ตอนที่ 28 ถูกโกงเงิน!
เสือน้อยอึ้ง“มึงคิดแบบนี้จริง ๆ เหรอวะ? สมมตินะถ้ากูไม่เริ่มธุรกิจนี้…มึงจะมีโอกาสทำเงินได้มากขนาดนี้มั้ยแล้วถ้ากูเนี่ยขาดทุนมึงจะยอมให้กูไม่จ่ายค่าจ้างมึงมั้ย ส่วนเื่อดหลับอดนอน เดี๋ยวก่อน…มึงอยู่ได้สูงสุดสี่ทุ่มแล้วมึงอดหลับอดนอนยังไง!?”
เสือน้อยถอนหายใจก่อนพูดต่อว่า“มึงอายุแค่นี้เงินเดือนเท่านี้ มึงควรภูมิใจแล้วนะ ถ้าไม่มีระบบที่กูวางไว้ออกแบบไว้ มึงจะมีปัญญาเหรอวะถ้าไม่ใช่มึงมาตีสนิทกูขอร้องกูอยากจะทำงานหาเงิน…กูก็คงไม่รับมึงดังนั้นตามกฎมึงต้องคืนเงินที่โกงไปพร้อมกับค่าปรับสามเท่า!?”
“มึงไม่พอใจในสิ่งที่ได้มึงก็ออกจากทีมไปมันก็แค่นั้น ทำไมต้องโกง? กูไปบังคับให้มึงอยู่กับกูหรือเว้นแต่ในสัญญาจ้างซึ่งมึงสมัครใจกรอกเองแถมเดินมาหากูเองกูเห็นว่ามึงเป็คนมีฝีมือจึงดึงตัวไว้ แต่ไม่คิดว่าจะเลี้ยงเสือเลี้ยงตะเข้ไว้!?”เสือน้อยเริ่มโกรธเกรี้ยว
“ดังนั้นมึงต้องเอาเงินมาคืนกูและจากนี้กูจะไม่ไปขู่อะไรทั้งสิ้นนอกจากวันนี้ พรุ่งนี้กูจะรอเงินคืนถ้ามึงไม่เตรียมมาคืน จะไม่มีการเตือนใด ๆ ทั้งสิ้น…”
พูดเสร็จเสือน้อยก็หันไปมองทุกคน“ปรองดองกันไว้ทำให้เกิดทรัพย์…ซื่อกินไม่หมดคดกินได้ไม่นาน อยากเป็เ้าของกิจการถ้าหมดสัญญาก็จากไปได้เลย! แต่ไม่ใช่การโกงกันแบบนี้มันไม่ถูกต้อง!”
เพื่อน ๆ พี่ ๆทุกคนรู้ดีว่าในย่านนี้ เด็กวัยเท่าเราไม่มีใครอีกแล้วที่มีรายได้เท่านี้ถ้ารู้สึกไม่เป็ธรรมก็จงปฏิบัติหน้าที่ของตนในระหว่างนี้ให้ดี”
“คิดถึงข้อดีข้อเสียของการเป็ลูกจ้างและนายจ้าง ถ้ายังไม่พอใจก็ไม่ต้องต่อสัญญาของปีหน้าก็เท่านั้น...อย่าเอาเปรียบกันเลยด้วยการโกง!”เสือน้อยถอนหายใจ
“มึงรู้มั้ยว่ากูต้องแบกรับรายจ่ายเท่าไหร่บ้างและมีความเสี่ยงเท่าไหร่บ้างเคยคิดตรงนี้บ้างมั้ย!? หรือเห็นแต่ตอนที่พวกนายจ้างมันได้เงิน…”
ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องไป“ตอนเดินมาสมัครเราก็ตกลงค่าจ้างรายได้กันเป็อย่างดี...พอความโลภบังตาก็กลายเป็ว่าอยากได้ไม่สิ้นสุด...เฮ้อ!”เสือน้อยถอนหายใจเสียงดัง
เช้าวันรุ่งขึ้นชาดชายหนุ่มรุ่นพี่ก็ได้กดเงินมาคืนหลายแสนพร้อมทั้งไหว้ขอโทษจากใจจริง
ส่วนทางด้านเสือน้อยก็ให้อภัยก่อนจะบอกว่า “พี่ชาดมึงฟังกูนะ ที่กูต้องให้คนไปลากมา เพราะมึงหนีถ้าไม่หนีก็คงไม่โดนไปสองสามหมัดหรอก กูรู้ดีพี่…ว่ามึงยังโกรธกูอยู่”
“แต่มึงไม่คิดบ้างเหรอว่ากูเนี่ยต้องเป็ฝ่ายโกรธมึง และปกติคนโดนโกงมันควรโกรธใช่มั้ย!แต่กูไม่อยากสร้างศัตรูกับใคร ฉะนั้นโอกาสมึงยังมีพี่มึงใช้ไอดีมึงเล่นแล้วเอามาขายเอ็มกับกูจะรับซื้อหรือถ้าไม่ชอบขี้หน้ากันแล้วก็เอาไปขายคนอื่นก็ได้…เอาตามที่สะดวก!” เสือน้อยนับเงินเสร็จก็จากไป
ด้านพ่อกับแม่พอรู้ว่าโดนโกงแต่ได้เงินคืนก็โล่งใจ
“คบเด็กสร้างบ้านจริงๆ” แม่ชบาบ่น “มันไม่รู้ว่านายจ้างต้องแบกภาระอะไรบ้างรู้แต่นายจ้างได้เงินเท่าไหร่ ไม่ดูต้นทุนที่นายจ้างเสียไปเลย!”
พ่อพูดง่าย ๆ“จัดการให้ดีก็พอ…” เขารู้ว่าเสือน้อยจ้างคนไปลากตัวมันมาแต่ปัญหาคือฝ่ายนั้นโกงเงินเขาก่อน
ก่อนจะเตือนอีกว่า“อย่าลืมเื่ความเสี่ยง และคู่แข่งเสียล่ะ...”
เสือน้อยก็คิดเช่นนั้นตอนนี้เขาคุมตลาดแบบผูกขาดไว้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะคุมตลาดได้ตลอดไปจะต้องมีคนเข้ามากินส่วนแบ่งเขาไปอย่างแน่นอน…
ดังนั้นเขาควรกระจายความเสี่ยงเอาไข่ไว้ในตะกร้าหลายใบ…ถ้าใบใดหายไปก็ยังเหลือของไว้ให้กิน!
……
ย่างเข้าสิ้นปีเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก…
เสือน้อยก็ได้พาเหล่าผองเพื่อนสนิทในห้องมาเที่ยวที่บ้านทั้งที่อยู่ใกล้แค่นี้แต่กลับไม่เคยมีใครได้มาเยี่ยมเลย
แต่ละคนก็เลยค่อนข้างสนใจว่า“เพื่อนคนนี้…สถานที่แบบไหน ถึงเลี้ยงมันโตมาได้แบบนี้!?”
คนที่พามาก็มี “เอส,ต่าย, สิงหา, สมชาย,เปรม, สาม, วา”เฉพาะสามคนหลัง ที่ต่อยตีกันไปยกหนึ่งจึงยอมจำนงต่อเสือน้อยผู้มีพละกำลังมากกว่าจนกลายเป็เพื่อนสนิทกัน…
เสือน้อยบอกพ่อไว้แล้วให้แม่บ้านเตรียมของกินขนมไว้ เพราะเื่นี้พ่อผันถือมากกลัวจะต้อนรับขับสู้ได้ไม่ดี “ธรรมเนียมอันดีงามเช่นนี้ปฏิบัติไว้ไม่เสียหายหากมันไม่ดีจริงมันคงไม่อยู่สืบทอดมาแต่โบราณจวบจนปัจจุบัน”
ดั่งเช่นสำนวณเลี้ยงดูปูเสื่อ
พ่อเน้นย้ำเื่นี้กับเสือน้อยมาั้แ่เด็กแเื่ที่ว่านี้ใครมาต้องต้อนรับให้ดี ทั้งแขกที่มาเยี่ยมเยือน แขกที่มาซื้อภาพวาดหรือคนที่มาทำงานให้ที่บ้านช่างไม้ ช่างแอร์
จนบางครั้งเสือน้อยก็ยังต้องตั้งคำถามกลับ“แขกนี้มันใช้กับคนที่เราจ้างมาทำงานด้วยเหรอพ่อ”
พ่อผันจึงอธิบายอยู่ยาวเหยียดใครจะไปจะมานับเป็แขกทั้งหมด พ่อถึงขั้น ไปเอาพจนานุกรมมาเปิดให้ดูเลยทีเดียวและมันก็เหมือนไปกับคำที่พ่อสอนจริง ๆ หากเอาแค่ตามความหมายตัวอักษรทั้งยังควรต้อนรับขับสู้ให้ดี เพราะปกติแล้ว “คนมีมารยาทมักไม่ถูกต่อว่า!”
เมื่อเพื่อน ๆมาถึงบ้านของเสือน้อย ที่อยู่ห่างจากโรงเรียนไม่ไกลเลยจริง ๆในบ้านก็ร่มรื่นมีไม้นานาพันธุ์ ที่คอยให้ร่มเงา คล้ายดั่งนามสกุล “ร่มไม้เย็น” ของเสือน้อย ที่สะท้อนมาผ่านบรรยากาศภายในบ้านได้เป็อยากดี
บ้านไม้ทรงไทยตกแต่งสวยงามชั้นหนึ่งมีห้องซ้อมดนตรี กับห้องครัวอื่น ๆ ที่เอาไว้ทำหมูเสียบไม้ส่วนชั้นสองกลับต้องขึ้นบันไดไม้ทรงไทย ที่มีโอ่งน้ำไว้ล้างเท้าวางไว้ด้านล่างคล้ายอยู่กับยุคกรุงศรีอย่างงั้น
พอทุกคนมาก็เห็นเสือน้อยพาเดินแนะนำยังไม่ลืมกำชับเื่ “การไปเป็แขกบ้านของคนอื่นให้เพื่อนๆ ฟัง”แน่นอนว่าฝั่งของทางคนต้อนรับขับสู้กับผู้มาเยือนคือแขกพ่อก็ย่อมไม่ลืมสอนการเป็แขกที่ดีให้เสือน้อยฟังด้วย
ดังนั้นจึงบอกกล่าวกับเพื่อนว่าให้ระวังจุดไหนบ้าง เช่น พวกกล้วยไม้นั่น ราคาแพงหูฉีกระวังอย่าไปโดน ส่วนอื่น ๆก็มีไม่มากคล้ายบ้านปกติทั่วไป
พ่อผันนั่งรออยู่นานแล้วพอเพื่อน ๆ มาก็ยิ้มต้อนรับขับสู้ด้วยตัวเองทุกคนก็สวัสดีตามธรรมเนียม…พ่อชวนคุยให้บรรยากาศคลายลง “มา ๆคุยกันหน่อย...ไหนแนะนำตัวหน่อยสิ!”
ไม่ต้องกดดันเหมือนอยู่ในถ้ำเสือที่ต้องกลัวแม้กระทั่งลมหายใจพ่อผันเป็คนคุยเก่งพักเดียวก็ดึงเอาทั้งกลุ่มไปตามอารมณ์ ตามรูปแบบของเขาไม่ทันไรก็แวะถามถึงเสือน้อยตอนอยู่โรงเรียนแล้ว...
สิงหา “โอ้โฮพ่อมันนะโคตรติดสาวเลยดาวเด่นประจำโรงเรียนด้วยนะชื่อเหมือนฝันแอบเดินตามไปโผล่ตรงโน้นบ้าง ตรงนี้บ้าง่นี้ฉายาเพื่อน ๆ เรียกมันว่าเสือซุ่มน่ะครับ…”สิงหาจัดการขายความลับออกมาหมดเปลือก ทำเอาเสือน้อยยิ้มเก้อเขิน
สมชายพูดเสริม“เหมือนที่ไอ้สิงหามันบอกเลยพ่อ มันเนี่ยนะคลั่งยัยฝันมาก!”
จากนั้นก็เป็มหกรรม“แฉชิงเหรียญทอง” เล่าเื่เปิ่น ๆ ของเสือน้อย แต่ละคนรับส่งกันอย่างดีนี่ถ้าเป็ฟุตบอลคงทำได้หลายประตูแล้ว ส่วนเ้าตัวยิ้มแห้งให้ไอ้เพื่อนเลวกลุ่มนี้ใบหน้าก็แดงระเรื่อ คุยกันเื่ทั่วไปสัพเพเหระอยู่นาน
ก่อนพ่อจะกำชับเสือให้ดูแลเพื่อนให้ทั่วถึงด้วย“ตามสบายนะลูก แม่บ้านเตรียมของว่าง อาหารกับข้าวไว้ให้กินด้วย อย่าลืมกินล่ะหรือถ้าจะไม่กินก็ห่อไปฝากที่บ้านด้วยนะ” ก่อนพ่อจะจากไปนั่งมุมสงบของตัวเองหรือไม่ก็ไปรดน้ำต้นไม้
ผ่านไปพักหนึ่งหลังจากพาเพื่อนเดินดูรอบๆ บ้านก็พากันชมไม่หยุด จึงเดินเข้าไปดูแดนสนธยาของเ้าเสือน้อยนั่นก็คือห้องนอนนั่นเอง!
ทุกคนเห็นเตียงที่เป็ระเบียบของตกแต่งส่วนใหญ่เป็ของสะสมของเล่นที่ซื้อมาั้แ่เด็ก เช่น โมเดลหุ่นยนต์ ดิจิมอล ทามะก็อต ฯลฯ
จากนั้นเสือน้อยก็พาไปดูควาย…สัตว์เลี้ยงตัวโปรดของเขาพร้อมบรรยายว่าทำไมถึงต้องเลี้ยงมัน
ส่วนเ้าทองสุขเมื่อเห็นเ้านายตัวเองมาก็ไม่ลืมเดินมาอ้อนอย่างรู้งานส่วนพวกที่เหลือมันพ่นเสียงผ่านจมูกดูไม่พอใจเท่าไหร่นัก แต่จะทำท่าดีใจก็ต่อเมื่อได้อาหาร…
…
พักหนึ่งเสือน้อยก็พาเพื่อนๆ ไปดูค่ายมวยตรงข้ามที่ตอนนี้โล่งขึ้นเยอะมาก เพราะว่าคนที่ไม่ได้ซ้อมมวยหรือเด็กว่างงานก็ไปถีบจักรยานส่งอาหารให้เสือน้อย
รายได้ก็ดีไม่ใช่น้อยทีเดียว่นี้งานเยอะมากปั่นกันแทบไม่ทันส่ง จึงลากเอาพวกวินมอเตอร์ไซค์มาเป็พวกที่ไหนสั่งไกล ๆ ก็หารเฉลี่ยส่วนแบ่งกัน
เสือน้อยก็ถึงขั้นไปคุยกับพวกร้านหรือสำนักงานต่าง ๆ เขาไปฝากใบรายการอาหารไว้บนใบกระดาษเน้นย้ำไว้ว่า “อาหารตามส่ง ไม่ใช่ตามสั่ง”
เขาเติมสีสันด้วยการเขียนแถมไปด้วยส่วนพวก ปลาช่อนแป๊ะซะ มะระผัดไข่ เย็นตาโฟหม้อไฟ ต้มแซ่บเครื่องในไก่แช่เหล้า…ไม่มีขาย เขาเขียนเอาฮาไว้ในใบรายการโดยได้ทิ้งท้ายว่าไม่ต้องเมื่อยขาเดินแค่โทรสั่งเอาก็พอ!
เขาได้แรงบันดาลใจมาจากรายการขายสินค้าทีวีไดเร็ค
แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนสั่งพวกอาหารพวกนี้…เขาแค่ติดป้ายเอาฮาเท่านั้นเพื่อที่ดึงดูดลูกค้า ก็ดันมีคนบ้าจี้จะกินปลาช่อนแป๊ะซะวันนั้นเสือน้อยรับสายเองกับมือ
ในสมองก็ครุ่นคิด“สงสัยพวกพี่ ๆ เขาี้เีเดินออกมาจากบริษัทมั้ง? นั่งทำงานเบื่อๆจึงอยากกินอะไรแปลก ๆ” ถ้ากระเหี้ยนกระหือรือขนาดนี้ล่ะก็เขาจะสนองให้
ก่อนที่จะโทรกลับไปปลายสาย“เขาถามว่าอยากกินจริง ๆ ใช่มั้ย? ทางร้านก็จัดให้ได้แต่คิดค่าบริการพิเศษเพิ่มเยอะนะ”
กลับกลายเป็ว่าป้ายติดประกาศเอาฮาลอกมาจากมุกตลกคาเฟ่ดันดังขึ้นมาเฉย เสือน้อยกะพริบตาปริบ ๆ
ด้วยเหตุนี้เองเสือน้อยจึงทำให้ร้านตัวเองและของแม่ชบามีรายได้มากขึ้น!