สามคนพ่อแม่ลูกออกจากร้านตีเหล็กโดยที่ไม่ได้เสียเงินสักอีแปะ เพราะนายช่างเจิ้งหลวนขอลองทำสินค้าออกมาก่อน หากพอใจค่อยจ่ายเงินทีหลัง
"เราจะไปไหนกันดีเ้าคะ" เสี่ยวหลินนั่งจุมปุ้กอยู่บนรถเข็นไม้ นางแหงนหน้ามองมารดาที่เดินขนาบข้างกับรถเข็น
"แม่ก็ไม่รู้ว่าจะซื้ออะไร ข้าวสาร หรือผ้าพับลูกก็ซื้อกลับไปแล้วนี่จ๊ะ" ฮุ่ยหนิงบีบแก้มของลูกสาว นางมองใบหน้าเล็กๆ ที่ทำท่าครุ่นคิดอย่างเอ็นดู
"เราไปดูที่ท่าเรือกันดีไหมเ้าคะท่านแม่ ท่านพ่อ" นางหันหน้าไปหาบิดา กระพริบตาปริบๆ เพื่อออดอ้อนเขา เทียนหรงเห็นอย่างนั้นก็อมยิ้ม
"ท่าเรือมีแต่คนต่างถิ่นตัวใหญ่ ลูกไม่กลัวหรือ"
"เหมือนกับที่ลูกวิ่งชนคราวก่อนหรือเ้าคะ"
"ใช่แล้วล่ะ"
การที่มีคนต่างชาติเข้ามาแสดงว่าน่าจะเป็่ก่อนยุคล่าอาณานิคมสินะ เพราะฉะนั้นต้องมีของขายเยอะมากแน่ๆ แต่ชื่อแคว้นต้าชิงดูเหมือนจะไม่มีอยู่ประวัติศาสตร์นี่นา
เสี่ยวหลินครุ่นคิดก่อนจะส่ายหัวจนผมกระจายก่อนยิ้มกว้างจนตาปิดเพราะว่านางกำลังจะได้ไปเที่ยวท่าเรือ
"ไปกันนะเ้าคะท่านพ่อท่านแม่"
ฮุ่ยหนิงหันมองสามีเอ่ยถามทางสายตา เทียนหรงขมวดคิ้วเล็กน้อย ถึงเขาจะเกิดและโตที่เมืองนี้ และพบเห็นชาวต่างแคว้นอยู่บ่อยครั้ง แต่เขาก็ไม่เคยเข้าไปที่ท่าเรือเลย เพราะเคยได้ยินชาวบ้านพูดกันว่าพวกตัวสูงใหญ่น่ากลัวและป่าเถื่อน
"จะดีหรือเสี่ยวหลิน พวกเขาไม่เหมือนเรานะ" เทียนหรงพยายามกล่อมบุตรสาว แต่เด็กน้อยกลับขมวดคิ้ว
"ไม่เหมือนอย่างไรเ้าคะ เขาก็เป็คนเหมือนกับเรา" นางเอ่ยถามตาแป๋ว
"เอ่อ ถึงอย่างนั้นก็เถอะ แต่ว่าเราคงจะคุยกับเขาไม่รู้เื่นะลูก"
พูดจบเด็กน้อยก็เบะปากทำน้ำตาคลอ ทำให้เทียนหรงรีบหยุดรถแล้วนั่งจับใบหน้าเล็กๆ บุตรสาวของเขาเป็เด็กร่าเริง ไม่บ่อยนักที่นางจะร้องไห้ เพราะฉะนั้นถ้าหากเป็ไปได้เขาก็ไม่อยากเห็นน้ำตาของนาง
"เสี่ยวหลิน พวกเขาน่ากลัวมากนะลูก" ฮุ่ยหนิงช่วยสามีพูดกับบุตรสาว นางเองก็เคยทำงานในเมือง พบเจอชาวต่างถิ่นบ่อยครั้ง เพียงเห็นรูปร่างสูงใหญ่ของพวกเขานางก็กลัวจนตัวสั่น
"พวกเขาไม่น่ากลัวเลยเ้าค่ะ พวกเขาเพียงตัวใหญ่เท่านั้นเอง ดูนั่นสิเ้าคะ" นิ้วเล็กๆ ชี้ไปยังชาวต่างถิ่นคนหนึ่งที่ยื่นซาลาเปาให้กับขอทานน้อย เขายิ้มให้เด็กน้อยอย่างอ่อนโยน
"เฮ้อ ลูกท่านดื้อจริงๆ เลยนะเ้าคะ" ฮุ่ยหนิงค้อนให้สามี จนเทียนหรงนั่งหน้าเหวอ เสี่ยวหลินเห็นอย่างนั้นก็หัวเราะคิกคัก
ในที่สุดสองสามีภรรยาก็ต้องลงให้เด็กน้อยที่แสนดื้อดึง เสี่ยวหลินนั่งฮัมเพลงเบาๆ พร้อมกับโยกหัวขยับแขนไปมาอย่างอารมณ์ดี ฮุ่ยหนิงมองบุตรสาวอย่างอ่อนใจ
เดินทางออกจากเมืองมาหนึ่งลี้ก็ถึงท่าเรือขนาดใหญ่ มีร้านรวงอยู่เต็มไปหมด ดูตลาดจะคึกคักกว่าในเมืองเสียด้วยซ้ำ เสี่ยวหลินมองไปรอบๆ อย่างตื่นตา นอกจากจะมีชาวตะวันตกแล้วยังมีชาวต่างชาติอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง และดูเหมือนนางจะเห็นคนใส่โจงกระเบนอยู่หางตาด้วยนะ
"ท่านพ่อ" นางดึงชายเสื้อบิดายิกๆ
"ว่าอย่างไรลูก"
"คนพวกนั้นมาจากที่ไหนหรือเ้าคะ" นางชี้ไปยังกลุ่มคนที่ใส่เสื้อแขนสั้นสีเข้มกับโจงกระเบนแตกต่างจากชาวต่างถิ่นกลุ่มอื่นอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะผมที่ตัดสั้น เพราะส่วนมากจะแต่งตัวรุ่มร่ามและไว้ผมยาว
"พ่อก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ดูเขาแต่งตัวแตกต่างจากคนอื่นมากเลยนะ" เทียนหรงมองดูกลุ่มคนที่บุตรสาว
เอ่ยถาม พวกเขาตัดผมสั้นและแต่งตัวเปิดแขน เห็นขา แปลกตาเป็อย่างมาก
เสี่ยวหลินนั่งกอดอกหรี่ตามองกลุ่มคนนั้นอย่างสนใจ นางมั่นใจกว่าแปดส่วนว่านั่นคือบรรพบุรุษของนางในชาติที่แล้ว
"ลูกอยากมาดูอะไรหรือ" ฮุ่ยหนิงเอ่ยถามบุตรสาว นางเองก็มองดูตลาดท่าเรืออย่างตื่นเต้นเช่นกัน เพราะนางเองก็ไม่เคยมาเดินที่นี่เนื่องจากหวาดกลัวกลุ่มคนต่างถิ่น
"ยังไม่รู้เ้าค่ะ แต่ดูไปเรื่อยๆ ก่อนได้ไหมเ้าคะ"
"ได้สิ" เทียนหรงเอ่ยรับคำก่อนจะเข็นรถเข็นคันเก่าเข้าไปด้านในตลาด
เสี่ยวหลินมองไปรอบๆ อย่างสนใจ มีของแปลกๆ วางขายเยอะแยะเต็มไปหมด จำพวกของสะสม แจกัน เครื่องเคลือบ เครื่องทองเหลือง ขายผ้า หรือร้านค้าของชาวบ้านที่ขายสัตว์ทะเลทั้งสดและแห้ง ส่วนใหญ่จะเป็ปลาตัวเล็กๆ และหอยที่นำไปตากแห้ง ร้านอาหารเองก็มีอยู่ด้วยกันหลายร้าน
"ไม่มีปลาหมึกกับกุ้งขายเลยนะเ้าคะท่านพ่อ" นางหันมาเอ่ยกับบิดาหลังจากที่เดินสำรวจดูกันมาได้สักพักแล้ว ส่วนใหญ่จะมีแค่ปลากับหอยไม่กี่ชนิดเท่านั้น
"ใช่แล้วล่ะ ไม่อย่างนั้นท่านอาของลูกจะกินไม่หยุดหรือ"
"คิกคิก" นางปิดปากหัวเราะเมื่อนึกถึงภาพที่บิดากับท่านอานั่งกินกุ้งกับหมึกจนแทบเลียจาน
พลันสายตาของนางก็เห็นคนกลุ่มใหญ่กำลังมุงดูบางอย่างพร้อมกับเสียงเซ็งแซ่ ตามมาด้วยกลิ่นเหม็นบางอย่างสำหรับคนที่นี่ แต่สำหรับนางแล้วมันคือกลิ่นหอม!
ปลาร้า!
"ท่านพ่อ! ไปตรงนั้นเ้าค่ะ" ร่างน้อยลุกขึ้นยืนมองไปตรงหน้าอย่างมุ่งมั่น เทียนหรงขมวดคิ้วแต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไร เขาเข็นรถเข้าไปใกล้กลับกลุ่มคนที่กำลังโวยวายกันอยู่
"กลิ่นอะไรเหม็นยิ่งนัก!"
"ใครเอาของเน่าเข้ามาในตลาดกัน!"
"กลิ่นมาจากตรงนั้น!"
กลุ่มคนยืนมุงดูคนต่างถิ่นแต่งตัวแปลกแยกที่กำลังยกไหออกมาจากลังไม้ พร้อมกับเปิดผ้าที่มัดปิดปากไหออก จนกลิ่นเหม็นคละคลุ้งโชยออกมาด้านนอก
เสียงเซ็งแซ่ยิ่งดังขึ้นไปอีกเมื่อเห็นว่าคนหนึ่งในนั้นตักของจากไหออกมาแล้วใส่ลงไปในหม้อที่ตั้งอยู่บนเตาไฟ กล่าวว่าคนต่างถิ่นกลุ่มนี้กินของเน่าของเหม็น
"หลบหน่อยเ้าค่ะ! หลบๆ" เสี่ยวหลินะโบอกกลุ่มคนที่พูดคุยอย่างขยะแขยงแต่ก็ยังยืนมองดูไม่ขยับไปไหน นางเองก็ไม่เข้าใจว่าคนกลุ่มนี้ทำไมกระทำตัวย้อนแย้งเช่นนี้
"เสี่ยวหลิน!" ฮุ่ยหนิงคว้าตัวบุตรสาวที่กำลังะโลงจากรถเข็นแต่ก็ไม่ทัน
"นี่แม่หนูน้อย อย่าเข้าไปตรงนั้น เดี๋ยวคนพวกนั้นก็จับเ้าไปทำน้ำแกงเสียหรอก" หญิงวัยกลางคนรูปร่างอวบอ้วนเอ่ยขึ้นมา ทำให้เสี่ยวหลินต้องเงยหน้าขึ้นมอง
นางถอนหายใจก่อนจะเดินเข้าไปกลางวงอย่างไม่ใส่ใจ ิญญาเด็กอีสานกำลังสั่นระริกเรียกร้องหาปลาร้าไม่หยุด นางต้องไปขอซื้อมาให้ได้
แต่ก่อนที่จะวิ่งต่อร่างน้อยๆ ของนางก็ลอยขึ้นจากพื้นด้วยน้ำมือของบิดาที่รีบสาวเท้าตามมาอย่างรวดเร็ว ร่างน้อยดีดดิ้นไปมาจนตัวแกว่งแต่ก็ถูกบิดากอดรัดเอาไว้
"ท่านพ่อปล่อยเสี่ยวหลิน"
"ทำไมถึงวิ่งออกมาแบบนี้ล่ะลูก หากเกิดอันตรายขึ้นจะทำอย่างไร" เทียนหรงเอ่ยดุบุตรสาวที่ทำหน้างอง้ำ
ฮือ! ก็ข้าอยากกินปลาร้านี่เ้าคะ!
ร่างน้อยเบะปากน้ำตาปริ่มขอบตา
"ไม่ต้องมาทำหน้าตาเช่นนี้ บิดาไม่ยกโทษให้" เทียนหรงก้มมองบุตรสาวตัวน้อยที่ทำหน้าเศร้าซุกซบอยู่กับอกของเขา ไม่วายส่งเสียร้องฮือๆ ออกมาเบาๆ
"ท่านพ่อเ้าขา"
ร่างกายข้า้าปลาร้านะเ้าคะ!
"เฮ้อ ทำไมถึงดื้ออย่างนี้ล่ะลูก" ฮุ่ยหนิงที่เดินตามมามองดูบุตรสาวอย่างอ่อนใจ เมื่อครู่นางใจหล่นวูบที่คว้าตัวบุตรสาวไม่ทัน
"ข้าอยากดูเ้าค่ะ" เสี่ยวหลินพูดตอบเสียงอู้อี้ มือน้อยๆ กำเสื้อของบิดาแน่น
"ลูกเ้าดื้อจริงๆ" เทียนหรงได้ทีเอ่ยเย้าภรรยาทำให้นางมองค้อนกลับมา
"เรากลับกันเถอะ" เทียนหรงตัดสินใจจะพาภรรยาและบุตรสาวตัวน้อยกลับ เพราะที่ท่าเรือนั้นวุ่นวายเหลือเกิน
"ท่านพ่อ.." เสี่ยวหลินเอ่ยเรียกบิดาเสียงอ่อย น้ำตาใสๆ ไหลปริ่มขอบตาจวนเจียนจะไหลลงมาอยู่รอมร่อ
เทียนหรงเห็นอย่างนั้นก็หันหน้าหนี มือหนึ่งอุ้มบุตรสาว ส่วนอีกมือหนึ่งจับจูงภรรยาพากันเดินกลับไปที่รถเข็น ปล่อยให้เสี่ยวหลินวางคางเกยไหล่มองดูไหปลาร้าน้ำตาไหลพราก
ฮือ ปลาร้าแสนรัก หวังว่าในอนาคตเราจะได้พบเจอกันอีกนะ
เสี่ยวหลินถูกวางลงบนรถเข็น นางหันหน้ากลับไปมองยังกลุ่มคนที่เพิ่งเดินจากมา มือน้อยๆ ยกขึ้นโบกมือลาไหปลาร้าแสนรักสุดสวาทอย่างอาลัยอาวร ถ้านางหมักปลาร้าเองได้ก็คงจะดี นางรู้เพียงวิธีคร่าวๆ แต่ยังไม่เคยลงมือทำเลยสักครั้งนี่สิ
เด็กน้อยนั่งหน้าหงอยตลอดทางจนฮุ่ยหนิงต้องสะกิดสามี ปกติบุตรสาวของนางเป็เด็กร่าเริง ช่างพูดช่างคุยเจื้อยแจ้วแทบทั้งวัน พอเห็นบุตรสาวนั่งเงียบคอตกก็อดจะรู้สึกเศร้าใจไม่ได้
"เสี่ยวหลินอยากซื้ออะไรหรือไม่ลูก" เทียนหรงถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอ่ยถามบุตรสาว เขาเองก็รู้สึกไม่สบายใจเช่นกัน เพียงแต่คนต่างถิ่นนั้นน่ากลัวนัก อีกทั้งการสื่อสารก็ลำบาก เขาเกรงว่าบุตรสาวจะไปทำให้คนพวกนั้นไม่พอใจเข้า มันจะกลายเป็เื่ใหญ่
เสี่ยวหลินได้ยินเสียงบิดาก็ส่ายหัวเบาๆ นางนั่งเบะปากน้ำตาคลอ ในใจร้องเรียกหาปลาร้ากลิ่นหอมเย้ายวนไม่หยุด ตอนมาถึงที่นี่นางก็ทำใจไว้แล้วว่าคงจะหากินอาหารไทยลำบาก แต่พอได้มีวาสนากลับมาพบเจอกันดันแตะต้องไม่ได้เสียนี่!
ฮืออออ
ิญญาหญิงสาวในร่างเด็กน้อยร่ำไห้จนแทบจะขาดใจ นางคิดถึงปลาร้า!! ส้มตำ! แกงหน่อไม้ใส่ปลาร้าแซ่บๆ สาระพัดยำใส่ปลาร้าและอีกหลายๆ อย่างที่นางอยากกิน ทำไมเบื้องบนถึงใจร้ายกับเด็กตัวน้อยๆ เช่นนี้
"ท่านพี่" ฮุ่ยหนิงเอ่ยเรียกสามีเสียงเบา เมื่อได้ยินเสียงสะอื้นเล็กๆ ของบุตรสาว
"เสี่ยวหลิน"
เทียนหรงหยุดรถเข็นก่อนถึงทางเข้าประตูเมือง เขาเดินไปนั่งข้างๆ รถเข็นแล้วเอ่ยเรียกบุตรสาวที่นั่งคอตก ยิ่งได้เห็นแก้มกลมๆ เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาก็ยิ่งรู้สึกผิด เขาอุ้มเอาบุตรสาวตัวน้อยมากอดพร้อมกับโยกตัวเบาๆ เพื่อปลอบโยนนาง
"เหตุใดวันนี้เสี่ยวหลินของพ่อถึงดื้อดึงนัก อีกทั้งยังขี้แยด้วย บอกพ่อได้หรือไม่ หืม"
"ท่านพ่อ ฮึก" เสี่ยวหลินซุกแก้มกลมๆ ลงบนไหล่ของบิดา มือน้อยกำคอเสื้อของเขาเอาไว้แน่น
นางไม่ได้อยากร้องไห้ออกมาให้บิดามารดาเห็นเสียหน่อย! เ้าน้ำตาบ้า!
"ว่าอย่างไร" เทียนหรงลูบหัวทุยของบุตรสาวเบาๆ อีกทั้งยังเช็ดน้ำตาบนแก้มของนางด้วย
"เสี่ยวหลินอยากไปดูไหเหม็นๆ ของคนต่างถิ่นเ้าค่ะ" นางเงยหน้าขึ้นมาบอกบิดา จมูกเล็กๆ แดงก่ำจากการกลั้นสะอื้น
"จะไปดูทำไมเล่าลูก ไม่รู้ว่าเป็สัตว์เน่าตายหรือเปล่า" ฮุ่ยหนิงเอ่ยขึ้นมาบ้าง
โถ่ท่านแม่ นั่นของอร่อยเลยนะ!
"กลับบ้านกันดีกว่า เดี๋ยววันพรุ่งพ่อจะออกเรือไปจับปลาหมึกมาให้ ดีหรือไม่"
"อีกนานไหมเ้าคะกว่าจะเข้าหน้าหนาว" นางยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาของตนอย่างตัดใจ เอาไว้โตกว่านี้นางค่อยจับปลาตัวเล็กๆ มาหมักปลาร้าไว้กินเองก็แล้วกัน ตอนนี้ขอคิดถึงเื่ที่กำลังจะมาถึงก่อน
"อีกราวๆ สองเดือนกว่าๆ ทำไมหรือลูก"
"เราต้องเตรียมเสบียงสำหรับหน้าหนาวนะเ้าคะ" พอบิดาพูดถึงปลาหมึกนางก็นึกขึ้นมาได้ หากบิดาบอกว่าปลาหมึกมีเยอะแยะนางก็จะจับพวกมันมาตากแห้งซะเลย
"เอาไว้ก่อนหน้าหนาวสักเดือนดีหรือไม่" เทียนหรงมองบุตรสาวอย่างเอ็นดู
่สองสัปดาห์มานี้บุตรสาวของเขาดูเปลี่ยนไปมาก แต่เพราะเป็การเปลี่ยนไปในทางที่ดีเขากับภรรยาจึงไม่ได้ว่ากล่าวอะไร อีกทั้งบุตรสาวตัวน้อยยังมีใจช่วยให้ครอบครังมีกินมีใช้อีกด้วย
"ต้องเตรียมไว้ั้แ่เนิ่นๆ นะเ้าคะ หากใกล้เวลาแล้วถ้าเตรียมไม่ทันจะทำอย่างไร" นางกอดอกทำหน้ายู่จนบิดามารดาหลุดหัวเราะ
"เอาล่ะๆ ว่าแต่จะให้บิดาทำอะไรบอกมาได้เลยขอรับ คุณหนูน้อย"
"คิกคิก" เสี่ยวหลินหัวเราะคิกคักก่อนจะเอ่ยกับบิดามารดา
"เราสามารถจับปลาหมึกตัวยาวมาตากแห้งได้นะเ้าคะ สามารถเก็บไว้ได้นานเลย ตอนจะกินก็เอามาย่าง ทอด หรือต้มทำน้ำแกงก็ได้"
"อย่างนั้นหรือ" เทียนหรงหันมองภรรยาตาวาว เมื่อก่อนกว่าจะผ่านแต่ละหนาวมาได้พวกเขาต้องน้ำผักตากแห้งมาต้มน้ำแกงใส่ปลาแห้งอันน้อยนิดกินกับน้ำข้าวต้มจนกว่าจะผ่านหน้าหนาว
"อย่างนั้นเดี๋ยวพ่อจะพาท่านอาของเ้าออกเรือคืนนี้เลย" เทียนหรงเอ่ยอย่างตื่นเต้น บรรพบุรุษน้อยของเขามอบทางสว่างให้อีกแล้ว เขาต้องรีบทำก่อนจะลืม
"ท่านพี่ล่ะก็" ฮุ่ยหนิงสาวหัวให้กับท่าทางของสามี เสี่ยวหลินเองก็หัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ
พอพูดคุยกับบุตรสาวเสร็จเรียบร้อย เทียนหรงก็พาทั้งภรรยาและบุตรสาวตัวน้อยกลับมาถึงที่บ้านอย่างรวดเร็ว เพราะเขาอยากจะพูดคุยกับน้องชายเื่ไปจับหมึกคืนนี้ ไม่ปฏิเสธว่าตอนนี้เขาตื่นเต้นมากราวกับเด็กๆ ที่กำลังจะได้ของเล่นใหม่
เทียนหรงรีบลากน้องชายเข้าป่าเพื่อตัดไม้ไผ่มาสานทำแผงตากหมึก ระหว่างทางบุตรสาวได้เล่าแผนงานให้ฟังมาบ้างแล้ว นอกจากแผงตากหมึกแล้วยังต้องทำกระท่อมชั่วคราวเอาไว้ที่ชายทะเลด้วย เพราะต้องแล่และตากหมึกที่นั่นเพื่อความสะดวกรวดเร็วไม่ต้องขนของกลับไปกลับมา อีกทั้งไม่กี่วันนี้ยังต้องสร้างบ้านคงไม่สะดวกนักหากจะนำมาตากที่บ้าน
เทียนเฉินเองก็ตามไปอย่างงงๆ แต่พอพี่ชายเล่าให้ฟังก็รีบวิ่งตามไปอย่างกระตือรือร้น
"สองพี่น้องเขารีบไปไหนล่ะนั่น" ฮุ่ยสงที่เดินกลับมาจากเดินดูแปลงมันเทศเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นหลังไวๆ ของสองพี่น้อง
"เข้าป่าไปตัดไม้ไผ่น่ะเ้าค่ะ" ฮุ่ยหนิงตอบกลับ นางมาถึงก็รีบมาช่วยมารดากับท่านยายหลิวสับมันเทศ ส่วนหลิวห้าวนั้นไปคุมคนงานยังที่ดินของตนเอง
"ตัดมาทำอะไรล่ะ"
"พอดีเสี่ยวหลินแนะนำให้จับปลาหมึกมาตากแห้งน่ะเ้าค่ะ"
"ปลาหมึกรึ มันคือตัวอะไร" จางรั่วเองก็ถามขึ้นมาบ้าง
"เป็สัตว์ที่จับได้จากทะเลน่ะเ้าค่ะ นางกล่าวว่าอยากให้เราเตรียมไว้เป็เสบียงหน้าหนาว" ฮุ่ยหนิงตอบยิ้มๆ นางหันไปมองบุตรสาวตัวกลมที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนแคร่ด้านหลังของนางอย่างเอ็นดู
"อืม ถ้ามันทำได้ก็ดี ลำพังชาวบ้านอย่างเราก็ไม่ได้มีกำลังจะไปซื้อขาหมูเค็มหรือเนื้อเค็มมาตุนเอาไว้กินเหมือนอย่างเศรษฐีในเมือง" ฮุ่ยสงพยักหน้ารับ
"ว่าแต่ เ้าปลาหมึกนี่มันอร่อยหรือไม่"
##############################################