บทที่10.ทำกุศลร่วมชาติจะมีวาสนาร่วมกันเ้ารู้หรือไม่
ใช้เวลาครึ่งชั่วยามทั้งสองก็เดินมาจนถึง้าที่ตั้งอาราม้ายังมีคนที่มาไหว้พระขึ้นมาถึงก่อนแล้วมู่หรงซีเหมินพบว่าเป็คนจวนตระกูลกู้นั้นเอง ตอนนี้ผู้นำตระกูลกู้คือกู้ฉางรุ่ยบุตรชายคนโตที่มีตำแหน่เป็กุนซือในกองทัพตั้งปต่อายุยังน้อยเป็สหายของหยางซินฟงพี่ชายของหยางซินโหยวนั้นเองคิดว่าคงเป็กู้ฮูหยินที่มาทำบุญไหว้พระเช่นกัน
“เราเข้าไปไหว้พระกันก่อนเถิด”แต่ถึงเช่นนั้นเขาก็ไม่้าให้ซินโหยวของเขาไปยุ่งเกี่ยวกับคนแซ่กู้นี้
เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กดูจะสนใจคนที่มาจากตระกูลกู้ก็รีบเอ่ยชวนเพื่อดึงความสนใจของนางมาที่ตนเองมาตอนนี้เขาก็เริ่มนึกได้ว่ากู้ฉางรุ่ย ดูเหมือนจะมีใจให้ชายาตัวน้อยของเขาอยู่ชาติก่อนยังส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังดีและอาทรมาให้นางอยู่บ่อยครั้งยามที่ออกงานเลี้ยงต่างๆในวัง เฮอะ มาชาตินี้เ้าก็ได้แต่มองต่อไปเถิดอย่างหวังว่าจะแย่งนางไปจากข้าได้
“เพคะ”
"ซินโหยวรู้หรือไม่"จู่ๆเสียงทุ้มก็เอ่ยขึ้นขณะเดินเข้าอารามด้านใน
"เพคะ เื่ใดหรือเพคะ"ดวงหน้าหวานเงยขึ้นไปมองพร้อมเอ่ยถามคนด้านข้างเพราะเหมือนเขาจะพูดบางอย่างแล้วก็เงียบไป
"ข้าเคยได้ยินมาว่าทำกุศลร่วมชาติจะมีวาสนาร่วมกันอีกในชาติภพหน้าเ้ารู้หรือไม่"ซีเหมินเอ่ยขึ้นพร้อมหันมายกยิ้มหล่อเหลาดวงตาเป็ประกายระยิบระยับส่งให้ซินโหยวจนนางตาพร่าหน้าร้อนผ่าวไปหมดได้แต่ก้มหน้าไม่กล้าเอ่ยตอบสิ่งใดออกไปซีเหมินเห็นหน้าแดงก่ำนั้นแล้วก็เข้าใจว่านางเขินอายจนไม่กล้าเอ่ยตอบสิ่งใดก็ยิ่งยิ้มออกมาอย่างมีความสุขนัก
เมื่อเข้ามาจุดธูปไหว้ที่หน้าพระพุทธองค์แล้วจู่ๆ หลวงจีนน้อยก็เดินเข้ามาแจ้งให้ทราบว่าท่านเ้าอาวาสเชิญทั้งสองสนทนาด้วยเื่นี้ทำให้ใมากทีเดียวแม้แต่ผู้คนรอบข้างที่ได้ยินก็พากันใตามไปด้วยเช่นกัน
ชาวเมืองต่างรู้ดีว่าท่านเ้าอาวาสแห่งอารามหรูอี้นั้นเป็ผู้บำเพ็ญตบะแก่กล้าสามารถทำนายทายทักดวงชะตาของผู้คนแม่นยำนัก อีกทั้งยังพบเจอท่านได้ยากมากแม้แต่ฮ่องเต้หากไม่จำเป็จริงๆ ยังพบท่านเ้าอาวาสได้ยากยิ่งนักแต่ครั้งนี้กลับให้คนมาเชิญไปสนทนาด้วยตนเองนับเป็เื่ที่เกิดได้ยากยิ่งนัก
“คารวะท่านเ้าอาวาสขอรับ /คารวะท่านเ้าอาวาสเ้าค่ะ”
เมื่อทั้งสองนั่งลงเบาะรองนั่งกับพื้นแล้วก็กล่าวคำคารวะทันที
“ท่านทั้งสองมีเื่อยากถามสินะ”เสียงเอ่ยถามอย่างนิ่งสงบฟังแล้วชวนให้จิตใจนิ่งเย็นดุจดั่งสายน้ำ
“เ้าค่ะ/ขอรับ” ทั้งสองตอบพร้อมกันก่อนจะหันมามองหน้ากันไปมา
“อืมเื่ราวที่เห็นในภาพฝันนั้นอาจจะเกิดหรือไม่เกิดขึ้นได้ก็ขึ้นอยู่กับทางเลือกและการกระทำแต่บางอย่างก็ไม่อาจฝืนลิขิตของโชคชะตาได้หรอกนะ”ท่านเ้าอาวาสหันมากล่าวกลับซินโหยว ตัวนางเองเมื่อได้ฟังก็พอจะรู้ที่ท่านเ้าอาวาสกล่าวคงหมายถึงความฝันของนางนั้นเอง
“แล้วหากว่าข้ายังคงเลือกเช่นเดิมและยัง้าพยายามเปลี่ยนแปลงจิตใจของคนด้วยเล่าเ้าคะจะสำเร็จหรือไม่”
“หากทำด้วยความจริงใจนั้นย่อมเป็ไปตามที่ท่าน้า”
“ขอบคุณท่านเ้าอาวาสมากเ้าค่ะที่ชี้แนะ”แม้เื่ราวที่ฝันถึงจะยังไม่ชัดเจนมากนักแต่หากบางอย่างไม่อาจฝืนลิขิตแห่งโชคชะตาได้นางก็จะแต่งเข้าตำหนักชินอ๋องของมู่หรงอ๋องดังในฝันและหากเื่ราวการชิงอำนาจเกิดขึ้นเป็ไปตามนั้นจริงนางก็จะพยายามลองเปลี่ยนแปลงจิตใจของเขาด้วยความรักความจริงใจที่นางมี
แต่หากไม่สำเร็จจนต้องพบเจอจุดจบเช่นเดินนางก็ยังคงยินดีอยู่เคียงข้างเขาเช่นเดิมไม่แปรเปลี่ยน หยางซินโหยวคิดในใจพร้อมตั้งมั่นโดยไม่รู้เลยว่าสิ่งที่นางคิดนั้นไม่ต้องใช้ความพยายามเลยสักนิดเดียวอย่างไรนางก็สมหวังอยู่แล้ว
“ส่วนเื่ที่ท่านสงสัยก็เป็ไปตามที่ท่านคาดเดา สิ่งนั้นทำให้ท่านสมปรารถนาส่งท่านกลับมาเพื่อแก้ไขเมื่อได้โอกาสแล้วก็ทำให้ดีเถิดท่านอ๋อง”เสียงนิ่งสงบเอ่ยขึ้นพร้อมพยักหน้าให้มู่หรงซีเหมิน
“ขอบคุณท่านเ้าอาวาสที่ชี้แนะข้าตั้งใจไว้ว่าจะเลือกทางเดินใหม่จะไม่ยอมผิดพลาดเช่นเดินอีกแล้ว”มู่หรงซีเหมินกล่าวตอบอย่างหนักแน่นก่อนมองคนด้านข้างที่นั่งอยู่เคียงข้างกัน
“อื้มเช่นนั้นขออวยพรให้ท่านทั้งสองสมปรารถนา”
จากนั้นท่านเ้าอาวาสก็ค่อยๆ หลับตาลงนั่งทำสมาธิเป็สัญญาณให้รับรู้ว่าจบการสนทนาแล้วดังนั้นซีเหมินและซินโหยวจึงยอบกายคารวะท่านเ้าอาวาสก่อนค่อยๆ เดินออกมายังด้านนอกอารามตอนนี้ทั้งสองต่างตกอยู่ในภวังค์ความติดของตนเองจุงเดินกันมาเรื่อยๆ กว่าจะรู้ตัวว่ามีคนเอ่ยเรียก
“คารวะมู่หรงอ๋องพ่ะย่ะค่ะซินโหยวเ้าก็มาด้วย” เป็คุณชายใหญ่กู้นั้นเองที่เข้ามาทักทาย วันนี้กู้ฉางรุ่ยพามารดามาไหว้พระที่นี่นึกไม่ถึงว่าจะเจอทั้งสองมาด้วยกันได้จึงทำให้เขาแปลกใจมากเลยทีเดียว
“นึกว่ากุนซือเช่นท่านจะงานยุ่งเสียอีกแต่กลับมีเวลามาไหว้พระด้วย”มู่หรงซีเหมินเอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิดใจที่บุรุษผู้นี้เข้ามาทักทั้งยังเรียกชื่อนางอย่างสนิทสนมอีก
“กระหม่อมพาท่านแม่มาไหว้พระขอพรน่ะพ่ะย่ะค่ะท่านแม่อยากได้ลูกสะใภ้น่ารักๆ เร็วๆ จึงมาขอพรให้ได้พบเจอในเร็ววัน”กู้ฉางรุ่ยพูดไปตาก็จ้องมองร่างน้อยที่ยืนข้างกายมู่หรงอ๋องไป
จนคนขี้หวงขบกรามแน่นจนขึ้นเป็สันมุมปากกระตุกไม่หยุด มือกำเข้าหากันจนเส้นเืที่แขนปูดโปนพร้อมกับปลดปล่อยความกดดันออกมาจนคนรอบกายเริ่มรู้สึกอึดอัดเลยทีเดียว
ช่างกล้านัก ไม่กลัวตายจริงๆหากตระกูลกู้กล้ามายุ่งกับเมียรักของข้าเมื่อไหร่ละก็ข้าจะทำให้วอดวายมันทั้งตระกูลไม่ให้เหลือซากเลยคอยดู
“พี่ชายกู้เป็บุรุษที่ดีถึงเพียงนี้ไม่นานท่านป้าต้องสมหวังแน่นอนเ้าค่ะ”ซินโหยวกล่าวอวยพรพร้อมส่งยิ้มจริงใจให้อีกฝ่าย
“ขอบใจเ้ามากนะซินโหยว”กล่าวพร้อมทั้งยิ้มกว้างตอบกลับไปให้ เขาแอบพึงใจน้องสาวของสหายผู้นี้มานานแล้วเพียงรอให้นางโตเท่านั้น แต่ยามนี้กลับเห็นนางมาอยู่ข้างกายมู่หรงอ๋อง ไหนจะเมื่อสองสามวันก่อนยังมีข่าวลือออกมาว่าทั้งคู่ไปเดินเล่นที่ตลาดด้วยกันเขาก็แทบไม่อยากเชื่อแต่มาวันนี้ได้พบทั้งสองมาไหว้พระด้วยกันอีกเห็นทีข่าวลือคงเป็จริงเสียแล้ว
“แค่ก ๆ ๆ”เมื่อเห็นว่าซินโหยวดูจะสนใจบุรุษอื่นมากกว่าตนเองก็เกิดอยากจะป่วยขึ้นมากะทันหันทันทีจู่ๆเสียงไอเบาๆแห้งๆจึงดังขึ้น
“ท่านอ๋อง/ท่านอ๋อง”ตูเฉิงและลู่ฟงรีบถลาเข้ามาหาเ้านายของตนทันทีพร้อมกันอย่างเป็กังวลแต่มือใหญ่โบกสะบัดไปมาเบาเป็สัญญาณว่าไม่ต้องเข้ามา
“ท่านอ๋องเป็อันใดไปเพคะหรือจะต้องลงเย็นมากเกินไปจนทำให้ป่วยไข้ เช่นนั้นกลับเลยดีหรือไม่เพคะ”ซินโหยวที่เห็นอีกฝ่ายไอค่อกแค่กๆไปมาไม่หยุดเลยใจก็ร้อนรนเป็ห่วงขึ้นมาอย่างมากมาย
“อื้ม ข้าไม่เป็ไรเ้าพูดคุยกับคุณชายกู้ต่อเถอะข้ารอได้ แค่กๆ” พูดไปพร้อมทำหน้าหงอยๆสื่อความว่าพวกเ้าคุยต่อเถิดข้าไม่เป็ไรนั้นยิ่งทำให้ซินโหยวทนไม่ไหวด้วยใจเป็ห่วง
“เช่นนั้นพี่ชายกู้ข้าคงต้องขอตัวก่อนไว้วันหน้ามีโอกาสพูดคุยกันใหม่นะเ้าคะฝากขออภัยท่านป้าด้วยที่ไม่ได้อยู่กล่าวทักทายเ้าค่ะ”
“อืมไม่เป็ไรซินโหยวถ้าว่างๆพี่จะเข้าไปเยี่ยมพี่ใหญ่ของเ้าที่จวนนะ ท่านอ๋องรักษาสุขภาพด้วยพ่ะย่ะค่ะ”เมื่อกล่าวลากันเรียบร้อยหยางซินโหยวและมู่หรงอ๋องพร้อมคนติดตามก็เดินออกจากอารามเพื่อลงเขา
ท่ามการสายตามที่ดูเศร้าและผิดหวังของกู้ฉางรุ่ยซึ่งซินโหยวนั้นหาได้สังเกตว่าสหายของพี่ชายนั้นสีหน้าเป็เช่นไรความสนใจทั้งหมดของนางอยู่ที่คนตัวสูงข้างกายเพียงเท่านั้นที่ยังทำท่าไอแห้งๆมือตบที่หน้าอกตนเองเบาๆ อยู่
ตลอดทางลงเขามู่หรงซีเหมินทำตัวอ่อนไม่มีแรงพอคนสนิทจะเข้ามาช่วยประคองก็ลอบถลึงตาใส่กล่าวว่าไม่เป็ไร แต่พอพูดว่าไม่เป็ไรก็ทำเดินเซๆมาหานางจนซินโหยวต้องคอยจับแขนเพื่อประคองเดินลงไปตลอดทางจนถึงรถม้า
หากนางจะเอะใจมองหน้าคนตัวสูงข้างกายสักครั้งคงได้เห็นรอยยิ้มเ้าเล่ห์พร้อมดวงตาแพรวพราวอย่างสมใจของเขาเป็แน่คงมีแต่เหล่าองครักษ์ของเขาที่มองเห็นก็ได้แต่พากันก้มหน้าก้มตาไม่รู้ไม่ชี้กับความเ้าเล่ห์ของเ้านายตนเอง…