม่ไกลค่อยๆขยับตามแรงจับเอวายกขึ้นแล้วขุดดินช้าๆ
ปึก ปึก
ดินไม่ได้แข็งมันมีความอ่อนนุ่มพอดีกับการทำเกษตรราวกับว่าพื้นที่นี้ถูกสรรสร้างขึ้นมาเพื่อสิ่งนี้ กว่าจะพราวดินจนเสร็จเอวาเหนื่อยหอบอย่างมาก
“ เวลาป่านนี้แล้วหรอเนี่ย!! ”นาฬิกาข้อมือแสดงเวลาเท่ากับด้านนอกเอวาตาโต ยังไม่ทันได้ลงเมล็ดผักเลยต้องรีบออกจากพื้นที่ว่างเปล่าร่างสูงโปร่งวิ่งเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว
ตายๆๆๆ
เอวาร้องขึ้นในใจเวลาใกล้จะถึงเวลานัดกับอาจารย์แล้ว วันนี้เป็วันที่สองที่ได้รับการยอมรับถ้าไปสายความประทับใจที่เขาเพียรพยายามสร้างคงถูกลดทอนลงอย่างแน่นอน เอวากลัวว่า อาจารย์จะไม่สอนเขาอีกต่อไปในกลุ่มคนมีฝีมือมักจะชื่นชอบคนตรงเวลา ตั้งใจ อดทน
วิ่งออกจากห้องกระดุมเม็ดสุดท้ายติดเรียบร้อยพอดี รถจักรยานยนต์ที่ซื้อมาเร่งเต็มกำลังคิ้วขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าเคร่งเครียดมากยิ่งขึ้น อีก ยี่สิบนาทีจะถึงเวลานัดคันเร่งบิดจนสุด เอวากำคันเร่งจนข้อมือเกร็ง
เอี้ยดดดด
รถจักรยานยนต์ปัดท้ายจนเกิดควันยางถูกเผาไหม้จนพื้นเป็เส้นสีดำยาว เอวาถอดกุญแจรถแล้ววิ่งเข้าไปด้านในโกดังใช้มือยันเข่าตนเองเอาไว้ หอบหนัก สายตาเหลือบไปมองนาฬิกา
ทันเวลาพอดี
เหลืออีก 1นาทีจะถึงเวลานัดสายตาของอาจารย์ยมมองมาที่เอวาด้วยสายตาเอ็นดูแวบหนึ่งก่อนจะนิ่งเฉยไป เอวาหอบหนักเขามัวแต่มองนาฬิกาจนไม่เห็นแววตานั่น
“ เอาละมาถึงแล้วร่ายกระบวนท่าที่เรียนเมื่อวานให้อาจารย์ดูสิ ” ความคืบหน้าในแต่ละวันของศิษย์ตรงหน้าเป็สิ่งที่อาจารย์ยม้ารู้
เอวาหายใจเข้าปอดหลายครั้งตั้งสมาธิแน่วแน่ ปลอดปล่อยจิติญญาของตนเองให้เป็หนึ่งเดียวกับดาบการกระทำนี้สร้างความแปลกใจให้อาจารย์ยมจนต้องเลิกคิ้วขึ้นมองดีๆหลอมรวมจิติญญาดาบเป็สิ่งที่นักเรียนดาบมือใหม่ไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอนแม้แต่ปรมาจารย์บางคนยังไม่มีพร์ขนาดนั้น คนต้องมีสมาธิแน่วแน่ สงบนิ่ง และมีความรักให้กับดาบราวกับว่ามันเป็ชิ้นส่วนของร่างกาย
กระบวนท่าที่ 1กระบี่ดาวกระจาย
เอวาตั้งท่ากวาดดาบไม้ออกไปด้านหน้า พลังจิตที่ยกระดับและร่างกายแข็งแกร่งกว่าปกติทำให้การออกกระบวนท่าติดขัดเมื่อวานแข็งแกร่งขึ้นมากแสงสีนวลกระขายออกมาจากร่างกายเกิดเป็คมดาบ เส้นแสงฟาดออกไปตัดไม้ที่อยู่ตรงหน้าไม่ไกลขาดออกเสียงดัง ฉั๊วะ เนื้อไม้ถูกตัดเรียบเนียนสวยงามจนน่าแปลกใจ
แปะ แปะ แปะ
เสียงปรบมือกับแววตาชื่นชมอาจารย์ยมเดินเข้าไปใกล้ไม้ท่อนนั้น จับมันลูบเบาๆััความเรียบเนียนเขายิ้มมุมปากเล็กๆ เล็กจนไม่สามารถมองเห็นได้
“ ทำได้ดี ”รอมยิ้มยินดีผลิบานเต็มใบหน้าสวย
“ กระบวนท่าแรกผ่านไปกรบวนท่าที่สอง ดูให้ดี ” อาจารย์มีสีหน้าจริงจังมากยิ่งขึ้นร่างกายขยับไหว กระบวนท่าที่สองยากมาก เอวามองตาไม่กระพริบแต่เขากลับไม่เข้าใจมันเลย มันมีบางอย่างที่เขายังเข้าไม่ถึง
คิ้วขมวดแน่นเอวาขบคิดอย่างหนัก พยายามรับรู้ถึงสิ่งที่ไม่เข้าใจ อาจารย์ยมพยักหน้าท่าทีของลูกศิษย์ของเขาไม่เลว ในตอนที่เขาเรียนการะบวนท่าสังหารกับอาจารย์ 1สัปดาห์ร่ายรำกระบวนท่าที่ 1 กระบี่ดาวกระจาย ได้สำเร็จกระบวนท่าที่สองที่พึ่งถ่ายทอดไปเมื่อกี้นี้ เขาใช้เวลาเกือบสามวันถึงได้รู้ว่าในกระบวนท่า้าบางอย่าง ขบคิดนานนับเดือนกว่าจะร่ายรำออกได้เล็กน้อยใช้เวลาอีกหนึ่งเดือนถึงได้ร่ายรำได้สมบูรณ์ แต่ถึงอย่างนั้นอาจารย์ยังชมเชยว่าเขาเป็ อัจฉริยะ
นับว่าศิษย์ของเขาน่าทึ่งมากกว่าตนเองมาก
กระบวนท่าสังหารมีอยู่3 ท่าแต่การใช้ออกมีหลากหลายรูปแบบแล้วแต่ผู้ใช้ มันน่ากลัวตรงที่ว่าสามารถพลิกแพลงได้อยู่ตลอดเวลาทุกการโจมตีเข้าจุดตายทั้งหมด รุนแรงและแม่นยำ
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปเอวายังตกอยู่ในห้วงความคิดของตนเอง เหงื่อจำนวนมากผุดขึ้นเต็มใบหน้าหัวของเขาปวดหนึบแต่ยังพยายามอย่างมาก ขบคิดต่อไป
อาจารย์ยมนั่งเฝ้าศิษย์ของตนเองสามชั่วโมงเลยผ่านยังไม่มีท่าทีว่าศิษย์จะออกจากสมาธิ ทว่าสีหน้ากลับซีดมากยิ่งขึ้น ยิ่งนานเข้ายิ่งซีดหนัก
“ เฮื้อกกก !” ดวงตาสวยเปิดออกเหงื่อจำนวนมากผุดเต็มกรอบหน้า
“ อาจารย์ ศิษย์ศิษย์รับรู้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ” น้ำเสียงผิดหวังของเอวาเปล่งออกมาอย่างจนหนทางเขา้าที่จะบรรลุถึงสิ่งที่ขาดไป หลายๆสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ มีเวลาเพียงสามเดือนเขาต้องรีบแล้ว
“ ใจเย็นๆการเรียนดาบมันเป็สิ่งต้องค่อยเป็ค่อยไป ไม่สามารถเร่งเร้ามากจนเกินไปได้จงปูพื้นฐานให้ดี จนกว่าจะลำลึกถึงสิ่งที่ขาดไปในกระบวนท่าได้ั้แ่พรุ่งนี้เป็ต้นไป อาจารย์จะสอนหมัดมวยที่ศิษย์ชื่นชอบจนต้องไปลงเรียนที่ค่ายมวยให้เป็การเรียนเสริม”
“ นี่…ศิษย์เข้าใจแล้วครับ ” เอวาทำได้เพียงแค่พยักหน้าอย่างเข้าใจเขาเข้าใจในสิ่งที่อาจารย์้าสื่อ ยิ่งการต่อสู้พื้นฐานสำคัญยิ่งกว่าเทคนิคมาก ดังนั้นจะรีบร้อนไม่ได้
“ วันนี้ทำได้ดีมากการที่ออกกระบวนท่าที่ 1 ได้เพียงแค่เรียนรู้มาไม่นานแบบนี้นับว่าเก่งกาจแล้ว ” อาจารย์ยมมองคิ้วขมวดมุ่นของเอวาแล้วพูดออกมา
“ ขอบคุณครับศิษย์จะฝึกฝนอย่างหนัก ” เอวาลุกขึ้นแล้วค้อมหัวขอบคุณใบหน้ายิ้มแย้มจริงจังไม่มีความเสแสร้งอยู่
“ อืมวันนี้พอแค่นี้เถอะ ” อาจารย์ยมพูดเพียงแค่นั้นแล้วเดินหายไปเอวามองส่งอาจารย์แล้วค่อยขับรถคันเก่าของตนเองอีกพักใหญ่จะถึงเวลาทำงานของเขาแล้ว
ระหว่างขับรถบนท้องถนนเอวาขบคิดวิธีการหาเงินจำนวนมาก หวย ไม่มีทางเป็ไปได้เพราะเขาเป็ประเภทสนใจแต่หนังสือเศรษฐกิจเป็อย่างไรใครจะสน ดังนั้นเื่นี้จึงต้องปัดออกไป
ปีบๆๆๆๆ
เสียงแตรดังขึ้นไม่ไกลจากตัวเขามาเอวาสะดุ้งเฮือก สายตาโฟกัดที่ถนน ตนเองจอดรอไฟแดงขบคิดจนเพลินเกินไปรถคันด้านหลังต้องบีบแตร์ไล่ ชักสีหน้าส่งมาให้อย่างไม่พอใจ
“ ชิพวกไม่มีน้ำใจ ” เสียงสบถอย่างไม่สบอารมณ์ดังออกมาจากริมฝีปากอมชมพูสวยเอวาบิดคันเร่งขับต่อไป ใบหน้าเบ้บิดไม่สบอารมณ์