ศิษย์ของสำนักดาบเมฆาครามนำทางคณะของตระกูลหลงมายังเบื้องหน้าของบันไดหินขนาดมหึมาที่ทอดยาวขึ้นไปสู่หมู่ตึกบนยอดเขา
"นี่คือบันไดพันั เป็บททดสอบแรกสำหรับผู้เข้าร่วมงานชุมนุมทุกท่าน" ศิษย์ผู้นั้นอธิบายด้วยความภาคภูมิใจ "แรงกดดันจากมรรควิถีของสำนักจะเพิ่มขึ้นในทุกย่างก้าว ผู้ที่ไม่อาจผ่านไปถึงยอดได้ ย่อมไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการประลอง"
หลงเทียนเฟยเหลือบมองบันไดที่ดูราวกับไม่มีที่สิ้นสุดนั้นด้วยแววตาที่แฝงความอ่อนล้าอย่างสุดซึ้ง 'บันไดนับพันขั้น...ช่างเป็บททดสอบที่สิ้นเปลืองกำลังกายและบั่นทอนจิตใจโดยแท้ ความพยายามเช่นนี้มันช่างไม่คุ้มค่ากับการลงทุนลงแรงเอาเสียเลย'
หลงหลิงซีไม่ได้เอ่ยวาจาใด นางเพียงพยักหน้าให้ศิษย์ผู้นั้น ก่อนจะเริ่มก้าวเท้าขึ้นบันไดอย่างมั่นคง พลังปราณรอบกายนางสงบนิ่งแต่ทุกย่างก้าวกลับเปี่ยมด้วยความหนักแน่น
หลงเทียนเฟยจำใจต้องเดินตามไป เขาก้าวขึ้นบันไดขั้นแรกด้วยท่าทีสบายๆ ขณะที่เหล่าคุณชายคุณหนูจากตระกูลอื่นที่มาถึงก่อนหน้าต่างทยอยไต่ขึ้นไปแล้ว บางคนใช้พลังปราณห่อหุ้มกาย บางคนใช้ทักษะตัวเบาเพื่อทะยานขึ้นไปอย่างรวดเร็ว เสียงหอบหายใจเริ่มดังขึ้นจากทั่วทุกสารทิศ
'เฮ้อ...หลีกเลี่ยงไม่ได้สินะ' หลงเทียนเฟยถอนหายใจในใจอีกครั้ง ก่อนจะโคจรพลังอย่างเงียบเชียบ
เขานำทักษะ 'ย่างก้าวเปลวเพลิง' ที่สังเคราะห์ขึ้นมาใหม่มาประยุกต์ใช้ในทันที ทุกครั้งที่ปลายเท้าััขั้นบันได ไอพลังสีแดงจางๆ ก็จะะเิออกอย่างเงียบงัน ส่งร่างของเขาเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างราบรื่นผิดธรรมชาติ ราวกับกำลังลื่นไถลไปบนน้ำแข็งที่มองไม่เห็น เขาไม่ได้ก้าวเร็วหวือหวา แต่กลับสม่ำเสมอและไม่หยุดพักแม้แต่วินาทีเดียว
"นายน้อยเทียนเฟย ไหวหรือไม่ขอรับ" ศิษย์ตระกูลหลงคนหนึ่งที่กำลังหอบหายใจเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง เมื่อเห็นเขาเดินผ่านไปอย่างสบายๆ
หลงเทียนเฟยหันไปคลี่ยิ้มอย่างซื่อตรง "โอ้ ข้าสบายดีขอรับ ท่านก็พยายามเข้านะ"
ขณะที่เขากำลังก้าวเดินอย่างไม่เร่งรีบ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีแดงเพลิงผู้หนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองก็ก้าวขึ้นมาทาบข้าง "โอ้ นี่มิใช่คุณชายหลงเทียนเฟยผู้ไร้รากหรอกหรือ ดูท่าทางยังอุตส่าห์มีเรี่ยวแรงมาเดินเล่นบนบันไดนี้ได้ด้วยรึ"
หลงเทียนเฟยมองชายหนุ่มด้วยใบหน้าที่งุนงงอย่างจริงใจ "ท่านพี่กล่าวอันใดหรือขอรับ ข้าเพียงแค่...เดินตามทางที่กำหนดไว้เท่านั้นเอง"
ท่าทีซื่อๆ ของเขาทำให้ชายหนุ่มอาภรณ์แดงรู้สึกขัดใจยิ่งนัก เขาแค่นเสียง "ฮึ่ม!" ก่อนจะเร่งฝีเท้าทะยานขึ้นบันไดไปด้วยความเร็วที่น่าใ หวังจะทิ้งห่างหลงเทียนเฟยให้ไกลที่สุดเพื่อแสดงพลังของตน
หลงเทียนเฟยยิ้มมุมปาก 'ช่างเป็ความพยายามที่สิ้นเปลืองเรี่ยวแรงนัก ยิ่งแสดงออกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเหนื่อยมากเท่านั้น'
เขาไม่ได้เร่งฝีเท้าตาม แต่ยังคงรักษาก้าวที่สม่ำเสมอและสบายๆ ของตนไว้ ทว่าทุกครั้งที่ชายหนุ่มอาภรณ์แดงเริ่มหอบและชะลอฝีเท้าลงเพียงเสี้ยววินาทีเพื่อปรับลมปราณ หลงเทียนเฟยก็จะก้าวผ่านเขาไปอย่างนุ่มนวล ราวกับไม่รับรู้ถึงการ "แข่งขัน" ที่เกิดขึ้น
เพียงไม่นาน หลงเทียนเฟยก็ทิ้งห่างชายหนุ่มผู้นั้นไปไกล ทิ้งให้เขายืนเบิกตากว้างด้วยความอับอายและสับสนอยู่กลางบันได เขาเพิ่งใช้พลังปราณไปมากมายเพื่อโอ้อวด แต่กลับถูก "ผู้ไร้ราก" แซงขึ้นไปอย่างง่ายดาย โดยที่อีกฝ่ายไม่แสดงท่าทีว่าออกแรงเลยแม้แต่น้อย
หลงหลิงซีซึ่งมองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดจากเบื้องบน ดวงตาเ็าของนางพลันเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย 'เขากำลัง...เล่นสนุกอยู่รึ' ความคิดนี้ผุดขึ้นในใจนางเป็ครั้งแรก ทำให้นางรู้สึกทั้งแปลกใจและหงุดหงิดอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน 'หรือว่าสิ่งที่ข้าเห็น...ไม่ใช่แค่การที่เขาไม่รู้เื่รู้ราว'
(จบตอนที่ 11)