บรรยากาศภายในล็อบบี้ของโรงแรมมีแต่ความตึงเครียดในขณะที่งานเลี้ยงของบริษัทกรีนคาร์ก เทคโน มีเดีย กรุ๊ป ้าสุดของโรงแรมยังคงสนุกสนานและดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เพราะการจัดการภายในโรงแรมที่ดีเยี่ยม แขกของโรงแรมจึงไม่ได้แตกตื่นใ
ตอนนี้ตำรวจกระจายกำลังตามจุดต่าง ๆ พร้อมที่จะปฏิบัติงานทันทีเมื่อมีคำสั่ง ซึ่งจากการถ่วงเวลาของมีร่า ช่วยให้ตำรวจได้มีเวลาจัดการและวางแผนให้รัดกุมมากขึ้น เบื้องต้นไม่มีใครได้รับาเ็รุนแรงเพราะผู้ใช้บริการภายในล็อบบี้มีจำนวนไม่มากและต่างพากันหาที่กำบัง
มีร่าสังเกตเห็นลักษณะการเดินของไอ้มือปืนโรคจิต มันจะเดินขาลาก ๆ รองเท้าที่มันสวมใส่คล้าย ๆ รองเท้าจากขาเทียม หญิงสาวมั่นใจว่าไม่ผิดแน่นอน คาดว่ามือปืนโรคจิตคนนี้น่าจะมีปัญหาอะไรสักอย่าง
"เป็ไง ฉันบอกท่านนายพลแล้วว่าฉันไม่ได้โกหก" มีร่าพยายามพูดโน้มน้าวเพื่อให้ไอ้มือปืนโรคจิตเชื่อใจ มันหันมามองเธอก่อนจะเดินอาด ๆ เข้ามากระชากแขนของเธอแล้วเหวี่ยงไปที่เก้าอี้
ราฟาเอลเห็นเช่นนั้นแทบอยากจะกระโจนใส่ไอ้บ้านั่นให้มันรู้แล้วรู้รอด เขาภาวนาขออย่าให้มันคิดอะไรที่ซับซ้อนเกินไป
"โอเค! ฉันเชื่อแกแม่สายลับคนสวย" ไอ้มือปืนสติแตกเปล่งเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง มันเดินไปเดินมากัดฟันเสียงดังกรอด ๆ แววตามีความหวาดระแวงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็อาการของคนที่เริ่มกลัวแต่แฝงด้วยความบ้าระห่ำ
"เราจะต้องรอดและฉันจะฆ่าพวกมันให้หมด" มันประกาศเสียงดังก้อง หัวเราะร่วนด้วยความสะใจ ศัลยแพทย์สาวคิดว่าจะต้องทำอะไรสักอย่างเพราะตอนนี้เวลาล่วงเลยมาเกือบจะสองชั่วโมงแล้ว
"ท่านนายพล ฉันว่าเราควรจะออกไปจากที่นี่กันก่อนดีกว่า เพราะฉันรู้มาว่าพวกศัตรูอาจมีสายลับแทรกซึมอยู่แถวนี้"
เมื่อไอ้มือปืนได้ยินดังนั้นก็เริ่มลังเล เดินไปเดินมาพร้อมกับอัดควันบุหรี่เข้าเต็มปอด มันพ่นควันออกมาสีหน้าเครียดขึง ั์ตาฉายแววหวาดหวั่น เริ่มไม่เป็ของตัวของตัวเองมากขึ้น ราฟาเอลเห็นอาการของไอ้มือปืนที่เดินพล่าน กัดฟัน กัดริมฝีปากไปมาอย่างย้ำคิดย้ำทำ เขาเริ่มเป็ห่วงหญิงสาวมากขึ้น เพราะดูท่าเธอจะเอามันไม่อยู่แน่ ๆ จึงตัดสินใจเดินออกไป
"ผมมีแผนที่จะพาเราออกไปจากที่นี่และทุกคนในทีมจะปลอดภัย รวมทั้งตัวท่านนายพลด้วย เพราะตอนนี้เราถูกล้อมไว้"
ชายหนุ่มเดินออกมาทำความเคารพไอ้มือปืนโรคจิต เขาสวมบทบาทเป็ลูกน้องของมัน มีร่าตาค้างตกตะลึงแต่ก็เพียงแวบเดียวเพื่อไม่ให้เป็ที่สงสัย
'เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง' หญิงสาวคิดระหว่างที่สบตากับเขาเมื่อชายหนุ่มปรายตามองมายังเธอเล็กน้อย
"แล้วแกเป็ใคร" มันถามพร้อมกับเดินเข้ามา ไอ้มือปืนเอียงคอหรี่ตามองหน้าชายหนุ่มอย่างสงสัย ปากก็คาบบุหรี่ยกปืนขึ้นมาเล็งที่ตัวเขา
"ผมร้อยเอกปีเตอร์ ลูกน้องคนสนิทของท่าน จำผมไม่ได้เหรอครับท่านนายพล" ราฟาเอลจ้องตามันเขม็ง ไม่หลบสายตา เขาทราบจากประวัติที่ตำรวจส่งมาให้ว่าร้อยเอกปีเตอร์คือชื่อของลูกน้องคนสนิทที่ปฏิบัติงานด้วยกันกับมันมาตลอด
"นายนั้นเอง ฉันกำลังตามหานายอยู่" เสียงหัวเราะชอบใจดังขึ้น มือปืนโรคจิตที่คิดว่าเขาคือร้อยเอกปีเตอร์จริง ๆ ก็ลดปืนลง
"แล้วนายรู้จักแม่สาวสายลับคนนี้ไหม ทำไมฉันไม่รู้จักเลย" มันหันมามองหน้าเธอด้วยความหวาดระแวง
"เธอเพิ่งถูกส่งมาแทนคนเก่าครับ สายลับคนเดิมเพิ่งถูกพวกศัตรูสังหารเมื่อสัปดาห์ก่อน" ชายหนุ่มพูดนอกบท เขาขยิบตาให้เธอ
"อ้อ! อย่างนี้นี่เอง" พูดเสร็จมันก็เดินมานั่งที่เก้าอี้ คีบบุหรี่ไว้ในมือแล้วหันมาพูดกับเขาซึ่งมันคิดว่าเป็ลูกน้องมันจริง ๆ
"เอาล่ะ! คราวนี้นายมีแผนอะไรปีเตอร์ ตอนนี้ฉันอยากจะกระหน่ำพวกมันล้างแค้นให้พวกเราแล้ว" แววตาของมันเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย
ราฟาเอลเริ่มใจคอไม่ดี สังเกตเห็นอาวุธปืนเอ็มสิบที่มันถือไม่ห่างจากกายและมีปืนพกอีกหนึ่งกระบอกเหน็บไว้ที่เอว เขาค่อย ๆ เดินมาเพื่อเอาตัวบังหญิงสาวไว้เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจึงป้องกันไว้ก่อน มีร่าที่เห็นท่าทีของชายหนุ่มก็พอจะเดาความคิดของเขาออก จึงเดินถอยห่างออกไปเล็กน้อย เผื่อมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นจะได้หลบหนีได้ทัน
"ตอนนี้ทีมของเราเหลือไม่กี่คนครับ ทุกคนเหนื่อยมากและอาวุธก็ไม่พร้อม อาจต้องรอทีมสองมาสมทบ" ชายหนุ่มพูด พยายามสังเกตสีหน้าและแววตาของไอ้มือปืนโรคจิต
มันเริ่มร้อนรนและดูจะไม่พอใจ เดินพล่านลากขาเล็กน้อยไปมาเหมือนหนูติดจั่น กัดฟันเสียงดังกรอด ๆ ขบริมฝีปากอย่างใช้ความคิด ลากปืนครูดกับพื้นเสียงดังและเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้
เธอสังเกตเห็นอาการของมันแล้วเริ่มใจคอไม่ดีหัวใจเต้นแรงเหมือนตีกลอง พยายามควบคุมสติ ปรับสีหน้าให้ปกติ สองมือชื้นไปด้วยเหงื่อ รู้สึกกดดันยิ่งกว่าตอนเข้าเคสผ่าตัดเคสแรกในชีวิตเสียอีก หญิงสาวตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ กระซิบบอกชายหนุ่มเบา ๆ
"ฉันว่ามันน่าจะควบคุมอาการไม่อยู่ ถ้าเรายื้อไปเรื่อย ๆ ไม่ดีแน่ อาการแบบนี้น่ากลัวมาก" เธอว่าพลางปรายตามองไอ้มือปืนโรคจิตเพื่อสังเกตท่าทีของมัน
"ตอนนี้ตำรวจประจำที่อยู่รอบ ๆ แล้ว พร้อมจะเข้าชาร์จและกำลังย้ายคนออกไปให้หมด เราแค่ถ่วงเวลาไว้ก่อน" ชายหนุ่มพูดเบาๆ ให้ได้ยินแค่สองคน เขากำลังรอสัญญาณจากเ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นทั้งคู่ก็ต้องสะดุ้งเมื่อมันะโเสียงดังอย่างหวาดระแวง แววตาดูหลุกหลิก
"กระซิบอะไรกัน!" มันยกปืนขึ้นเล็งไปยังคนทั้งสอง หลังจากนั้นไม่กี่นาที มือถือของชายหนุ่มที่เปิดระบบสั่นก็เตือนขึ้นเป็สัญญาณว่าทุกอย่างพร้อมแล้ว
จู่ ๆ ก็มีเสียงดังออกมาจากที่ไหนสักแห่งภายในโรงแรมซึ่งได้ยินกันทั่ว เป็เสียงที่ไม่ต่างอะไรกับการสู้รบในา มีทั้งเสียงปืน เสียงคน เสียงกรีดร้อง เสียงะเิ มีร่าหันไปมองรอบ ๆ เพื่อหาต้นเสียง ชายหนุ่มจึงหันมากระซิบ
"ถ้าเกิดอะไรขึ้น คุณต้องหาที่กำบัง อย่าออกมาจนกว่าสถานการณ์จะสงบ"
เธอรู้สึกหวาดหวั่นแต่ก็พยักหน้ารับทราบ ทั้งคู่หันไปมองไอ้มือปืนโรคจิต มันเริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่มันได้ยิน เริ่มหันไปมองรอบ ๆ เสียงนั้นทำให้มันมีอาการปวดหัว หวาดกลัว หวาดระแวง มันเอามือกุมหัวตัวเองและทรุดลงไปกองกับพื้น ร้องเสียงดังโหยหวน ปืนของมันหล่นลงลงข้างตัว จังหวะนั้นเองราฟาเอลรีบเข้าชาร์จทันที เขาเตะปืนกระเด็นออกไปให้ห่างจากตัวมันมากที่สุด
เธอเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงรีบหาที่กำบัง ทั้งคู่ปลุกปล้ำกันพัลวัน ราฟาเอลพยายามจะเข้าล็อกตัวมันไว้แต่จังหวะที่กำลังชุลมุนอยู่นั้น ใครจะคาดคิดว่ามันจะหยิบปืนที่แอบซ่อนอยู่บริเวณหน้าแข้งออกมา ราฟาเอลเห็นดังนั้นจึงพยายามแย่งปืน เกิดการยื้อแย่งกันไปมาอย่างทุลักทุเล
ปัง!!! ปัง!!!
ทันใดนั้นเสียงปืนดังขึ้นสองนัดติด ๆ กัน ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนไม่รู้ว่าใครเป็ใคร ต่างกับราฟาเอลที่สะดุ้งเฮือกตาเบิกโพลง ใบหน้าเหยเก เ้าหน้าที่ตำรวจรีบรุดเข้ามากระชับพื้นที่ ยิงปืนสกัดเข้ากลางหลังของมือปืนเพื่อระงับเหตุ มันหงายหลังล้มลงบนพื้น เืค่อย ๆ ไหลซึมออกมา เ้าหน้าที่คนอื่นรีบรุดเข้าล็อกตัวมันไว้ทันที
ร่างของชายหนุ่มค่อย ๆ ทรุดลงไปนอนฟุบกับพื้นอย่างหมดแรง เ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้ามาดูอาการช่วยกันพลิกตัวเขาให้นอนหงายเืสีแดงสดค่อย ๆ ไหลซึมออกมาเปื้อนเสื้อเชิ้ตเป็วงใหญ่ มือสองข้างของเขาเต็มไปด้วยเื
เ้าหน้าที่ทำสัญญาณมือเพื่อแสดงว่าเหตุการณ์สงบลงแล้ว ไอ้มือปืนโรคจิตร้องโอดครวญโหยหวนเมื่อถูกล็อกจากเ้าหน้าที่ มันพยายามดิ้นจนวินาทีสุดท้ายก่อนที่จะหมดสติไปในที่สุด
มีร่าเห็นดังนั้นจึงรีบรุดเข้าไปดูชายหนุ่มทันทีที่เหตุการณ์ทุกอย่างสงบโดยไม่รีรอ
"คุณ! ราฟาเอล! คุณราฟาเอล เป็ยังไงบ้าง" เธอะโเสียงดังลั่นด้วยความใ ปากสั่นมือสั่นเล็กน้อย หญิงสาวพยายามควบคุมสติตัวเอง เธอเข้ามานั่งคุกเข่าอยู่ใกล้ ๆ สีหน้าและแววตาแสดงออกอย่างเห็นได้ชัดว่าห่วงใย มือเรียวเอื้อมไปเขย่าตัวชายหนุ่มพร้อมกับตบบ่าเขาเบา ๆ เพื่อเรียกสติ เธอค่อนข้างตระหนกใพอสมควรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่คาดคิดว่าเขาจะโดนยิงเสียเอง!!!
"คุณ ทำใจดี ๆ ไว้นะ" สีหน้าและแววตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยกับความกังวลที่วูบไหวในดวงตา เธอถอดเสื้อสูทออกมาพับ ๆ แล้วกดลงบนแผลเพื่อทำการห้ามเื ราฟาเอลสะดุ้งเฮือก หน้าตาเหยเกใบหน้าซีดเซียว เขานิ่วหน้าด้วยความเ็ปแต่ก็ฝืนพยักหน้า รอยเืเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าเต็มไปหมด
"โอ๊ย" ราฟาเอลร้องออกมาอย่างสุดจะกลั้น เขานิ่วหน้านอนแผ่หราอยู่บนพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ปรือตามองใบหน้าสวย
ขณะนี้สายตาของเขาเริ่มพร่ามัวแต่ก็ยังรู้สึกตัว เหงื่อเริ่มผุดตามหน้าผาก แต่สติสัมปชัญญะยังดีอยู่ เขายิ้มบาง ๆ ให้เธอ มีร่าพยักหน้าเป็เชิงรับทราบ สีหน้าแววตาเป็กังวล เธอะโถามเ้าหน้าที่ตำรวจถึงรถพยาบาล เมื่อได้คำตอบก็หันกลับมาทางชายหนุ่ม พยายามชวนเขาคุยทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็มือไม้สั่น พยายามควบคุมสติตัวเองอย่างยิ่งยวด
"ทำใจดี ๆ ไว้นะคุณ ะุน่าจะฝังใน อย่าเพิ่งขยับ มันจะทำให้เสียเืมาก ไม่ต้องกลัว คุณจะปลอดภัย" ราฟาเอลพยักหน้า
สีหน้าและแววตาของมีร่ามีความวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด จะอย่างไรก็ตาม เขาไม่สมควรที่จะมาเสี่ยงขนาดนี้ บอดี้การ์ดหนุ่มคนสนิทรีบรุดเข้ามาทันที เขาเหลือบมองหน้าหญิงสาวที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้าง ๆ ร่างของเ้านายที่นอนจมกองเืสีหน้าเป็กังวลไม่ต่างกัน
"รถพยาบาลมารอด้านนอกแล้ว" บอดี้การ์ดเอ่ยขึ้น รู้สึกเป็ห่วงผู้เป็นายอย่างมาก
เธอไม่ได้ตอบอะไรเพราะกำลังกังวลกับอาการตกเื สังเกตอาการของเขาที่เริ่มหน้าซีดมากขึ้นเรื่อย ๆ เม็ดเหงื่อผุดบริเวณหน้าผาก ท่าทางกระสับกระส่าย เธอคลำชีพจรที่เต้นแ่เบา นึกภาวนาในใจขออย่าเพิ่งเป็อะไร แต่ก็อดไม่ได้ที่จะนึกค่อนขอดในใจ
'ไม่สิ! ฉันไม่ได้เป็ห่วงนายสักหน่อย ฉันทำตามหน้าที่ต่างหาก'
หลังจากนั้นร่างของชายหนุ่มก็ถูกนำตัวขึ้นเปลนอนทันทีก่อนจะถูกเข็นไปที่รถพยาบาลซึ่งจอดรออยู่ด้านหน้าโรงแรม
"ขอยืมโทรศัพท์หน่อยได้ไหมคะ" หญิงสาวขอยืมโทรศัพท์จากคนของเขาแล้วกดเบอร์โทรไปห้องฉุกเฉินทันที
"นี่หมอมีร่าพูด ฟังนะไม่ต้องถามอะไรทั้งนั้น ทำตามที่ฉันสั่ง! เตรียมห้องผ่าตัดและทีมให้พร้อม เตรียมเืกรุ๊ปโอด้วย ใช่! ฉันจะผ่าเอง" คำสั่งเฉียบขาดน้ำเสียงจริงจัง
โจนส์มองหน้าเธอด้วยความสงสัย 'ผู้หญิงคนนี้รู้กรุ๊ปเืของเ้านายได้อย่างไร'
เขาเก็บความสงสัยเอาไว้ ขณะที่เธอยื่นโทรศัพท์คืนให้เขา
ขณะเดียวกัน นายแพทย์หนุ่มอเล็กซานเดอร์ก็พยายามโทรหาหมอมีร่าหลังจากที่เธอขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักพักใหญ่ ๆ แต่โทรเท่าไรก็ไม่ติดจนเขารู้สึกเป็กังวล
'เธอหายไปไหนนะ เห็นบอกว่าจะมาเข้าห้องน้ำ แต่นี่ก็นานเกินสองชั่วโมงแล้ว'
เมื่ออเล็กซานเดอร์ไม่สามารถทนรอได้อีกต่อไป เขาจึงเดินออกจากงานและลงลิฟต์ไปถึงชั้นล็อบบี้ แต่ก็ต้องใกับสภาพสิ่งที่เกิดขึ้น
ข้าวของกระจัดกระจายเสียหาย เศษกระจกแตกกระจายบนพื้น มีเ้าหน้าที่ตำรวจเต็มไปหมด ชายหนุ่มเริ่มใจคอไม่ดี เขาพยายามสอดส่ายสายตามองหามีร่า พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นเธอกำลังขึ้นรถฉุกเฉินไปพร้อมกับใครบางคนที่นอนเหยียดยาวอยู่บนเปลนอน จากนั้นรถพยาบาลก็เคลื่อนตัวออกไปทันที
'มีร่าขึ้นรถฉุกเฉินไปกับใคร เกิดอะไรขึ้น'
ความสงสัยระคนใผุดขึ้นมา เขาเดินออกไปด้านหน้าโรงแรมก่อนจะเข้าไปถามเ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่บริเวณนั่น จึงทราบเหตุการณ์คร่าว ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้สึกเป็ห่วงเธอขึ้นมาจึงกลับไปเอารถยนต์ที่จอดไว้แล้วรีบบึ่งรถออกไปทันที
เวลาตีหนึ่ง
เสียงรถพยาบาลเคลื่อนเข้ามาจอดหน้าห้องฉุกเฉิน เปลนอนถูกลากลงมาโดยมีร่างชายหนุ่มนอนสลบไสลอยู่บนนั้น เสื้อผ้าเต็มไปด้วยเื มีผ้าก๊อซผืนใหญ่ปิดทับาแไว้ มีร่ากึ่งเดินกึ่งวิ่งอย่างเร่งรีบ เสื้อผ้าเปื้อนเืไม่ต่างกัน ทำเอาเ้าหน้าที่โรงพยาบาลหลายคนมองตามด้วยความสงสัย ชายหนุ่มถูกนำตัวไปยังห้องฉุกเฉินทันทีที่มาถึงเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัด หญิงสาวไม่มีเวลาแจ้งให้คนสนิทของเขาทราบอะไรไปมากกว่าสิ่งที่เขาเห็น
มีร่าหันมามองคนสนิทของชายหนุ่ม เขาพยักหน้าให้เธอ บางครั้งไม่ต้องพูดทุกอย่างก็สามารถเข้าใจได้ เธอจึงแยกไปอีกทางเพื่อไปอาบน้ำชำระร่างกาย เตรียมตัวเข้าเคสผ่าตัดเพราะตอนนี้ชุดราตรีที่ใส่เปื้อนเืไปหมดรวมทั้งตัวเธอด้วย
ภายในห้องผ่าตัดเ้าหน้าที่กำลังจัดเตรียมเครื่องมือผ่าตัดอย่างขะมักเขม้น ตอนนี้มีร่าได้เปลี่ยนชุดผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว พร้อมสำหรับการทำหน้าที่เป็หัวน้าทีมผ่าตัด ใบหน้าสวยถูกปกปิดไว้ด้วยหน้ากากอนามัยเผยให้เห็นแค่ดวงตา ที่กำลังสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อมองไปยังร่างที่สลบไสลอยู่บนเตียง
ศัลยแพทย์สาวเหลือบมองนาฬิกาแขวนบนฝาผนัง ผ่านมาได้สิบห้านาทีหลังจากที่ทุกอย่างถูกเตรียมไว้พร้อม เธอน่าจะใช้เวลาไม่เกินสองชั่วโมง หรืออาจจะนานกว่านั้นนิดหน่อย แต่คิดว่าตำแหน่งของะุไม่น่าจะอยู่ในตำแหน่งที่อันตรายแต่ก็ประมาทไม่ได้
เธอเดินเข้าไปประจำตำแหน่งของแพทย์ผ่าตัดหลัก มองใบหน้าขาวซีดของชายหนุ่มที่หลับไปด้วยฤทธิ์ของยาสลบและไม่รู้เื่รู้ราว เธอยืนนิ่งขณะที่ภาพในอดีตไหลวนกลับมา
เด็กสาวนอนแน่นิ่งอยู่ข้างทะเลสาบ ใบหน้าขาวซีด เสื้อผ้าเปียกปอน เสียงเพลงจากกล่องดนตรีดังแ่เบาท่ามกลางเสียงเรียกของใครบางคน
"ตื่นสิคุณหนูมีร่า ตื่น!" เสียงแว่ว ๆ เหมือนดังมาจากที่ไกล ๆ
"คุณหมอมีร่าคะ! คุณหมอ! พร้อมรึยังคะ" หญิงสาวสะดุ้งตื่นจากภวังค์ เสียงเรียกของวิสัญญีแพทย์นั่นเอง
"ค่ะ" เธอเอ่ยเบา ๆ หันมามองหน้าทุกคนในทีม พร้อมพยักหน้าน้อย ๆ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เหลือบมองจอมอนิเตอร์แสดงสัญญาณชีพของคนไข้พร้อมกับเอ่ยว่า
"คนไข้ชื่อนายราฟาเอล บิซอฟ กอนซาเลส อายุสามสิบสามปี มีาแถูกยิงที่หน้าท้อง ะุฝั่งใน ตำแหน่งใกล้กับลำไส้ ไม่มีโรคประจำตัว เืกรุ๊ปโอ ดิฉันแพทย์หญิงมิแรนด้า กรีนคาร์กเ้าของไข้ ทำหน้าที่เป็แพทย์หลักในการผ่าตัดครั้งนี้"
ก่อนที่จะทำการผ่าตัดจะต้องมีการรายงานประวัติก่อนผ่าตัดให้ทีมรับทราบ ทุกคนในทีมพยักหน้ารับ เธอชะเง้อมองใบหน้าหล่อเหลาที่บัดนี้นอนซีดเซียวอยู่บนเตียงผ่าตัด
"มีด"
เธอยื่นมือขอมีดผ่าตัดและเริ่มลงมือผ่าโดยการกรีดลงบนิัตรงรอยะุอย่างคล่องแคล่ว
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงครึ่ง
"สัญญาณชีพเป็ยังไงบ้างหมอ" มีร่าหันไปถามวิสัญญีแพทย์ สายตาเหลือบมองจอมอนิเตอร์ เส้นกราฟแสดงสัญญาณชีพยังปกติ หญิงสาวรู้สึกโล่งอก ใจชื้นขึ้นมา
"เยี่ยมค่ะ ความดันเืปกติ ชีพจรเต้นปกติ อัตราการหายใจปกติ คนไข้แข็งแรงมากและก็หล่อมากด้วย" วิสัญญีแพทย์เอ่ยขึ้นก่อนจะมองไปทางหมอมีร่า
เ้าหน้าที่ภายในห้องผ่าตัดพากันหัวเราะคิกคักมองหน้ากันไปมา กระซิบกระซาบถึงความหล่อเหลาของคนไข้หนุ่มบนเตียงผ่าตัด เธอพยักหน้าและหันมาส่งสายตาดุใส่ ทุกคนต่างพากันเงียบกริบเพราะรู้ว่าเวลาอยู่ในห้องผ่าตัดคุณหมอจะจริงจังและไม่ค่อยหยอกล้อกับใคร
"โชคดีนะคะที่ไม่โดนอวัยวะสำคัญ เสียเืไปไม่น่าจะเกินสามร้อยซีซี" วิสัญญีแพทย์เอ่ยขึ้นอีกครั้ง เหงื่อซึมตามหน้าผากเ้าหน้าที่ในห้องผ่าตัดซับเหงื่อให้
"โอเค! งั้นก็จะเย็บปิดแผลเลยแล้วกัน"
หญิงสาวเหลือบมองนาฬิกาแขวนบนฝาผนัง ใช้เวลาทั้งหมดเกือบสามชั่วโมง เธอรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าของร่างกาย ตอนนี้ถ้าอยู่บนเตียงคงหลับเหมือนโดนทุบ การผ่าตัดสิ้นสุดลง คนไข้ปลอดภัย ไม่มีภาวะแทรกซ้อนระหว่างผ่าตัด นั่นคือเป้าหมายสำคัญซึ่งเธอทราบดี
ศัลยแพทย์สาวถอนหายใจเบา ๆ อย่างโล่งอกที่ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี เธอเดินมาถอดถุงมือพร้อมกับชุดผ่าตัดลงถังเก็บ พลางเดินไปยืนกอดอกมองร่างไร้สติบนเตียงผ่าตัดก่อนจะพึมพำกับตัวเองอย่างเลื่อนลอย
“คุณจะกลับมาทำไมนะ” ยืนเหม่อมองอยู่สักพักก่อนจะเดินออกไปโดยไม่สนใจใครแต่ก่อนที่เท้าของเธอจะก้าวพ้นประตู จู่ ๆ ก็หยุดกึกแล้วหันมาพูดกับทุกคนในห้องผ่าตัด
"ขอบคุณสำหรับคืนนี้ ราตรีสวัสดิ์"
เสียงหวานพูดห้วน ๆ แต่แฝงไว้ด้วยความเหนื่อยล้า พูดจบแล้วก็เดินจากไป ทิ้งให้ทุกคนในห้องหันมามองหน้ากันด้วยความสงสัยกับท่าทีแปลก ๆ เพราะโดยปกติหลังผ่าตัดเสร็จ ไม่เคยเลยสักครั้งที่ศัลยแพทย์สาวจอมเนี้ยบจะพูดขอบคุณเ้าหน้าที่ร่วมทีมผ่าตัด
"สงสัยเพราะหนุ่มหล่อบนเตียง" หนึ่งในทีมผ่าตัดพูดขึ้น แต่ใครจะรู้ ทุกคนรู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาดกับท่าทีของเธอ
บอดี้การ์ดหนุ่มคนสนิททั้งสองรีบลุกขึ้นเมื่อเห็นศัลยแพทย์สาวเดินออกมาทันทีที่ประตูห้องผ่าตัดเปิด ชายหนุ่มทั้งคู่มีสีหน้าท่าทางเป็กังวลและห่วงสวัสดิภาพของผู้เป็นายอย่างยิ่ง พวกเขารู้สึกผิดที่ไม่ได้ดูแลเ้านายของตัวเอง มีร่ามองหน้าคนทั้งสอง
"เป็ยังไงบ้างครับคุณหมอ" ไรอัลรีบถาม เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยมองหน้าผู้ที่มาใหม่
"พวกเราสองคนเป็บอดี้การ์ดของคุณราฟาเอลครับ" โจนส์คลายความสงสัย
"ปลอดภัยค่ะ ะุไม่โดนอวัยวะสำคัญ อาจต้องอยู่โรงพยาบาลสักพักแต่ไม่น่าเกินสองอาทิตย์หลังออกจากห้องผ่าตัดตอนนี้เ้านายของพวกคุณยังไม่ฟื้น เขาจะถูกย้ายไปยังห้องพักฟื้นในอีกประมาณสองชั่วโมง ถ้าตื่นดี สัญญาณชีพปกติถึงจะถูกย้ายไปชั้นวีวีไอพี" เธอตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย หน้าตาดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด
"ขอบคุณคุณหมอมากครับ ขอบคุณจริง ๆ ไม่ทราบคุณหมอชื่อ…?" โจนส์ที่รู้สึกโล่งอกแล้วถือวิสาสะถามชื่อคุณหมอสาวพลางหันไปมองไรอัลซึ่งความรู้สึกคงไม่ต่างกัน
"มิแรนด้า กรีนคาร์ก เรียกมีร่าก็ได้ค่ะ"
"ครับ! คุณหมอมีร่า พวกเรายินดีที่ได้รู้จัก ได้เห็นตัวจริงก็วันนี้"
ปึ๊ก!
ไรอัลนิ่วหน้า โจนส์กระทุ้งศอกใส่สีข้างเขาไม่เบาไม่แรง เป็การเตือนว่าบางอย่างไม่สมควรพูด มีร่าขมวดคิ้วกับท่าทางของชายหนุ่มทั้งสองตรงหน้า แต่ก็เหนื่อยเกินกว่าจะสนใจอะไร จึงขอตัวไปพัก
"งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ จะไปดูคนไข้อีกราย"
เธอตั้งใจจะไปดูคนไข้อีกรายที่เข้าห้องผ่าตัดในเวลาไล่เลี่ยกัน
'ไอ้มือปืนโรคจิต'
"ตามสบายครับ ต้องขอบคุณอีกครั้งนะครับ คุณหมอคงเหนื่อยมาก" โจนส์กล่าวอย่างสุภาพ ทั้งคู่ค้อมศีรษะให้ หลังจากนั้นเธอจึงเดินจากไป จนหญิงสาวเดินไกลออกไปทั้งคู่ถึงหันมาสนทนากัน
"ฉันจำได้ว่าคุณหมอมีร่าคือคนที่เ้านายให้ตรวจสอบประวัติเมื่อไม่นานมานี้" ไรอัลเอ่ยอย่างนึกขึ้นได้
"อือ! ฉันก็เพิ่งนึกออกตอนนายถามนี่แหละ"
"สวยชะมัด! ตัวจริงสวยกว่าในรูปอีก อย่างกับนางฟ้า มิน่านายถึง…" ไรอัลมองตามเธอไปจนสุดสายตา
"มากไปแล้ว"
ปึก! ปึก! โจนส์หันมาตบหลังไรอัล
"ไปได้แล้ว นายไปจัดการเตรียมห้องและพยาบาลดูแลนายให้เรียบร้อย อีกอย่างอย่าลืมแจ้งผู้อำนวยการโรงพยาบาลด้วย เขาสองคนเป็เพื่อนกัน" โจนส์สั่งไรอัล
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคือนายแพทย์คารอส มอนดาโทรี่ แบเรียลซึ่งเป็เพื่อนกับเ้านายของเขา
"เมื่อกี้ท่านเพิ่งโทรมาสอบถามเื่ราวที่เกิดขึ้น เดี๋ยวฉันจะไปคุยเื่คดีกับเ้าหน้าที่ตำรวจ อีกอย่าง คงต้องรอให้นายฟื้นก่อนว่าจะเอายังไงต่อ" หลังจากนั้นทั้งคู่ก็แยกย้ายกันไปจัดการธุระตามที่ได้ตกลงกันไว้
ราฟาเอลถูกย้ายไปห้องพักฟื้นหลังผ่าตัด มีร่าตามไปดูอาการของเขาหลังจากพักหายเหนื่อยได้ไม่นาน
ในห้องพักฟื้นมีคนไข้อีกรายหนึ่งนอนสลบด้วยฤทธิ์ยาสลบเช่นกัน คือไอ้มือปืนโรคจิตที่ก่อเหตุเมื่อคืน เธอมองผ่านกระจกเข้าไปข้างใน สอบถามอาการจากแพทย์เวรก็รู้ว่าเขาปลอดภัยเช่นกัน และถ้าหายดี เขาคงต้องเข้ารับการประเมินสุขภาพจิตและเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลก่อนที่จะถูกคุมขัง