มินตราสาวสวยวัย 22 ที่ทำงานส่งขนมขายตัวเป็เกลียว เพื่อเลี้ยงดูลูกสาวตัวเล็กของเธอ เธอตั้งท้องั้แ่อายุ 18 และเลี้ยงดูลูกสาวมาโดยลำพัง เธอไม่เคยปริปากบอกใครเื่พ่อของลูกหรือแม้แต่กับพี่ชายที่เธอรักนักหนาเธอก็ปิดเงียบ แรกๆ พี่ชายเธอก็โกรธและเสียใจเพราะอนาคตที่กำลังสดใสของเธอกลับมาล่มลงอย่างไม่เป็ท่า แต่พอหลานสาวตัวน้อยคลอดออกมากลับเป็เขาเองที่เห่อจนไม่อยากจะออกจากบ้านไปไหน
" กริ๊งๆ " เสียงออดที่ดังอยู่ที่รั้วหน้าบ้านทำให้มินตราที่กำลังยืนทำขนมอยู่ต้องวิ่งออกไปดูว่าใครมา
" มาแล้วค่ะ " แต่แล้วเธอก็ต้องใจนตัวแข็งค้างเมื่อเห็นบุคคลตรงหน้า คนที่เธอไม่เคยเห็นเขาั้แ่วันนั้น
" พี่ตะวัน " มินตราเรียกชื่อเขาเสียงเบาอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเห็น
ตะวันขมวดคิ้วมองผู้หญิงแสนสวยตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณาก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเธอคือใคร
" อ้อ.. มินนั่นเอง โตขึ้นสวยขึ้นจนพี่จำไม่ได้ " เธอสวยมากจนเขาไม่นึกว่าเด็กน้อยน่ารักที่เคยเดินตามเขาต้อยๆ จะโตเป็สาวสวยได้ขนาดนี้
" ไผ่กลับมาหรือยัง พอดีพี่นัดมันไว้น่ะ " ตะวันเห็นเธอเงียบไปนานก็เลยบอกจุดประสงค์ที่มาในวันนี้
" พี่ไผ่คงกำลังเดินทางมาค่ะ " เธอพูดไปก้มหน้าไปจนเขาต้องขมวดคิ้วมองเธออีกครั้ง นี่เธอไม่คิดที่จะชวนเขาเข้าบ้านเลยหรือไง ทำไมถึงได้แต่ยืนหลบหน้าเขาแบบนี้ แต่เพียงไม่นานก็มีรถญี่ปุ่นคันเล็กวิ่งมาจอดหน้าบ้าน
" ไงว่ะตะวัน ไม่ได้เจอเสียนาน " ไผ่โบกมือทักทายตะวันก่อนจะเดินอ้อมไปเปิดประตูรถ และไม่นานก็มีเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักในชุดอนุบาลวิ่งลงมาจากรถ
" คุณแม่ขาาาา คิดถึงจังเลย" เด็กคนนั้นวิ่งเข้าไปกอดมินตราแน่น ส่วนมินตราเองก็ทั้งกอดทั้งหอมเด็กคนนั้น ตะวันยืนตัวแข็งไม่คิดว่ามินตราจะมีลูกโตขนาดนี้แล้วเพราะหากจำไม่ผิดเธอเพิ่งจะยี่สิบต้นๆ เอง
" แม่ก็คิดถึงลูกเหมือนกันค่ะ " มินตราหอมแก้มลูกสาวไปมา
" แหม ลุงอุตส่าห์ไปรับยังไม่เห็นหอมแก้มลุงเลย มันน่าน้อยใจนัก " ไผ่พูดเสียงเศร้า เด็กน้อยดิ้นลงจากอ้อมกอดแม่ก่อนจะเดินมาหาลุง
" จุ๊บๆ " เธอทำปากยื่นให้ลุง ส่วนลุงเมื่อเห็นหลานทำท่านั้นก็รีบย่อตัวนั่งลงพร้อมกับยื่นแก้มไปให้
" จุ๊บ.. คนเก่งอย่างอลเลยน้าาา " พูดพร้อมกับเอามือลูบแก้มลุงไปมาจนตะวันอดที่จะยิ้มในความน่ารักของเด็กน้อยไม่ได้
ไผ่อุ้มหลานสาวตัวน้อยขึ้นมาก่อนจะเดินเข้าไปหาตะวัน
" คุณลุงเป็ใครคะ " เด็กน้อยเอียงคอถามเขา
" ลุงชื่อตะวันครับ เป็เพื่อนของลุงไผ่ " ตะวันตอบสาวน้อยผู้น่ารัก
" หนูชื่อนับดาวค่ะ หนู 4 ขวบ " เธอพูดพร้อมกับชูนิ้วขึ้นห้านิ้วก่อนจะนับอีกครั้งแล้วหักนิ้วลงจนเหลือสี่นิ้ว จนเขาอดขำในความน่ารักของเธอไม่ได้
มินตรายืนมองพวกเขาก็ได้แต่สะอึกในใจ เธอไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เห็นภาพสองคนพ่อลูกได้คุยกันแบบนี้
" คุณตะวันเข้าบ้านก่อนนะครับ" ตะวันขมวดคิ้วมองไผ่เพราะสรรพนามที่เปลี่ยนไป
" หลานกูอยู่..ต้องพูดเพราะๆ " ไผ่หันมากระซิบเขา จนเขากลั้นขำแทบไม่อยู่
" นับดาวมานี่ลูก เดี๋ยวแม่พาไปอาบน้ำนะคะคนเก่ง " มินตราเรียกให้ลูกมาหาหลังหาน้ำมาให้แขกดื่มเรียบร้อยแล้ว
เด็กน้อยคลานลงจากตักลุงก่อนจะวิ่งไปหาแม่พร้อมกับชูแขนขึ้นสองข้างให้แม่อุ้ม จากนั้นสองคนก็หยอกล้อพากันเดินขึ้นชั้นบนของบ้าน
" กูใแทบแย่ที่เห็นน้องมึงมีลูกโตขนาดนี้แล้ว " ตะวันหันไปพูดกับไผ่
" เื่มันยาวน่ะ "
" แล้วพ่อของเด็กไปไหน "
" ไม่มี " ไผ่ตอบเขาสั้นๆ แต่เขากลับอึ้งกับคำตอบนั้น นี่เธอท้องไม่มีพ่ออย่างงั้นเหรอ และหากเขานับไม่ผิดเธอคงจะตั้งท้องั้แ่อายุสิบแปด
" กูก็ไม่รู้ว่าใครเป็พ่อของนับดาว อยู่ๆ น้องกูก็ท้องแล้วเธอก็ไม่เคยบอกอะไรกับใคร แม้แต่เพื่อนสนิทของมินยังพากันใเพราะมินไม่เคยมีแฟนสักคน " ตะวันนั่งเม้มปากแน่น หรือเธอจะถูกข่มขืน? หากเป็เช่นนั้นเธอคงน่าสงสารน่าดู แต่ก็ยังโชคดีที่เธอยังรักลูกของเธอ
" แล้วนี่แกกลับมาจากอเมริกาั้แ่เมื่อไหร่ " ไผ่ถามเขา
" เกือบสองอาทิตย์แล้วล่ะ พอดียุ่งกับงานที่บริษัทน่ะ ฉันเลยเพิ่งได้มาหาแก "
" ดีนะที่แกมาตอนฉันอยู่ เพราะอีกไม่กี่วันฉันต้องไปดูงานที่ญี่ปุ่นแล้ว " ไผ่ทำงานเป็วิศวะกรคอมพิวเตอร์ที่ต้องเดินทางออกนอกประเทศอยู่บ่อยครั้ง
" แล้วมินกับลูกก็อยู่สองคนแบบนี้เหรอ " เขาจำได้ว่าตอนกลางคืนซอยนี้ค่อนข้างเปลี่ยว
" ไม่มีอะไรหรอก แถวนี้คนกันเองทั้งนั้น ห่วงก็แต่มินนั่นแหละที่ต้องตื่นแต่เช้ามาทำขนมส่งร้าน ไหนจะต้องไปรับไปส่งลูกอีก " ั้แ่พ่อแม่เสียไปตอนเขาเรียนอยู่ปีสามเขาก็อยู่กับน้องที่บ้านหลังนี้มาโดยตลอด ดีที่ท่านยังมีเงินฝากและบ้านหลังนี้ไว้ให้เขากับน้อง ไม่งั้นก็ไม่รู้จะไปอยู่ไหน และก็โชคดีที่พ่อกับแม่ของตะวันช่วยเื่งานศพ ไม่งั้นเขาสองคนพี่น้องต้องแย่แน่ๆ
ตะวันขมวดคิ้วมุ่น หวังว่าที่ท้องไม่มีพ่อแบบนี้คงไม่ใช่เพราะไอ้ซอยเปลี่ยวแบบนี้หรอกนะ