อีรอส เทมเพสต์
สมาชิกเฮย์ลิออทลำดับสาม ผู้มีั์ตาสีม่วงอเมทิสต์พร่างพราวอยู่ภายในดวงตา เส้นผมเงางามสีดำสนิทและผิวสีแทนยิ่งส่งให้เขามีภาพลักษณ์ดุดันมากขึ้น ชายหนุ่มอายุยี่สิบเก้าผู้มี่ไหล่กว้าง อกหนา ร่างกายสูงโปร่งมีมัดกล้ามไม่มากไม่น้อย แม้จะอายุเท่ากับเรนเดลล์ วาเลนเซียร์แต่อีรอสกลับมีความถือตัวเย่อหยิ่งสูง แม้โดยปกติจะเป็คนไม่ค่อยพูดแต่หากต้องปะทะฝีปากตอกหน้าใคร อีรอสนั้นทำได้ดีเกินกว่าจะเรียกว่าเป็คนพูดน้อย หากรวมกับสายตาดูถูกดูแคลนด้วยแล้วอีรอส เทมเพสต์นับเป็หนึ่งในอันดับต้นๆ ที่ไม่มีใครอยากคบหาด้วย
ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่มีใครหน้าไหนมีค่าพอให้ฉันสนใจนอกจากเธอ เควียร์เธอให้โอกาสฉันได้หรือเปล่า
แต่หากสายตาเหยียดหยามนั่นมองมาที่เควียร์ ไรท์ฮาร์ทบ้างสักครั้งคงจะช่วยให้หัวใจของเขาเต้นเป็จังหวะคงที่ได้บ้าง
“อึก!”
เมื่อเริ่มรู้สึกตัวตื่นความเ็ปรวดร้าวถูกส่งไปทั่วร่างกายคล้ายถูกฉีกเป็ชิ้นๆ ภายในสมองหนักอึ้งเหมือนมีใครเอาหินขนาดใหญ่มาผูกไว้แล้วโยนถ่วงลงน้ำ
“เธอเป็อย่างไรบ้าง”
เควียร์ััได้ถือความเย็นจากฝ่ามือใหญ่ที่ปัดปลายไปที่ผมด้านหน้าของเขา ดวงตาสวยปรือลืมตาขึ้นเพื่อสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบ ั์ตาสีฟ้าสบเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาที่นอนหนุนแขนอยู่ข้างกาย จุดสีดำเม็ดเล็กๆ ที่อยู่ด้านล่างแถวหางตาดึงดูดความสนใจของเควียร์ไม่น้อย จุดเล็กๆ ที่เพิ่มเสน่ห์อันน่าหลงใหลให้ใบหน้าคมคายของอีกฝ่าย
“..ปวด”
เควียร์ยกมือขึ้นกุมขมับพยายามขยับตัวลุกขึ้นนั่ง อีรอสเห็นอย่างนั้นจึงเอื้อมมือไปโอบรอบแผ่นหลังบางดึงให้เควียร์เสียหลังลงมานอนทับบนอกตัวเอง
“ไม่ไหวก็อย่าพึ่งฝืน พักผ่อนอีกหน่อยเถอะ”
“…ครับ”
เพราะไม่อยากต่อความยาวเควียร์จึงยอมนอนเอาหน้าแนบกับหน้าอกกว้างของอีรอสนิ่งๆ มองข้ามเสียงเต้นของหัวใจอีกฝ่ายที่ดังโครมครามไม่หยุดหย่อน
ทั้งที่ครั้งแรกที่เจอกันพวกเขายังเป็คนแปลกหน้าที่ได้ร่วมงานกันเพียงเท่านั้นแท้ๆ ไม่รู้ทำไมตอนนี้ถึงกลายมาเป็แบบนี้ได้
“สนุกหรือเปล่า”
“หื้ม”
เควียร์ใช้มือดันหน้าอกอีกฝ่ายเพื่อให้เงยหน้าขึ้นมองคนด้านใต้ได้สะดวก ใบหน้าเรียบเนียนแสดงออกอย่างชัดเจนว่ากำลังงุนงงกับคำถามของอีกฝ่าย
“ที่หนีออกจากบ้าน สนุกหรือเปล่า”
“….”
ถึงเขาจะหนีทุกคนจริงๆ แต่การใช้คำว่าหนีออกจากบ้านเช่นนี้ตัวเขาไม่ดูเหมือนเป็เด็กมีปัญหาเกินไปหน่อยหรือไง เขาไม่ได้หนีออกจากบ้านด้วยความคึกคะนองเสียหน่อย
เควียร์ทำหน้าเง้างอเพียงเล็กน้อยก่อนจะทิ้งตัวฝังจมูกลงบนอกกว้างดังเดิม อีรอสไม่พูดอะไรต่อเขาทำเพียงกระชับกอดให้แน่นขึ้น ขยับใบหน้าเข้าหาเส้นผมแอชพิ้งนั่นด้วยความคิดถึง
อีรอส เทมเพสต์ออกทำภารกิจรวมแล้วเกือบสองเดือน ในตอนที่เขาต้องเดินทางเป็่ที่น้องเล็กในอ้อมกอดได้รับาเ็หนักจนต้องโดนลงโทษกักตัวห้ามรับภารกิจ เขาไปทำงานด้วยอารมณ์ขุ่นมัวในใจ ตลอดเวลาคอยห่วงหาคิดถึงอีกฝ่าย เร่งทำภารกิจให้เสร็จโดยเร็วที่สุด แต่พอกลับมาถึงที่พักของเฮย์ลิออทกลับได้รู้ว่าน้องเล็กของเขาขอย้ายหน่วยไปอยู่ที่อื่นโดยไม่แม้แต่จะบอกอะไรเขาสักคำ พอคิดว่าจะไม่ได้เจอเควียร์ ไรท์ฮาร์ทในตอนนั้นใจเขาร้อนรุ่มจนแทบคลั่งรีบออกตามหาอีกฝ่ายไปทั่วฐานทัพ หากไม่ได้รับรายงานจากเรนเดลล์เขาคงจะมาไม่ทันเวลา
ทั้งที่ทำเขาแทบบ้าแต่คนในอ้อมแขนกลับไม่เข้าใจมันเลยสักนิด
“ตอนนี้เราอยู่ที่ไหนพอรู้ไหมครับ”
เสียงอู้อี้ดังขึ้นกลางอกดึงสติของอีรอสให้กลับมา มือใหญ่ยกขึ้นลูบไปที่ผมนุ่มของคนในอ้อมกอด
“จากที่ตรวจสอบดูเราน่าจะอยู่บนดาวกอร์กอนเฟค”
เควียร์ผละออกจากแขนแกร่งลุกขึ้นนั่งทันทีหลังจากได้ยินชื่อ แม้เขาจะไม่เคยออกสำรวจดาวดวงนี้ แต่ตอนที่เคยอยู่ศูนย์ฝึกเป็ผลทหารฝึกหัดเขาเคยได้ยินชื่อของมันอยู่บ้าง
“ค่อยๆ ลุกสิครับ”
อีรอสลุกขึ้นนั่งเหยียดหลังตรงบ้าง
“เป็ดาวกอร์กอนเฟคจริงๆ ใช่ไหมครับ” เควียร์เอายถามอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ
“ใช่ฉันสำรวจดูรอบๆ และตรวจสอบดูแล้ว”
เควียร์ยกฝ่ามือขึ้นปิดลงที่ริมฝีปาก ในตอนที่เขากำลังไม่รู้จะจัดการกำสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไรเขาจะชอบทำปฏิกิริยาเช่นนี้เสมอ อีรอสมองคนเด็กกว่าด้วยสายตาเอ็นดูเขาพอเข้าใจได้ว่าเควียร์นั้นกำลังคิดอะไรอยู่
ดาวกอร์กอนเฟคถูกสำรวจเจอเมื่อหลายสิบปีก่อน หากมองจากบนอวกาศนั้นดาวกอร์กอนเฟคจะมีสีชมพูที่เด่นชัด ที่พื้นดินมีเห็ดสีชมพูคอยปล่อยก๊าซประหลาดที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตต่างดาวเป็จำนวนมาก สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนดาวดวงนี้มีรูปลักษณ์ที่งดงามไม่ว่าจะเพศไหน แม้พวกเขาจะมีสีผิวที่แตกต่างบ้างขาวซีดบ้างอมชมพูอมฟ้าแต่รูปร่างของชาวกอร์กอนเฟคนั้นคล้ายคลึงกับมนุษย์มากทีเดียว
ข่าวลือบ้างก็ว่าที่นี่คือสรวง์บนดินคนบนดาวเปรียบเหมือนนางฟ้าเทพธิดาเทพบุตร แต่สิ่งที่ทำให้เควียร์ดูหนักใจเป็เพราะก๊าซจากเห็ดสีชมพู หากคนจากต่างดาวเกิดเมากลิ่นก๊าซเห็ดจะเกิดอาการลุ่มหลงมีความ้าผสมพันธุ์ได้ง่ายและยิ่งอยู่นานไปพวกเขาจะถูกชาวกอร์กอนเฟคล่อลวงและหลงมัวเมา กรณีร้ายแรงที่สุดหากได้สมสู่กันแล้วคนเ่าั้จะเชื่อฟังชาวกอร์กอนเฟคทุกอย่าง แม้อีกฝ่ายจะสั่งให้ไปตายหรือก่อาคนที่อยู่ในอาการลุ่มหลงจะตัดสินใจทำตามคำสั่งอย่างไม่มีเงื่อนไข โดยปกติฐานทัพได้ทำการทดลองยาแก้พิษและหาวิธีอื่นป้องกันเอาไว้แล้ว แต่เฮย์ลิออทน่ะไม่เคยได้รับยาตัวนั้นและไม่เคยคิดว่าจะต้องมาที่ดาวดวงนี้
นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เควียร์ ไรท์ฮาร์ทเริ่มเป็กังวล
“ไม่ต้องกังวลไปหรอก”
“ไม่สิพี่อีรอส กว่าเราจะหาทางติดต่อฐานทัพได้ไม่่รู้จะใช้เวลานานแค่ไหนนะ”
ตอนที่อยู่ศูนย์ฝึกหัดมีเพื่อนที่เป็ลูกผสมชาวมนุษย์และชาวกอร์กอนเฟคคนหนึ่งเคยบอกไว้ว่าก๊าซของเห็ดสีชมพูนี้มีผลกระตุ้นเพศชายได้ง่าย อย่างไรเควียร์และอีรอสก็เป็ตัวผู้ เป็บุรุษเพศ และตลอดห้าปีที่อยู่ในเฮย์ลิออทพวกเขาไม่เคยโดนฝึกให้รับมือกับก๊าซพิษประเภทนี้
“เด็กดี ไม่ต้องกังวลไป”
มือใหญ่ลูบไปตามแก้มเนียนนุ่ม ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบสนิทไม่หวั่นไหวไปกับสถานการณ์ที่ต้องเผชิญ เควียร์ย่นคิ้วด้วยความไม่สบายใจ
แซกๆ
“!!”
ดวงตาสวยเบิกกว้างด้วยความใเมื่อได้ยินเสียงแปลกๆ จากด้านนอกที่หลบภัยของพวกตน
‘อะ..เห็นไหมข้าบอกแล้วว่าต้องใช่!!’
‘เยี่ยมเลยข้าจะได้สัตว์เลี้ยงเสียที’
เสียงแสนไพเราะที่เควียร์ฟังไม่ออกว่าหมายถึงอะไรดังขึ้นที่ปากทางเข้าโพรงหญ้าขนาดใหญ่ อีรอสประคองให้เควียร์ลุกขึ้นยืนเติมความสูงเพื่อรอเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตอื่น
‘สัตว์เลี้ยงอะไรกันเฟอร์ คนจากต่างดาวต่างหาก’
‘แล้วไงเดี๋ยวก็มาเป็สัตว์ของข้า’
เมื่อสิ้นเสียงพูดที่เควียร์ฟังไม่ออก ตรงหน้าของพวกเขาก็ปรากฏชาวกอร์กอนเฟคเพศชายสองและหญิงอีกหนึ่ง อีกฝ่ายแสดงออกชัดเจนว่ากำลังมองสำรวจเควียร์และอีรอสั้แ่หัวจรดเท้า
‘ว้าว สุดยอดเลยสัตว์เลี้ยงของข้าดูดีมาก’
‘ข้าขอตัวหัวดำ’
‘เมนัสอย่ามาแย่งข้านะ เ้าก็เอาอีกตัวซิ’
แม้จะฟังไม่เข้าใจแต่ดูเหมือนหญิงสาวชาวกอร์กอนเฟคจะดูดีใจอย่างออกนอกหน้าจนเควียร์จับสังเกตได้
‘เฮ! พวกแกเข้าใจที่ข้าพูดหรือเปล่า’
‘นี่เมนัสอย่าเสียงดังซี่ เดี๋ยวสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ของข้าจะใเอานะ’
เควียร์มองไปยังทั้งสามคนที่เอาแต่พูดคุยกันด้วยใบหน้าเรียบเฉย ถึงอยากจะตอบโต้ที่อยู่ๆ อีกฝ่ายก็เสียงดังใส่แต่เขาก็ไม่รู้จะต้องตอบออกไปอย่างไร
‘พอก่อน เดี๋ยวข้าพูดเอง’
อีรอสมองชาวกอร์กอนเฟคเพศชายตัวหนึ่งที่ก่อนหน้านั้นมันเอาแต่มองสำรวจเควียร์ด้วยสายตายากจะอ่านออก มันตัวนั้นยกมือขึ้นห้ามปรามพรรคพวกที่เหลือให้เงียบ ก่อนจะเดินมาใกล้ๆ พวกเขา
“พวกเ้า้าให้ข้าช่วยหรือเปล่า”
มันเอ่ยภาษาทางการที่ใช้สื่อสารพร้อมด้วยรอยยิ้มส่งไปให้น้องเล็กของเฮย์ลิออท ในตอนนั้นคิ้วของอีรอสก็กระตุกตอบรับทันที
‘อะไรกันชาร์ลสนใจเอาตัวนั้นมาเป็สัตว์เลี้ยงเหรอ’
แม้หญิงสาวเพียงคนเดียวที่อยู่ที่นี่จะเอ่ยเสียงเบาซุบซิบกับเพื่อนตัวเองแค่ไหนก็ไม่รอดพ้นจากประสาทรับเสียงของอีรอส เทมเพสต์ไปได้
ไอ้พวกเวร จะพูดถึงเขาว่าอย่างไรเขาไม่สน พวกที่ไม่มีค่าพอให้สนใจน่ะเขาไม่คิดจะชายตามองด้วยซ้ำ แต่ที่บังอาจสนใจเควียร์น่ะ คิดว่าเขาจะปล่อยผ่านหรือไง
คิดบังอาจจะเอาใครไปเป็สัตว์เลี้ยงกัน
กรอด
“..พี่..อะไรเหรอ”
เควียร์หันมองอีรอสเมื่ออยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงกัดฟันดันกรอดเบาๆ ข้างหู อีรอสละสายตาจากพวกไร้ค่าตรงหน้ามามองคนที่ยืนอยู่ข้างตัวก่อนจะเอ่ยตอบเสียงละมุนหูชวนเขินอาย
“ไม่มีอะไรครับเด็กดี"
ให้ตาย เขาควรจะบอกอีรอสอย่างจริงจังดีหรือเปล่าว่าเลิกเรียกเขาว่าเด็กเสียที
“พวกเ้า..”
อีกฝ่ายที่ถูกเมินคำถามเอ่ยเสียงทักท้วงอีกครั้งดึงความสนใจของพวกเขา
“ถ้าอย่างนั้นพวกนายพาฉันไปเจอหัวหน้าเผาได้ไหม”
“ได้สิ”
อีกฝ่ายส่งรอยยิ้มที่คิดว่าดูดีที่สุดมาให้หวังจะได้รับรอยยิ้มสวยตอบกลับ แต่เควียร์กลับทำเพียงผงกหัวตอบรับเท่านั้น หากเป็ปกติเขาคงจะยิ้มรับบางๆ กลับไปบ้าง แต่จากที่สังเกตเมื่อครู่ต่อให้จะไม่เข้าใจที่อีกฝ่ายพูดแต่เควียร์รู้สึกไม่ชอบใจอยู่พอสมควร
ตลอดห้าปีที่ผ่านมาตัวเขาคือสมาชิกเฮย์ลิออทหน่วยรบระดับหนึ่ง เขาไม่เคยต้องใส่ใจปฏิกิริยาของใครหน้าไหนทั้งนั้นนอกจากสมาชิกทีม ต้องกล่าวว่าตัวเขามีความภูมิใจกับการเป็เฮย์ลิออทสูงมากทีเดียว และการที่มองสำรวจเขาและอีรอสั้แ่หัวจรดเท้าโดยไม่แม้แต่เก็บสายตาคล้ายดูถูกดูแคลนมันยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดจนอยากจะตัดการพูดคุยกับอีกฝ่ายด้วยซ้ำ แต่อย่างไรก็ต้องหาทางออกไปจากดาวดวงนี้ให้เร็วที่สุด เพราะอาการหนักอึ้งในหัวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็อาการมึนเบลอแล้ว หากปล่อยเอาไว้เขาอาจถูกก๊าซของเห็ดพิษพวกนั้นครอบงำได้
“…พี่สาม..”
หลังจากออกเดินตามชาวกอร์กอนเฟคไปได้สักพักเควียร์ที่กำลังเฝ้าสังเกตรอบข้างอยู่ก็เอ่ยกระซิบเสียงเบาข้างๆ คนที่เดินมาด้วยกัน
“ครับ”
อีรอสเอียงหัวเข้าหาคนเด็กกว่าเล็กน้อยเพื่อฟังในสิ่งที่อีกฝ่ายอยากพูด
“…พี่ยังไหวไหม”
หลังจากจบคำถามอีรอสก็เข้าใจที่เควียร์จะสื่อได้ทันที เรือนผมสีดำสนิทขยับเข้าแนบชิดกับเส้นผมสีน้ำตาลประกายชมพูเพียงครู่คล้ายตอบกลับอีกฝ่ายว่าไม่เป็ไร
ั์ตาสีอเมทิสต์เหลือบมองตามลำคอระหงที่เริ่มมีเหงื่อไหลซึม ปากได้รูปเผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ออกมาเพียงครู่ ก่อนจะเปลี่ยนเป็กระซิบตอบเสียงเบา
“จริงๆ พี่สามของเควียร์เริ่มไม่ไหวแล้วครับ”
เควียร์หายใจสะดุดเพียงชั่วครู่ หันมองอีรอสที่กลับไปเดินตัวตรงดังเดิมด้วยความรู้สึกยากจะเข้าใจ สมองที่กำลังขาวโพลนพยายามเค้นหาทางออกสุดกำลังให้ทั้งเขาและอีรอสหายจากอาการของก๊าซพิษ อย่างน้อยตอนที่กำลังเดินทางไปที่หมู่บ้านน่าจะยังไม่สติหลุด แต่หากอยู่ในหมู่บ้านที่มีชาวกอร์กอนเฟคจำนวนมากพวกเขาอาจถูกกระตุ้นและถูกล่อลวงเร็วขึ้น ถึงจะเลี่ยงโดยการต่อสู้ได้ แต่ก็ไม่เป็ผลดีนัก หากอุปกรณ์ที่พวกเขามีติดตัวไม่พังทั้งหมดคงจะดีกว่านี้
เควียร์หวังเป็อย่างยิ่งว่าพอไปถึงหมู่บ้านเขาจะติดต่อกับฐานทัพได้ในทันทีและรอทีมมารับกลับไม่ถึงครึ่งวัน
“…”
อีรอสมองเสี้ยวหน้าของคนที่เริ่มปิดความกังวลไม่มิดด้วยความเอ็นดู ั้แ่ที่พวกเขาเริ่มทำภารกิจด้วยกัน เควียร์ ไรท์ฮาร์ทไม่เคยต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ชวนกระอักกระอ่วนแบบนี้มาก่อนเลยสักครั้งเดียว ส่วนหนึ่งเป็เพราะเควียร์เป็คนที่ใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมและผู้คนรอบข้างในการก้าวผ่านสถานการณ์ต่างๆ ไปได้เสมอและอีกส่วนคือเควียร์ไม่ได้โดนพิษที่ทำให้สมองหยุดการทำงานเหมือนดั่งตอนนี้
เควียร์เป็มนุษย์ก๊าซพิษจึงส่งผลรุนแรงมากกว่าปกติทำให้เควียร์ที่มักจะมีแผนการเอาตัวรอดอยู่เสมอเริ่มคิดอะไรไม่ค่อยได้เพราะอย่างนั้นน้องเล็กของเฮย์ลิออทถึงเริ่มทำตัวไม่ถูก
“…พี่”
นิ้วก้อยเล็กๆ เกี่ยวเข้าที่ชายเสื้อของอีรอสอย่าง้าหาที่พึ่ง ชายหนุ่มส่วนสูงเกือบเจ็ดฟุตแทบจะเก็บสีหน้าสุขใจไว้ไม่อยู่ แม้จะมีเสียงพูดกระซิบกระซาบของพวกชาวกอร์กอนเฟคด้านหลังก็ไม่ได้ทำให้เขาหงุดหงิดเพิ่มขึ้นเลยสักนิด
“ไม่ต้องห่วงนะ”
อีรอสเอ่ยตอบกลับไปแม้จะรู้ว่าเควียร์คงจะไม่หายกังวลง่ายๆ ถึงสถานการณ์ในสายตาคนเด็กกว่าจะดูน่าหวาดหวั่นเพียงใด สำหรับพี่สามของเฮย์ลิออทแล้วมันก็เป็เพียงการหยุดพักฟื้นที่ดาวโกโรโกโสไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น
ก็นะอีรอส เทมเพสต์สมาชิกคนที่สามของหน่วยเฮย์ลิออทน่ะ มีค่าสถานะหักล้างพิษทุกชนิดได้ยังไงล่ะ
#เฮย์ลิออทไหลลึก