บทที่ 8
เช้าวันต่อมา มินตราตื่นขึ้นจากเสียงปลุกจากแม็กซ์ หญิงสาวปรือตามองหล่อนด้วยความงัวเงีย เธอยังคงเจ็บแผลอยู่และปวดไหล่ชนิดขั้นรุนแรงจากแรงกระแทกหนักๆ แม็กซ์ยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับเธอในขณะที่เธอกำลังปรับสายตาให้เข้าที่ มินตราไม่ค่อยชอบรอยยิ้มของแม็กซ์นักหรอก แต่ต้องยอมรับว่าในที่นี่ไม่ใครยิ้มให้เธออีกแล้วในที่นี้นอกจากแม็กซ์และเทพทัศ
“อาบน้ำแล้วแต่งตัวซะ เราจะไปกินข้าวที่โรงอาหารกัน” แม็กซ์พูดเสียงเบา มินตราพยักหน้ารับอย่างเงียบๆ เธอเองก็รู้สึกหิวมากเช่นกันเนื่องจากไม่มีอะไรตกถึงท้องมานานเป็วัน แต่แล้วก็เริ่มเอะใจอะไรบางอย่าง
“โรงอาหารที่ไหนกัน” บ้านหลังนี้มีห้องครัว ทำไมเธอจะต้องไปทานข้าวที่โรงอาหาร
“โรงอาหารไง? ไปสิ ไปแต่งตัวจะได้รีบไปทานข้าวเช้า เดี๋ยวหมดไม่รู้ด้วยนะ”
หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น มีอะไรอีกบ้างที่เธอยังไม่รู้เกี่ยวกับที่นี่ ทั้งที่มันเคยเป็บ้านพักของครอบครัวเธอมาก่อน แม็กซ์ปล่อยให้เธอได้อาบน้ำและรอมินตราที่หน้าห้องเพียงสิบนาที หญิงสาวเดินมาด้วยชุดใหม่พร้อมกับเสื้อยืดสีดำและกางเกงสีเทารัดรูป ผมถูกรวบเป็หางม้า ร่างกายไม่มีเครื่องประดับใดๆ เหมือนที่เคยมีก่อนที่จะมาที่นี่ แม็กซ์นำทางเธอไปที่โกดัง ประตูถูกเปิดด้วยรหัสลับบางอย่างและสแกนนิ้วมือ เธอพยายามเพ่งเล็งกว่าแม็กซ์กดรหัสอะไรบ้างแต่เธอยืนอยู่ในระยะห่างเกินไป เมื่อประตูถูกเปิดออก เหล่าคนในองค์กรหลายคนยืนรอทานอาหารเช้าด้วยสีหน้าเบิกบาน พวกเขาเข้าแถวเรียงกันเป็สี่แถว และหันมามองเธอและแม็กซ์เป็ตาเดียวเนื่องจากได้ยินเสียงเปิดประตู มินตราพยายามบังคับลมหายใจให้สม่ำเสมอกันเพราะไม่ชอบสายตาของผู้คนที่จับจ้องเธอมาตอนนี้
“สมาชิกใหม่นี่ท่าทางจะสบายจังนะ” ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกล เขาเดินเข้ามาตอนไหนก็ไม่รู้
“เอาเปรียบกันเห็นๆ” เขาพูด มินตราหรี่ตามองเขาอย่างสงสัย ผู้ชายคนนี้เธอไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน
“หุบปาก พีเจ” แม็กซ์สั่งเสียงดุ พีเจยิ้ม เขาไม่ชอบใจเท่าไหร่ที่เห็นว่าสมาชิกใหม่อย่างเธอต้องมีคนพาเดินไปทางนู้นทางนี้ พีเจแสยะยิ้ม เขายกมีดขึ้นโยนเล่น
“กินข้าว ต้องให้ป้อนด้วยมั้ย? เดี๋ยวฉันป้อนให้เอามั้ย?” พีเจเดินเข้ามาใกล้มินตราพร้อมกับกระซิบใกล้หู หญิงสาวขนลุกวาบไปทั่วตัวสายตาคมราวกับเหยี่ยวของเขาทำให้เธอรู้สึกเย็นราวกับน้ำแข็ง
“หูนายหนวกหรือว่าสมองกลวง ฉันสั่งให้นายหุบปาก” แม็กซ์ย้ำเสียงเข้ม พีเจหัวเราะ เขากำลังทำให้แม็กซ์สติแตก
“มาเถอะ” แม็กซ์จูงมือมินตราเข้าไปต่อแถว เธอปล่อยมือและให้มินตราเดินนำไปก่อน ทุกคนที่หันมามองเธอเมื่อครู่หันกลับไปแล้ว มีบางคนหัวเราะ และบางคนกำลังซุบซิบอะไรบางอย่าง แม็กซ์ส่งสายตาไปหาพวกเขาเ่าั้ พวกนั้นจึงยอมเงียบลง ทางเดินไปโรงอาหารขนาดใหญ่ โรงอาหารมีโต๊ะเหล็กเรียงกันเป็แถว และมีคนยื่นถาดอาหารมาให้ที่โต๊ะ แม็กซ์บอกว่าเธอสามารถนั่งตรงไหนก็ได้ตามใจชอบ ทีแรกมินตราตั้งใจจะนั่งกับแม็กซ์แต่หล่อนกลับเดินหายไปแล้ว และเดินไปนั่งกับพีเจ หญิงสาวแอบขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อกี้พวกเขาสองคนยังทะเลาะกันอยู่เลย ตอนนี้เห็นคุยกันกระหนุงกระหนิง เธอแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
หญิงสาวเลือกที่จะเดินไปนั่งที่ว่าง ก่อนที่จะนั่งลงเธอเดินไปชนกับไหล่ของใครบางคน ผู้หญิงคนนั้นหันมาด้วยสายตาเ็า อลิซ
“หลบไป นังโง่” เธอผลักไหล่ของมิตราแล้วแยกที่นั่งเธอ มินตราเกือบล้ม ร่างของเธอกระทะกับอกแกร่งของใครบางคน คเชนทร์นั่นเอง
คเชนทร์รวบแขนเรียวแล้วดึงเธอไปนั่งที่โต๊ะหนึ่งติดกับโต๊ะของอลิซ ชายหนุ่มดันไหล่เธอให้นั่งลง เบาๆ แล้วหย่อนตัวลงนั่งข้างเธอ มินตรามองเขาอย่างงงๆ นึกสงสัยว่าเขามาอยู่ที่นี่ั้แ่เมื่อไหร่ ตอนเธอเข้าแถวเธอไม่เห็นแม้แต่เงาของเขาเลยด้วยซ้ำ แถมเมื่อคืนเขาไม่ได้กลับบ้านด้วย
“ยายอลิซนั่นบ้าพลังชะมัด” คนที่นั่งฝั่งตรงกันข้ามกับเธอพูดขึ้นเธอได้ยินเสียงเขาพูดเป็ภาษาอังกฤษก็หูผึ่ง เพราะเขาคือคนชาวต่างชาติคนที่สามแล้วที่เธอเจอที่นี่ ต่อจากแม็กซ์และพีเจ ชายหนุ่มร่างสูงสวมแว่นสายตากรอบดำ เธอคิดว่าเขาน่าจะตัวสูงเท่ากับคเชนทร์ ใบหน้าคมเข้มผิวขาวของเขาดูไม่น่าจะใช่ลูกครึ่ง เขาน่าจะเป็คนต่างชาติเต็มตัว ตอนนี้ปากของเขากำลังบดเคี้ยวขนมปังอยู่พร้อมกับพูดไปพลาง
“เธอควรจะทำตัวดีๆ กับหล่อนไว้นะ แม่นี่ ชอบทะเลาะกับชาวบ้านเขาไปทั่ว” เขาเตือนเธอ มินตราหันไปมองอลิซที่กำลังเคี้ยวน่องไก่ด้วยความหิว
“ฉันไม่มีเื่กับหล่อนแน่” มินตราตอบเขา แน่นอน เธอไม่อยากมีเื่กับใครทั้งนั้นในตอนนี้ มือของมินตราชุ่มไปด้วยเหงื่อ ผู้คนต่างเดินกันขวักไขว่ และตัวของเธอกำลังเป็แซนวิซเบียดกับผู้หญิงที่นั่งข้างๆ ที่ไม่รู้จักและคเชนทร์ที่นั่งเบียดเธอ ชายหนุ่มยกขนมปังขึ้นมาแล้วเริ่มกัด หญิงสาวมองรอบๆ ตัวอย่างแปลกตา เธอเห็นหลายคนกำลังเล่นหยอกล้อกันผลักกันด้วยรอยยิ้ม บางคนก็มองมาที่เธอ ทั้งๆ ที่กำลังทานอาหารอยู่และดูเหมือนพวกเขากำลังซุบซิบนินทาอะไรบางอย่างพร้อมกับหันหน้ามาทางมินตรากัน หญิงสาวไม่ชอบใจนัก
“พวกเขามองฉันทำไม” มินตราถามผู้ชายตรงหน้า เธอไม่ได้สนใจคเชนทร์ที่นั่งอยู่ข้างๆ เลยสักนิด ชายหนุ่มด้านหน้าของเธอหันหลังไปมองพวกนั้น ก่อนจะอมยิ้มให้กับเธอ
“พวกเขาอิจฉาเธอนะสิ”
“อิจฉาเหรอ?” มีอะไรต้องอิจฉา เธอไม่มีอะไรให้น่าอิจฉาสักนิด
“ใช่ ก็เธอเป็เด็กพิเศษไง”
“พิเศษ??”
“เธอคงไม่รู้สินะว่าตัวเธอถูกพามาโดยผู้นำของพวกเรา ได้นอนสบายในบ้านที่แยกตัวออกจากโกดัง แถมยังใจกล้าะโหน้าผาเป็คนที่สองอีก” มินตราหรี่ตา เธอยังไม่เข้าใจความหมายของเขาเท่าไหร่นัก แต่แน่นอนว่าการที่เธอถูกพามานั้นน่าจะเป็ที่สนใจ ถึงแม้ว่าเธอจะเป็ถึงว่าที่ภรรยาของคเชนทร์ แต่เธอคิดว่าเื่นั้นไม่จำเป็ต้องมีใครรู้ ไม่มีความจำเป็อะไรจะต้องบอกพวกเขา
“หมายความว่าไงคนที่สอง”
“ไม่มีใครกล้าโดดหน้าผานั่นหรอกน่า การโดดหน้าผาไม่ได้มีไว้เพื่อต้อนรับสมาชิก แต่มันเอาไว้ประกาศศักดิ์ดา คนที่โดดแล้วไม่ได้ตายจะได้เป็ผู้นำของเรา” เขาพูดพลางกดซ้อมลงไปที่ฮอทดอก ผู้นำงั้นหรือ เพราะอย่างนี้สินะ คเชนทร์ถึงได้บอกให้เธอโดด เพราะเขาอยากให้ทุกคนยอมรับเธอ
“แล้วใครคือคนที่โดดคนแรก” เธอถาม
“ก็ผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างเธอนั่นไง”
มินตราหันไปมองผู้ชายที่นั่งช้างๆ เธอ เขาตักซุปเข้าปากโดยที่ไม่เป่า มันดูร้อนมาก ใบหน้าของหญิงสาวราบเรียบ แต่ในใจของหญิงสาวกำลังสั่น มือของเธอกำเข้าหากันแน่น เขาไม่ได้หันมา นั่นเป็คำพูดที่ทำให้เธอใจสั่นไม่น้อยเมื่อรู้ความจริงว่าเขาคือผู้นำของกลุ่มบอดิการ์ดพวกนี้ นั่นหมายถึงอำนาจของมินตรากรุ๊ปด้วยหรือเปล่า
“เอ้อจริงสิสมาชิกใหม่ เธอชื่อมินใช่มั้ย ฉันชื่อเธียร์” เขายื่นมาจับมือกับเธอ ก่อนที่เธอจะยื่นมือไปจับทว่าคเชนทร์กลับดึงมือเธอกลับมา
“เธอเป็คนไทย เธียร์” เขาพูดเสียงอยู่ในลำคอ มือข้างหนึ่งของเขาจับแขนของเธออยู่ แต่ใบหน้าของเขาไม่ได้มองไปที่ไหนนอกจากอาหาร มือข้างที่ไม่ได้จับแขนเธอจับขนมปังขึ้นมากัด
“อ่อ จริงสินะ ฉันเป็คนอเมริกา ยินดีที่ได้รู้จักนะ” เขาบอกเป็ภาษาอังกฤษ
“ฉันทำงานอยู่หน่วยเอกสารสำคัญ หน่วยเดียวกันกับแม็กซ์ เธอคงจะรู้จักแล้วสินะ” มินตราพยักหน้า
“แล้วคนที่ชื่อพีเจล่ะ” หญิงสาวถามเขา คเชนทร์ผลักไหล่บางให้หันมาทางงเขา ชายหนุ่มหรี่ตามองเธอ
“เธอสนใจคนอื่นด้วยเหรอ”
“ฉันแค่อยากรู้” เธอตอบ
“อ้อ” เธียร์พูดขึ้น “หมอนั่นอยู่ในหน่วยสือราชการลับ เป็นักแม่นปืน แถมยังปามีดได้แม่นมากด้วย ได้ข่าวว่าแม็กซ์กับเขากิ๊กกัน แต่เห็นอยู่ด้วยกันทีไรกัดกันตลอด”
หญิงสาวมองไปที่เขาทั้งสองคน ดูเหมือนแม็กซ์จะหยิบซ้อมขึ้นมาจ่อหนาพีเจ แล้วกจิ้มมันไปที่แขนแกร่งของเขา พีเจร้องโอย แล้วปัดมันออก มินตราจึงเบือนหน้ากลับมา มือเรียวหยิบส้อมขึ้นมาจิ้มเนื้อแล้วก็มีดที่เตรียมไว้กำลังจะตัดเนื้อสเต็กในจาน ทว่ามันกลับลอยขึ้นไปอยู่ในจานของคเชนทร์เสียแล้ว
“นี่คุณ!” เธอหน้าเหวอ นั่นมันเป็อาหารเช้าของเธอนะ
เขาหยิบถาดสปาเก็ตตี้มาให้เธอ “เธอไม่กินเนื้อกวาง” เขาพูด ก่อนจะใช้ซ้อมจิ้มเนื้อกวางเข้าปาก
มินตรามองเนื้อที่เขาหยิบไป จริงสิ นั่นมันเนื้อกวาง เธอไม่กินเนื้อกวางมาั้แ่เด็กๆ แล้ว เพราะเคยมีอดีตฝั่งใจกับมัน ริมฝีปากที่แห้งของมินตราถูกเม้มเข้าหากัน เธอกำลังเริ่มนึกถึงอดีต นึกถึงพ่อและชีวิตวัยเด็ก หญิงสาวสั่นหัว ไม่ได้ เธอจะคิดถึงมันไม่ได้ เธอไม่อยากจะร้องไห้ต่อหน้าผู้คนตอนนี้
“ทำไมเธอไม่กินเนื้อกวางล่ะ” เธียร์ขยับแว่นแล้วถามอย่างสงสัย มินตราเม้มริมฝีปากอยู่ครู่หนึ่ง ที่จริงแล้วมันไม่ได้ตอบยากมากนักหรอก แต่เธอเริ่มรำคาญที่เขาพูดมากบ้างแล้วต่างหาก
“เก็บอาการพูดมากของนายซะเธียร์” คเชนทร์พูดขึ้น เขาทานเสร็จแล้ว
“รีบกิน แล้วไปเจอฉันที่เกรทหนึ่ง” เขากระซิบบอกเธอ และลุกขึ้นไปพร้อมกับจาน เขาปล่อยเธอทิ้งไว้ตรงนั้นแล้วเดินหายไปทางประตูทางออก
“พูดมาก? นี่แค่ยังน้อยนะ ปกติเวลาฉันพูดมากที่สุดคือเวลาทานอาหารค่ำ พวกนายนี่ความอดทนต่ำจริงๆ” เธียร์บ่น มินตราหลุดหัวเราะเบาๆ เธอเห็นใบหน้าของเขาหันมาแล้วแบมือยักไหล่ นั่นยิ่งทำให้เธอเริ่มหัวเราะแล้วยิ้ม
“เธอหัวเราะแล้ว นั่นไง ไอ้บ้านั่นยังทำให้เธอหัวเราะไม่ได้เลย” เขาพูดยิ้มๆ แล้วตักสปาร์เก็ตตี้เข้าปาก มินตราส่ายหน้า แม้ว่าเขาจะพูดมากแต่เขาก็ตลกดี
การฝึกซ้อมจะแบ่งเป็หกเกรท เกรทที่หนึ่งคือธนู เกรทที่สองปามีด เกรทที่สามฟันดาบ เกรทที่สี่ยิงปืน เกรทที่ห้า การต่อสู่ตัวต่อตัว เกรทหนึ่งหาได้ไม่ยากนัก เพราะกว้างและเหมาะสำหรับการฝึกซ้อมยิงธนู หญิงสาวมองธนูของตนเองในมือ เธอไม่เคยยิงมาก่อน แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ปัญหาหลังจากนี้คือเธอจะทำยังไงให้ผ่าน เท่านั้นเอง มินตรามองรอบๆ ตัว พวกเขายังคงมองเธออยู่ แต่ไม่ค่อยมีใครหยาบคายกับเธอเท่าไหร่แล้ว แต่ช่างเถอะ ใครสนกัน
“เฮ” เธียร์จับไหล่ของเธอ หญิงสาวกัดฟันไม่ได้ร้องด้วยความเจ็บ
“เกรทแรก พวกเขาจะให้โอกาสผู้นำก่อน”
นั่นเป็ประโยคที่เลวร้ายมาก หญิงสาวบอกในใจ ผู้นำที่เดินขึ้นไปเป็คนแรกคือเคน ตอนนี้หญิงสาวเปลี่ยนสรรพนามของเขาในใจแล้ว การเรียกคเชนทร์ดูเหมือนจะยากเกินไปเพราะเขาบอกเธอเองว่าเขาไม่ใช่คนเดิม เธอถามแม็กซ์เมื่อเช้าว่าเทพทัศไปไหน ดูเหมือนจะไม่ได้เห็นหน้าเขามาหลายชั่วโมงแล้ว แม็กซ์บอกว่าเขาต้องกลับไปดูแลกิจการ มินตราเข้าใจเื่นี้ดี เคนไล่สายตาไปหาทุกคน ก่อนจะเห็นเธอยืนคู่กันกับเธียร์ เขาเลือกธนูมาสองสามอัน มือของเขาจับคันธนู มันดูไม่เหมือนธนูในหนัง เพราะมันดูมีอ๊อฟชั่นเสริมมากกว่า ทั้งยังมีขนาดกะทัดรัด และสีสันฉูดฉาด เคนจับคันธนูด้วยมือซ้ายและลูกธนูด้วยมือขวา ชายหนุ่มยกมันขึ้นมาพร้อมกับเล็ง ไม่กี่วินาทีถัดมาลูกธนูพุ่งเข้าสู่เป้าหมาย วงกลมในสุดสีเหลือง มีลูกธนูปักไว้อย่างแม่นยำ
เขาหันกลับมาที่เธอ
“คนต่อไป” เขาพูด
สายตาทุกสายตาจับจ้องมาที่เธอ มินตรายืนตัวแข็ง หญิงสาวมองไปที่เป้าเมื่อครู่ เขาสามารถยิงมันได้อย่างแม่นยำจนเธอคาดไม่ถึง เธอไม่เคยเห็นเขาในลักษณะนี้มาก่อนเลย พี่ชายมักจะอยู่บ้าน บ้างานและดูไม่เหมือนคนทีจะลุกข้นมาหยิบปืน หญิงสาวเคยคิดว่าเขาเอาเวลาจากไหนมาฝึกซ้อมตัวเองให้แข็งแกร่งแบบนี้ ในระยะเวลาสามปีที่เธอไปอยู่ปารีสงั้นหรือ
“ไปสิ มิน” เธียร์แตะที่แขนเธอ มินตราตื่นจากภวังค์ เธอเลียริมฝีปากก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไป ทุกสายตายังคงจับจ้องเธอ หญิงสาวยอมรับว่างานนี้เธอประหม่าไม่น้อย ขาเธอสั่นนิดๆ แต่ก็ยังไม่ผิดสังเกตเท่าไหร่นัก เขายืนอยู่ไม่ไกล เคนยื่นคันธนูมาให้เธอ
“มานี่สิ” เขาดึงแขนเธอเข้าไป
“สอดลูกธนูไว้ตรงนี้” เขาบอกเธอ จับแขนของเธอขึ้นให้ทำท่าเดียวกับที่เขาทำเมื่อครู่ แล้วให้ลูกธนูอยู่ตรงช่องกึ่งกลางคันธนูพอดี
“ดึงมาให้อยู่ในระดับจมูก” เขาบอกเธอ “ควบคุมจังหวะการหายใจ”
ทำไมได้ หญิงสาวไม่อาจจะควบคุมลมหายใจให้สม่ำเสมอกันได้ในตอนนี้ เพียงแต่พยายามไม่ให้มันหายใจแรงขึ้นเท่านั้น ดวงตาเหลือบมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่ได้หันกลับมา เธอจึงหันกลับไปเล็งที่เป้า
“คิดเสียว่าเธอกำลังจะยิงปืน” เขากระซิบ มือของเขายังวางไว้บนหลังมือเธอทั้งสองข้าง
“ปล่อย”
ปัก!
ขอบสุดของเป้าเล็ง มันแทบจะหลุดออกจากเส้นนอกสุดแล้วด้วยซ้ำ มินตราถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างน้อยเธอก็ทำได้ดีในครั้งแรก เขาปล่อยมือเธอแล้วเดินออกไปจากตรงนั้น มินตราสูดลมหายใจเข้าลึกที่สุด ก่อนจะค่อยๆ ผ่อนออก
“แหวะ”
เสียงของสาวผมทองดังขึ้นจากด้านหลัง
“นั่นมันทุเรสสิ้นดี เธอไม่สมควรเป็หนึ่งในพวกผู้นำ” น้ำเสียงของเธอบ่งบอกว่าไม่ชอบมินตราอย่างแรง มินตราไม่ได้สนใจคำพูดของหล่อน สายตายังคงจับจ้องไปที่กลางเป้า
“ใครช่วยบอกฉันที ว่านังนี่ห่วยแค่ไหน” อลิซกอดอก เธอยังคงพูดต่อ มินตรานับถือเธออยู่เื่หนึ่งในตอนนี้ อลิซมีความสามารถมากในการกวนประสาทคนอื่น
“หุบปากน่าอลิซ” ผู้หญิงที่ยืนข้างๆ หล่อนพูดด้วยเสียงรำคาญเต็มทน
“แหม ทำอย่างกับเธอไม่เห็นด้วยอย่างนั้นแหล่ะ”
มินตราเม้มริมฝีปากของตนเองแน่น เธอรู้ว่าตอนนี้เธอกำลังถูกยั่วให้สับสน แล้วส่วนลึกของตัวเองกำลังทำงานโทษตัวเองอยู่ มินตราหยิบธนูขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เธอบังคับลมหายใจให้สงบนิ่ง แม้ว่าเหงื่อจะผุดออกมาและขายังคงสั่นอยู่ก็ตาม หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอ จ้องมองไปยันเป้าสีเหลืองที่อยู่กึ่งกลางนิ่ง
“เธอมีโอกาสครั้งที่สองด้วยเหรอ ไม่อยากเชื่อเลย นังนี่มันอ่อนชัดๆ”
อลิซสะบัดเสียงยิ้มเยาะเธออยู่อย่างนั้น มินตรากัดริมฝีปาก ก่อนจะตัดสินยิงธนูเธอเล็ง สูดลมหายใจ ปล่อย
ปัก!
กลางเป้า ถึงจะเกือบหลุดออกจากวงสีเหลือง แต่ก็ถือว่าอยู่ในเขตกลางเป้าพอดี
มินตรากระตุกยิ้มที่มุมปาก รอบข้างเงียบไปหมด โดยเฉพาะอลิซที่ได้แต่ยืนอึ้งพูดอะไรไม่ออก สักพักมินตราหันกลับมาหาคนที่พึ่งจะดูถูกเธอเมื่อครู่ มินตรายิ้มอย่างผู้ชนะ ดวงตาของเธอเป็ประกาย ในขณะที่อลิซจ้องเธอเขม็ง สูดลมหายใจเข้าออกอย่างไม่เป็จังหวะ
“ฉันจะบอกอะไรให้นะ อลิซ” มินตราเดินลงมาจากแท่นฝึกยิงธนู มือบางกอดอกและยิ้มดวงตาวาว หญิงสาวเดินมาถึงอลิซที่ยืนอยู่ ทุกคนหลีกทางให้เธอ หญิงสาวแทบได้ยินเสียงหายใจของคนตรงหน้า ตัวเธอเล็กกว่าอลิซไม่มากนัก
“อะไร” หล่อนกลืนน้ำลาย
“เธอต่างหาก ที่ห่วย”
หญิงสาวชกเข้าไปที่ใบหน้าของผู้หญิงตรงหน้าเต็มแรง หล่อนล้มลงไปท่ามกลางผู้คนที่มองมินตราอย่างอึ้งๆ แม็กซ์ที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักกระตุกยิ้ม แรงหมัดนั้นทำให้จมูกของอลิซมีเืกำเดาไหล หล่อนกุมจมูกของตนเองแล้วร้องโอดโอย
มินตรายิ้ม สายตาของเธอมองผู้หญิงตรงหน้ากรีดร้องเพราะความเจ็บ แล้วหันไปมองเคนที่ยืนอยู่ข้างบน สายตาเรียบเฉยของเขาทำให้เธอหุบยิ้มโดยทันที เขาไม่ค่อยชอบใจนัก ซึ่งดูจากสีหน้าแล้วคนที่ควรจะถูกชกคงเป็เธอมากกว่า เขากระแอมเสียงดัง ทุกคนจึงละความสนใจจากอลิซที่ร้องโอดโอยอยู่ตรงนั้น
“เอาล่ะ ทุกคนซ้อมต่อได้” เขาพูด
พวกเขาเดินขึ้นไปข้างบน แล้วฝึกซ้อมต่อ เคนเดินลงมาหาเธอ ที่เธอยืนอยู่
“เธอรู้หรือเปล่าว่ากำลังทำบ้าอะไรอยู่” เคนกล่าวกับเธอ มินตราเบือนหน้าหนี เธอไม่สนหรอก เธออยากให้ทุกคนรู้ว่าตนเองไม่ได้ห่วยแตกอย่างที่อลิซว่า เธอแข็งแกร่งพอที่จะชกคนอื่นให้ฟันร่วงได้เหมือนกัน เหมือนกับที่เธอชกหน้าเทพทัศมาแล้วครั้งหนึ่ง
“คราวนี้ก็รู้แล้วนะว่าการหุบปากมันสำคัญยังไง” เคนหันไปหาคนที่นอนอยู่บนพื้น เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ และเดินจากไป ทิ้งให้มินตรายืนกัดฟันอยู่ตรงนั้น
“โถ่เว้ย!” อลิซลุกขึ้น มองมินตราอย่างอาฆาต หล่อนจับจมูกที่มีเืไหลของตนเองและหันหลังเดินหนีไป มินตราคลี่ยิ้ม คราวนี้เสียงะโโห่ให้กับชัยชนะของเธอก็ดังขึ้น พวกเขาปรบมือให้กับเธอ หญิงสาวยิ้มบางๆ แม้จะไม่ใช่ยิ้มที่ออกมาจากใจเท่าไหร่นัก
“เธอเก่งมาก” แม็กซ์แตะไหล่เธอเบาๆ
“ไม่อยากจะเชื่อเลย ฉันบอกให้เธอเป็มิตรกับหล่อน แต่เธอกลับเดินเข้าไปอัดหล่อนจนดั้งหัก” เธียร์เดินมาแล้วยิ้มร่า เขามองเธออย่างอึ้งๆ ในคราแรก
“เธอทำได้ดีต่างหากล่ะ” แม็กซ์บอกเธียร์
“ใช่ สุดยอดเลย ฉันคิดว่าแม่นั้นคงจะเลิกหาเื่คนอื่นไปอีกนานเลย”
มินตราหัวเราะ นี่ถือเป็ครั้งแรกที่เธอได้ทำอะไรเสี่ยงๆ แบบนี้ วันนี้เป็วันแรกที่หญิงสาวรู้สึกดีในกับการชกคนอื่น ถึงแม้ว่าจะเคยชกเทพทัศมากแล้ว มันต่างกัน เพราะครั้งนั้นเธอถือว่านั่นคือความแค้น แต่ตอนนี้เธอทำด้วยความสะใจ และการชกของเธอครั้งนี้อาจจะทำให้เธอไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตก็ตาม แต่ใครสน เธอไม่ใช่พวกขี้คลาด เธอจะทำให้พวกเขารู้ว่าเธอไม่ได้อ่อนแออย่างที่คิด