บทที่ 18 ความหลงผิดว่าจับได้ตัวการนอกใจ
“เธอพูดใหม่อีกทีสิ”
ตงซินหลิงใช้เวลาราวสองวินาทีในการตอบสนอง “เพราะเยี่ยเจียเป็โรคหัวใจยังไงคะ ส่วนหานปิงเป็หมอผู้เชี่ยวชาญทางด้านหัวใจ เยี่ยเจียเลย้าการดูแลจากหานปิงเท่านั้นน่ะค่ะ”
“พี่ฟู่ไม่รู้หรอกว่า หานปิงกับเยี่ยเจียรู้จักกันมาประมาณเจ็ดปีแล้ว เยี่ยเจียเป็โรคหัวใจ หานปิงเลยต้องดูแลเธอมาโดยตลอด เื่ที่หานปิงมาเป็หมอทำให้ประธานหานโมโหมาก จนถึงทุกวันนี้ประธานหานก็ยังไม่ยอมให้เขากลับบ้านเลยค่ะ!”
“เขาไม่สนว่าเยี่ยเจียจะป่วยหรือไม่ เพราะเขาคอยอยู่เคียงข้างเธอเสมอ ไม่เคยทิ้งไปไหน พูดอีกอย่างก็คือ… เขาเป็กำลังใจที่ทำให้เยี่ยเจียฝ่าฟันเื่ร้าย ๆ มาได้”
กำลังใจ?
จนถึงตอนนี้ฟู่อวิ่นซางยังไม่รู้เื่ราวในอดีตของพวกเขาเลยสักนิด
ฟู่อวิ่นซางมองไปยังเยี่ยเจียด้วยสายตาเ็า “จริงเหรอ”
คำสองคำนี้ เยี่ยเจียไม่รู้ว่าเขากำลังถามเื่อะไร แต่เธอก็ดูออกว่าเขากำลังโกรธ
เยี่ยเจียไม่รู้ว่าตงซินหลิงได้ยินเื่ราวแบบนี้มาจากที่ไหน
ความจริงแล้ว หานปิงโดนประธานหานตัดขาดความสัมพันธ์เพราะเขา้าเป็หมอ และไม่ยอมกลับบ้านจนถึงทุกวันนี้เพราะประธานหานไปแต่งงานใหม่
“จริงสิคะ” ตงซินหลิงชิงตอบก่อนที่เยี่ยเจียจะได้พูดอะไร “ฉันเป็พยานของพวกเขาทั้งสอง รู้เื่ราวของพวกเขามาเยอะแยะ พี่ฟู่ พี่ไม่เชื่อว่าเยี่ยเจียป่วยเป็โรคหัวใจ หรือไม่เชื่อว่าหานปิงทำอะไรหลายอย่างเพื่อเธองั้นเหรอคะ”
ตงซินหลิงที่ไม่ทันได้สังเกตบรรยากาศอันอึมครึมจึงได้ถามออกไปแบบนั้น
เยี่ยเจียรู้สึกราวกับว่าถูกสามีจับได้ว่านอกใจ เธอจึงอยากจะอธิบายให้เขารับรู้ “ฉันกับ…”
“พี่อวิ่นซาง งานเลี้ยงกำลังจะเริ่มในอีกสามนาทีแล้วค่ะ” ขณะนั้นเอง สวีเสี้ยนหย่าก็พูดแทรกขึ้นมาทันที แต่เธอใช้น้ำเสียงดูสนิทสนมกับฟู่อวิ่นซางเป็อย่างมาก ผู้หญิงคนนี้ช่างรู้จังหวะในการสอดปากเข้ามาเสียจริง ๆ
เสียงนั้นขัดจังหวะความคิดของเยี่ยเจีย และขณะเดียวกันก็ดึงดูดความสนใจของตงซินหลิงได้อย่างสิ้นเชิง
“อืม” ฟู่อวิ่นซางเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ ก่อนจะตอบรับเสียงเรียบ สายตาของเขากลอกไปมาระหว่างเยี่ยเจียและหานปิงอีกครั้ง ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
เมื่อมองแผ่นหลังของเขา หานปิงก็ยิ้มพอใจ
เขาคิดว่า นอกจากหัวใจของเยี่ยเจีย อีกฝ่ายคงไม่สนอะไรอีกแล้ว
เมื่อเห็นว่าฟู่อวิ่นซางเดินลับสายตาไปแล้ว ตงซินหลิงจึงหันกลับมา แล้วเอ่ยเสียงเ็าถามสวีเสี้ยนหย่า “เธอเป็ใคร”
ผู้หญิงคนนี้เป็คู่ควงของฟู่อวิ่นซางได้อย่างเปิดเผย และเรียกเขาว่า ‘พี่อวิ่นซาง’ อย่างสนิทสนม ความสัมพันธ์ของเธอกับฟู่อวิ่นซางจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
สวีเสี้ยนหย่าไม่ได้คิดว่าตงซินหลิงเป็คู่แข่งเลย เด็กสาววัยสิบแปดปี เธอไม่เก็บมาใส่ใจให้เสียอารมณ์หรอก
“ฉันเป็ใครไม่สำคัญหรอกนะ เธอแค่รู้ว่า ฉันเป็คนที่พี่อวิ่นซางให้ความสำคัญก็พอแล้ว”
คำตอบนี้จงใจบอกให้ทั้งตงซินหลินและเยี่ยเจียฟังไปพร้อม ๆ กัน
พูดจบ สวีเสี้ยนหย่าก็วางแก้วไวน์ที่ว่างเปล่าลงบนถาดของพนักงานเสิร์ฟ จากนั้นก็ก้าวขาด้วยรองเท้าส้นสูงไปบนพรมแดงอย่างหยิ่งยโส ราวกับหงส์ที่ได้รับชัยชนะ
เยี่ยเจียที่ยืนอยู่ข้างหมอหานเสียการทรงตัว เธอหายใจหอบถี่ขึ้นมากจากเมื่อครู่
ใช่แล้ว ฟู่อวิ่นซางให้ความสำคัญกับสวีเสี้ยนหย่า จึงให้เธอควงแขนยืนเคียงข้างเข้ามาในงานเลี้ยงฉลองวันก่อตั้งบริษัทอย่างเปิดเผย
แล้วเธอล่ะ… เขาให้ความสำคัญกับเธอบ้างหรือเปล่า
ความจริงแล้ว เธอรู้คำตอบลึก ๆ ในใจมานานแล้ว เขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับเธอเลย สิ่งที่เขาให้ความสำคัญที่สุด คือหัวใจของเธอเท่านั้น!
หัวใจดวงนี้ที่อยู่ในตัวเธอมีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่
และมันเป็ของใครกัน?!