#ปีสาม10 Detail Kit
เมื่อคืนผมไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรยังไงหรือโดนอะไรไปบ้างรู้แต่ว่ามันรู้สึกแปลกๆแบบว่า.....ร้อนวูบวาบไปหมดเลยครับแต่ตอนนี้ผมรู้สึกเจ็บมากๆเลยครับไม่รู้ไอ้ดีเทลมันอะไรกับผมพอผมบอกว่าจะทำให้ก็ได้มันก็เปลี่ยนตัวขึ้นมากดผมแทนซะงั้น
“เป็ไรมากมั้ยครับ”
“มึงลองมาเป็กูไหมล่ะ”
“ไม่เอาน่า.....ต่อไปคิทก็จะเริ่มชินกับมันเองแหละครับ”
“ขนาดนั้น ใครจะไปชินวะ”
“คิท ก็ให้ดีเทลเอาบ่อยๆไงจะได้ชินๆ”
“สาสสสส” โป๊ก!!! ผมโบกหัวมันไปหนึ่งที
“ผมเจ็บนะ” พูดจบมันก็เอามืออีกข้างขึ้นมาลูบๆตรงที่ผมลงไม้ลงมือไปมันหรี่ตามามองผมพร้อมกับทำหน้ายู่ใส่ผม คิดว่าตัวเองน่ารักว่างั้นเถอะไอ้เด็กควาย สักพักมันก็ลุกจากที่นอนไปดื้อๆ สงสัยคงจะโกรธแน่ๆส่วนผมหน่ะหรอไม่ลุกตามไปหรอก เจ็บบบ!!
“จะไปไหน”ผมพูดขึ้นไม่ดังมากนัก แต่ก็ทำให้ไอ้ดีเทลมันหยุดเดินแล้วหันกลับมามองผม
“ซื้อข้าว”
“ซื้อทำไม...เปลืองตัง”
“แล้วจะกินอะไรหล่ะครับถ้าไม่ไปซื้อ...หรือจะให้ผมทำกินเอง ผมกลัวว่ามันจะ...”
“เออเอาตามนั้นแหละทำกินเองอร่อยกว่าเยอะ”
พอพูดไปแบบนั้นมันก็ไม่ได้โต้แย้งกลับอะไรผมเพียงเดินไปที่ตู้เย็นแล้วเปิดเอาของสดออกมาวางไว้ที่โต๊ะก่อนที่ไอ้ดีเทลจะจัดแจงแบ่งผักไปล้าง พลางหั่นเนื้อเพื่อทำหมูสับจับลงหม้อพร้อมเครื่องปรุงรส แล้วตักซดน้ำแกง แพลงด้วยการเอาผักลงไปใส่ปิดท้าย
ผมมองดูมันทำทุกอย่างและก็ไม่รู้อีกว่ามันกำลังทำอะไรกิน มองดูแล้วก็รู้สึกหงุดหงิดชะมัดเหมือนมันทำอะไรไม่ได้ดั่งใจผมเลยสักนิดดูช้าๆเนิบๆขวางหูขวางตาผมสุดๆถ้าผมไม่เป็แบบนี้คงลุกขึ้นแล้วเดินไปโบกหัวสักทีสองที แล้วผมจะลงมือทำเอง
“เทล...ทำเสร็จยังกูหิวแล้วนะ”
“ใกล้เสร็จแล้ว”มันหันมาตอบผมก่อนที่จะหันกลับไปทำอะไรก็ไม่รู้ สักพักมันก็ตักใส่ถ้วยแล้วเดินมาหาผมก่อนจะวางถ้วยนั้นลงแล้วหันมาถามผม
“พี่ลุกไหวปะ”
“ไหวดิ ไหนอาหารที่มึงทำเอามาให้กูกินดิ”
“นี่ครับ”
มันยกถ้วยแกงอะไรไม่รู้ของมันมาให้ผมผมมองดูแกงในถ้วยสลับกับมองหน้ามัน เป็นัยว่ามึงทำแกงอะไรทำไมถึงเป็แบบนี้จะบอกว่าเป็แกงจืดก็ไม่น่าจะใช่ จะบอกว่าเป็แกงเผ็ดก็ไม่ใช่มันเหมือนแกงจืดกับแกงเผ็ดผสมปนกันแล้วออกมาเป็อย่างที่ผมกำลังเผชิญอยู่ตรงหน้า
“มันกินได้มั้ยเนี้ย”ผมพรึมพรำออกมาเบาๆ ก่อนจะมองมาที่ถ้วยแกงอะไรก็ไม่รู้ “เทล มึงทำแกงอะไรเนี้ยแล้วมันกินได้หรือเปล่า”
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันยังไม่ได้ชิมเลยครับ”
“ถามจริงๆนะมึงเคยเข้าครัวทำอาหารบ้างไหมเนี้ย”
“ตามตรงเลยนะครับผมไม่เคยเลยสักครั้ง” ตอบได้หน้าตายโคตรสัส
“เชี่ย....แล้วที่เอามาให้กูเนี้ยคิดว่ากินได้ว่างั้น”
ผมมองหน้ามันแล้วทำตาปริบๆนี่มึงจะไม่พูดอะไรเลยใช่ไหม
“ผมว่าน่าจะกินได้นะครับดูดิผมทำเองเลยนะครับ แถมใส่ใจลงไปด้วยน๊า....” ใส่ใจกูเองก็พอจะรับได้อยู่หรอกนะแต่ที่มึงใส่มาให้กูกินเนี้ยมันคืออะไรวะไอ้เด็กบ้า
ผมทำใจสักพักก่อนจะตักมันขึ้นมาแล้วเอาเข้าปากอย่างลังเลใจพออาหารแตะโดนลิ้นรสชาติของน้ำแกงก็กระจายไปทั่วปาก รสชาติที่ผมรับรู้คือมันก็กินได้นะครับแต่มันก็ยัง....เห้ออออถ้าใครเห็นสภาพของอาหารก่อนกินก็คงจะกินไม่ลงเหมือนผมอ่าแหละถ้าให้หลับตากินแต่แรกก็คงจะอร่อยกว่านี้อยู่หรอ
“เป็ไงบ้างครับรสชาติ”
“มึงจะลองไหม...”ผมถามมันกลับพร้อมกับตักน้ำแกงไปจ่อที่ปากมัน ก่อนที่มันจะอ้าปากรับไปกิน“ก็โอเคนะครับรสชาติ ผมนี่มีฝีมือเหมือนนะครับ”
“ชมตัวเองก็เป็เนาะมึงเนี่ยรสชาติก็โอเคแต่หน้าตาอาหารกูว่าไม่ผ่าน”
“คราวหน้าคิทก็สอนผมดิ”
“เออ.....” มึงนี่มันจริงๆเล๊ยพอต่อปากต่อคำกับมันเสร็จผมก็หันกลับมากินแกงพิศดาลของไอ้ดีเทลต่อ ที่ผมยังกินต่อเพราะไม่อยากให้มันเสียกำลังใจที่อุตส่าห์ทำมาให้ผมกินส่วนมันก็นั่งดูผมกินทั้งๆแบบนี้ อยากจะถามว่าทำไมมึงต้องมานั่งดูกูกินด้วยเห็นแล้วมันดูกดดันยังไงไม่รู้
“ไม่ไปตักมากินล่ะมานั่งจ้องกูอยู่ได้”
ไม่ได้ตอบอะไรกลับเพียงแต่เดินไปตักแกงพิศดาลแล้วเอาไปนั่งกินที่โต๊ะเงียบๆคนเดียวพอไอ้ดีเทล ทานเสร็จมันก็เดินมาเก็บถ้วยที่ผมทานเสร็จไปล้างก่อนจะเดินมาหาผมอีกรอบ
ก๊อกๆๆ!!
“ใครมาวะ มึงไปดิ” ผมบอกไอ้ดีเทลมันก็เดินไปอย่างว่าง่าย ก่อนที่จะเดินกลับเข้ามากับใครบางคน
“หวัดดีคิท...”ไอ้หน้าหล่อนี่อีกแล้วหรอ มาทำไมวะ
“อื้ม...” ผมตอบกลับสั้นๆพร้อมกับเบนหน้าไปทานอื่น
“พี่คิท นี่พี่ไบโอนะครับพี่ไบโอเขาเป็พี่ชยแท้ๆของผมเอง” พี่ชายงั้นหรอ...ผมหันไปมองหน้าไอ้ดีเทลอีกครั้งสลับกับมองหน้าหล่อนั่น
“เอ้อ....ดีเทลแม่ฝากมาบอกด้วยว่า ว่างๆก็พาแฟนไปแนะนำแม่บ้างนะ วันนี้พี่มาแค่นี้แหละสู้ๆงั้นพี่กลับก่อนนะ คิทเรากลับก่อนนะ...(ยิ้มหล่อๆให้คิท)”
นี่ไอ้หน้าหล่อมึงมาบอกแค่นี้งั้นหรอมาแล้วก็กลับ ทำไมไม่โทรบอกไอ้ดีเทลทางโทรศัพท์วะสมแล้วที่พวกมันเป็พี่น้องกันแมร่งแปลกกันทุกคนมีดีอยู่อย่างเดียวคือความหล่ออย่างอื่นไม่มีเลย ส่วนไอ้ดีเทลแมร่งมึงทำกูเข้าใจผิดมึงมาตั้งนานแล้วรู้ไหมถ้าวันนี้กูไม่รู้ความจริง แมร่งมึงตายคาตรีนกูแน่ๆ
“ดีเทล...ก่อนเปิดเทอมอีกสองอาทิตย์เที่ยวบ้านกูป่าว”
“ที่ไหนครับ ไกลป่าว”
“ถามแบบนี้มึงไม่อยากไปใช่ไหม...”
“ป่าวๆๆ ก็แค่ถามดูเฉยๆ ผมจะได้กลับไปเอารถแล้วพาคิทกลับไง”
“เชียงใหม่”
หลังจากที่ตอบตกลงกันเสร็จสิ้นแล้วก่อนสองอาทิตย์สุดท้ายก็เป็การฝึกน้องปีสองอย่างเข้มข้นและเป็การเช็คว่าสิ่งที่น้องปีสองได้ฝึกกันมาเป็เดือนๆจะมีประสิทธิภาพมากหรือน้อยเพียงใด ผมก็มาดูวันเช็คนี่แหละ และตัวผมในตอนไปเช็คก็ไม่มีท่าทีจะเข้าข้างใคร
ถึงแม้ว่าผมจะเจ็บจีดๆในใจที่เห็นไอ้ดีเทลมันหอบหรือเหนื่อย หรือถูกพวกผมลงโทษก็ตามในที่นี้คือมีแค่พี่กับน้องห้ามเอาเื่ส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง ห้ามเด็ดขาด....
“ฝึกมาเป็เดือนๆ พวกคุณ!! ทำได้แค่นี้เองหรือไง!! ผมว่าพวกผมและเพื่อนๆของผมสอนพวกคุณไปหลายอย่างแล้ว ทำไมพวกคุณถึงทำกันไม่ได้!!”
“แล้วพวกคุณจะให้ผมเช็คอะไรครับ!!” ผมพูด
“เพื่อนผมถาม!! ไม่ได้ยินหรือไง!!” ไอ้ฟอสว้ากหนักไอ้สัสกูเกือบฉี่ราด
“ปีสอง!! พวกคุณยังจะอยากให้พวกผมเช็คมั้ย!!”
“ตอบสิครับปีสอง ไม่มีหรือไงครับคนที่จะกล้าตอบพวกผมผมขอเจ๋งๆ!!”
“ขอหนึ่งคนครับ!!!”
การเช็คก็เป็ไปอย่างดุเดือดเืพล่านการว้ากก็เป็การกดดันอีกแบบหนึ่งนะครับแต่การว้ากก็ไม่ได้แย่เสมอไปบางทีมันก็ช่วยกระตุ้นพวกน้องๆให้มีแรงฮึกขึ้นมาบ้างเป็บางที ตอนนี้ยังไม่มีคนที่เจ๋งพอที่จะตอบคำถามพวกผมบางทีน้องเขาก็คงกลัวนั่นแหละครับ ผมเข้าใจ
พอมีคนหนึ่งนำมันก็ต้องตามกันมาติดๆอยู่แล้วเพราะมันเป็ภาพเดิมๆที่เคยเกิดขึ้นแม้ตอนที่พวกผมฝึกการเช็คก็ได้ล่วงเลยมาถึงโค้งสุดท้ายและยังเป็วันสุดท้ายของการฝึกอันแสนโหดร้ายของเหล่าเด็กวิศวะอย่างพวกผม
“สิ่งที่พวกคุณทำผมและเพื่อนๆก็ได้เห็นมันแล้ว!!”
“วันนี้...ผมให้พวกคุณผ่านครับ”
ดูเหมือนว่าน้องปีสองจะดูอึ้งและงงไปพร้อมๆกันสงสัยพวกน้องๆคิดว่าการว้ากหนักขนาดนั้นจะทำให้การเช็คนั้นผ่านและทุกคนก็ดูนิ่งไปโดยปริยาย
“อ้าวเงียบ ไม่ดีใจหรือไงครับ”
พอพูดจบเสียงเฮก็ดังลั่นขึ้นทันทีน้องปีสองบางคนก็ะโโลดเต้น กอดกันเหมือนว่าโยนทุกอย่างทิ้งไปแล้วเอาความสุขกลับมาอะไรเทือกนั้น
ส่วนตัวผมเองก็ได้แต่รู้สึกดีใจกับน้องๆที่ผ่านการเช็คอย่างโหดก่อนที่ผมจะรู้สึกถึงแรงรัดพร้อมกับอาการชุ่มๆเหงื่อไอ้ดีเทลที่ตอนนี้กำลังกอดผมแน่น
“สัสเทล มึงมากอดกูทำไมเนี้ย”ผมกระซิบบอกมันเบาๆ
“ก็ผมดีใจนิ่”
“ปล่อยก่อน...คนอื่นเขามองกูกับมึงอยู่นะ”ก็มองจริงๆครับทุกเลยก็ว่าได้ บอกเลยว่าตอนนี้ผมอาย อายมากๆเลย
“พวกมึงสองคนถ้าจะขนาดนั้นทำไมไม่ลากเข้าป่าไปเลยวะ จะได้เสร็จๆ” เสียงของเพื่อนๆแซวขึ้นพอได้ยินแบบนั้นไอ้ดีเทลก็รีบปล่อยให้ผมเป็อิสระ
“กลับกันเถอะครับ”ไอ้ดีเทลหันมาถามผม
“คืนนี้ไปนอนห้องกูได้ป่าว”ผมหันไปถามมัน ก่อนที่มันจะพยักหน้ารับแล้วเดินตามผมมาทำไมต้องไปที่ห้องผมก็เพราะว่าไม่ได้กลับไปหลายอาทิตย์แล้วป่านนี้คงกลายเป็รังของสัตว์พิศดาลทั้งหลายแหล่ไปแล้วครับ
พอกลับมาถึงผมก็รีบเดินขึ้นไปยังห้องของตัวเองก่อนที่จะเข้าไปผมยืนนิ่งสักพัก กำลังพิจารณาว่าผมไม่ได้อยู่ห้องแต่ทำไมไฟในห้องถึงเปิดได้ หรือว่าผมลืมปิดมันก็ไม่น่าจะใช่เพราะก่อนออกไปผมก็เช็คแล้วนิ่ว่าปิดไปหมดแล้ว
แก๊กก!!
“อ้าวคิท กลับมาแล้วหรอลูก”
“แม่.....”พอเปิดประตูเข้ามาก็ถึงกับอึ้ง “แม่มาได้ไงครับ ไหนบอกจะรอผมกลับไปหาที่บ้านไงทำไมแม่ถึงได้....”
“พอดีพ่อแกมีประชุมแถวๆนี้แม่เลยขอติดรถมาด้วยแม่เพิ่งจะมาถึงไม่นานเอง แล้วพาใครมาด้วยน่ะนั่น” แม่พูดกลับผมเสร็จ ก่อนจะเยื้องไปมองคนที่ยืนอยู่ทางด้านหลังของผม
“สวัสดีครับ”ไอ้ดีเทลมันยกมือขึ้นไหว้แม่ผม ก่อนจะส่งยิ้มให้
“ไหว้พระเถอะจ่ะหนูเป็เพื่อนของเ้าคิทใช่ไหม...”
“เปล่าครับ ผมเป็แฟนพี่คิทครับ”เชี่ยไอ้ควายดีเทลมึงพูดอะไรออกไปห๊ะ ผมหันไปมองหน้าแม่ของตัวเอง แม่ผมนี่นิ่งอึ้งยืนแข็งทื่อปากก็ขยับเหมือนจะพูดอะไรออกมาแต่ก็ไม่ได้พูด
“คิทตอบแม่มาสิว่าที่ไอ้เด็กคนนี้พูด มันไม่ใช่ความจริง”ว่าแล้วไงแม่ต้องรับไม่ได้แน่ๆ
“ไม่จริงหรอกแม่ไอ้ดีเทลมันก็แค่พูดเล่นเนาะเทลเนาะ” ผมหันไปขยิบตาให้มันรู้ว่าตอนนี้ควรว่าไปตามน้ำก่อน หวังว่าคงจะเข้าใจนะไอ้เด็กบ้า
ดูเหมือนว่าแม่ผมจะถอนหายใจยาวๆอย่างโล่งอกก่อนจะพูดออกมาว่า “แหมๆๆ อย่าล้อเล่นแรงนักสิ แม่เกือบจะหัวใจวายเลยนะเนี้ย”
ส่วนผมเองก็โล่งใจพอๆกับแม่ก่อนที่จะหันหน้าไปมองไอ้ดีเทลตอนนี้ดูเหมือนมันกำลังจะร้องไห้เลยยังไงยังงั้น หน้าตาก็ดูหงอยๆเป็อะไรอีกเนี้ย “พี่คิท....ผมกลับก่อนนะครับคุณแม่ครับสวัสดีครับ” พูดจบมันก็หันหลังเดินกลับไปดื้อๆโดยไม่หันกลับมามองเลยว่ามองกำลังมองดูแผ่นหลังของมัน ที่กำลังเดินจากไปอย่างนั้น
“มาเลยเ้าคิททานข้าวมาหรือยังเนี้ย ่นี้ลูกดูผอมแห้งลงไปเยอะเลยนะไม่ได้กินข้าวกินปลาหรือไง”
“ครับ” ผมตอบกลับสั้นๆเพราะในหัวตอนนี้คิดแต่เื่ไอ้ดีเทล ป่านนี้คงงอลผมแล้วมั้งครับ
“พอดีเลยวันนี้แม่ทำกับข้าวรอลูกตั้งหลายอย่าง มีแต่ของที่ลูกชอบเลยนะ”ถึงแม่จะพยายามพูดกับผมแนะนำนั่นนี่แต่สมองผมมันเหมือนจะไม่ทำงานอะไรผมได้แต่นั่งนิ่งๆไม่กระดุกกระดิก
แก๊ก!!! เสียงลูกบิดประตู คนที่เปิดเข้ามาในห้องเป็พ่อผมเองครับเขาเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มก่อนที่จะเดินเข้ามาสวมกอดผม อย่างเอ็นดูแต่ผมก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะกอดตอบเหมือนทุกทีคนที่ผมอยากจะกอดตอนนี้คงจะเป็ไอ้ดีเทลซะมากกว่าป่านนี้คงไปแอบนอนร้องไห้ขี้มูกโป่งแหงๆแน่เลย
“พ่อมาพอดีเลยมาๆๆทานข้าวกันดีกว่า”
ต่อหน้าของพ่อกับแม่ผมก็ได้แต่ทำท่าว่ามีความสุขยิ้มแห้งๆเวลาแม่ถาม ตอบสั้นๆเวลาพ่อถาม จนตอนนี้ผมกับพ่อแม่ทานข้าวจนอิ่มส่วนพ่อก็ถามแต่เื่เรียนของผม ผมก็ตอบไปตามความจริงและไม่พูดนอกเื่ถึงแม้ว่าพ่อจะชวนคุยออกนอกเื่ก็ตาม
“เป็อะไรไป เหนื่อยเหรอ...”พ่อพูดขึ้น
“ครับ”
“งั้นแกก็รีบๆไปอาบน้ำนอนไป”
“พ่อครับ”
“ว่าไงไอ้ลูกชาย”
“พ่อแม่จะกลับกันตอนไหนครับหรือจะค้างที่นี่”
“สงสัยคงกลับไม่ได้หรอกก็ต้องนอนที่นี้สักสองคืนเพราะว่าพ่อยังทำงานไม่เสร็จ เลยกลับไม่ได้”
“ครับ”
ผมลุกเดินออกมาจากตรงนั้นแล้วหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำผมรู้สึกผิดมากเลยครับตอนนี้ สิ่งที่ผมพูดไปผมกลัวว่ามันจะไปทำร้ายจิตใจไอ้ดีเทลที่ผ่านมาผมก็ทำร้ายมันมามากพอแล้ว ผมไม่อยากทำให้มันเสียใจ อึก....ทำไมกันไม่คิดเลยว่าผมติดมาร้องไห้พอไอ้ดีเทล สงสัยผมคงจะรักมันจริงๆแล้วสินะผมไม่รู้ว่าน้ำตานี้มันหมายถึงอะไร
ผมอยากจะร้องไห้ออกมาดังๆแต่ผมก็ทำมันไม่ได้ได้แต่กลืนก้อนสะอึกลงไปในคอพอนึกถึงหน้ามันตอนนั้นแล้วน้ำตาของผมมันก็ยิ่งไหลและเอ่อล้นออกมา ผมปิดน้ำจากฝักหัวให้มันกระทบกับหัวตัวเองเพื่อให้ใจเย็นลงบ้างแต่มันไม่เป็ผลมันยิ่งทำให้ผมร้องไห้หนักกว่าเดิมเสียอีก
“ดีเลท...อึก หือๆมึงอย่าโกรธกูเลยนะ หือๆ”
“คิท เป็อะไรหรือเปล่าลูกคิทตอบแม่ที...” เสียงเรียกทำให้ผมดึงสติกลับมาก่อนจะรีบเช็ดน้ำตาแล้วรีบตอบกลับไป
“ไม่ได้เป็อะไรครับท้องเสียนิดหน่อยเองแม่”
พอตอบไปแบบนั้นผมก็รีบไปกดชักโครกแล้วรีบอาบน้ำจนเสร็จเรียบร้อยก่อนจะเปิดประตูออกไปแล้วเช็ดตัวให้แห้งสวมเสื้อผมก่อนจะะโขึ้นไปนอนบนเตียงถึงพ่อกับแม่ผมจะค้างที่ห้องแต่ท่านก็ไม่ได้มานอนกับผมหรอก เพราะห้องผมมันมีสองห้องนอนเอาไว้เผื่อพ่อกับแม่มาที่ห้อง
พอผมเข้านอนท่านเห็นแบบนั้นจึงไม่ได้เข้ามากวนผมแต่หารู้ไหมว่าผมกำลังแอบนอนร้องห้องจนหมอนเปียก ผมลองกดโทรศัพท์โทรไปหาไอ้ดีเทลก็ดูเหมือนว่าโทรติดแต่ไม่มีใครรับสายยิ่งเป็แบบนี้ยิ่งทำให้ผมคิดมากเพราะเื่นั้น ผมไม่ได้ตั้งจะทำร้ายมันเพียงแต่ผมกลัว กลัวว่าแม่ผมจะรับมันไม่ได้
ผมลองทักเฟสมันไปแต่มันก็ไม่ยอมตอบแถมบล็อกเฟสผมเฉยเลย ผมเริ่มน้ำตาคลอเบ้าอย่างอัตโนมัติมันต้องทำถึงขนาดนั้นเลยหรือไง ก็แค่เื่.....แต่ผมก็ยังจะพยายามต่อที่จะโทรหามัน คราวนี้มันตัดสายผมทิ้งและก่อนที่ผมจะโทรหามันไม่ได้อีก เพราะมันปิดเครื่องหนีไปดื้อๆ
“อึกๆ หือๆ ไอ้ ทะ เทล อึก มึงรอกูกะก่อนดิ อึกๆ หือๆ....” แค่คำพูดผมเองก็แทบจะไม่เป็คำเพราะก้อนสะอึกั้แ่เกิดมาผมเคยร้องไห้หนักขนาดนี้มั้ย หือๆ.....
รู้สึกตัวอีกทีก็เป็ตอนเช้าแล้วไม่รู้เลยว่าตัวเองร้องไห้จนเผลอหลับเอาตอนไหนผมคว้านหาโทรศัพท์ก่อนเป็อันดับแรกกดดูเฟสก็ยังเหมือนเดิมกดโทรหาก็กรุณาฝากหมายเลขโทรกลับ นี่มันคงจะโกรธผมจริงๆใช่ไหม.... ก๊อกๆๆ!!
“คิท....”
“ครับแม่”
“วันนี้ลูกไปซื้อของในห้างเป็เพื่อนแม่หน่อยสิ”
“ครับแม่ เดี๋ยวผมอาบน้ำก่อนนะครับ”
ผมวางโทรศัพท์ลงก่อนจะรีบเข้าไปอาบน้ำ พอเข้ามาในห้องน้ำกระจกมันก็สะท้อนถึงสรีระของผมว่าหน้าของผมเหมือนไม่ได้นอนมาสิบชาติแถมตายังเป็บวมๆอีกพอผมทำธุระของตัวเองเสร็จเกือบทุกอย่างยกเว้นแต่ตาของผมที่มันยังบวมๆ ถ้าเกิดออกไปในสภาพนนี้แม่คงจะสงสัยผมแน่ๆ
ผมเลยเลยหาดูของบนโต๊ะหน้ากระจกยังดีที่มีสิ่งที่พอจะปกปิดไว้ได้บ้าง.....
ก่อนที่ผมจะเดินออกไปหาแม่ที่กำลังรอผมอยู่
“ไอ้ดีเทลเดี๋ยวเสร็จงานนี้กูจะไปหามึง.....”