"หืม? นั่นมันเซี่ยเทียนไม่ใช่หรือ? นี่เ้าก็คิดจะมาท้าทายหอคอยอสูรด้วยอย่างงั้นหรือเนี่ย? ข้าไม่ได้ฝันไปใช่หรือไม่เ้าคนที่ไม่สามารถบรรลุแม้แต่ผู้ฝึกตนก่อกำเนิดิญญาขั้น 2 ได้ กลับคิดจะมาท้าทายหอคอยอสูร นี่เ้ากำลังดูถูกพวกเราทุกคนอยู่หรือไง?"
เซี่ยเทียนได้ยินเสียงเยาะเย้ยดูถูกดังมาจากทางด้านหลัง เขาจึงหันหน้ากลับไปดู
อีกฝ่ายเป็เด็กหนุ่มชุดสีดำ มีใบหน้าที่ธรรมดา แต่แววตาแฝงความเ้าเล่ห์
"เซี่ยเทียน! อย่าให้ข้าต้องพูดซ้ำซากเลย เ้าควรลาออกไปจากสำนักประตูครองฟ้าเสีย ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเ้า หรือว่าเ้ายังไม่เข็ดหลาบที่ข้าหักขาเ้าเมื่ออาทิตย์ก่อน หากเ้ายังไม่ไสหัวไปในสิ้นเดือนนี้ ข้าไม่รับประกันว่าเ้าจะออกไปจากที่นี่ครบสามสิบสองได้!" เด็กหน่มชุดดำข่มขู่ด้วยแววตาที่เหี้ยมเกรียม เพื่อนๆ ข้างๆ เขาก็หัวเราะเยาะ
เซี่ยเทียนจ้องมองเด็กหนุ่มชุดดำตรงหน้าอย่างเรียบเฉย ภายในหัวก็ค้นหาความทรงจำของเซี่ยเทียนคนก่อนเกี่ยวกับเด็กหนุ่มชุดดำคนนี้
ดูเหมือนอีกฝ่ายจะชื่อว่าหวังจิ้ง มีพละกำลังอยู่อันดับ 10 ของตารางสายนอก นับว่าแข็งแกร่งมาก
ทว่า เดิมทีแล้ว หวังจิ้งไม่ได้มีพร์โดดเด่นนัก แต่กลับเป็พร์เดรัจฉานเหมือนเซี่ยเทียน เหตุผลเดียวที่หวังจิ้งสามารถทะยานจนอยู่อันดับ 10 ได้ก็เพราะตอนเข้าสำนักใหม่ หวังจิ้งร่วมทีมกับเซี่ยเทียนคนก่อนปราบฝูงสัตว์อสูรจำนวนหนึ่ง
ระหว่างทางพวกเขาได้พบกับหญ้าพันเส้นลมปราณซึ่งมีสรรพคุณในการเพิ่มพลังพร์ ด้วยของสิ่งนี้จะสามารถช่วยพวกเขาทั้งคู่หลุดพ้นจากพร์ปราณเดรัจฉานเป็พร์ปราณมนุษย์ได้
เซี่ยเทียนคนก่อนตั้งใจจะแบ่งหญ้าพันเส้นลมปราณกับหวังจิ้งคนละครึ่ง แต่เขาก็โดนหวังจิ้งใช้เล่ห์กล หลอกว่าจะนำหญ้าพันเส้นลมปราณไปให้ผู้าุโของสำนักชำระพิษออกก่อน จึงจะทำให้สรรพคุณของมันใช้งานได้เต็ม 100%
แต่เซี่ยเทียนคนก่อนรอจนพระอาทิตย์ตกดินก็ไม่เห็นหวังจิ้งกลับมา กว่าเขาจะรู้ตัวว่าถูกหลอก ก็คือตอนกลับสำนักและพบว่าหวังจิ้งใช้หญ้าพันเส้นลมปราณทั้งหมดคนเดียว และเปลี่ยนพร์ปราณเดรัจฉานของตนจนกลายเป็พร์ปราณมนุษย์ขั้นสูงไปแล้ว
ด้วยพร์ระดับนี้ทำให้เขาได้กลายเป็ศิษย์ผู้าุโสายนอกและได้รับความคาดหวังสูง
เซี่ยเทียนคนก่อนรู้สึกโกรธมากและเข้าไปต่อว่าหวังจิ้ง แต่เซี่ยเทียนก็ถูกหวังจิ้งซ้อมจนาเ็สาหัส แถมยังไม่มีใครเชื่อเซี่ยเทียนที่กล่าวหาหวังจิ้งขโมยหญ้าพันเส้นลมปราณ
ทุกคนหัวเราะเยาะเขาเพราะคิดว่าเขาอิจฉาหวังจิ้ง ส่วนผู้าุโที่รับหวังจิ้นเป็ศิษย์ก็ประฌามเขาที่กล่าวหาไม่มีหลักฐาน จนทำให้เขาถูกศิษย์ทั้งสำนักรังเกียจ
จากนั้นมา หวังจิ้งก็มักจะหาเื่และซ้อมเซี่ยเทียนคนก่อนเพื่อกดดันให้เขาลาออก เพราะไม่้าให้ความจริงถูกเปิดเผย
หวังจิ้งมองเซี่ยเทียนอย่างเ็า เขาเดินเข้ามาใกล้ๆ และกระซิบบอกเบาๆ "เซี่ยเทียน ข้าจะขอเตือนเป็ครั้งสุดท้ายรีบไสหัวออกไปจากสำนักประตูครองฟ้าเสีย หากเ้าพยายามแพร่งพรายเื่ที่เกิดขึ้นวันนั้นให้ใครฟัง ต่อให้จะผิดกฎสำนัก แต่ข้าก็จะฆ่าเ้าแน่!"
จิตสังหารอันท่วมท้นพรั่งพรูออกมาจากดวงตาของหวังจิ้ง
หลังจากส่งคำเตือนให้เซี่ยเทียนแล้ว หวังจิ้งก็เดินจากไปพร้อมกับพรรคพวก
เซี่ยเทียนมองตามแผ่นหลังของหวังจิ้งที่ค่อยๆ จางหายไป เขาไม่ได้เก็บคำพูดอีกฝ่ายมาใส่ใจนัก ไม่มีใครในจักรวาลนี้สามารถทำอันตรายเซี่ยเทียนได้ เพราะเซี่ยเทียนทำลายจักรวาลนี้ได้ในชั่วพริบตา
"ดูนั่น! นั่นมันเว่ยหลง ไป๋หยุน และเมิ่งซิน! ศิษย์สายนอกอันดับ 1-3 อยู่ที่นี่กันครบเลย! ดูเหมือนพวกเขาตั้งใจจะเก็บคะแนนล่าครั้งนี้อย่างจริงจังเพื่อเลื่อนระดับเข้าเป็ศิษย์สายใน!"
"ได้ยินว่าในการล่าคะแนนสัปดาห์นี้ เ้าสำนักคิดคะแนนสัตว์อสูรที่ล่าได้เพิ่มเป็สองเท่า ทำให้นี่เป็โอกาสที่ทุกคนจะสะสมคะแนน เว่ยหลง ไป๋หยุน และเมิ่งซินเก็บคะแนนล่าได้เกือบ 500 แต้มแล้ว อีกแค่นิดเดียวพวกเขาก็จะได้สิทธิขอเลื่อนเป็ศิษย์สายในได้"
"ออร่าของพวกเขาช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก สมกับเป็ผู้มีพร์ปราณมนุษย์ขั้นสูง! ดูเหมือนพวกเขาจะเลื่อนขั้นเป็ผู้ฝึกตนก่อกำเนิดิญญาขั้น 3 กันหมดแล้ว!"
เซี่ยเทียนได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครม เขาก็หันหน้าไปมองยังตำแหน่งที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจ ดวงตาของเซี่ยเทียนสว่างเป็ประกายขึ้นมาชั่ววูบเมื่อเห็นสามคนนี้ ความนับถือและยำเกรงปรากฏในใจเซี่ยเทียน
ตามความทรงจำของเซี่ยเทียนคนก่อน สามคนนี้คือศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดของเขตสายนอก แข็งแกร่งยิ่งกว่าหวังจิ้งพวกเขาได้รับความสนใจและชื่นชมจากศิษย์และผู้าุโเขตสายนอกมากมาย เพราะความสามารถที่โดดเด่น มีข่าวลือว่าพวกเขาสามคนกระทั่งถูกผู้าุโเขตสายนอกเกือบ 90% ส่งคำเชิญให้มาเป็ศิษย์ แต่ก็ถูกทั้งสามคนปฏิเสธ
สำนักประตูครองฟ้ามีกฎอยู่ นอกจากศิษย์และผู้าุโที่้าจะเลื่อนเข้าสู่เขตสายในจะต้องสะสมคะแนนให้ได้ตามกำหนด พวกเขายังต้องมีศิษย์และอาจารย์รับรองอย่างน้อยหนึ่งคนด้วย อย่างไรก็ตาม ศักยภาพของศิษย์และอาจารย์ก็จะกำหนดขีดจำกัดที่พวกเขาสองฝ่ายจะพัฒนาสถานะได้เช่นกัน เช่น หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอ่อนหัด คะแนนล่าที่พวกเขาจะหาได้จากการเลื่อนขั้นไปเขตต่างๆ ก็จะจำกัด ทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถเลื่อนขั้นตามได้
ผู้าุโในเขตสายนอกนี้ส่วนใหญ่มีพร์ต่ำต้อย ศักยภาพของพวกเขาเต็มที่ก็พาศิษย์ไปได้แค่เขตสายในเท่านั้น แต่พวกเว่ยหลงมีปณิธานที่เหนือกว่านั้น พวกเขา้าเข้าไปเป็ศิษย์หลัก! เขตสายหลักที่จำเป็ต้องมีผู้าุโเก็บคะแนนล่าได้ 20,000 คะแนนนั้นมีผู้าุโในเขตสายนอกแค่ 3 คนที่เก่งพอจะทำได้ ซึ่งพวกเว่ยหลงเฝ้ารอคำเชิญจากผู้าุโทั้งสามท่านนี้
แต่จนถึงตอนนี้ผู้าุโเขตสายนอกทั้งสามที่แข็งแกร่งที่สุดก็ยังไม่เคยรับใครเป็ศิษย์ เพราะพวกเขาเองก็มีปณิธานที่ยิ่งใหญ่ คือการเลื่อนขั้นเป็ผู้าุโระดับสูง ซึ่งนอกจากต้องรวบรวมคะแนนล่ามากกว่า 100,000 แต้ม พวกเขายังต้องมีศิษย์ที่สะสมคะแนนล่าได้อย่างน้อย 10,000 แต้ม แต่จนถึงตอนนี้พวกเขาก็ไม่เห็นศิษย์คนไหนมีศักยภาพสูงพอจะทำแบบนั้นได้
เจี้ยนหง หรือ หนึ่งในสามผู้าุโที่แข็งแกร่งที่สุดของเขตสายนอกเฝ้ามองศักยภาพของพวกเว่ยหลงในการท้าทายหอคอยอสูรครั้งนี้ เขาเฝ้าหวังว่าจะมีหนึ่งในสามคนนี้ที่เข้าตาเขาเพราะเขารอมานานมากแล้ว
เมื่อผู้าุโเขตสายนอกเปิดหอคอย การล่าคะแนนได้เริ่มต้นขึ้น
ศิษย์สายนอกหลายพันคนเดินเข้าไปในหอคอย และเดินเข้าไปในประตูมิติสีแดงที่เชื่อมกับป่าอสูรในระดับต่างๆ ไว้
หอคอยอสูรมีทั้งหมด 10 ชั้น และในชั้น 1 นี้ ประตูมิติได้เชื่อมกับป่าอสูรชั้นล่างที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาสัตว์อสูรทั้งหมดไว้ คะแนนต่อตัวนั้นอยู่ที่ 1-5 คะแนน
ขณะที่ชั้น 2 ขึ้นไป มีคะแนนต่อตัวที่ 10 คะแนนขึ้นไป และความอันตรายก็เพิ่มขึ้นด้วย
ศิษย์ส่วนใหญ่เลือกจะท้าทายหอคอยชั้น 1 เพราะนี่คือขีดจำกัดสูงสุดที่ศิษย์สายนอกมีความสามารถพอ มีแค่พวก 10 อันดับตารางสายนอกอย่างเว่ยหลงถึงกล้าท้าทายหอคอยอสูรชั้น 2
หวังจิ้งเองก็ขึ้นไปท้าทายชั้น 2
ศิษย์สายนอกทุกคนต่างมองพวก 10 อันดับตารางสายนอกด้วยความอิจฉาและความชื่นชม
ไม่นาน การล่าคะแนนก็เริ่มขึ้น
ทุกคนสามารถกำจัดสัตว์อสูรและเก็บคะแนนได้อย่างราบลื่น อาจจะเป็เพราะคำพูดของเ้าสำนักที่บอกว่าจะเพิ่มคะแนนเป็สองเท่า จึงทำให้ศิษย์สายนอกทุกคนฮึกเฮิมขึ้นหลายเท่า
ผ่านไปราวๆ 3 ชั่วโมง เวลาการล่าก็ได้สิ้นสุดลง ทุกคนออกมาจากประตูมิติและกลับมาที่ห้องโถงภายในหอคอย
ตอนนี้ทุกคนต่างมองไปยังอันดับคะแนนที่ตนเองล่าได้ หลายคนต่างพึงพอใจกับคะแนนของตนเอง พวกเว่ยหลงเองก็พอใจเป็อย่างมาก
ทว่า มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่พอใจ
ใบหน้าเขาบิดเบี้ยวด้วยความเน่าเหม็นและความไม่อยากเชื่อ เมื่อพบว่าอันดับของตนเองถูกแซงขึ้นมาโดยใครบางคน ทำให้จากอันดับ 10 ของตนล่วงหล่นไปอยู่อันดับ 11
หากว่าอีกฝ่ายเป็ศิษย์ที่เคยอยู่อันดับไล่เลี่ยกัน เขาก็คงไม่คิดมาก แต่หวังจิ้นไม่อยากเชื่อเป็อย่างยิ่งเมื่ออ่านชื่อคนที่แซงหน้าเขา 'เซี่ยเทียน!' มันกลับเป็คนที่เขาเหยียดหยันและดูถูกมาโดยตลอด!
เซี่ยเทียนเป็เพียงแค่ผู้ฝึกตนก่อกำเนิดิญญาขั้น 1 ที่มีพร์ปราณเดรัจฉาน หมอนี่ทำได้ยังไง!