"ท่านเล่าปี่ ท่านขงเบ้ง" ซุนเขียนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามารายงาน
"มีอะไรหรือซุนเขียนเร่งรีบขนาดนี้" เล่าปี่เห็นผู้มารายงานเลิกลักแตกตื่น ซุนเขียนจะดีใจก็ไม่ดีใจจะกังวลก็แสดงออกมาไม่สุด
"ทหารคุมตัวแฮหัวตุ้นกับแฮหัวเอี๋ยนมาจากแนวหน้าขอรับ ท่านกวนอูมีผลงานใหญ่จับขุนพลของโจโฉได้ตั้งสองคน"
หือออออ
เป็ไปไม่ได้ ฝีมือระดับแฮหัวตุ้นกับแฮหัวเอี๋ยน ถึงจะสู้ไปถอยไปยังไงก็ไม่มีทางพลาดท่าโดนจับมาได้ทั้งคู่แบบนี้
"ช้าก่อนท่านซุนเขียน แน่ใจนะว่าจับมาไม่ผิดตัวน่ะ" ขงเบ้งไต่ถาม
"แน่ใจขอรับ ข้าเคยเห็นหน้าจึงจดจำได้ชัดเจนมิมีผิดตัว"
ตายล่ะหว่า แล้วทีนี้จะเอายังไงต่อไป
"ท่านขงเบ้งมีความคิดเห็นจะจัดการต่อไปอย่างไรหรือท่าน" เล่าปี่ถาม
"จัดการฆ่าเสียเลยดีไหมขอรับ" ซุนเขียนว่า "ทั้งสองคนมีความภักดีต่อโจโฉมาก ถ้าหากปล่อยไว้รังแต่จะอันตรายกับพวกเรา อีกอย่างตอนนี้ในเมือง เหล่าแม่ทัพนายกองก็ล้วนแล้วแต่ออกไปรบกันหมดสิ้น ถ้าหากมันสองคนหลุดออกมาได้ คงจับพวกเราปาดคอเอาหัวไปมอบให้แก่โจโฉเป็แน่"
สิ่งที่ซุนเขียนพูดมานั้น มันถูกอกถูกใจเสียเหลือเกิน ผมกำลังจะออกความเห็นให้รีบจัดการไปเสีย แต่เล่าปี่น่ะสิ
"ช้าก่อนเถอะ อันว่าทหารนั้นหาง่าย แม่ทัพนั้นหายาก หากเราได้แฮหัวตุ้นกับแฮหัวเอี๋ยนมาเป็พวกด้วยแล้ว ก็จะยิ่งทำให้พวกเรามีกำลังเข้มแข็งขึ้น ข้าว่าเราลองเกลี้ยกล่อมดูเสียก่อน ถ้าหากไม่ยินยอมแล้วค่อยคิดจัดการก็ยังไม่สายเกินไป"
เอ่อ...
ในใจอยากจะจัดการให้จบๆ จะได้ปลอดภัยไม่ต้องนอนหลับอย่างหวาดระแวง แต่เล่าปี่หนอเล่าปี่ เอาเถอะ
"เช่นนั้นก็นำตัวสองคนนั้นเข้ามา" ผมโบกมือสั่งการออกไป "อ่อ แล้วตามท่านชีซีมาที่นี่ด้วยนะ"
แม่ทัพคนหนึ่งตาบอดด้านซ้าย แต่เพลงทวนหนักแน่นมั่นคง เป็ที่เลื่องลือ ฝีมือหรือก็ไม่ด้อยน้อยหน้าใครในปฐีนี้ แฮหัวตุ้นติดตามโจโฉมานาน จิตใจรักใคร่ดั่งญาติพี่น้อง แฮหัวเอี๋ยนเก่งกาจ ฝีมือธนูแม่นอย่างกับจับวาง เป้าใกล้ไกลเคลื่อนไหวช้าเร็ว เพียงง้างสายลูกศรก็ปักเข้าเป้าหมายอย่างเห็นผล ทั้งคู่มีหรือคิดนอกอกนอกใจใฝ่ทางอื่น
เชือกระโยงระยางมัดแน่นขนัดยิ่งกว่าสัตว์ป่าดุร้าย แน่นอนล่ะการจะมัดพญาราชสีห์ก็จำเป็ต้องรัดแน่นกว่าสัตว์อื่นทั้งปวง
"เล่าปี่เ้าคนถ่อย คิดจะฆ่าจะช้าอยู่ทำไม" แฮหัวตุ้นโผงขึ้นหลังจากถูกลากตัวมายืนอยู่เบื้องหน้าพระเ้าอา ผมเมียงมองอยู่ั้แ่ทหารนำตัวเข้ามา ดูเหมือนแฮหัวตุ้นจะสังเกตเห็นสายตาที่พินิจพิจารณาของผม "เ้าหรือคือขงเบ้ง"
"ถูกแล้ว" ผมตอบ แววตาเยี่ยงสัตว์ป่าช่างน่าเกรงขามยิ่งนัก ผิดกับแฮหัวเอี๋ยนที่ดูอ่อนโยนกว่ามาก
"ปัญญาเ้ามากนัก ครั้งก่อนเผาทัพข้า ต่อมาเผาทัพโจหยิน วันนี้ข้าตกอยู่ในมือเ้าแล้ว อย่าได้ชักช้าจงฆ่าเสีย" ความทรนงในจิตใจช่างน่ายกย่องเชิดชู
"ท่านแฮหัวตุ้นโปรดใจเย็นก่อน หากข้ากับท่านขงเบ้งคิดจะฆ่าท่านจริง คงมินำตัวท่านทั้งสองมาที่นี่ให้เสียเวลาหรอก" เล่าปี่กล่าววาจาอ่อนเบา "ตัวท่านเป็มหาบุรุษ น้องท่านเองก็ชื่อเสียงลือกระฉ่อน เหตุใดยอมรับใช้โจโฉ มิใฝ่หาทางดีเล่า"
"หึ อย่าคิดเกลี้ยกล่อมเสียให้ยาก ข้ายอมตายดีกว่ายอมรับใช้เ้า" แฮหัวตุ้นดุดันเด็ดขาด แฮหัวเอี๋ยนนิ่งงัน ชีวิตนี้ขึ้นหรือลง เป็หรือตายแล้วแต่พี่ใหญ่จะบงการ
เล่าปี่อึดอัดใจนัก รักคนมีฝีมืออยากได้มาร่วมทัพ แต่เืตระกูลแฮหัวนั้นเป็ของโจโฉไปหมดสิ้น คิดอ่านหาทางก็ตื้อตัน จึงหันมาถามขงเบ้ง "ท่านขงเบ้งท่านมีความคิดเห็นอย่างไร"
เจื๋อนซ่ะ!!
เล่าปี่ได้แต่ส่ายหน้ายอมรับสภาพ
"ช้าก่อนท่านเล่าปี่ ท่านขงเบ้ง อย่าพึ่งลงมือ" ชีซีเร่งรุดเข้ามาอย่ารีบร้อน เสียงลมหายใจหอบถี่ "ให้ข้าลองเกลี้ยกล่อมดูก่อน หากไม่ได้ค่อยจัดการทีหลัง" ชีซีเอ่ยออกมา เล่าปี่ก็เห็นดีเห็นงามด้วยดังนั้น
"เหอะ เ้าชีซี ไอ้คนถ่อย ทรยศหักหลังแล้วยังคิดจะเกลี้ยกล่อมพวกเราอีกงั้นหรือ" แฮหัวเอี๋ยนพูดขึ้นบ้าง ชีซีมีนิสัยสุภาพก็คำนับก่อนหนึ่งครั้งแล้วพูดว่า
"ตัวท่านทั้งสองคิดจะหาความตายนั้นข้ามิห้าม จะอยู่ด้วยใครนั้นข้าก็มิห้าม แต่เคยคิดถึงหน้าหลังบ้างหรือไม่ ตระกูลท่านมีชื่อเสียงมาแต่ครั้งก่อน รับใช้ฮ่องเต้มาแต่ไหนแต่ไร บัดนี้กลับมาเป็ข้าให้โจโฉ สมควรแล้วหรือ" แฮหัวตุ้นหันหน้าหนีชีซีที่พูดหว่านล้อม "เอาเถอะ ท่านสองคนสองชีวิตตกตายเพื่อโจโฉชีวิตเดียว เช่นนี้สมควรหรือ" แฮหัวเอี๋ยนหันหน้าหนีบ้าง
"อย่าพูดให้มากความชีซี รอให้ท่านโจโฉชนะเสียก่อนรับรองเ้าถูกสับเป็หมื่นชิ้นมิได้เหลือซาก" ขุนพลตาพิการว่า
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ท่านแฮหัวตุ้นมิรู้อะไร อย่าว่าแต่โจโฉจะชนะศึกนี้เลย แม้นชีวิตจะรอดต่อไปได้ก็ยากเต็มทีแล้ว"
"เ้าหมายความว่าอย่างไร"
"ท่านอาจจะยังไม่รู้แน่ชัด ตอนนี้ซุนฮก ซุนฮิว ยึดฮูโต๋ไว้หมดสิ้น แลอัญเชิญองค์ฮ่องเต้ขึ้นว่าราชการแล้ว ทหารในเมืองก็มากโขต้านทัพโจโฉที่เหนื่อยอ่อนได้อย่างน้อยก็ครึ่งปี โจโฉนั้นเร่งรีบกลับเพื่อไปยึดเมืองคืนด้านท้ายทิ้งทหารให้พวกท่านต้านทัพพวกเราแต่ก็พลาดท่า บัดนี้เล่ากี๋ กวนเป๋ง เล่าฮอง คงยกทัพใหญ่จากกังแฮไปสมทบกับท่านกวนอูเตียวหุยเรียบร้อยแล้ว โจโฉแม้มีกองทัพใหญ่ แต่รับศึกสองด้านแถมยังไม่มีปราการป้องกัน ก็แค่คนรอความตาย" ชีซียิ้มเยาะออกมาอย่างใจเย็น
แฮหัวตุ้นได้ฟังหันไปมองหน้าน้องร่วมสายเื ในใจวิตกหนักอยากจะแก้เชือกออกไปบีบคอเ้าคนพูดพล่ามเสียให้ตาย "ทหารของพวกเ้าอย่างมากก็แค่สามสิบหมื่น ในเมืองอย่างมากก็แค่ห้าหมื่น กองทัพท่านโจโฉมีตั้งร้อยหมื่นจะเกรงกลัวสิ่งใด"
"ถ้าเช่นนั้นทหารร้อยหมื่นของโจโฉคงไม่เกรงกลัวทหารน้อยนิดจากเสเหลียงสินะ" ชีซีพูดจบก็หัวเราะดังลั่นออกมาอย่างผู้ชนะ เมื่อคนโดนมัดทั้งสองได้ยินคำว่าทหารเสเหลียงสีหน้าก็พลันซีดจางลงอย่างเห็นได้ชัด กองทหารม้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแผ่นดิน กองทัพม้าเท้งจากเสเหลียง ถ้าหากมันมาจริงๆ ทัพร้อยหมื่นคงพินาศย่อยยับไปในพริบตา
ชีซีเห็นจังหวะก็ตีเหล็กให้อ่อนตอนร้อน เสริมวาจาเกลี้ยกล่อมให้ใจอ่อนลงไปอีก
"แล้วลูกเมียท่านเล่าเคยคิดถึงบ้างหรือไม่ คนในตระกูลของพวกท่านเคยคิดถึงบ้างหรือไม่ บัดนี้ตกอยู่ภายในเมืองฮูโต๋ คิดว่าจะปลอดภัยเช่นนั้นหรือ ชีวิตคนทั้งตระกูลแลกกับโจโฉเพียงคนเดียวมันคุ้มกันแล้วหรือ บิดาท่าน มารดาท่าน ท่านทั้งสองทดแทนบุญคุณหมดสิ้นแล้วหรือ ทำไมไม่คิดบ้าง มันแต่สำนึกคุณโจโฉแต่เพียงผู้เดียว เช่นนี้ย่อมอกตัญญูต่อบรรพชน" ชีซีร่ายยาว แม่ทัพทั้งสองเริ่มมีอาการคล้อยตามอย่างเห็นได้ชัด เล่าปีเผยพยักหน้าเห็นภาพไปตามคำชีซี
"แล้ว แล้ว ท่านว่าพวกข้าควรจะทำยังไง" แฮหัวตุ้นอ้อมแอ้มถาม เมื่อชีซีเอียงหน้าเข้ามาใกล้
"ก็นั่นน่ะสิ จะให้ยอมรับใช้เล่าปี่ ผู้คนทั้วหล้าจะติฉินนินทาหาว่าทรยศนายเก่า" แฮหัวเอี๋ยนมีความกังวล
"ท่านทั้งสองคิดผิดแล้ว อันพระเ้าเล่าปี่นี้ เดิมทีก็ทำเพื่อชาติ รับพระราชโองการองค์ฮ่องเต้ปราบโจรฏ ทั้งยังเป็เชื้อสายตงฉานเชงอ๋อง พระเ้าเหี้ยนเต้ตรวจพงศาวดารจึงได้เรียกว่าพระเ้าอา ท่านมาอยู่ด้วยกับท่านเล่าปี่ก็นับได้ว่าเป็ราชการให้องค์ฮ่องเต้ กอบกู้ราชบัลลังก์ ผู้คนจะครหาได้อย่างไร ซ้ำจะสรรเสริญว่ารู้คุณแผ่นดิน กตัญญูต่อบรรพชน" ชีซีว่า
"แล้วพวกญาติพี่น้องและครอบครัวพวกเราที่ติดอยู่ในเมืองฮูโต๋จะทำยังไง" แฮหัวเอี๋ยนนึกห่วงลูกห่วงเมียไม่รู้ป่านนี้ชะตากรรมจะเป็ตายร้ายดีอย่างไร
"ท่านไม่ต้องกังวลไป ซุนฮกนั้นศึกษาเล่าจื้อรู้หลักคุณธรรม มิทำอันตรายแก่ผู้ดำรงอยู่เื้ั"
"ข้าจะแน่ใจได้ยังไงว่าเ้ามิได้หลอกข้า" แฮหัวตุ้นว่าขึ้นหลังจากเห็นท่าทางโอนอ่อนของผู้เป็น้อง
"ท่านเล่าปี่นั้นเปี่ยมเมตตา น้ำใจล้นแผ่นดิน ผู้คนทั่วหล้าต่างรู้ดี มีหรือท่านจะไม่ทราบข้อนี้ ข้าว่าท่านกลัวจะมิได้รับความไว้วางใจเสียมากกว่านะท่านแฮหัวตุ้น" ชีซีหัวเราะร่าออกมา พลันนั้นก็อ้อมหลังมาแก้เชือกที่ผูกมัดแฮหัวตุ้นและแฮหัวเอี๋ยนออก ทั้งสองซาบซึ้งน้ำใจของชีซีที่ช่วยชี้ทางสว่างไม่คิดตายไปโดยไร้ประโยชน์จึงคาราวะขอบคุณชีซีก่อน แล้วจึงบ่ายหน้ามาท่านเล่าปี่ขงเบ้ง
"ข้าสองคนขอเข้าร่วมด้วยท่าน เพื่ออุ้มชูฮ่องเต้และราชวงศ์ฮั่น แต่มีข้อหนึ่งที่ข้าพึงอยากจะร้องขอ โจโฉนั้นแต่เดิมทีร่วมตระกูลอยู่กับพวกข้า หากแม้นวันหนึ่งได้พบกันในสนามรบก็เกรงจะไม่อาจลงมือต่อกันได้ ขอท่านจงอย่าฝืนใจพวกข้าเลย" แฮหัวตุ้นสมแล้วที่เป็ชายชาตินักรบ ไม่แอบแฝงซ่อนเร้นความนัย
เล่าปี่พยักหน้ารับคำ "ขอให้ท่านโปรดวางใจ ข้ามิใช่คนจิตใจต่ำทรามเช่นนั้น"
แฮหัวตุ้นได้ฟังอย่างนั้นก็สบายใจ แฮหัวเอี๋ยนเองก็มีความยินดีเช่นกัน
ชีซีคงอ่านสีหน้าผมออก ก็เลยเลี่ยงเข้ามาหา
"ท่านขงเบ้ง เหตุใดท่านทำหน้าไม่สบายใจเช่นนี้"
"หึยยย ยังไงข้าก็ไม่ไว้ใจอยู่ดี เกิดวันดีคืนดีนึกกลับใจไปเป็พวกโจโฉขึ้นมา พวกเราไม่โดนเจื๋อนกันหมดหรอ"
"สมแล้วที่เขาว่าขงเบ้งนั้นขี้ระแวง ท่านอย่าคิดมากเลย ข้ารับประกัน ถึงแม้โจโฉจะเป็ญาติแต่ว่าก็ได้ออกจากตระกูลไปแล้ว เปลี่ยนแซ่ไปใช้ของพ่อบุญธรรมซึ่งเป็ขันที เื่นี้อันที่จริงพวกในตระกูลแฮหัวเองก็ไม่ชอบใจกันเท่าไหร่นัก ยิ่งคนเก่าๆ ล้วนแล้วแต่คัดค้านมีปากเสียงกันเรื่อยมา เพียงแต่แฮหัวตุ้นนั้นเป็คนใจซื่อ ก็เลยคิดเห็นอกเห็นใจโจโฉเรื่อยมา มันก็เท่านั้นเอง"
"แล้วจะการันตีอะไรได้ว่าพวกนี้จะไม่ทรยศพวกเรา"
"ลูกเมียมันอยู่กับซุนฮก พวกเราก็เลี้ยงครอบครัวแฮหัวตุ้นกับแฮหัวเอี๋ยนให้ดีหน่อย แค่นี้สองคนนี้ก็ไม่ไปไหนแล้วท่าน" ชีซีหัวเราะร่าออกมาดังลั่น จนแฮหัวตุ้นและแฮหัวเอี๋ยนหันมาเกือบจะพร้อมกัน
"มีอะไรน่าหัวเราะหรือท่านชีซี" แฮหัวเอี๋ยนว่า
"ข้าเพียงแต่ดีใจ ที่อีกไม่นานท่านทั้งสองก็จะได้พบหน้าลูกเมียของตนแล้ว" ชีซีพูดไปหัวเราะไป
ชายผู้นี้สติปัญญาทั้งเจรจาหลักแหลมนัก ไม่รู้หากว่าเกิดในยุคสมัยปัจจุบันจะเรียกว่ากะล่อนได้หรือเปล่า หรืออาจจะเกินกว่านั้น
"ข้าคิดถึงเมียข้าใจจะขาดอยู่แล้ว" แฮหัวเอี๋ยนกุมมือตัวสั่นระริก
"เก็บอาการหน่อยน้องพี่ อายท่านเล่าปี่ ท่านขงเบ้งเสียบ้าง"
เสียงหัวเราะดังครืนขึ้นมา เล่าปี่ให้ชีว๊เป็ธุระจัดหาที่พักหลับนอนให้แก่ขุนพลทั้งสอง
"คิดสิ่งใดอยู่หรือท่าน" เล่าปี่หันมาถามผม
"ไม่มีอะไร ไม่มีๆ"
ชีซีผู้นี้ฉลาดล้ำลึกมาก วาทะศิลป์ก็เป็หนึ่ง ผิดแต่แผนการทำให้รู้สึกลำบากใจนิดหน่อย ทำราวกับว่าเอาลูกเอาเมียเขามาเป็ตัวประกันอย่างนั้นเลย
าก็อย่างนี้หรือ
ถ้าเราไม่ตาย เขาก็ตาย
ถ้าเราไม่หลอกเขา ก็ถูกเขาหลอก
โชคดีที่ชีซีไม่ใจเหี้ยมโหด ยังเป็ผู้ร่ำเรียนสูง มีคุณธรรมค้ำคอ รู้จักถนอนและมีเมตตาอยู่บ้าง