ทางเข้าเมืองหยวนค่อนข้างเคร่งครัด โชคดีที่อ้ายเชียนมีป้ายผ่านทางของพวกโจรอยู่กับตัวนางจึงผ่านทางไปได้
ก่อนเข้าเมืองนางได้เปลี่ยนเสื้อผ้าออกเป็ผ้าป่านธรรมดาเหมือนชาวบ้านทั่วไป เมื่อเข้ามาในเมืองแล้วจึงหาร้านเสื้อผ้าและเปลี่ยนไปชุดธรรมดา
เมื่อสวมชุดธรรมดาจึงขับเน้นให้ดวงหน้าหวานซึ้ง แม้ดวงตาจะบอดแต่ก็เหมือนกับคุณหนูจากตระกูลใหญ่ อ้ายเชียนจึงไปซื้อข้ารับใช้มาคนหนึ่งจากตลาดค้าทาส
ข้ารับใช้นางนี้อ้ายเชียนไม่ได้คิดจะให้รับใช้ตนเอง แต่นางเป็คนตาบอดหากไม่มีผู้ติดตามอาจดูแปลกได้ ดังนั้นจึงต้องหาซื้อมา
หลังจากเรียบร้อยก็หาโรงเตี้ยมเพื่อค้างคืน จากนั้นก็เริ่มปฏิบัติการผลาญเงิน
สมบัติที่ได้มาจากถ้ำันั้นเยอะมากๆ แต่ส่วนมากล้วนแต่เป็เครื่องประดับและทองก้อน ซึ่งไม่สามารถที่จะใช้แทนหน่วยเงินได้
ส่วนเหรียญทองก็มีน้อยมากๆ ดังนั้นนางจึงต้องเข้าออกโรงจำนำตลอดสองวันเพื่อนำเงินออกมาใช้จ่าย
สำหรับทองก้อนนั้นอ้ายเชียนค่อยๆทะยอยขาย ส่วนเครื่องประดับก็ราคาไม่ค่อยดี แต่หากขายทองก้อนเยอะๆเข้าอาจเป็ที่สังเกตได้ จึงต้องค่อยๆทะยอยไป
ในสองวันนี้นางกวาดสมุนไพรสดไปหลายชนิด และสามารถรวบรวมสมุนไพรแห้งเพื่อใช้ทำ ‘น้ำยาปรับพื้นฐาน’ และ ‘น้ำยาพลังปราณ’ เพื่อปรับพื้นฐานและเพิ่มความเร็วการฝึกของกองกำลัง
สำหรับสมุนไพรสดถูกเก็บเอาไปปลูกในโลกใบเล็ก ส่วนสมุนไพรแห้งก็เหมาะสำหรับใช้ในตอนนี้เลย เพราะอ้ายเชียนไม่อยากเสียสมุนไพรสดเ่าั้ มันยังสามารถฟื้นคืนชีพม์ได้ นางอยากจะปลูกสมุนไพรไว้มากๆ พื้นที่รกร้างในโลกใบเล็กจะได้ใช้ประโยชน์ได้มากขึ้นเสียที
ตอนนี้ในโลกใบเล็กมีแต่ต้นท้อจนจะกลายเป็ป่าดอกท้อไปแล้ว เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมาซ่งจูได้ปลูกต้นท้อ์เพิ่มจากเมล็ดที่สุกงอมจนหล่นลงมา
เมื่อนึกถึงตรงนี้อ้ายเชียนก็ลืมไปเลยว่าพื้นที่ขยายออกไปแล้ว นางไม่ว่างพอที่จะเข้าไปในโลกใบเล็กเสียที เมื่อถึงเช้าวันที่สามอ้ายเชียนจึงถือโอกาสเข้าไปเยี่ยมเยือนโลกใบเล็กเสียหน่อย
หลังจากลืมตาขึ้นก็พบว่าตัวเองอยู่ในลานดอกท้อเสียแล้ว...ใช่แล้วลานดอกท้อ
“เ้านาย ในที่สุดท่านก็เข้ามา ข้ารอแนะนำพื้นที่ใหม่ให้ท่านไม่ไหวแล้ว” ซ่งจูปรากฎตัวอยู่ตรงหน้าอ้ายเชียน ตอนนี้เขาอยู่ในรูปลักษณ์แปลกตา...กลายเป็กระรอกตัวโตเสียแล้ว โดยเฉพาะส่วนพุงที่ย้อยออกมานั่น แน่ใจนะว่าเขาไม่ใช่ตาแก่พุงพลุ้ยขี้เหล้า
“นี่เ้าจะโตขึ้นกว่านี้มั้ย” หากว่าเขายังโตขึ้นทุกๆครั้งที่นางเลื่อนขั้น ไม่แน่ต่อไปเขาอาจกลายเป็กระรอกั์…ตัวอ้วนก็เป็ได้
“ข้าเติบโตขึ้นตามการพัฒนาของเ้านาย ...ท่านไม่สังเกตหรือ พื้นที่ที่เคยเป็ป่ารอบด้านกลายเป็อาคารหมดแล้ว”
อ้ายเชียนเงยหน้าขึ้นมองรอบด้าน กลายเป็อาคารจริงๆ
“ตามข้ามาเ้านาย” ซ่งจูเอ่ยอย่างกระตือรือร้น พาไปยังหลังกระท่อมไม้ ซึ่งเป็ทางทิศเหนือเสียก่อน
“เ้านายสามารถสร้างกำแพงจวนได้ เพราะการเลื่อนขั้นครั้งต่อไปจะเริ่มมีชาวบ้านแล้ว พวกเขารู้จักท่านในฐานะราชินี แต่ขณะเดียวกันท่านก็ยังไม่สามารถไปยังเมืองหลวงและราชวังได้ เพราะพลังท่านยังไม่พอ” ซ่งจูเอ่ยแนะนำอย่างกระตือรือร้น
“หมายความว่า...” อ้ายเชียนเอ่ยอย่างมึนงง
“ก่อนหน้านี้เ้านายเคยแอบมองทั้งโลกใบเล็กนี้ ท่านคงจำได้ว่าเคยเห็นหมู่บ้านและเมืองต่างๆ ทั้งหมดนั้นเป็ทรัพยากรของท่านทั้งสิ้น เมืองต่างๆก็เป็ของท่าน ส่วนประชากรเป็เพียงผู้อยู่อาศัย หากท่านไม่้าก็สามารถไล่พวกเขาออกไปได้”
อ้ายเชียนขมวดคิ้ว“ไล่ออก...เ้าคิดว่าข้าเป็คนใจดำหรือ” นางเอ่ยแค่นั้น แต่ซ่งจูกลับลุกลี้ลุกลน
“ไม่ๆเ้านาย ข้าเพียงบอกขีดความสามารถของท่านเท่านั้น มาถึงแล้ว นี่เป็ถนนรอบจวนเ้าเมือง ...กล่าวคือพื้นที่รกร้างนั้นเป็จวนเ้าเมือง และถนนรอบๆนี้เป็ย่านการค้า ไม่ใช่ย่านชุมชนจึงยังไม่มีประชาชนออกมาให้ท่านเห็น”
“แล้วพวกเขาไปไหนกัน?” อ้ายเชียนหันซ้ายหันขวา ที่นี่เป็เมืองร้างจริงๆ มันเงียบเชียบไร้ผู้คน
“เมื่อมรดกไร้เ้าของ ทุกสิ่งในโลกใบเล็กก็จะถูกจำกัดและแช่แข็ง พลังงานแต่เดิมของข้ามีน้อยอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงประชากร ข้าทำได้เพียงขยายพันธุ์พืชและสัตว์บนูเาเพื่อเตรียมรอรับเ้าของคนใหม่เท่านั้น”
“ูเา?” อ้ายเชียนนึกขึ้นได้ว่านางมองเห็นโลกใบเล็กนี้ มีทั้งูเาลำธารแม่น้ำ และมีเมือง หากว่าตอนนี้นางอยู่ในเมืองก็ไม่แปลกนักที่จะไม่เห็นูเา
ส่วนป่าที่นางมองเห็นในทีแรกก็เป็เพียงภาพลวงตาที่กั้นไม่ให้เห็นส่วนถัดไปของเมืองที่จะปลดล็อกเท่านั้น
“ทรัพยากรในโลกใบเล็กมีอยู่มากมาย เมื่อท่านผ่านระดับหนึ่งมาได้แล้วก็จะได้รับทรัพยากรตามมา รอดูเถอะ เ้านายจะเป็มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลก...เว้นแต่ท่านไปถึงจุดสูงสุดของแผ่นดิน ที่นั่นแทบทุกคนมีโลกใบเล็กของตัวเอง”
“...” อ้ายเชียนอ้าปากเหวอ...ดูเหมือนว่า นางจะได้รับของดีกว่าที่คิดมา
“เอ่อ...งั้นเราก็ได้โรงนาแล้วใช่มั้ย”
“ขอรับ เราเรียกว่าหอเสบียง มันเชื่อมต่อกับจวนเ้าเมือง โดยมีข้าเป็ผู้ควบคุม นั่นคือหอเสบียงของเมืองนี้ขอรับ” ซ่งจูชี้ไปที่อาคารซึ่งมีขนาดค่อนข้างใหญ่
อ้ายเชียนเดินเข้าไปดูและเห็นว่ามันมีห้องเล็กด้านล่างและเคาท์เตอร์สำหรับติดต่อ ส่วนด้านหลังทั้งหมดคือสถานที่เก็บเสบียง
เมื่อนางเดินเข้าไปด้านหลัง สามารถมองเห็นอาคมที่สลักเอาไว้ และคิดว่าอาคมนี้ใช้เก็บความสดใหม่ของวัตถุดิบ
“วงจรอาคมนี้...ข้าไม่เคยเห็น” อ้ายเชียนพึมพัมแล้วใช้มือแตะอาคม
“นี่เป็อักขระที่เ้านายเก่าข้าได้สร้างไว้ นี่เป็เพียงอักขระขั้นพื้นฐานเท่านั้น”
“อักขระ?” อ้ายเชียนหันไปมองซ่งจูอย่างสนใจ
“อักขระคืออักษรเวทย์ที่เชื่อมต่อเป็วงจรจึงเกิดผล...เป็วิชาที่หายากที่สุดในแผ่นดินเมื่อหลายหมื่นปีก่อน และ...แน่นอนว่าผ่านมานานแล้ว อักขระอาจแพร่หลายหรือไม่ก็หายไปแล้ว”
“ข้าคิดว่าเป็อย่างหลังมากกว่า” อ้ายเชียนสังเกตได้ว่าคนทั่วไปไม่รู้จักวงจรเวทย์ แต่นางก็ตัดสินไม่ได้เพราะที่นี่เป็แผ่นดินที่ห่างไกลที่สุด ในทวีปอื่นอาจพอมีอักขระวงจรเหล่านี้หลงเหลืออยู่บ้าง
“จริงสิขอรับ...ถ้าเ้านายสนใจสามารถไปดูที่หอตำราได้ แม้ว่าจะเป็ในเมืองเล็กๆแห่งนี้ ก็น่าจะมีอะไรที่เป็ประโยชน์กับท่านบ้าง”
อ้ายเชียนพยักหน้าพึงพอใจ ซ่งจูพานางเดินไปตามทาง กระทั่งไปถึงส่วนตะวันออก อาคารบ้านเรือนคล้ายร้านค้าว่างเปล่ามีจำนวนมาก แต่อาคารที่เด่นชัดที่สุดคืออาคารหลักของทางการ
ทางเหนือคือหอเสบียง ทางตะวันออกคือหอตำรา ทางใต้คือหอสมุนไพร และทางตะวันตกคือหอฝึกฝน
อ้ายเชียนมองชั้นหนังสือมากมายภายในหอตำรา ที่นี่เปรียบเหมือน ‘ห้องหนังสือประจำเมือง’ และมันไม่ได้มีหนังสือน้อยเลย มันมีจำนวนหลายชั้นมากๆ
“โดยส่วนมากประชาชนสามารถเข้าถึงหอตำราชั้นแรกเท่านั้น เ้าของเก่าข้าใส่ใจในการให้ความรู้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา ดังนั้นหอตำราและหอฝึกจึงมีในทุกๆเมือง”
“นอกจากนี้รางวัลที่อยู่ในหอฝึกในทุกเมืองก็ค่อนข้างดี มันจะช่วยให้มนุษย์ที่เกิดในโลกใบเล็กพัฒนาขึ้นมาก”
“แต่ตอนนี้ไม่มีมนุษย์” อ้ายเชียนเอ่ยขัด ก่อนจะเดินเข้าไปในชั้นหนังสือ นางจับเวลาให้ตัวเองสองชั่วยามเพื่อหาข้อมูลและอ่านตำราพวกนี้
เื่แรกที่นางสนใจคือเื่อักขระ เื่ที่สองคือข้อมูลของโลกใบนี้ น่าเสียดายที่เื่แรกในหอตำรานี้มีเพียงเล็กน้อยและอยู่ในชั้นที่สาม ซึ่งเป็ชั้นสุดท้ายของหอตำรา
ส่วนเื่ที่สองยิ่งแล้วใหญ่ เหมือนว่าตำราที่เกี่ยวกับโลกนั้นไม่เคยมีอยู่จริง ราวกับเป็ความผิดบาปใหญ่หลวงหากมีคนเปิดเผยเกี่ยวกับโลกใบนี้มากเกินไป
แต่อ้ายเชียนก็ได้รู้ว่าหอตำรามีค่าอย่างมาก มันมีเคล็ดวิชามากมาย วิธีการฝึกฝนต่างๆ รวมถึงความรู้ธรรมดาๆอย่างเื่สมุนไพร แมลงและสัตว์
นอกจากนี้ยังมีตำราส่วนการทหาร ตำราเกี่ยวกับศาสตร์ต่างๆ แต่ล้วนเป็ระดับต่ำสมกับเป็เมืองเล็กๆอย่างที่ซ่งจูพูด
หากดูจากขนาดของย่านการค้ารอบจวนเ้าเมือง อ้ายเชียนก็สามารถเดาได้ว่าเมืองนี้เล็กจริงๆ ขนาดมันน่าจะเทียบเท่ากับ...จังหวัดเล็กๆในประเทศเล็กๆของโลกยุคปัจจุบัน
ขณะที่จากมาอ้ายเชียนหยิบตำราอักขระสองเล่มเล็กๆติดมือมาด้วย จากนั้นก็ไปเยี่ยมชมหอสมุนไพร ซึ่งมีไว้เพื่อรับซื้อและพัฒนาความสามารถทางการแพทย์ของชาวเมือง
ส่วนหอฝึกฝนนั้นค่อนข้างใหญ่ มันกินพื้นที่ครึ่งหนึ่งของทางตะวันตก ด้านหน้าหอมีป้ายอันดับแปะเอาไว้ ซึ่งตอนนี้ยังคงว่างเปล่า
ด้านในหอมีโถงต้อนรับซึ่งรองรับคนได้นับพัน เมื่อเข้าไปด้านหลังจะเป็ส่วนทดสอบเพื่อเข้าร่วมกับเมือง ผู้ที่เข้าร่วมกับเมืองเท่านั้นจึงจะเข้าหอฝึกได้ จริงๆแล้วทุกๆหอของทางการก็ต้องเป็สมาชิกก่อนเช่นกัน
ในหอฝึกจะมีห้องฝึกวิชาที่แตกต่างกัน ฝึกกำลังกาย ฝึกเคล็ดวิชา ฝึกตน และห้องที่ใช้สำหรับทะลวงซึ่งอยู่ด้านหลังหอฝึก
“ที่นี่...เป็ที่ที่ดี”
“เมื่อเ้านายเข้าถึงขั้นฝึกปราณ ต่อไปก็สามารถส่งคนมาฝึกฝนในเมืองได้”ซ่งจูเอ่ยอวด
“ยังไม่ใช่ในเวลานี้ ข้าอยู่ที่นี่นานแล้วคงต้องกลับค่ายโจรก่อน” อ้ายเชียนว่าแล้วก็หายไปเลย ก่อนที่เสียงนางจะดังขึ้นอีกครั้ง
“อย่าลืมเก็บเสบียงไว้ในหอเสบียง”
เมื่ออ้ายเชียนกลับมาในโลกความจริง นางก็เรียกสาวใช้ในห้องข้างๆเข้ามา สาวใช้เดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง ตลอดเวลาที่รับใช้มีเพียงเวลาที่ต้องเตรียมน้ำล้างหน้า และออกไปด้านนอกที่เ้านายเรียกนาง ซ้ำเ้านายคนนี้ยังแปลก เพราะไม่ให้นางปรนนิบัติแม้แต่น้อย
“คุณหนูมีอะไรให้ข้ารับใช้”
“หยิบเงินและหนังสือไถ่ตัวบนโต๊ะแล้วจากไปซะ” อ้ายเชียนพูด
ปึก...สาวใช้คุกเข่าลงโขกหัวอย่างรวดเร็ว “คุณหนูโปรดลงโทษข้าน้อย หากข้าน้อยทำอะไรให้คุณหนูไม่พอใจ” หากเป็คนอื่นคงรับเงินและรีบจากไปแล้ว แต่สาวใช้ไม่ใช่คนโง่ นางรู้สึกว่าคุณหนูผู้นี้แข็งแกร่ง
มีคนตาบอดที่ไหนเดินเองได้ หยิบจับข้าวของเองได้บ้าง? มีแต่เหล่าผู้แข็งแกร่งเท่านั้น
“เ้าไม่้าจากไป?” อ้ายเชียนขมวดคิ้วเล็กน้อย นางไม่ได้รู้สึกผูกพันธ์อะไรกับสาวใช้คนนี้ และวาสนาของสาวใช้คนนี้ก็ไม่ได้ผูกกับนางเหมือนกับเหรินจิงและฮุย ดังนั้นจึงรู้สึกรำคาญใจอยู่บ้าง
“ข้าน้อยยินดีรับใช้คุณหนู”
“ทางเดินของข้าอันตราย เ้าอาจตกตายโดยไม่รู้ตัว”
เฮือก.. สาวใช้ลอบถอยหลังเล็กน้อย
“หยิบเงินและออกไปซะ” กล่าวจบอ้ายเชียนก็สะบัดแขนเสื้อไม่สนใจอีก
“คุณหนู ข้ายินดี ยินดีมอบชีวิตให้ท่าน แต่อย่าทิ้งข้าเลยเ้าค่ะ” สาวใช้กัดฟันพูดแม้จะหวาดกลัวเต็มที่ ร่างกายสั่นเทาดั่งลูกนกตกน้ำ
“ดี! ถ้าอย่างนั้นเ้าก็ต้องเป็หนึ่งในกองกำลัง ข้าไม่ได้้าคนรับใช้” อ้ายเชียนพูดตัดรำคาญ
“...” สาวใช้ชะงักไป ก่อนจะกัดฟันพูดขึ้นมา “ข้าจะพยายามเพื่อคุณหนูเ้าค่ะ”
“ต่อไปเรียกข้าว่านายหญิง และ...ถอดเสื้อเ้าออกซะ”