เผิงฮูหยินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่วันนี้นางได้รับเทียบเชิญจากเจียงฮูหยินภรรยาของซุนก้านลู่คหบดีผู้ร่ำรวยที่สุดในเมืองชิงหลิวแม้หลายครั้งซุนก้านลู่ผู้นี้ก็แสดงตัวเป็คนใจบุญออกหน้าออกตากว่าเ้าเมืองหยางไปบ้างแต่ก็ไว้ไมตรีกับนางอยู่ไม่น้อย เจียงฮูหยินมักจะส่งผ้าแพรพับสวยๆมาให้นางในยามที่รู้ว่าเ้าเมืองหยางไม่พอใจสามี ทำให้นางต้องออกหน้าแก้ต่างให้คหบดีตระกูลซุนอยู่บ่อยๆแพรพรรณงดงามที่นางมีใส่ล้วนเป็เพราะเจียงฮูหยินผู้นี้ทำให้นางเป็ที่อิจฉาของสตรีทั่วชิงหลิว
รถม้าคันใหญ่ของจวนเ้าเมืองหยางจอดหน้าประตูคฤหาสน์ตระกูลซุน เจียงฮูหยินออกมายืนยิ้มรอต้อนรับเผิงฮูหยินลงจากรถม้าด้วยยิ้มพึงพอใจ
“ลำบากเจียงฮูหยินต้องออกมาต้อนรับข้า”
“มิได้ๆข้ายินดีมารอรับฮูหยินเอง วันนี้เตรียมชาเลิศรสจากแคว้นเว่ยและขนมจากเมืองหลวงอยากให้ฮูหยินได้ชิมเ้าค่ะ”
เผิงฮูหยินยิ้มหวานกว่าเดิมนางรู้ว่าขากลับต้องได้ของดีๆ ติดไม้ติดมือเอาไปประจบประแจงท่านพี่หลังจากน้ำท่วมโคลนถล่มคหบดีซุนออกหน้าตั้งโรงทานแจกข้าวต้มนานนับเดือนผู้คนทั่วชิงหลิวล้วนชื่นชมเขานั่นทำให้เ้าเมืองหยางเสียหน้าคราวนี้คหบดีซุนคงจะให้เจียงฮูหยินมาแก้ไขความหงุดหงิดใจของสามีนางกระมัง?
เจียงฮูหยินเดินนำทางภรรยาของเ้าเมืองชิงหลิวเข้าไปในเรือนด้านใน
“เอ๊ะ!เราไม่ได้นั่งจิบชาคุยกันที่สวนอีกหรือ?”
“ปัดโธ่! ท่านมาทีไรข้าก็เอาแต่ชวนท่านไปนั่งสวนคราวนี้ข้าเตรียมของดีที่ท่านต้องถูกใจเอาไว้ให้ชมจึงอยากให้ท่านไปในห้องเล็กกับข้าแต่ว่า....” สายตาของเจียงฮูหยินเลยไปด้านหลังเผิงฮูหยินจึงเข้าใจได้ในทันทีว่าเจียงฮูหยินไม่้าให้สาวใช้ประจำตัวของนางตามเข้าไปด้วยเจียงฮูหยินเคยกล่าวว่าหากจะให้สิ่งใดก็ไม่้าให้มีผู้รู้เห็น ‘กำแพงมีหู ประตูมีช่อง’ นางเคยเอ่ยไว้เช่นนั้น
“เสี่ยวเชี่ยนเ้ารออยู่ข้างนอกก่อน ข้ามีธุระสำคัญจะคุยกับเจียงฮูหยิน”
“เ้าค่ะ”
เผิงฮูหยินหูผึ่งั้แ่ได้ยินคำว่า‘ของดี’ แล้ว ภรรยาคหบดีซุนกล่าวเช่นนี้น่าจะเตรียมของมีค่าไว้ให้นางเลือกสรรเป็แน่นางกระหยิ่มยิ้มย่อง นี่ช่างเป็โอกาสดีเสียนี่กระไร!ได้ข่าวว่าเจียงฮูหยินสะสมเครื่องประดับของร้านเพี้ยวเลี่ยงไว้มากมายนักบางทีนางอาจจะขอปิ่นสูงค่าสักอันเอาไว้ปักอวดฮูหยินขุนนางผู้น้อยให้น้ำลายหกกัน
เจียงฮูหยินเร่งฝีเท้าจนผิดปกติเมื่อเข้าใกล้เรือนด้านหลังทว่าเผิงฮูหยินเองก็ไม่ปล่อยให้นางทิ้ง่ได้นาน“พวกเ้าไปเอากล่องดอกไม้แดงสองกล่องนั่นมา”เมื่อนั่งลงบนเก้าอี้นางก็หันไปสั่งสาวใช้สองคนที่เดินตามหลัง
กล่องสีน้ำตาลมีดอกไม้สีแดงประดับลวดลายแปลกตาถูกวางเรียงไว้ตรงหน้าสาวใช้เปิดฝาออกให้เผิงฮูหยินได้ชื่นชมความงามของเครื่องประดับที่ตกแต่งด้วยอัญมณีหายาก
“โอว!....เจียงฮูหยิน สมแล้วที่ท่านเป็คหบดีของชิงหลิวของมีค่ามากมายเหล่านี้ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน”ดวงตาก็นางจับจ้องไปยังปิ่นปักผมหลากแบบหลายสีที่วางเรียงรายอยู่ในถาดแรก จากนั้นก็หันมาดูถาดที่สองที่มีกำไลสารพัดแบบล้วนฝีมือประณีต
“ท่านชอบหรือไม่?”เจียงฮูหยินยิ้มอ่อนหวาน
“สตรีใดเล่ามิชมชอบเครื่องประดับสวยงาม?”เผิงฮูหยินก้มหน้าลงชื่นชมความงามของสิ่งของตรงหน้าโดยมิได้ระแวดระวังทันใดนั้นก็มีมือโปะผ้ารมผงนิทรายื่นมาปิดใบหน้านางโดยเร็วร่างของนางจึงผล็อยลงในทันใด
“ลากนางไปบนเตียง!”สาวใช้ทั้งสองรีบอุ้มเผิงฮูหยินขึ้นตามคำสั่ง“พวกเ้าไปเฝ้าด้านหน้าเอาไว้ให้ดีอย่าให้ผู้ใดเข้ามาในห้องนี้เป็อันขาด”
“เ้าค่ะ”
ครั้นสาวใช้ทั้งสองออกไปแล้วร่างแน่งน้อยของสตรีที่ซ่อนอยู่หลังฉากก็เดินออกมา“ขอบคุณเจียงฮูหยินที่ช่วยเหลือ”
“ด้วยความยินดีเพคะพระชายา”
หงซือซือเดินไปดูใบหน้าของสตรีที่นอนราบอยู่บนพื้นเตียงนางหิ้วกล่องเล็กๆ ที่ติดมือมาด้วยขึ้นวางข้างร่างนั้น “ท่านไปรอข้างนอกก่อนข้าขอเวลาสักครู่”
ไม่ถึงเค่อหงซือซือภายใต้ใบหน้าของเผิงฮูหยินก็ลอกคราบนางเรียบร้อยเจียงฮูหยินที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาเมื่อเห็นสตรีที่ใบหน้าเหมือนกันถึงสองคนก็ถึงกับตบอก
“พระชายาหากท่านไม่บอกเอาไว้ก่อนหม่อมฉันคงใตายไปแล้ว”
“เพราะข้ารู้ว่าท่านเป็คนไว้ใจได้เื่นี้จึงต้องให้ท่านช่วย”
“หม่อมฉันเข้าใจเพคะ”เจียงฮูหยินอยู่กับการรักษาความลับมาทั้งชีวิต
“ข้าจะกลับมาก่อนตะวันตกดินยาที่รมนางนั้นจะทำให้นางหลับอีกยาวฝากท่านดูแลนางให้ดี เรายังต้องใช้งานนางอีก”
“เพคะ”
เผิงฮูหยินนั่งรถม้ากลับจวนพร้อมด้วยปิ่นปักผมอันใหม่และกล่องขนมที่ได้เป็ของฝากจากเมืองหลวงเมื่อกลับถึงจวนเ้าเมืองนางสอบถามพ่อบ้านได้ความว่าเ้าเมืองหยางเพิ่งคุยกับขุนนางศาลาว่าการเสร็จนั่งอยู่ห้องโถงก็ยิ้มเย็นรีบหันไปสั่งเสี่ยวเชี่ยน
“เ้าต้มชาที่ได้มาใหม่และก็เตรียมขนมไปให้ข้าที่ห้องโถงด้วย”นางเดินลิ่วตรงไปยังร่างอ้วนใหญ่ที่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้อยู่เพียงลำพัง
“ท่านพี่วันนี้ข้าได้ชาดีจากแคว้นเว่ยกับขนมร้านดังในเมืองหลวงมาให้ท่าน ชิมด้วย ท่านเหนื่อยหรือไม่?” ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสผิดปกติของภรรยาทำให้เ้าเมือง หยางที่นั่งเอนหลังหลับตาลืมตาขึ้นมอง
“ข้าปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว อวี่ซีเพิ่งให้คนมาบอกว่ามีเื่วุ่นวายที่หมู่บ้านผู้ประสบภัย”
“มีอะไรหรือท่านพี่?เมื่อวานเยียนเอ๋อร์กับอวี่ซีไปแจกข้าวต้มก็ยังดีๆ อยู่มิใช่หรือ?”
“ดีกับผีเ้าน่ะสิ!พวกชาวบ้านมาโวยวายว่าข้าวต้มเมื่อวานนี้ทำให้มีคนปวดท้องกันครึ่งหมู่บ้านนี่ก็ร่ำร้องให้ข้าไปจ้างหมอมาดูแลห้าคนหากพวกมันตายไปเลยเหมือนคราวที่แล้วจะง่ายเสียกว่า”เสียงเอ็ดตะโรของเ้าเมืองหยางทำให้หยางเยียนที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องโถงถึงกับชะงัก
“พวกมันแค่ปวดท้องหรือเ้าคะ?”ใบหน้าของหยางเยียนซีดลงเล็กน้อย
“เมื่อเช้าข้าต้องให้คนไปตามหมอจากสามตำบลมาคอยตรวจพวกเขาหมดค่ารักษามิใช่น้อย นี่คงต้องหักออกจากค่าดูแลในบัญชีของอวี่ซี”
“ไม่มีคนตายหรือท่านพ่อ?”
“ไม่มี” เ้าเมืองหยางส่ายศีรษะ“ค่ารักษาสิ้นเปลืองกว่าค่าฝังศพเสียอีก เ้าดูแลประสาอะไรกัน ข้าบอกแล้วว่าอย่าให้มีคนป่วยหรือว่าเ้าแอบเอาข้าวขึ้นราให้พวกมันกิน”
“มิได้เ้าค่ะ! ข้าใช้ข้าวสารอย่างดีนะเ้าค่ะ”