ดวงอาทิตย์ทอแสงสีทองผ่านเข้ามาหาหน้าต่างของห้องรับประทานอาหารซึ่งขณะนี้สมาชิกทุกคนในครอบครัวกำลังรับประทานอาหารกับอย่างเอร็ดอร่อยพูดคุยกันด้วยเสียงอันดัง ขัดแย้งโต้เถียงกันอยู่ตลอดเวลาพร้อมกับจิบน้ำชาร้อนๆกลั้วคอเป็ระยะ
เวคฟิลด์มีมีดกับส้อมชุดเล็กสำหรับตนเองรวมทั้งถ้วยเงินแบบมีหูซึ่งเป็มรดกตกทอดกันมาจากพี่ชายคนแล้วคนเล่าและบ่อยครั้งเมื่อเกิดทะเลาะวิวาทขึ้นถ้วยใบนี้จะกลายเป็อาวุธที่ใช้ขว้างใส่หัวกันด้วย
ตรงปลายโต๊ะอีกด้านหนึ่งนั้นคือที่นั่งของเรนนี่ซึ่งมีตำแหน่งเป็หัวหน้าครอบครัวเขาเป็บุรุษร่างผอมสูง ศีรษะเล็ก ปกคลุมด้วยเรือนผมสีแดงเข้ม ใบหน้าค่อนข้างตอบดวงตาคู่สีน้ำตาลเข้มนั้นนอกจากจะคมปลาบแล้วยังบอกถึงความเปลี่ยนแปลงในอารมณ์ที่เกิดอยู่เสมอ
ที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับเขาคือเม๊กพี่สาวคนเดียวของเขา ขณะนี้เม๊กอายุสี่สิบแล้วแต่ด้วยเรือนร่างที่ค่อนข้างท้วมทำให้เธอดูแก่กว่าอายุมาก เธอเป็ผู้หญิงที่มีใบหน้ากลมดวงตาสีฟ้ากลมโต เรือนผมสีน้ำตาลเริ่มมีสีเทาแซมขึ้นบ้างแล้วแต่ริมฝีปากที่ได้รับมรดกมาจากคุณปู่คือร้อยเอกไว้ท์โอ๊คนั้นจะดูมีความอ่อนหวานสมเป็ผู้หญิงมากกว่า
เม๊กดูจะเป็คนเดียวที่รับประทานอาหารน้อยที่สุดคอยปรนนิบัติคนอื่นๆอยู่ตลอดเวลา คอยดูแลเอาใจใส่น้องชายคนเล็กให้อยู่ในระเบียบช่วยตักอาหารใส่จานให้คุณย่าดูเหมือนเธอมีความรักมากมายที่พร้อมจะให้กับน้องชายทุกคนแต่ความรักและความริษยาในตัวเรนนี่นั้นบางครั้งก็สร้างความหวั่นไหวให้เกิดขึ้นกับเธออย่างรุนแรง
บรรดาน้องชายต่างมารดาทั้งหลายนั้นนั่งเรียงกันเป็แถวอยู่ฟากหนึ่งของโต๊ะที่หันหน้าไปทางหน้าต่างจากเวคฟิลด์ฟิ้นช์ซึ่งปกติแล้วที่นั่งในโต๊ะอาหารของเขามักจะว่างเสมอเพราะต้องเข้าไปเรียนหนังสือในเมืองถัดไปคือปิแอร์ ซึ่งเค้าหน้าละม้ายแม้นร้อยเอกฟิลลิปผู้เป็ปู่มากเพียงแต่ออกจะเป็คนเ้าทิฐิดื้อดึงมากกว่า คนสุดท้ายคืออีเด็น ร่างผมสูง ผิวขาวเค้าหน้าเหมือนมารดามากกว่าใคร
ฟากตรงข้ามคือที่นั่งของคุณย่ากับลุงทั้งสองคนเออร์เนสท์นั้นมีแมวชื่อซาช่าเกาะอยู่บนไหล่ตลอดเวลาส่วนนิโคลาสก็มีสุนัขพันธ์ยอร์คเชียร์ แทร์เออร์ ชื่อนิพซุกอยู่ตรงปลายเท้าส่วนสุนัขสองตัวของเรนนี่นั้นกระหนาบซ้ายขวาอยู่ข้างเก้าอี้
นี่คือบรรยากาศในโต๊ะอาหารของสมาชิกในตระกูลไว้ท์โอ๊ค
“อะไรล่ะที่ถูกยอมรับน่ะ”เสียงคุณย่าะโถามขึ้น
“ก็บทกวีสิครับ”ลุงเออร์เนสท์ตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“บทกวีของอีเด็นได้รับการยอมรับอย่างดีมากทีเดียว”
“นี่น่ะเรอะที่พวกเ้าคุยกัน?”
“ครับ แมมม่า”
“แล้วนังคนนั้นเป็ใคร?”
“ใครเป็ใครกันครับ?”
“ก็ผู้หญิงคนที่ยอมรับบทกวีนั้นน่ะสิ”
“ไม่ใช่ผู้หญิงหรอกครับแมมม่า ผู้จัดพิมพ์ต่างหาก”
“คุณพระช่วย”อีเด็นร้องออกมาอย่างเหลือจะทนได้ต่อไป
“ผมว่าอย่าพยายามอธิบายให้คุณย่าฟังเลยครับ”
“ต้องอธิบายให้ย่าฟัง”คุณย่าไว้ท์โอ๊คใช้ส้อมเคาะโต๊ะดังลั่น
“เอ้า...ว่ามาสิเออร์เนทส์เื่มันไปยังไงมายังไงกัน?”
ลุงเออร์เนสท์รีบกลืนขนมในปากพร้อมกับยื่นถ้วยไปทางอีเด็นเพื่อให้ช่วยรินน้ำชาเติมก่อนจะพูดต่อว่า
“คืออย่างนี้ครับอีเด็นเคยเขียนบทกวีหลายบทแล้วก็ตีพิมพ์อยู่ในหนังสือของมหาวิทยาลัยกับ...กับหนังสือรายสัปดาห์ฉบับอื่นๆ ด้วยตอนนี้บรรณาธิการ...เอ้อ...ผู้จัดพิมพ์น่ะครับ เขาอยากจะจัดรวมเล่มขึ้นแมมม่าเข้าใจที่ผมพูดไหมครับ?”
มิสซิสไว้ท์โอ๊คพยักหน้าพวงริบบิ้นที่คาดอยู่บนหมวกสีม่วงไหวพลิ้ว
“แล้วเขาจะพิมพ์เมื่อไหร่ล่ะ?เขาจะมาเมื่อไหร่? ถ้าเขามากินน้ำชาที่นี่แม่จะได้ใส่หมวกใบสีขาวที่มีริบบิ้นอันโตๆผูกไว้ใบนั้นเขาจะพิมพ์มันออกมาทันเวลาน้ำชาหรือเปล่า?”
“คุณพระ...”อีเด็นร้องออกมาดังๆ
“ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมลุงถึงต้องพยายามเล่าเื่นี้ให้คุณย่าฟังด้วยเห็นไหมครับว่าคุณย่าไม่รู้เื่? ผมรู้อยู่แล้วว่าเื่มันจะต้องเป็อย่างนี้”
มิสซิสไว้ท์โอ๊คจ้องหน้าหลานชายอย่างกราดเกรี้ยวนางได้ยินในทุกคำพูดของเขาแม่ว่าวัยของนางจะชราโรยเต็มที แต่เค้าแห่งความงามก็ยังปรากฏให้เห็นอยู่อย่างมากดวงตาคู่สีน้ำตาลเข้มเป็ประกายกล้าจมูกที่เป็เส้นโค้งงามนั้นแดงก่ำราวกับคนที่กำลังเป็หวัดอย่างแรง
“เ้าอย่าได้บังอาจมาด่าข้านะ”นางตวาดอีเด็นเสียงดังลั่น
“นิโคลาสแกสั่งให้ไอ้เ้านี่มันหยุดด่าแม่เสียที”
“หยุดด่าคุณย่าเดี๋ยวนี้นะ”นิโคลาสคำรามออกมา
“เม๊กกี้ขอทาร์ทอีกหน่อยสิ”
มิสซิสไว้ท์โอ๊คดูจะพอใจอย่างยิ่งที่ลูกชายของนางทำตามคำสั่งนางพยักยิ้มอย่างผู้ชนะเอาช้อนตักขนมตรงหน้าใส่ปากเคี้ยวเสียงดังอย่างเอร็ดอร่อย
“ถึงจะยังไงก็ตามนะ”เรนนี่เปิดฉากสนทนาต่อ
“พี่ก็ยังไม่พอใจเท่าไหร่นักหรอกไม่เคยมีใครในครอบครัวของเราทำอะไรพรรณนี้มาก่อน”
“แต่ตอนที่บทกวีของผมถูกนำลงไปตีพิมพ์ในแม็กกาซีนผมก็เห็นพี่พอใจนี่ครับแต่ตอนนี้พอผมจะจัดพิมพ์มันออกมา...”
“เอามันออกมา...เขาจะเอามันมาวันนี้หรือเปล่าล่ะ?”เสียงคุณย่าโหวกเหวกขึ้นมาอีก
“ถ้าเขาเอามาย่าจะได้สวมหมวกใบสีขาวที่มี...”
“แมมม่ากินขนมนี่อีกหน่อยสิครับ”นิโคลาสขัดขึ้น
“เหลืออีกนิดเดียวเท่านั้น”
ความสนใจของมิสซิสไว้ท์โอ๊คผู้ชรานั้นเปลี่ยนแปลงได้โดยง่ายคล้ายกับนางได้กลับไปสู่สภาพความเป็เด็กอีกครั้งนางรับยื่นจานออกไปข้างหน้าอย่างกระตือรือร้น
อีเด็นภายหลังจากที่นั่งสงบอกสงบใจรอให้ลุงคนโตตักขนมให้คุณย่าเรียบร้อยแล้วจึงได้กล่าวต่อไปด้วยสีหน้าที่เครียดขรึมว่า
“เรนนี่ผมคิดว่าพี่คงไม่รู้หรอกนะว่ามันเป็การยากแค่ไหนแต่ที่เราจะทำให้สำนักพิมพ์ยอมรับที่จะพิมพ์บทกวีของเราได้และแถมยังจัดพิมพ์ขึ้นโดยสำนักพิมพ์ในนิวยอร์คด้วยนะครับผมอยากจะให้พี่ได้ยินที่พวกเพื่อนๆ ผมเขาพูดกันเหลือเกิน ทุกคนเขาดีใจเขาชื่นชมกันทั้งนั้นที่ผมประสบความสำเร็จั้แ่อายุขนาดนี้น่ะ”
“แต่เื่ที่มันสำคัญกว่านั้นยังมีนะ”เรนนี่ตอบด้วยน้ำเสียงเผ็ดร้อน
“ก็เื่ที่แกจะต้องสอบไล่ให้ผ่านด้วยไงล่ะทุกครั้งที่พี่คิดถึงเงินที่ต้องสูญเปล่าเพราะการส่งเสียให้แกได้ร่ำเรียน...”
“สูญเปล่างั้นเหรอครับก็ถ้าผมไม่ได้รับการศึกษาดีถึงขนาดนั้นแล้วผมจะเขียนบทกวีนี้ได้ยังไงกันล่ะครับ?”
“แกมันเก่งนักในเื่การบิดเบือนคำพูด”เรนนี่พูดอย่างไม่พอใจ
“ปัญหามันอยู่ตรงที่ว่าแกจะใช้มันเป็เครื่องมือทำมาหากินได้งั้นรึ?”
“ก็ต้องให้เวลาผมหน่อยซีครับอีกประการหนึ่งเวลานี้ผมก็ยังไม่ได้ส่งต้นฉบับไปให้ผู้จัดพิมพ์เลยเพราะฉะนั้นผมก็ยังบอกไม่ได้หรอกครับว่าอะไรมันจะเป็อะไรถ้าพี่...ผมหมายรวมถึงทุกคนในบ้านนี้พอใจในสิ่งที่ผมได้ทำลงไปแล้ว...”
“พี่พอใจจ้ะ อีเด็น”เม๊กเอ่ยขึ้นทันที
“พี่คิดว่าเธอฉลาดมากมีสติปัญญาเลอเลิศทีเดียว ก็อย่างที่เธอพูดนั่นแหละมันอาจจะนำเธอไปสู่...ที่ไหนสักแห่งหนึ่งได้”
“ครับมันอาจทำให้ผมได้มีโอกาสไปอยู่นิวยอร์คถ้าผมคิดจะยึดอาชีพเขียนหนังสือขายจริงๆ”อีเด็นตอบสีหน้าดีขึ้นมาก
“เพราะมันเป็ธรรมดาครับนักเขียนควรจะได้อยู่ใกล้ๆ สำนักพิมพ์”
“ผมว่านี่ก็ใกล้จะค่ำอยู่แล้วนะ”ปิแอร์น้องชายคนถัดจากเขาเอ่ยขึ้น
“ใครคนหนึ่งควรจะไปหว่านปุ๋ยได้แล้วงานของใครคนหนึ่งอาจจะเป็งานชั้นต่ำงานของคนที่มีความเสียใจที่ตัวเองไม่ได้เป็กวี”
อีเด็นจับน้ำเสียงประชดประชันของน้องชายได้แต่กระนั้นก็ยังอดตอบโต้ออกไปมิได้ว่า
“ปากแกนี่มันเหม็นเหมือนงานที่แกทำเลยนะปิแอร์”
เวคฟิลด์โน้มร่างเข้าไปหาปิแอร์พร้อมกับร้องออกมาว่า
“เออ...จริงผมได้กลิ่นจริงๆ ด้วย กลิ่นจากคอกสัตว์นี่แรงจังเลยนะฮะ”
“ถ้าอย่างนั้นแกก็เปลี่ยนที่นั่งกับพี่สิ”อีเด็นร้องรับ
“ได้กลิ่นทีไรมันกินอะไรไม่ลงสักที”
เวคฟิลด์ะโลงจากเก้าอี้เต็มใจอย่างยิ่งที่จะเปลี่ยนที่นั่งกับพี่ชาย แต่ถูกพี่สาวจับตัวไว้
“นั่งที่เดิมนั่นแหละเวคแกก็รู้ไม่ใช่รึว่าถ้าไปนั่งใกล้ปิแอร์เดี๋ยวก็โดนแกล้งแย่ไปเท่านั้นสำหรับเื่การไปนิวยอร์คของเธอน่ะอีเด็นเธอย่อมจะต้องรู้ว่าพี่รู้สึกดีใจกับเธอมากแค่ไหน”
ความเป็คนใจอ่อนของเม๊กทำให้หยาดน้ำใสๆขึ้นมาคลอหน่วยอยู่ในดวงตา