ตอนนี้เป็เวลาประมาณห้าทุ่มแล้ว
วันนี้หลินเฟิงเก็บหีบสมบัติมาได้ทั้งหมด 6 ใบ ในจำนวนนั้นมีหีบสมบัติเงินอยู่หนึ่งใบ เขาตั้งใจจะเปิดหีบสมบัติทั้ง 6 ใบนี้ให้หมดในคราวเดียว แม้ว่าในแต่ละวันจะสามารถเปิดหีบสมบัติได้เพียง 3 ใบ แต่ขอแค่ผ่านพ้นเที่ยงคืนไป ข้อมูลของระบบค้นหาสมบัติก็จะถูกรีเฟรชใหม่ทันที และด้วยวิธีนี้ หลินเฟิงก็จะได้รับโอกาสในการเปิดหีบสมบัติติดต่อกันถึง 6 ครั้ง
ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงอะไรแล้ว เปิดหีบสมบัติเลยดีกว่า! "หีบสมบัติเงิน! เปิดออกซะ!"
ฟุ่บ!
ปรากฏแสงสีเงินสว่างวาบขึ้นตรงหน้า หลังจากหีบสมบัติเงินใบนั้นสั่นะเือย่างรุนแรง มันก็เปิดออกเองโดยอัตโนมัติ
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์หลินเฟิง ได้รับหนังสือทักษะ ความเชี่ยวชาญด้านดนตรี]
[ความเชี่ยวชาญด้านดนตรี : หลังจากเรียนรู้แล้ว จะสามารถทำความเข้าใจทักษะการใช้เครื่องดนตรีต่าง ๆ ได้โดยอัตโนมัติ]
เอ๊ะ? ทำไมถึงเปิดได้หนังสือทักษะออกมาล่ะ? แล้วของสิ่งนี้มันใช้งานยังไงเนี่ย?
[ติ๊ง! ขอถามโฮสต์หลินเฟิงว่า้าเรียนรู้หนังสือทักษะ ความเชี่ยวชาญด้านดนตรี หรือไม่?]
"เอ่อ... เอาสิ!"
ฟุ่บ!
ทันใดนั้นหนังสือทักษะเล่มนี้ก็กลายเป็แสงวูบหนึ่งพุ่งเข้าไปในหน้าผากของหลินเฟิง ตามมาด้วยความทรงจำชุดใหญ่ที่ไม่ใช่ของหลินเฟิงหลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขา
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์หลินเฟิง ได้ทำความเข้าใจการเล่นเครื่องดนตรีระดับปรมาจารย์]
เวลาเพียงไม่กี่วินาทีสั้น ๆ สำหรับคนนอกอาจจะดูเหมือนแค่พริบตาเดียว แต่สำหรับหลินเฟิงแล้ว มันราวกับว่าเขาได้ผ่าน่เวลามาหลายศตวรรษเลยทีเดียว!
ความรู้สึกแบบนี้ มันเหมือนกับถูกโยนเข้าไปในพื้นที่ปิดตาย ต้องเรียนรู้เครื่องดนตรีต่าง ๆ อย่างไม่หยุดหย่อนในทุก ๆ วัน จากนั้นก็ค่อย ๆ พัฒนาจากผู้เริ่มต้น กลายมาเป็บุคคลระดับปรมาจารย์ไปทีละก้าว ๆ
ทั้งจืดชืดน่าเบื่อ ทั้งต้องทนทุกข์ทรมาน แถมปริมาณข้อมูลที่มหาศาลนั้น ก็แทบจะทำเอาหัวของหลินเฟิงะเิออกมาอยู่แล้ว!
ถ้าหากเป็คนธรรมดาทั่วไปมาใช้หนังสือทักษะเล่มนี้ ร้อยทั้งร้อยคงถูกบีบให้เป็บ้าไปแล้ว แต่หลินเฟิงได้กลายเป็ผู้วิวัฒนาการไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็ทางด้านร่างกายหรือจิตใจ ล้วนได้รับการยกระดับขึ้นอย่างก้าวะโ ดังนั้น เขาจึงอดทนผ่านมาได้ โดยที่ไม่ได้กลายเป็บ้าไปเสียก่อน
หลังจากจ่ายค่าตอบแทนอันแสนยากลำบากไปแล้ว ผลตอบแทนที่ได้รับกลับมาย่อมมหาศาลอย่างเป็ธรรมดา หลินเฟิงหลับตาลง นิ้วทั้งสิบของเขากรีดกรายไปในอากาศอย่างเป็จังหวะจะโคน หากมีนักเปียโนอยู่ข้าง ๆ ล่ะก็ จะต้องดูออกอย่างแน่นอนว่า หลินเฟิงกำลังเล่นเพลง 'Für Elise' ของเบโธเฟนอยู่!
เพียงแค่ชั่วพริบตาเดียว หลินเฟิงก็กลายเป็ปรมาจารย์ด้านเครื่องดนตรีไปซะแล้ว หนังสือทักษะเล่มนี้มันจะเจ๋งเกินไปแล้ว! หลังจากพยายามย่อยข้อมูลในหัวจนหมด หลินเฟิงก็รีบฉวยโอกาสเปิดหีบสมบัติทองแดงอีกใบหนึ่งทันที
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์หลินเฟิง ได้รับไอเทม ด้ายแดง]
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์หลินเฟิง ได้รับเงิน 10,000 หยวน]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นข้างหูสองครั้งติด มุมปากของหลินเฟิงยกขึ้นเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ทอดสายตามองไปยังของวิเศษชิ้นใหม่ที่เพิ่งได้รับมา
[ด้ายแดง : สามารถระบุเป้าหมายเพศตรงข้ามหนึ่งคนให้กลายเป็ผู้มีวาสนาต่อกันได้ สรรพคุณที่แน่ชัดจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์จริงของทั้งสองฝ่ายและความยากง่ายในการแต่งงาน หมายเหตุ : ไอเทมนี้สามารถใช้กับเป้าหมายเดียวกันได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น]
แม้ว่าวาสนาคู่ครองจะอยู่ไกลกันนับพันลี้ แต่ก็สามารถเชื่อมถึงกันได้ด้วยด้ายแดงเพียงเส้นเดียว ทำเอาหลินเฟิงถึงกับตกตะลึงจนตาค้างไปเลย!
แต่... เขาจะเอาด้ายแดงเส้นนี้มาทำไมวะ? ระบบค้นหาสมบัติสงสารที่เขาเป็คนโสดหรือไง ถึงได้มอบด้ายแดงเส้นนี้มาให้?
ไปตายซะเถอะ! เขาทั้งหล่อเหลาสง่างาม ดูดีมีเสน่ห์ รูปร่างหน้าตาก็ไร้ที่ติ แถมร่างกายยังแข็งแรงดีเยี่ยม จะหาภรรยาไม่ได้ได้ยังไงกัน? ระบบ ฉันล่ะเกลียดแกจริง ๆ ...
"เปิดหีบสมบัติ!" หลินเฟิงกัดฟันกรอดพลางเปิดหีบสมบัติใบที่สามของวันนี้ออก
ฟุ่บ!
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์หลินเฟิง ได้รับการ์ด เปลี่ยนหินเป็หยก]
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์หลินเฟิง ได้รับเงิน 10,000 หยวน]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นข้างหูอีกสองครั้ง หลินเฟิงลูบจมูกตัวเอง จากนั้นก็ยืนยันข้อสันนิษฐานของตัวเองได้ว่า หีบสมบัติทองแดงทุก ๆ ใบ จะต้องเปิดได้เงิน 10,000 หยวนอย่างแน่นอน!
ไม่เลวเลย! ต่อไปก็ไม่ต้องไปทำงานแล้ว ขอแค่เปิดหีบสมบัติทองแดงวันละ 3 ใบ ก็จะมีเงินเข้ากระเป๋า 30,000 หยวน แบบนี้มันสบายกว่าการไปทำงานตั้งเยอะ!
หลินเฟิงพยักหน้ายิ้ม ๆ จากนั้นก็ทอดสายตามองไปยังของวิเศษชิ้นที่สามที่อยู่ในช่องเก็บของ
[เปลี่ยนหินเป็หยก : สามารถเปลี่ยนก้อนหินที่มีขนาดไม่เกิน 1 ลูกบาศก์เมตรให้กลายเป็หยกชั้นยอดได้โดยตรง]
ยิ่งมองหลินเฟิงก็ยิ่งตาลุกวาว เมื่อเขาอ่านคำอธิบายของการ์ดเปลี่ยนหินเป็หยกใบนี้จบ เขาก็ถึงกับะโโลดเต้นด้วยความตื่นเต้นดีใจ
เปลี่ยนหินเป็หยก? มันจะเจ๋งขนาดนั้นเชียวเหรอ? เขาต้องรีบหาก้อนหินมาลองดูสักหน่อยแล้ว!
ดังนั้นหลินเฟิงจึงไม่รอช้า เขารีบวิ่งผลีผลามออกจากบ้านไปทันที จากนั้นก็สอดส่ายสายตามองหาก้อนหินที่เหมาะสมตามแปลงดอกไม้ในหมู่บ้านหลานหยวน
หลังจากที่คัดเลือกอย่างละเอียดถี่ถ้วนอยู่พักหนึ่ง หลินเฟิงก็แบกหินแกรนิตหนัก 5 กิโลกรัมกลับมาที่บ้านของตัวเอง ช่วยไม่ได้นี่นา นี่เป็ก้อนหินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในแปลงดอกไม้แล้ว หลินเฟิงก็เลยต้องทน ๆ ใช้มันไปก่อน
"ใช้การ์ด!"
[ติ๊ง! กรุณาเลือกเป้าหมายในการเปลี่ยนหินเป็หยก]
"เอาหินแกรนิตก้อนนี้แหละ!"
ฟุ่บ!
การ์ดใบนั้นกลายเป็แสงวูบหนึ่งพุ่งเข้าไปในหินแกรนิตตรงหน้า ตามมาด้วยพื้นผิวของหินแกรนิตที่กำลังเปลี่ยนเป็สีเขียวด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองเห็นได้!
หลังจากผ่านไปเพียงไม่กี่วินาทีสั้น ๆ หินแกรนิตตรงหน้าก็กลายเป็หยกสีเขียวมันวาวไปแล้วจริง ๆ และเสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นข้างหูพร้อม ๆ กัน
[ติ๊ง! ใช้การ์ดสำเร็จ]
สำเร็จแล้วเหรอเนี่ย? หลินเฟิงประคองหยกทรงสี่เหลี่ยมตรงหน้าขึ้นมาอย่างระมัดระวัง เขามองซ้ายมองขวา ก็ยังดูไม่ออกอยู่ดีว่าไอ้ของสิ่งนี้มันมีมูลค่าหรือเปล่า?
เขาจึงล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับหยกในอินเทอร์เน็ตจำนวนมาก จากนั้นก็นำรูปภาพในอินเทอร์เน็ตมาเปรียบเทียบกับหยกในมือ ท้ายที่สุดก็ได้ข้อสรุปออกมาว่า
พี่ชายคนนี้รวยแล้วโว้ย!
หยกชั้นยอดที่อยู่ในมือชิ้นนี้ ดันเป็หยกจักรพรรดิเนื้อแก้วที่หาได้ยากยิ่ง หากอ้างอิงตามราคาในท้องตลาด หยกชิ้นนี้มีมูลค่าต่ำ ๆ ก็สองสิบล้านกว่าหยวนเข้าไปแล้ว!
ถูกต้องแล้ว! สองสิบล้านหยวน! ถ้าเอาหยกชิ้นนี้ไปประมูลที่โรงประมูลล่ะก็ ไม่แน่ว่าอาจจะประมูลได้ราคาสูงเสียดฟ้าถึงสามสิบล้านหยวนเลยทีเดียว เพราะ่นี้หยกในตลาดค่อนข้างขาดแคลน และหยกจักรพรรดิเนื้อแก้วก็ยิ่งเป็ของที่มีค่าจนประเมินราคาไม่ได้
หลินเฟิงวางโทรศัพท์มือถือลงอย่างเหม่อลอย เขาใช้มือที่สั่นเทาลูบคลำหยกชั้นยอดชิ้นนี้ ชั่วขณะนั้นในหัวของเขาก็มีล้านแปดความคิดตีกันให้วุ่นไปหมด!
ยาสมุนไพรหนึ่งขวด ก็ทำให้ตัวเองกลายเป็ผู้วิวัฒนาการที่แข็งแกร่ง หนังสือทักษะหนึ่งเล่ม ก็ทำให้ตัวเองกลายเป็ปรมาจารย์ด้านเครื่องดนตรี การ์ดหนึ่งใบ ก็ทำให้ตัวเองกลายเป็เศรษฐีชั่วข้ามคืน หรือว่าระบบค้นหาสมบัตินี้จะเป็นิ้วทองคำที่พระเ้าสร้างขึ้นมากันนะ?
ในหีบสมบัติพวกนั้นมันจะมีของวิเศษสุดโกงอะไรโผล่ออกมาอีกไหมเนี่ย?
ลูกท้อ์ของเ้าแม่หวังหมู่?
ยาอายุวัฒนะของไท่ซ่างเหลาจวิน?
หรืออาจจะเป็ของวิเศษแปลกประหลาดพิสดารอะไรบางอย่าง?
สรุปก็คือ ในตอนนี้หลินเฟิงเต็มไปด้วยจินตนาการอันไร้ขอบเขตเกี่ยวกับอนาคตของตัวเอง...
รอจนกระทั่งอารมณ์ตื่นเต้นสงบลง หลินเฟิงก็เก็บหยกจักรพรรดิเนื้อแก้วชิ้นนี้เข้าไปในช่องเก็บของของระบบ
ช่องเก็บของของระบบนี้ก็เหมือนกับแหวนมิติ การเก็บของและนำของออกมาล้วนสะดวกสบายมาก ข้อเสียเพียงอย่างเดียวก็คือ มันมีเพียงแค่ 10 ช่องเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าหลินเฟิงสามารถเก็บสิ่งของได้มากที่สุดเพียงแค่ 10 ชิ้น
ทันทีที่เลยเที่ยงคืน ระบบค้นหาสมบัติก็รีเฟรชข้อมูลส่วนตัวของหลินเฟิงทันที
[โฮสต์ : หลินเฟิง]
[ระดับ : ผู้วิวัฒนาการระดับ 1]
[ระดับการวิวัฒนาการของร่างกาย : 11%]
[เงิน : 20,000 หยวน]
[ช่องเก็บของ : 5/10]
[จำนวนหีบสมบัติที่เปิดได้ต่อวัน : 3/3]
หลินเฟิงที่กำลังจะกดเปิดช่องเก็บของของระบบก็ชะงักไปทันที จากนั้นดวงตาทั้งสองข้างก็จ้องเขม็งไปที่ข้อมูลส่วนตัวของตัวเอง!
ระดับการวิวัฒนาการของร่างกาย 11%?
ทำไมมันถึงเพิ่มมา 1% ล่ะ?
หลินเฟิงก้มหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็รีบถอดเสื้อของตัวเองออก แล้วรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว
เมื่อมองดูผิวสีทองแดงในกระจก รวมไปถึงมัดกล้ามเนื้อที่เป็ลอนสวยงามพวกนั้น บนใบหน้าของหลินเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มขื่นออกมา
ปัญหาเกิดขึ้นตอนเหตุการณ์ไฟไหม้เมื่อคืนนี้! ในตอนนั้นหลินเฟิงแทบจะถูกไฟคลอกไปทั้งตัว ตามหลักเหตุผลแล้ว ไม่มากก็น้อยมันน่าจะทิ้งรอยแผลไฟไหม้เอาไว้บ้างไม่ใช่เหรอ?
แต่หลินเฟิงในตอนนี้ นอกจากร่องรอยไหม้เกรียมบนเส้นผมเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้ว บนร่างกายกลับไม่มีรอยแผลเป็เลยแม้แต่นิดเดียว!
หรือว่าร่างกายของผู้วิวัฒนาการจะมีระบบรักษาตัวเองหลังจากได้รับาเ็? และทุก ๆ ครั้งที่ได้รับาเ็ ก็สามารถผลักดันให้ตัวเองเกิดการวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องได้งั้นเหรอ?
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ หลินเฟิงก็รู้สึกกังวลใจขึ้นมาตงิด ๆ เขาแค่อยากจะเป็คนรวย แล้วใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ไม่ได้อยากจะแสวงหาความแข็งแกร่งอะไรนั่นเลย และยิ่งไม่อยากจะไปเผชิญกับการผลัดเปลี่ยนที่เสี่ยงเป็เสี่ยงตายแบบนั้นด้วย!
การผลัดเปลี่ยนสำเร็จในครั้งแรกก็ถือว่าโชคดีสุด ๆ แล้ว ใครจะไปรู้ล่ะว่าการผลัดเปลี่ยนครั้งที่สองจะยังมีความโชคดีแบบนี้อยู่อีกหรือเปล่า?
ดูเหมือนว่าวันหลังจะต้องพยายามหลีกเลี่ยงการได้รับาเ็ซะแล้ว จะได้ไม่เผลอไปเร่งระดับการวิวัฒนาการของร่างกายเข้า
ถ้าถึงตอนนั้นถูกบีบให้ต้องผลัดเปลี่ยนเป็ครั้งที่สองล่ะก็ อะไร ๆ มันคงไม่ได้ดั่งใจตัวเขาเองแล้วล่ะ! ...