บทที่ 43 มีพรสวรรค์ในการฆ่าปลา (รีไรต์)
“พวกลูกมั่นใจนะว่าเก็บปลาพวกนี้มาได้จากทุ่งนาข้างหน้า?”
เมิ่งว่านถังเป็นห่วงว่าเจ้าตัวเล็กทั้งสามคนจะไปก่อเรื่องอะไรเข้า จึงอดไม่ได้ที่จะถามอีกครั้ง
โกวต้านเป็นเด็กที่ค่อนข้างอ่อนไหว เขาเม้มริมฝีปาก แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ถ้าจะให้พูดก็คือ เด็กคนนี้เป็นคนเย็นชา หยิ่งยโส และขี้เกียจอธิบายกับคนธรรมดา
ทว่าโกวเซิงนั้นต่างออกไป เด็กคนนี้ฉลาดแกมโกง แถมยังเข้าใจความหมายของเมิ่งว่านถังเป็นอย่างดี
เขาจ้องเมิ่งว่านถังด้วยสายตาไม่พอใจ พูดด้วยน้ำเสียงดุ ๆ “แม่สงสัยว่าพวกเราขโมยของหรือ?”
พูดพลางน้ำตาก็ไหลออกมา
ทันใดนั้นเมิ่งว่านถังก็พูดไม่ออก
เด็กคนนี้คิดมากขนาดนี้เลยหรือ? เธอถามแค่ประโยคเดียวอย่างอ้อมค้อม เขาก็ร้องไห้ออกมาซะแล้ว เด็กผู้ชายขี้แยไม่ใช่เรื่องดีนะ โตไปจะโดนเพื่อนที่โรงเรียนรังแกเอาได้
เมิ่งว่านถังจึงคิดจะอบรมสั่งสอนเจ้าเด็กคนนี้ แต่ใครจะไปรู้ว่าโกวเซิงปาดน้ำตาออกด้วยแขนเสื้อแล้วพูดอย่างโกรธเคืองว่า “ผมก็รู้อยู่แล้วว่าแม่ไม่หวังดีกับพวกเรา! แม่จะไปบอกตำรวจว่าพวกเราขโมยของ ให้ตำรวจจับพวกเราใช่ไหม? พอไม่มีตัวถ่วง แม่จะได้หนีไปกับผู้ชายคนอื่นใช่ไหมล่ะ!”
“โกวเซิง!”
โกวต้านตะโกนดุน้องชายเสียงดัง
โกวเซิงร้องไห้พลางตะโกนว่า “ทำไม? ผมพูดผิดตรงไหน! ทุกครั้งที่พวกเราออกไปข้างนอก ใคร ๆ ก็ชอบถามว่าแม่ไม่อยู่บ้านเหรอ ที่บ้านมีผู้ชายคนอื่นมาเหรอ แถมยังถามอีกว่าผู้ชายคนนั้นหน้าตาเป็นยังไง”
โกวต้านดึงน้องชายเอาไว้ พยายามปิดปากโกวเซิงไม่ให้พูดต่อ
โกวเซิงโกรธจัด
เขารั้นยังคงต้องพูดให้ได้
“ผมอายเลยไม่กล้าบอกใคร ถ้ารู้แบบนี้ ผมจะบอกพวกเขาไปเลย ว่าแม่พาผู้ชายอื่นเข้าบ้าน ให้พวกเขามาจับแม่ไปประจาน!”
โกวเซิงตะโกนลั่น
“โกวต้าน พาน้องเข้าไปในบ้านซะ”
เสียงทุ้มต่ำดังมาจากในบ้าน น้ำเสียงไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้ง
โกวต้านจูงมือโกวเซิงเดินเข้าไปในห้อง โกวเซิงพยายามดิ้นรน โกวต้านกระซิบข้างหูน้องชายว่า “พ่อกลับมาแล้ว”
โกวเซิงถึงได้ยอมเดินเข้าไปในห้องกับพี่ชายทั้งน้ำตา ขณะเดินผ่านเมิ่งว่านถังเขายังแกล้งเหยียบเท้าเธออีกด้วย
เมิ่งว่านถัง “...”
เรื่องอะไรกันทั้งหมดนี้ทันอะไรเนี่ย
เมิ่งว่านถังพยายามรื้อฟื้นความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม พบว่าเจ้าของร่างเดิมเคยพาผู้ชายเข้าบ้านจริง ๆ แต่ก็แค่ครั้งเดียวเท่านั้น
เป็นยุวชนหนุ่มที่เพิ่งย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านได้ครึ่งปี หน้าตาสะอาดสะอ้าน ทั้งยังดูเป็นปัญญาชนมากกว่าโจวจิ้งอัน แถมยังดูมีการศึกษาไม่น้อย
พอเมิ่งว่านถังได้ยินว่าบ้านของหนุ่มคนนั้นฐานะดี สามารถกลับไปใช้ชีวิตในเมืองได้ และยังมีโอกาสเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้เช่นกัน เธอจึงเล็งเป้าหมายไปที่ยุวชนหนุ่มคนนั้น
เนื้อเรื่องหลักในนิยายอีโรติกก็มีแค่นี้แหละ
เจ้าของร่างเดิมวางแผนจะเชิญเขามาที่บ้าน แล้วนอนกับยุวชนหนุ่มคนนั้น
เพื่อที่เขาจะได้พาเธอกลับไปใช้ชีวิตในเมืองด้วย
ไม่คิดว่าวันนั้นบังเอิญลู่ชิงเหยี่ยกลับมาพอดี เธอคิดว่าคนที่มาก็คือยุวชนหนุ่มคนนั้น
ตอนนั้นในบ้านไร้แสงไฟ มองอะไรก็ไม่เห็นพอเขาเข้ามา เจ้าของร่างเดิมก็กระโจนเข้าไปปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเขาทันที
คืนนั้น เมิ่งว่านถังงัดไม้ตายออกมาทั้งหมด เพียงเพื่ออยากให้ยุวชนหนุ่มคนนั้นจดจำเธอได้ไม่มีวันลืม
ถ้าตั้งต้องขึ้นมาได้ก็จะยิ่งดีขึ้นไปอีก
ใครจะไปรู้ว่าพอตื่นเช้าขึ้นมา สิ่งที่เจ้าของร่างเดิมเห็นกลับเป็นลู่ชิงเหยี่ย เธอถึงกันเสียหน้า และไล่ลู่ชิงเหยี่ยออกไปจากบ้านทันที
สุดท้ายแล้ว เจ้าของร่างเดิมกฌตั้งต้องจริง ๆ
สาเหตุที่ทำให้เธอเกลียดเสี่ยวพ่างก็เพราะว่า ยุวชนคนนั้นถูกย้ายไปที่อื่นหลังจากนั้นไม่กี่วัน ได้ยินว่าไปเป็นนักแสดงที่คณะนาฏศิลป์ หลังจากเสี่ยวพ่างเกิด ภาพยนตร์ที่ยุวชนหนุ่มคนนั้นก็ได้ฉายที่หมู่บ้าน
จากนั้นเจ้าของร่างเดิมดูหนังทั้งคืนโดยไม่สนใจเสี่ยวพ่างเลย
แม่เฒ่าลู่และพ่อเฒ่าลู่ได้ยินเสียงเด็กร้อง ก็ไม่ได้ถามอะไรสักคำ
จนกระทั่งวันรุ่งขึ้น ตอนที่เจ้าของร่างเดิมหายโกรธ พาลูกไปโรงพยาบาล ถึงได้รู้ว่าลูกตัวร้อนมาครึ่งคืนแล้ว
ถึงแม้ว่าไข้ของเสี่ยวพ่างจะลดลงแล้ว แต่เด็กคนนี้ดูไม่ค่อยฉลาดมาตั้งแต่เล็ก
เมิ่งว่านถังก้มมองเสี่ยวพ่างที่อยู่ข้าง ๆ ก้มลงอุ้มเขาขึ้นมาแล้วเดินเข้าไปในบ้าน
“ลู่ซุ่ยเหอ ลูกถามใจตัวเองดูว่าแม่เคยพาผู้ชายคนอื่นกลับบ้านมาตอนไหน?” เมิ่งว่านถังไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย ถึงขนาดจ้องตาลู่ชิงเหยี่ยอย่างดุดัน
เมิ่งว่านถังเตือนไม่ให้เขาคิดมาก และมั่วใส่ร้ายป้ายสีเธอก่อนที่จะตรวจสอบให้แน่ชัด
โกวเซิงอ้าปากค้าง แต่ก็พูดอะไรไม่ออก
เมิ่งว่านถังกำลังจะอธิบายเรื่องปลา แต่โกวเซิงก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า “แม่อไม่ได้เรียกผู้ชายแปลกหน้ากลับบ้านจริง แต่แม่คุยกับผู้ชายแปลกหน้าในห้อง”
“...”
เมิ่งว่านถังเกือบลืมเรื่องนี้ไปแล้ว
ตอนนั้นเจ้าของร่างเดิมพยายามเอาใจโจวเจิ้งอัน แอบเอาขาหมูไปให้เขา ไม่คิดว่าเจ้าตัวแสบทั้งสามคนจะแอบตามไปฟังอยู่ข้างนอก
โจวเจิ้งอันไม่ได้ชอบเมิ่งว่านถัง แต่อยากได้ขาหมู จึงพูดจาหว่านล้อมเจ้าของร่างเดิมไม่กี่ประโยค เจ้าของร่างเดิมก็ยอมออกไป
“ฉันเข้าไปกี่นาที?” เมิ่งว่านถังกลอกตา พูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูมั่นใจเต็มที่
แต่ความจริงแล้วเธอรู้สึกไม่มั่นใจเอาเสียเลย
เธอถามโกวเซิง “ฉันออกมาเร็วใช่ไหม?”
โกวเซิงพึมพำเบา ๆ “ก็รีบออกไปหาผู้ชายคนอื่นนั่นแหละ”
“เปิดเทอมแม่จะส่งลูกไปเรียนหนังสือ อ่านหนังสือให้มาก ๆ หน่อย อย่าวิ่งเพ่นพ่านไปทั่วทั้งวันโดยที่ไม่รู้อะไรเลย!” เมิ่งว่านถังวางเสี่ยวพ่างลงบนเตียง ก้มหน้าลงไปพูดกับโกวเซิง “ปลาตัวใหญ่ขนาดนั้นไม่ใช่ปลาในแม่น้ำหรอก ถ้ามามีตัวเดียวก็ว่าไปอย่าง แต่นี่พวกเธอลากมาตั้งสามตัว มันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ ปลาพวกนั้นน่าจะเป็นปลาที่เขาเลี้ยงไว้ในอ่างเก็บน้ำ ถ้าเจ้าของเขามาตามหาถึงบ้าน เขาจะไม่มาเรียกร้องเงินจากเราหรือไง?”
“แต่ปล่านี่ผมเก็บมาได้นะ!” โกวเซิงไม่ยอมแพ้
“เก็บมาได้แล้วไง? มันก็เป็นของรัฐอยู่ดี เก็บได้ก็ต้องเอาไปส่งให้กองผลิต” เมิ่งว่านถังหันไปบอกโกวต้าน “โกวต้าน ไปถามอากงห้าที่กองผลิตให้แม่หน่อย ว่าต้องเอาปลาไปคืนเขาไหม ถ้าไม่ต้องคืน พวกเราก็เอามากินกันเอง”
“แต่ปลาพวกนั้นกำลังจะตายแล้วนะ” โกวเซิงพูดอย่างเสียดาย
เมิ่งว่านถัง ตบหัวเจ้าหนูน้อยเบาๆ แล้วพูดว่า “ถึงตายก็ต้องชดใช้นะ แค่ปลาตัวเดียวก็ราคาสิบกว่าหยวนแล้ว เงินสิบกว่าหยวนพวกเราซื้อเนื้อได้ตั้งสิบกว่ากิโลกรัม ปลาจีนก็มีก้างเยอะที่สุด ยังไม่ดีเท่ากินปลาไน”
พอเห็นเมิ่งว่านถังทำหน้าดุ โกวเซิงก็ไม่กล้าเซ้าซี้พี่ชายอีก พอโกวต้านเดินไป เขาก็อยากจะตามไปด้วย
แต่เมิ่งว่านถังไม่ให้เขาไป “อยู่บ้านดูน้องไปสิ แล้วก็ช่วยพ่อเทน้ำด้วย อย่าเที่ยวเล่นซนอีก”
โกวต้านวิ่งไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นานก็วิ่งกลับมาด้วยอาการหอบ บอกเมิ่งว่านถังว่า “แม่ครับ อากงห้าบอกว่าไม่เอามาต้องคืน เป็นปลาที่จับได้จากแม่น้ำ กินได้ตามสบาย”
โกวเซิงวิ่งออกมาถามทันที “จริงเหรอ? แม่ ผมอยากกินปลา!”
ตอนแรกเมิ่งว่านถังยังไม่ได้ทำกับข้าว พอได้ยินว่ากินปลาได้ก็รู้สึกอยากกินขึ้นมาบ้าง
เมื่อไม่กี่วันก่อนน้ำมันที่บ้านมีไม่พอ แต่วันนี้มีน้ำมันแล้ว!
เธอโบกมือใหญ่ “ไปเอามีดมา วันนี้ตอนเที่ยงพวกเราฆ่าปลาสักตัว”
“เย้!”
โกวเซิงเข้าบ้านแล้วหยิบมีดทำครัวออกมาทันที
เมิ่งว่านถังชำแหละปลาอย่างคล่องแคล่ว มือและมีดทำงานประสานกันอย่างรวดเร็ว หากไม่ได้ฆ่าปลามาเป็นเวลา 20 ปีที่ห้างต้ารุ่นฟา คงฝึกฝนทักษะนี้ไม่ได้แน่
“แม่ แม่เคยฆ่าปลามากี่ตัวแล้ว?” ถ้าคนที่ถามเป็นโกวเซิงเมิ่งว่านถังคงจะไม่สนใจ แต่คนที่ถามกลับเป็นโกวต้าน
เมิ่งว่านถังจึงตอบอย่างใจเย็นว่า “คนทั่วไปต้องฆ่าปลาเป็นเวลาหลายปีก่อน ถึงจะชำนาญขนาดนี้ถึงจะมีฝีมือขนาดนี้ แต่แม่มีพรสวรรค์พิเศษ แค่ฝึกฆ่าไม่กี่ตัวก็ชำนาญแล้ว”
“ขี้โม้!”
โกวเซิงยอมไม่เชื่อ
“ไม่เชื่อก็ช่วยไม่ได้ คนที่สอนแม่ฆ่าปลายังบอกเลยว่าแม่มีพรสวรรค์”